ฟลุบ …
" นั่นมันเวทย์พันธนาการอสูร อย่างนั้นหรือ "
เมื่อทรีเซียได้เห็นเวทย์มนต์ของเชน และร่างของเซ็ทที่ถูกตรึงด้วยโซ่เวทย์ขนาดใหญ่กับพลังมหาศาล เธอยืนอื้งแขนขาสั่นก่อนจะทรุดลงกับพื้น
" อย่าตายน่ะเซ็ท "
เชนค่อยๆเดินเข้าหาเซ็ทและนั่งลงข้างๆ มือทั้งสองข้างของเขายังคงจับโซ่ที่ใช้พันธนาการ เชนพูดกับเพื่อนของเขาที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นหิมะอันหนาวเหน็บด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
" อักขระปีศาจบนตัวเ้า เป็สิ่งที่มอบพลังให้เ้าอย่างนั้นหรือ ข้าไม่เห็นเ้าใช้คำภีร์หรืออุปกรณ์เวทย์เลย แสดงว่าสิ่งนั้นคือเวทย์มนต์ที่เ้าสร้างขึ้นมาใช่ไหม "
ทรีเซียฝืนความกลัวของตัวเอง เธอถามเชนอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่อ้อมค้อมด้วยเสียงที่สั่นเครือ
" ใช่ ข้าสร้างเวทย์นี้ขึ้นมาเอง แต่ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องใช้มันพันธนาการตัวเองแบบนี้ เหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของข้า "
เชนพูดขึ้นขณะที่เขาเริ่มยกโซ่นั้นขึ้นเหนือร่างของเซ็ท
" ทรีเซีย เ้าใช้เวทย์สายป้องกันได้บ้างไหม เ้าต้องวิ่งไปให้ไกล พร้อมกับใช้เวทย์ป้องกันที่แกร่งที่สุดเท่าที่เ้าจะทำได้ ถ้าเป็ทรีเซียที่ข้ารู้จักคงไม่มีปัญหา "
" ทำไมข้าต้องทำแบบนั้นด้วย "
" ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ทำตามที่ข้าบอก ที่เ้าเห็นเป็เพียงจุดเริ่มต้น พันธนาการอสูรกำลังจะเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก "
โซ่เวทย์ในมือของเชนเริ่มมีปฏิกิริยาบางอย่าง มันส่องแสงสีดำพร้อมความรู้สึกกดดัน และเริ่มเคลื่อนไหวไปมา ราวกับว่ามันมีชีวิต
" ไปได้แล้ว "
เชนตะคอกใส่ทรีเซียที่ยังคงสับสน
จากนั้นทรีเซียที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ เธอทำได้แค่ใช้เวทย์ป้องกันและวิ่งไปให้ไกลตามที่เชนบอก แต่ในขณะวิ่งเธอก็ยังคงหันกลับมามองอยู่เรื่อยๆ
" ข้าไม่มีทางเลือก ในเมื่อเ้าได้สูญเสียตัวตนไปแล้ว ข้าไม่อาจปล่อยให้เ้าอยู่ในสภาพนี้ต่อไปได้ อาจจะทรมานแต่ข้าสัญญาว่าจะช่วยเ้าให้ได้เลยเซ็ท "
มิติจองจำ
++ Dimensions hole cage ++
ซูม
ซูม
บึ้ม
อักขระปีศาจบนตัวเชนได้ส่องแสงออกมามากมาย เชนใช้แรงทั้งหมดกระชากโซ่นั้นเข้าหาตัว ร่างของเซ็ทกระเด็นไปในทิศทางที่เชนกำหนด ได้เกิดคลื้นกระแทกอย่างแรงพร้อมแรงะเิ พลังเวทย์ในบริเวณรอบๆนั้นต่างถูกดูดมาตามแรงโซ่
เวทย์มนต์ที่เชนได้ใช้ไปนั้น คือเวทย์ที่ใช้ในการจองจำอสูรไว้ในมิติอื่นที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งตอนนี้เซ็ทได้ติดอยู่ในมิติพิเศษนั้นเป็ที่เรียบร้อย
" อยู่ในนั้นไปสักพักน่ะเซ็ท ข้าขอให้เ้าเอาชนะปีศาจในตัวเองได้ และควบคุมมันได้โดยเร็ว "
ชิ้งงง
เมื่อมิตินั้นถูกปิด โซ่เวทย์ของเชนก็ได้ถูกตัดโดยช่องว่างมิตินั้น
ทรีเซียที่วิ่งไปหลบตรงเนินหิมะ ได้เห็นว่าเวทย์มนต์ที่บ้าคลั่งของเชนได้สงบลงแล้ว เธอจึงค่อยๆลุกขึ้น และเดินกลับมาที่เชน
" เ้าบ้า คิดจะดูดกลืนโลกทั้งใบเลยหรือไง เ้าเป็จ้าวปีศาจหรือไงกัน "
" เ้าใขนาดนั้นเลยหรือ ทรีเซีย "
เชนหันไปพูดกับทรีเซีย ตอนนี้เธอได้ตกอยู่ในภาวะสับสนอย่างมาก
" เวทย์มนต์นั้น ระดับมันเกินความสามารถของคนทั่วไป ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย "
" ขอโทษที่ทำให้ใแล้วกัน ตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้ว สบายใจได้ "
ถึงเชนจะพูดด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ก็ไม่อาจทำให้ทรีเซียสงบใจลงได้
" เ้าผนึกเพื่อนตัวเองในมิติพิเศษที่เ้าสร้างขึ้นมา แบบนี้เพื่อนเ้าจะไม่เป็อะไรหรือ มิติพิศดารแบบนั้นต่อให้เป็เทพ ก็ไม่ได้ออกมาง่ายๆหรอก "
" เ้านั่นไม่เป็อะไรหรอก เขาไม่ใช่คนไร้ความสามารถ อีกอย่างเขามีจี้ Artifact อะไรนั่นอยู่ด้วย พอได้สติอีกสักพักเขาก็คงออกมาได้เองแหละ "
