ภายในห้องฝึก บรรยากาศรอบๆกายเทียนฉินต่างตลบอบอวลไปด้วยพลังงานจิตวิญญาณธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ตั้งแต่เริ่มต้นที่เทียนฉินทำการซึมซับผลน้ำเต้าวิญญาณ ทะเลปราณภายในตันเถียนของเขาก็เนืองแน่นเต็มไปด้วยพลังปราณจำนวนมาก
แม้ว่าผลน้ำเต้าวิญญาณลูกนี้จะมีขนาดเล็ก แต่กลับมีพลังจิตวิญญาณธรรมชาติอยู่เต็มเปี่ยม ถึงขนาดว่าตอนนี้ผ่านไปหนึ่งก้านธูปแล้ว กลับไม่มีเค้าลางเลยว่าน้ำเต้าวิญญาณลูกนี้จะเสื่อมสลายหายไปตอนไหน
เทียนฉินตัดการรับรู้รอบด้านออกอย่างสิ้นเชิง ตั้งสมาธิท่องเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีอย่างแน่วแน่ เนื่องจากเขาสัมผัสได้ว่าระดับพลังของตนเองนั้น ใกล้จะทะลุทะลวงในช่วงเวลาอีกไม่นานแล้ว
และเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม ก็พลันเกิดเสียงกึกก้องกังวานอยู่รอบกายของเทียนฉิน ปลายเส้นผมยาวสีดำขลับโบกพริ้วไหวตามแรงระเบิดของพลังปราณที่กระจายออกมา ในขณะที่ร่างของเขานั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่นั้น ไม่รู้ว่าถูกประกายแสงเจิดจ้าพร่าตาห้อมล้อมตั้งแต่เมื่อไหร่
ติ๊ง!!
"ภารกิจที่ 16 สำเร็จแล้ว นายท่านจะรับรางวัลเลยมั้ยค่ะ?" เสียงของเสี่ยวถงดังขึ้นมาทันทีที่เทียนฉินเลื่อนระดับพลังของตนเองสำเร็จ
"อืม!"เทียนฉินกล่าวตอบออกมาเสียงเรียบ
"ระบบกำลังป้อนข้อมูลให้นายท่านค่ะ"
"เคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญ - บทที่สาม จิตควบคุม"
ติ๊ง!!
# ภารกิจที่ 17 ระดับหลุดพ้น ขั้นต้น
รางวัล [ เคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญ - บทที่สี่ แยกจิต ] #
สิ้นเสียงของเสี่ยวถง เคล็ดวิชาบทที่สามจิตควบคุม ก็ไหลเข้าสู่จิตวิญญาณของเขาโดยตรง เทียนฉินยังคงท่องเคล็ดวิชามังกรอัคคีซึมซับน้ำเต้าวิญญาณลูกนั้นต่อ แต่ก็ยังแบ่งสมาธิมาทำความเข้าใจวิชาจิตควบคุมนี้ไปพร้อมกันด้วย
เพียงไม่นานเขาก็ทำความใจวิชาจิตควบคุมได้เป็นอย่างดี วิชานี้แตกต่างจากสองวิชาที่เขาเคยได้มาก่อนหน้านั้นอยู่บ้าง อย่างการเปิดจิตหรือเบิกเนตรนั้น เพียงแค่เสี่ยวถงป้อนข้อมูลเข้าไปในจิตวิญญาณ เทียนฉินก็สามารถใช้วิชานั้นได้ทันทีโดยไม่มีอะไรติดขัด
แต่วิชาจิตควบคุมนี้กลับเป็นวิชาที่ใช้ควบคุมวัตถุหรือสิ่งของ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญ จึงจะสามารถใช้จิตวิญญาณของตนเองเป็นสื่อควบคุมวัตถุหรือสิ่งของนั้นได้
หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม เทียนฉินจึงลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าน้ำเต้าวิญญาณที่เขายัดเข้าปากลงไปนั้น ได้ย่อยสลายจนไม่เหลือพลังใดๆให้เขาซึมซับอีกแล้ว
"เสี่ยวถง! เจ้าช่วยหลอมจิตของน้ำเต้าวิญญาณเข้ากับดาบเขี้ยวพยัคฆ์เล่มนี้ที!"เทียนฉินลืมตาขึ้นพร้อมกับหยิบดาบเขี้ยวพยัคฆ์ออกมาจากแหวนมิติ
"ได้ค่ะนายท่าน!"เสี่ยวถงขานรับออกมาอย่างว่าง่าย
ทันใดนั้นเองก็พลันเกิดประกายแสงเจิดจรัสเป็นริ้วๆหมุนวนขึ้นมา ขับเน้นให้ดาบเขี้ยวพยัคฆ์แผ่กลิ่นอายแหลมคมฟุ้งกระจาย ส่วนในห้วงนิมิตของเทียนฉินกลับปรากฏเงาร่างของคนๆหนึ่ง พร่าเลือนทำให้ไม่อาจรู้ได้แน่ชัดว่าเป็นชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่
ชั่วพริบตาเท่านั้น เทียนฉินพลันรู้สึกว่าภายในจิตวิญญาณของเขาถูกรบกวน พร้อมกันนั้