" ไม่มีทาง ที่เ้านั้นจะฝ่ามิติจองจำระดับนั้นออกมาได้ เขาจะตายอยู่ในนั้นแน่นอน เ้าทำพลาดครั้งใหญ่แล้วเชน "
" เ้ากำลังฆ่าเพื่อนของตัวเอง นี่เ้าเป็เพื่อนกันจริงๆหรือ ทำไมไม่ลองหาวิธีอื่นช่วยเพื่อนเ้าล่ะ "
ทรีเซียที่กำลังโมโหจัดได้ตะคอกใส่เชน เสียงของเธอดังไปทั่วบริเวณ
" ใจเย็นก่อน ข้าบอกว่าไม่เป็ไรยังไงล่ะ "
เชนยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย
" อย่างน้อยเราก็กำจัดมอนสเตอร์พวกนั้นได้หมด จะว่าไปแล้วข้าทิ้งให้มิลิสกับคุณฟาเดียนอนอยู่ตรงนั้นนี่นา ลุงมอริสก็น่าจะกลับมาแล้ว ไปคุยกันตรงนั้นเถอะทรีเซีย "
เชนก้มลงหยิบดาบของเซ็ทที่ตกอยู่ และมุ่งหน้าไปยังจุดที่แยกกับลุงมอริส
" มาสิทรีเซีย ข้าว่าเ้าน่าจะมีเื่ที่อยากคุยกับข้าน่ะ "
" ไม่ต้องพูดให้มากความ นำทางไปเลย "
ทรีเซียที่กำลังหัวเสียกับเหตุการณ์ที่เชนทำต่อเซ็ทได้เดินตามเชนไปห่างๆ
ไม่นานทั้งสองก็ได้มาถึงจุดนัดพบกับลุงมอริส
ซึ่งลุงมอริสได้รออยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว
แฮก แฮ่ก
" ลุงมอริส กลับมาโดยปลอดภัยสินะครับ นี่ทรีเซียเขาช่วยเราสู้กับมอนสเตอร์พวกนั้น ตอนนี้พวกไดร์แบร์ตายหมดแล้ว เราไม่ต้องเดินทางอ้อมช่องเขาแล้วครับ "
เชนที่กำลังหอบจากการเดินในความหนาว ได้พูดแนะนำทรีเซียให้ลุงมอริสรู้จัก พร้อมบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
" ท่านเชนฆ่าท่านเซ็ททำไมครับ ข้าเห็นทุกอย่างหมดแล้ว ทำไมต้องทำกับเพื่อนตัวเองขนาดนั้นด้วย "
ลุงมอริสพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เขาค่อยๆก้าวถอยไปทีละน้อย
" ไม่ใช่แบบนั้น อย่าเพิ่งเข้าใจผิดข้ากำลังช่วยเ้านั่นต่างหาก "
" ช่วยอย่างนั้นหรือ นี่ท่านหมายความว่าอย่างไร "
" ข้าผนึกเซ็ทไว้ในมิติที่อยู่ไม่ไกลจากมิตินี้ คลื่นความถี่ของมิตินั้นข้าสามารถเข้าถึงได้ ในตอนนั้นเซ็ทควบคุมตัวเองไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เขาอาละวาดทำใครเดือดร้อนแค่นั้นเองครับ "
" ท่านควบคุมช่องว่างของมิติได้ด้วยอย่างนั้นหรือ มีอะไรที่ข้ายังไม่รู้อีกไหม "
…
" มีครับ ข้ากำลังจะบอกเดี๋ยวนี้แหละ แต่ขอข้าก่อกองไฟก่อนได้ไหม หนาวจะแย่แล้ว "
แกร่ก แกร่ก
เชนหยิบเอาฟืนที่ลุงมอริสเก็บมา เขาสุมฟืนส่วนหนึ่งเป็สองกอง
เปลวเพลิงลุกโชน
++ Frame Blaze ++
เปลวเพลิงปรากฏขึ้นบนมือของทรีเซีย ก่อนที่เธอจะขว้างเวทย์นั้นไปที่กองฟืนด้านหน้า ทรีเซียได้ใช้เวทย์ไฟจุดฟืนให้เชนทันทีก่อนที่เขาจะร้องขอ
" เยี่ยมไปเลยทรีเซีย เ้านี่มีความสามารถเยอะดีจัง สุดยอด "
" ข้าไม่อยากเสียเวลา อย่างนั้นข้าจะเริ่มพูดธุระของข้าเลยแล้วกัน นั่งลงสิ "
ทรีเซียนั่งลงกับพื้น และเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
" อย่างแรกเลยก่อนที่ข้าจะคุย ขอถามเ้าก่อน ที่เ้าบอกว่า ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องใช้เวทย์พันธนาการกับตัวเอง ในตอนที่เ้าใช้เวทย์นั้นกับเซ็ท คำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร "
สู้ดดด
เฮ้อออ
เชนถอนหายใจขณะที่เขากำลังนั่งลงฝั่งตรงข้ามกองไฟ เขาเอื้อมมือไปขยับผ้าที่คลุมร่างมิลิสที่เปิดขึ้นเพราะแรงลม
" เอาละ ข้าจะบอกทุกอย่างว่าข้าเป็ใคร ข้ามีเป้าหมายอะไร ลุงมอริสก็ฟังด้วยนะครับ "
ลุงมอริสที่ได้ยินดังนั้นก็ได้เดินเข้ามาใกล้เชนและนั่งลงข้างๆ
" เข้าประเด็นเลยแล้วกัน คือว่า … ข้ากับเซ็ทคือคนๆเดียวกัน แต่อยู่คนละมิติ ข้ามาจากมิติคู่ขนานเพื่อตามหามนุษย์ผู้ใช้
[เวทย์ครอบงำิญญา] อีกอย่างก็คือ สถานะข้าในตอนนี้คือปีศาจนะ ไม่ใช่มนุษย์ "
เมื่อลุงมอริสได้ยินดังนั้น เขาได้ช็อกไปในทันที
" ป … ปีศาจอย่างนั้นหรือ แสดงว่าที่ยาซิสพูดก็เป็เื่จริงนะสิ "
" ข้าแปลกใจเหมือนกัน ที่ยาซิสมองข้าทะลุปรุโปร่ง มีไม่กี่คนที่สามารถมองเห็นออร่าปีศาจของข้าได้ ข้าคิดว่าท่านรู้อยู่แล้วเสียอีกลุงมอริส "
" ทีแรกข้าก็เชื่อแบบนั้น แต่พอได้เห็นค่าสถานะิญญาของท่านเซ็ท ข้าก็เปลี่ยนความคิด "
" แล้วคนที่ชื่อเซ็ทนั้นล่ะ เขาก็เป็ปีศาจเหมือนกับเ้าอย่างนั้นหรือ "
ทรีเซียที่นั่งกอดเข่าอยู่ถัดจากกองไฟได้พูดถามเชนหลังจากลุงมอริสพูดจบ
" ใช่ เขาเป็ปีศาจเหมือนกับข้า แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็เป็มนุษย์นี่แหละ ข้าเป็คนเปลี่ยนให้เขาเป็ปีศาจเอง ข้า้าความช่วยเหลือจากเขา "
ในที่สุดเชนก็พูดความจริงของเื่ทั้งหมด ลุงมอริสและทรีเซียที่ได้ยินดังนั้น เขาทั้งสองก็ตกอยู่ในความสับสน
หลังจากที่เชนพูดจบ ทันใดนั้นบริเวณด้านหลังของลุงมอริส ได้มีเสียงประหลาดเกิดขึ้นคล้ายเสียงฟ้าผ่า และปรากฏช่องว่างที่เป็ประตูระหว่างมิติ
เปรี๊ยะ เปรี้ยงงง
เซ็ทปรากฏตัวออกมาจากประตูมิตินั้น เขายืนนิ่งพร้อมใบหน้าที่โกรธจัด
" เื่ทั้งหมดเป็เพราะเ้าอย่างนั้นหรือ ข้าพยายามจะทำตามที่โคลทีนบอกเพื่อที่จะได้กลับโลกของข้า แต่เ้าก็คอยแต่จะพาข้าให้ไขว้เขวออกจากเป้าหมายตลอด "
" ห้ะ อะไรกันเ้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แล้วเ้าคุมพลังนั้นได้แล้วหรือ "
ทรีเซียใ เธอลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน
" ข้าคุมมันได้ ถึงจะใช้เวลามากก็เถอะ แต่ข้าไม่ยอมให้ปีศาจนั่นมาครอบงำร่างกายข้าไปตลอดหรอกน่ะ "
" ว่ายังไงเชน ตอบข้ามาทำไมเ้าถึงทำกับข้าแบบนี้ "
ซื้ดดด … เห้อออ
เชนหายใจเข้าสุดปอด และปล่อยลมหายใจทั้งหมดออกมาในคราวเดียว
" เพราะข้าไม่อยากให้เ้ากลับไปที่โลกเดิมยังไงล่ะ ข้า้าความช่วยเหลือจากเ้าจริงๆ "
" แล้วทำไมถึงไม่บอกกันตรงๆ ทำไมถึงต้องทำให้ข้ากลายเป็ปีศาจน่ารังเกียจแบบนั้นด้วย เราเป็เพื่อนกันไม่ใช่หรือเชน ไม่ใช่สิ เราเป็คนๆเดียวกันนี่นา "
เซ็ทรู้สึกผิดหวังเป็อย่างมาก ที่เพื่อนเพียงคนเดียวของเขาโกหกเขามาโดยตลอด เขาหันหลังเดินออกมาจากจุดนั้นทันที
เชนรีบเดินตามเซ็ท และจับที่ไหล่ของเขาก่อนที่เซ็ทจะเดินจากไป
ฟึบ
" เดี๋ยวก่อนเซ็ท ฟังข้าก่อน คือข้า … ข้าขอโทษจริงๆ อย่าเพิ่งไปไหนเลย "
" เอามือของเ้าออกไป อยากตายอย่างนั้นหรือ ข้าเอาจริงนะเชน "
" ข … ข้าขอโทษ "
เชนเอ่ยคำขอโทษออกมากจากใจจริง เซ็ทไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำๆนี้จากปากของเชน
เมื่อได้ยินคำขอโทษ เซ็ทรู้สึกใจเย็นลงเขาหยุดเดินและก้มหน้าลงก่อนที่จะถามบางอย่าง
" แล้วเ้าจะให้ข้าทำอะไร คงเป็เื่สำคัญมากสิน่ะ ถึงได้ทำขนาดนี้ "
" ข้า้าที่จะกลับไม่ยังมิติของข้า แต่ด้วยสาเหตุบางอย่าง ข้าเลยกลับไปไม่ได้
" สาเหตุบางอย่างที่เ้าพูดนั่นมันอะไรล่ะ เลิกทำเป็มีความลับได้แล้ว เ้ายังจะต้องปิดบังอะไรอีก "
เซ็ทตะคอกใส่เชนด้วยท่าทีของคนที่กำลังโมโห
เขาคว้าคอเสื้อเชนและชี้หน้าขณะกำลังเค้นเอาความจริง
" ข้าถูกคำสาปของปีศาจผนึกให้ติดอยู่ในช่องว่างระหว่างมิติ พยายามหาทางกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ทำไม่สำเร็จ เพราะข้าถูกปิดกั้นความสามารถ และเวทย์มนต์ส่วนใหญ่ไว้ "
เซ็ทปล่อยมืออกจากเชนและตั้งใจฟัง
" ข้าถูกจองจำอยู่ที่นั่นนานมาก เวลาข้างนอกอาจจะผ่านไปไม่นาน แต่สำหรับข้ามันผ่านไปเป็สิบปีหรือเป็ร้อยๆปี แต่แล้ววันหนึ่ง ข้าก็ััได้ถึงตัวตนของข้าอีกคนก็คือเ้า เ้าที่กำลังเข้าสู่มิติความเป็จริงพร้อมวิญญานตนหนึ่ง ที่เข้าใจว่าเป็ผู้ช่วย ข้าพยายามสื่อสารกับเ้า และเ้าก็ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของข้าในมิติประหลาดนั้น "
" เสียงนั้นที่พูดกับข้าตอนระหว่างจุติ คือเสียงของเ้าอย่างนั้นหรือ "
" ใช่ นั่นข้าเอง "
" แต่เดี๋ยวนะ ผู้ช่วยก็อยู่กับข้ามาตลอด สรุปแล้วมันเป็ยังไงกันแน่ ข้างงไปหมดแล้ว "
ด้วยเื่ที่พาสับสน เซ็ทหันหลัง เขาเท้าเอวด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างกุมขมับด้วยท่าทีที่ของคนที่ตกอยู่ในความงุนงง
" ผู้ช่วยตัวจริงของเ้า วิญญานของเขาสลายไปแล้ว ข้าเป็คนฆ่าเ้านั่นเอง "
" อะไรน่ะ แล้วตัวเ้าในตอนนี้ล่ะ "
" ข้าใช้พลังิญญา และพลังเวทย์ของเ้านั่นมาเป็พลังงานให้ตัวเอง เพื่อที่จะออกจากจุดนั้น และเดินทางมากับเ้า สรุปคือข้าสลับตัวกับผู้ช่วยเ้ายังไงล่ะ "
เมื่อเซ็ทได้ยินสิ่งที่เชนอธิบาย เขาเรียบเรียงเหตุการณ์ และเริ่มเข้าใจเื่ทุกอย่างทันที
" ถึงว่าล่ะ ว่าทำไมเ้าถึงไม่รายงานโคลทีนถึงภารกิจของเรา แล้วเ้าดูเป็ผู้ใหญ่มากกว่าตอนอยู่ที่มิติของโคลทีน "
" เดี๋ยวก่อน ข้าขอขัดจังหวะสักหน่อย "
ทรีเซียเดินเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสองและพูดขึ้น
" เ้ามาจากโลกอื่นข้าเข้าใจถูกไหม และเ้าก็พยายามหาทางกลับไปยังโลกเดิม เ้าทั้งคู่กำลังละเมิดกฎของโลกเ้ารู้ตัวไหม พวกเหล่าทวยเทพ กับผู้คุมกฏไม่ปล่อยให้เ้าทำสำเร็จแน่ "
กร๊อดดด
" ข้าไม่สนพวกเทพขยะนั่นหรอก เพราะพวกมันข้าถึงต้องอยู่ในสภาพนี้ "
เชนกัดฟันและกำหมัดแน่นเมื่อพูดถึงเทพเหมือนเขาจะมีความหลังบางอย่างกับเทพเ่าั้
" ถ้าข้าไม่ถูกปิดกั้นพลังและความสามารถ ข้าคงกลับไปได้โดยไม่ต้องให้เ้าช่วย "
เชนพูดด้วยความแค้นขณะที่กำลังแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า
" หมายความว่า ถ้าเ้าใช้พลังได้เต็มที่ เ้าจะสามารถก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนของโลกได้อย่างนั้นหรือ "
ทรีเซียตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินสิ่งที่เชนพูด
" เื่แค่นั้นข้าทำได้สบายๆอยู่แล้ว มากกว่านั้นข้าก็ทำได้ "
เชนที่กำลังมองฟ้า หันมองทรีเซียและตอบกลับไปในทันที
" เชน … นี่เ้า อย่าบอกน่ะว่าเ้าคืออินเวเดอร์ คือผู้บุกรุกอะไรนั่น "
เซ็ทเดินเข้าหาเชนด้วยท่าทีขึงขัง และพูดขึ้นในขณะที่มือของเขากำหมัดแน่น
" ใช่ ข้านี่แหละผู้บุกรุก " …
ในที่สุดเชนก็เปิดเผยตัวตนของเขาต่อหน้าเซ็ท
แท้จริงแล้วเขาคือตัวตนเดียวกับเซ็ท ที่มาจากมิติคู่ขนาน หลังจากถูกขังมาหลายร้อยปีในที่สุดเขาก็ได้หนีออกมาจากสถานที่จองจำ ด้วยการใช้วิญญานของผู้ช่วยและพลังเวทย์ของเซ็ทเป็กุญแจ
เซ็ทที่ได้ยินดังนั้นแทนที่เขาจะโกรธ เขากลับนิ่งเฉยและตอบกลับไปด้วยเสียงแ่เบาราวกับสายลม
" อย่างนั้นหรอกหรือ ข้าเข้าใจแล้ว … ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้วเชน "
" เ้าจะโกรธข้าก็ได้ แต่ข้าตัดสินใจไปแล้วที่จะเลือกเส้นทางนี้ อาจจะเห็นแก่ตัว แต่ข้าเปลี่ยนเป้าหมายไม่ได้แล้วเซ็ท "
เชนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เขาพูดออกมาด้วยความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง
" ข้าไม่โกรธเ้าหรอก ถึงโกรธไปก็เท่ากับว่าข้าโกรธตัวเองไม่ใช่หรือ แบบนั้นคงไม่ดีแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
เซ็ทพูดคิดตลกและหัวเราะออกมา แต่เชนก็รับรู้ได้ว่าเสียงหัวเราะนั้นมันเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ความท้อแท้และเสียใจ
" ถ้าอย่างนั้นจุดหมายต่อไปของเราคงไม่ใช่ที่เมืองนากาฮามะแล้วสินะ หลังจากเสร็จธุระเื่มิลิสกับคุณฟาเดียแล้ว เราจะไปที่ไหนกันหรือเชน "
" ถึงเป้าหมายจะเปลี่ยน แต่จุดหมายยังคงเป็นากาฮามะเหมือนเดิม เราต้องตามหานักบวชนอกรีต ที่เป็ผู้ใช้ความสามารถครอบงำิญญาให้เจอ จากนั้นข้าจะปลดพลังที่ถูกผนึก และกลับไปยังโลกของข้า "
" นักบวชนั่นอยู่ที่นากาฮามะสินะ เข้าใจแล้ว "
เซ็ทมีท่าทีแปลกๆ เขาเข้าใจและยอมรับทุกอย่างที่เชนพูด ซึ่งมันผิดปกติ
" เ้าไม่เป็อะไรจริงๆหรือเซ็ท เ้าจะช่วยข้าใช่ไหม "
เชนหยุดอธิบายและพูดถามเซ็ทถึงความคิดเห็นของเขา
" เ้าอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะไม่ต้องบอกข้า ทำเหมือนที่เ้าทำมาตลอด อยากให้ข้าไปที่ไหนก็พาไป อยากให้ข้าทำอะไรก็บอกมา ในเมื่อเ้าเลือกจะทำแบบนี้แล้วยังต้องถามอะไรข้าอีกล่ะ "
เซ็ทพูดความในใจออกมาจนหมด น้ำเสียงของเขาจากเสียงพูดคุยปกติค่อยๆกลายเป็เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ เสียงของเขาดังขึ้นเรื่อยๆ
" ว่าแล้วเชียว คนอย่างเ้าเนี่ยนะที่จะไม่โกรธ "
" ไม่ปรึกษา ไม่ถามไถ่ ทำอะไรตามใจตัวเอง หลอกใช้ข้า คนแบบนี้หรือที่ข้าสมควรช่วย ?"
เซ็ทกำหมัดแน่นจนมือสั่น เขาก้มหน้าบ่นพึมพำก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาของคนที่ถูกควมคุมด้วยโทษะ พร้อมะเิพลังมหาศาลออกมา
" นี่ตาลุง ไปห้ามเ้าพวกนั้นหน่อยสิ เดี๋ยวก็ได้ฆ่ากันตายตรงนี้หรอก "
ทรีเซียที่ยืนดูเหตุการณ์อันแสนตึงเครียดได้ร้องขอให้ลุงมอริสเข้าไปห้ามการวิวาทที่กำลังจะเกิดขึ้น
" เ้าก็ไปห้ามเองสิแม่หนู "
ลุงมอริสตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเล
" ไม่ไหวหรอก พลังระดับนั้นเข้าไปห้ามข้าจะตายโดยไม่ทันได้ร้อง โอ้ย ด้วยซ้ำเ้าพวกนี้มันเป็ปีศาจชัดๆ "
ทรีเซียเป็กังวลมาก ที่เห็นเซ็ทและเชนกำลังมีปากเสียงกัน
" ครั้งล่าสุดที่เขาทะเลาะกัน ข้าพยายามเข้าไปห้าม แต่ก็ถูกซัดปลิวออกมา แห่ะ แห่ะ "
ลุงมอริสพูดพร้อมกับเอามือจับไปที่ท้ายทอยด้วยความเขินอาย
" ถ้าอย่างนั้นจะทำไงกันดี ต้องยืนดูปีศาจสองตนมีเื่กันอย่างนั้นหรือ "
" ใช่แล้ว นั่นเป็สิ่งเดียวที่เราจะทำได้ เอาละรีบไปหาที่หลบกันดีกว่า ข้าไม่อยากโดนลูกหลงอีกครั้งหรอกน่ะ "
" ด … เดี๋ยวสิตาลุง รอข้าด้วย "
ลุงมอริสรีบหันหลังและวิ่งออกมาจากจุดนั้นทันที โดยมีทรีเซียตามไปติดๆ
" นี่เ้าปลดปล่อยพลังทำไม จะมีเื่กับข้าอย่างนั้นหรือเซ็ท "
เชนเอียงคอพูดพร้อมเหลือบตามองเซ็ท ที่ตอนนี้ร่างกายเขาปกคลุมไปด้วยออร่าพลังมหาศาล
" เ้าคนเห็นแก่ตัว กล้าดียังไงถึงมาหลอกใช้ข้า คิดว่าเ้าเป็ใครถึงมาขัดขวางข้า "
เซ็ทตอนนี้เขาเริ่มมีน้ำตาไหลผ่านแก้มทั้งสองฝั่ง น้ำตาที่มาจากความผิดหวังความโมโห และความโกรธที่ถูกหลอกใช้และปิดบังความจริงมาตลอด
" ถ้าอย่างนั้นข้าจะเล่นด้วยแล้วกัน ครั้งนี้คงไม่ใช่แค่หมัด แต่ข้าจะทำให้เ้าหายบ้าโดยถาวรเลยเซ็ท จงสิ้นหวังซะ "
เชนแบมือทั้งสองข้างก่อนจะยื่นออกไป เขาเงยหน้าและหายใจเข้าสุดปอด ตอนนี้เขาก็เอาจริงเช่นกัน
ด้วยตัวตนแห่งความสิ้นหวังสุดมืดมิด ข้าขอปลดปล่อยพลังแห่งความโกลาหล
++ Over limit ++
อักขระปีศาจบนตัวเชนปรากฏชัดขึ้นมากกว่าครั้งก่อน ออร่าพลังปีศาจมหาศาลพวยพุ่งออกมา ครั้งนี้เขาปลดล็อกพลังของตัวเองเท่าที่จะสามารถทำได้
" กล้าดียังไง … เ้ากล้าดียังไง ถึงมาหลอกใช้ข้าไอ่คนทรยศ ตัวเ้านั่นแหละที่สมควรจะสิ้นหวัง "
แต่เซ็ทไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อย บรรยากาศโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยความมืด และความหนาวเหน็บ พลังของทั้งสองที่ถูกปลดปล่อยต่างบดบังแสงแดด ทำให้พื้นที่นี้ตกอยู่ในความมืดโดยสมบูรณ์
" สหายผู้ซื่อสัตย์จากสัญญาโลหิต จงฟังคำสั่งข้าผู้เป็นาย และปรากฏกายออกมา บลัด แลพเพิร์ด"
++ Blood Leopard ++
ฉึบบบ
เซ็ทใช้มีดพกกรีดฝ่ามือตัวเองให้เป็แผลเพื่ออัญเชิญแบบพิเศษ เขากำมือแน่น เืจากแผลหยดลงพื้นหิมะสีขาว และปรากฏร่างเสือดาวตัวใหญ่ที่มีท่าทางดุร้าย ทั้งตัวของมันชุ่มไปด้วยเื นัยตาของมันเอ่อล้นด้วยความกระหาย
" ลูกเล่นเดิมของเ้าครั้งนี้มันจะเปล่าประโยชน์ บลัด แลพเพิร์ดไม่รับผลของเวทมนตร์ผนึกทุกชนิด มันจะไม่หยุดจนกว่าข้าผู้เป็นายจะออกคำสั่งเท่านั้น หวังว่าเ้าจะมีวิธีอื่นที่ใช้จัดการข้าน่ะเชน "
หลังจากเซ็ทได้อัญเชิญเสือดาวอสูร บลัด แลพเพิร์ดแล้ว เขาได้ใช้เืที่มือประทับบนตัวสัตว์อัญเชิญ และเตรียมออกคำสั่งทันที
" ไม่ … ไม่จริง นี่ไม่ใช่เื่จริงใช่ไหม "
ทรีเซียพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว ในความตกตะลึงอย่างสุดขีดเมื่อได้เห็นตัวตนที่แสนทรงพลังทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากัน
" จะไม่มีใครหยุดเขาทั้งสองคนได้อีกแล้ว ครั้งนี้มันช่างรุนแรงกว่าการวิวาทครั้งก่อนเสียจริง "
ลุงมอริสพูดตัดพ้อทันที เขาหมดหวังที่จะหยุดสหายที่กำลังแตกหัก
" เข้ามาเลยเชน มาทำให้ข้าสิ้นหวังเหมือนที่เ้าพูดสักที "
เซ็ทพูดท้าทายเพื่อนของเขาที่ตอนนี้ถูกมองว่าเป็ศัตรูเป็ที่เรียบร้อย
" ดูเหมือนว่าเ้ายังไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่างเลย นั้นข้าจะบอกเ้าเอง จงดูให้เต็มตา … สหายที่รักของข้า จงตอบรับคำขอของข้าและปรากฏกาย มาเลยอาร์เจนตัส "
ซูมมม
พื้นหิมะสั่นะเืพร้อมกับมีลมแรง สิ่งที่น่าประหลาดใจเกิดขึ้น เชนได้อัญเชิญอาร์เจนตัสออกมาต่อหน้าเซ็ท
แกร๊กกก แกร่กกก
" นี่เ้า เ้าเรียกสัตว์อัญเชิญของข้าออกมาได้อย่างไรกัน เ้าทำอะไรลงไปเชน "
เซ็ทที่กำลังตกตะลึงเมื่อเห็นอาร์เจนตัสถูกอัญเชิญออกมาโดยเชน พูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสนพร้อมตาที่เบิกโพลง
" เ้าลืมไปแล้วเหรอ ว่าเราทั้งคู่คือคนๆเดียวกัน สัตว์อัญเชิญของเ้า ก็คือของข้าเช่นกัน "
เชนที่ยืนอยู่ข้างอาร์เจนตัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุดมั่นใจ
" เอาละ ่เวลาแห่งการล่าเริ่มขึ้นแล้ว โจมตีเ้านั่นซะ บลัด แลพเพิร์ด ! "
ในที่สุดเซ็ทก็ออกคำสั่งให้บลัด แลพเพิร์ดเริ่มการโจมตีเชน
" อาร์เจนตัส ข้าขอออกคำสั่ง จงหยุดอสูรเสือดาวกับนายของมันซะ "
ทั้งสองต่างมอบคำสั่งให้สัตว์อัญเชิญของตน แต่ผลที่ได้คือ ทั้งบลัด แลพเพิร์ด และอาร์เจนตัสนั้นต่างหยุดนิ่ง ไม่โจมตีฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากเหล่าสัตว์อัญเชิญต่างมองว่าทั้งเซ็ทและเชนคือคนๆเดียวกันที่เป็นายของตน
" ไร้สาระ … ถ้าอย่างนั้นเ้าก็เตรียมรับการโจมตีจากเวทย์มนต์อักขระปีศาจของตัวเองได้เลย ข้าจะใช้ทักษะผู้รอบรู้ของข้า "
" ข้าขอปลดปล่อยพลังแห่งความโกลาหล "
++ Over limit ++
เซ็ทใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการเรียนรู้ความสามารถของเชนที่เขาได้เห็นเมื่อสักครู่ เขาะเิพลังออกมา แต่ด้วยพลังเวทย์ของเซ็ทที่มีมากอยู่แล้ว บวกกับพลังเวทย์จาก Artifact ทำให้การปลดปล่อยพลังนั้นมากเกินกว่าที่เซ็ทจะสามารถควบคุมได้ พลังขนาดนี้สามารถทำลายสิ่งมีชีวิตบริเวณนี้ให้หายไปในพริบตาได้อย่างง่ายดาย และในตอนนั้นเอง
" ต่อหน้าทวยเทพ ความมืดจงดับสูญ "
++ Holy Mashriq ++
ตู้มมมม !
มีบุคคลปริศนาปรากฏตัวอยู่บนท้องฟ้าเหนือทั้งสอง คนๆนั้นได้ใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์หยุดความพินาศจากพลังปีศาจไว้ได้ทันเวลา ออร่าปีศาจที่บดบังแสงค่อยๆหายไป แสงสว่างกลับมาอีกครั้ง
ร่างของทั้งสองกระเด็นไปคนละทางจากแรงะเิของเวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์
เซ็ทและเชนต่างได้รับาเ็พอสมควร แสงจากเวทย์มนต์นั้นทำให้ร่างกายของทั้งสองค่อยๆถูกกัดกร่อน
" ข้าตั้งใจว่าจะปล่อยให้พวกเ้ากัดกันเอง แล้วค่อยจัดการคนที่รอด แต่ไม่อยากคิดเลย ว่าวิธีการที่พวกเ้าเลือก มันจะสร้างความเดือดร้อนให้โลกขนาดไหน เ้าปีศาจชั้นต่ำ "
เอื้อกก
เฮ้ออ
เซ็ทค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นจากพื้น เขาคุกเข่าและหันขึ้นมองร่างของบุคคลปริศนาบนท้องฟ้า สิ่งที่เขาได้เห็นคือ ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนกับเทพหรือเทวทูต ร่างของชายคนนั้นเปล่งประกายระยิบระยับ ส่องแสงออกมาตลอดเวลา ในมือถือคฑาวุธ ที่ทำลังชี้มาทางเขา
จากการถูกโจมตีด้วยเวทย์มนต์ที่ทรงอานุภาพ ทำให้เซ็ทได้สติคืนมาจากโทษะอันไร้สาระ เขาหันหน้าซ้าย ขวา เพื่อพยายามมองหาเชน
" ให้ตายสิ มีตัวยุ่งยากโผล่มาอีกแล้ว หยุดเื่ระหว่างเราไว้ก่อนดีกว่าเชน … เชน "
เขาหันไปพูดกับเชนที่นอนจมหิมะอยู่ถัดจากหินก้อนใหญ่ แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ ดูเหมือนว่าเชนจะได้รับความเสียหายมากพอสมควร
" คิดไว้อยู่แล้วว่าตัวตนอย่างเ้าต้องหักหลังท่านโคลทีน พวกมนุษย์นี่มันช่างน่ารังเกียจเสียจริง ถ้าข้าจัดการลบเ้าทิ้งเสียั้แ่ตอนนั้นคงไม่ต้องลงมายังมิติที่โสโครกเช่นนี้ "
ชายปริศนาในร่างเทวทูต ที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้าพร้อมแสงระยิบระยับ พูดขึ้นด้วยเสียงอันลื่นไหลที่ฟังดูคุ้นหู แต่ก็แฝงไปด้วยความดูถูก
" เราเคยเจอกันมาก่อนอย่างนั้นหรือ เ้า ไม่สิท่านเป็ใคร แล้วโจมตีข้าทำไมกัน "
เซ็ทที่กำลังาเ็ใช้มือกดแผลที่เป็รอยไหม้ที่ค่อยๆกัดกร่อนบริเวณต้นคอข้างขวา เขาเอ่ยถามชายคนนั้นไปด้วยความสงสัย
" ข้าคือมิราคินัส ผู้นำทางแห่งการจุติ บัญญัติที่รับคำสั่งโดยตรงจากท่านโคลทีน เ้ารับปากข้าไว้ว่าจะไม่ทรยศหักหลัง แต่เ้าก็ทำมันจนได้เ้ามนุษย์โสโครก "
สายตาของเซ็ทที่จับจ้องไปที่ร่างอันสง่างาม เสียงและคำพูดที่ฟังดูคุ้นหู ทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่เขาได้เข้ามายังมิติประหลาดนี้ ใช่แล้ว ชายหนุ่มในร่างเทวทูต แท้จริงเขาคือภาพฉายโฮโลแกรม ที่เซ็ทเจอก่อนหน้านี้นั่นเอง
" ไอ่แผลบ้านี่ก็เจ็บเหลือเกิน จะกัดกินข้าไปถึงไหนกัน หยุดได้แล้ว "
เซ็ทบ่นพึมพำกับความเ็ปที่ได้รับ ทันใดนั้นแผลของเขาที่กำลังลุกลามก็หยุด และค่อยๆจางหายไปอย่างช้าๆ เหลือไว้เพียงรอยแผลเป็สีดำ
" อะไรกัน แผลข้าหายแล้ว ไม่เจ็บเลยสักนิดเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายข้ากัน "
" พรของท่านโคลทีนอย่างนั้นหรือ การที่เ้าได้รับพรอันสูงส่งแบบนี้ มันช่างเสียของ อาจจะเป็เื่ยุ่งยากสำหรับข้าด้วย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก ท่านโคลทีนให้พรกับของวิเศษกับเ้า ท่านก็เรียกคืนได้เช่นกัน และหน้าที่นั้นเป็หน้าที่ของข้า "
" เ้าจะมากำจัดพวกเราทิ้งอย่างนั้นหรือ "
" แน่นอน เ้าเป็คนลั่นวาจาเองว่าจะทำตัวเป็ประโยชน์ต่อท่านโคลทีน ในเมื่อตอนนี้เ้าแสดงถึงการกระทำที่มันไร้ประโยชน์ แถมยังเป็ภัย ไม่มีเหตุผลใดที่เ้าสมควรมีตัวตน เอาล่ะ ส่ง Artifact มาให้ข้าเสีย แล้วข้าจะปราณีสลายตัวตนและิญญาของเ้าแบบไม่ทรมาน "
กึก
เซ็ทใช้มือซ้ายกำ Artifact ไว้แน่นเขาหวังว่าจะไม่ถูกชิงไอเทมสำคัญชิ้นนี้ไป
" อะไรกัน ให้มาแล้วดันมาทวงคืนทำตัวเป็เด็กเล่นกันไปได้ พวกเทพเขามีนิสัยแบบนี้กันหรือ "
" อย่ามาเล่นลิ้น ถ้าอย่างนั้นข้าจะถอดมันออกจากศพเ้า จงหายไปซะเ้าสวะ "
ฟริ้ง
มิราคินัสชี้คฑาวุธมาทางเซ็ท เวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์กำลังก่อตัวขึ้น และพร้อมที่สลายร่างกายและิญญาของเซ็ททุกเมื่อ
ฟลุบ
เทวฑูตผู้สง่างามค่อยๆ ลงเดินบนพื้นหิมะ เขาก้าวอย่างช้าๆมาทางเซ็ท เพื่อให้มั่นใจว่าการโจมตีของเขาจะไม่พลาด และในตอนนั้นเอง
มิติจองจำ
++ Dimensions hole cage ++
เชนที่อยู่ไม่ไกลได้ร่ายเวทย์มิติจองจำ ครั้งนี้เขาดึงโซ่เวทย์ที่ซ่อนอยู่ในหิมะ และตวัดมันพันธนาการร่างของมิราคินัส แต่เวทย์มนต์นี้ใช้กับตัวตนระดับสูงได้ไม่ดีนัก บวกกับพลังที่เหลือน้อยนิดและอาการาเ็จากเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของเชน ทำให้เวทย์จองจำของเขาไม่สมบูรณ์
" มีสวะอีกตัวคิดอะไรโง่ๆอย่างนั้นหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าจะทำอะไรจะให้ข้ายืนรออีกสักพักไหม "
มิราคินัสไม่ได้รู้สึกถึงอันตราย เขาพูดจาเยาะเย้ยเชนพร้อมหัวเราะเสียงดัง
" หัวเราะไปให้เต็มที่ เพราะมันจะเป็การหัวเราะครั้งสุดท้ายของเ้า "
ทักษะผู้รอบรู้
++ Dimensions hole cage ++
เซ็ทที่กำ Artifact ไว้ในมือเขาดึงพลังจากสิ่งนั้นและเรียนรู้เวทย์จองจำของเชนเพื่อพันธนาการมิราคินัสอีกแรง
" ข้าต้องทำยังไงต่อเชน "
เซ็ทที่ไม่คุ้นชินกับเวทย์มนต์เท่าไรนัก ได้ะโถามเชนด้วยท่าทีลนลานเล็กน้อย
" ทำตามข้าก็แล้วกัน ย้ากกก "
เชนใช้แรงที่เหลือกระชากโซ่เวทย์เข้าหาตัว เซ็ทที่เห็นดังนั้นก็ได้ทำตามโดยมีอาร์เจนตัส ที่สุดแสนทรงพลังและบลัด แลพเพิร์ดที่คาบโซ่ช่วย ผลจากการกระชากไปในทิศทางตรงกันข้าม ทำให้ร่างของมิราคินัสขาดออกเป็สองส่วน
ซูมมมม
แสงสว่างมากมายส่องออกมาจากร่างของเทศฑูตที่ขาดออกจากกัน พร้อมเสียงร้องโหยหวนอันสุดแสนทรมาน
" อ้ากกก นี่มัน ไม่น่ะ เกิดเื่แบบนี้ได้อย่างไรกันข้าเป็ถึงบัญญัติอันสูงส่ง เ้าทำอะไรกับข้าเ้าปีศาจ "
มิราคินัสเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวและเสียงอันทรมาน ก่อนที่ร่างกายท่อนบนของเขาจะกระเด็นติดมากับโซ่เวทย์ของเซ็ท
" ไม่เคยเห็นเวทย์แบบนี้ใช่ไหมล่ะ เชิญชื่นชมมันได้ตามสบายในมิติจองจำของข้า ลาก่อนเ้าสุนัขรับใช้เทพที่สุดน่ารังเกียจ เอาเลยเซ็ทผนึกมันซะ "
ตู้ม
ตู้ม
ตู้ม
" ข้าจะกลับมา อย่าหวังว่าจะรอดไปได้ตลอด รอวันสูญสลายของิญญาอันต่ำช้าของพวกเ้าได้เลย "
สิ้นเสียงของมิราคินัส เชนและเซ็ทกระชากโซ่เวทย์อีกครั้งเพื่อเป็การเปิดช่องว่างระหว่างมิติ ร่างของมิราคินัสถูกดึงเข้าไปในมิติจองจำแบบแยกชิ้นส่วน ก่อนที่ช่องว่างมิติทั้งสองจะถูกปิด และโซ่เวทย์เส้นใหญ่ถูกตัดเหลือเพียงปลายอีกด้านที่ทั้งสองกำลังถืออยู่
ฟลุบ
" จบแล้วใช่ไหม เฮ้อ "
เซ็ททรุดลงกับพื้นหิมะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า
" ใช่มันจบแล้ว อย่างน้อยก็คงขังเ้านั่นไว้ได้สักพักถึงจะเป็ตัวแทนของเทพ แต่ก็ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะหนีออกมาจากมิตินั้น "
เชนในสภาพที่อิดโรยค่อยๆเดินมาหาเซ็ทช้าๆ
ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนข้างๆ
" เ้าทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าประกาศตัวเป็ศัตรูต่อโคลทีนแล้วสินะ แล้วเื่การกลับโลกเดิมของเ้า … "
" ช่างมันเถอะ ถึงคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ คิดเื่ของเ้าก่อนดีกว่าไหนๆก็ทำขนาดนี้แล้ว เื่ของข้าเ้าไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะให้เ้ารับผิดชอบอย่างสาสมเลยแหละ หึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
ทั้งสองที่แทบไม่เหลือพลังเวทย์มองหน้ากัน พูดกันเหมือนอย่างที่เคยก่อนที่จะหัวเราะออกมาแบบไร้เหตุผล อย่างน้อยตอนนี้เซ็ทก็ยินดี และเต็มใจที่จะช่วยเชนแล้ว มิตรภาพของทั้งคู่กลับมาแน่นแฟ้นเหมือนอย่างที่เคยเป็
" ลุงมอริส ทรีเซีย อยู่ไหนกันช่วยมาลากเราไปที่กองไฟหน่อยสิ ข้าไม่มีแรงแม้กระทั่งจะกระดิกนิ้วแล้ว "
เซ็ทที่นอนหงายอยู่บนพื้นหิมะ ที่มีขาของเชนพาดอยู่บนตัว ได้ะโเรียกพรรคพวก
ถึงจะมีแต่เื่วุ่นวาย เหตุการณ์ที่ไม่ดีต่างๆ แต่มิตรภาพของทั้งสองก็ยังคงแน่นแฟ้น คู่หูที่ประกาศตัวเป็ศัตรูกับทวยเทพที่มีอำนาจในโลกนี้ยังคงต้องเดินหน้าทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ต่อไป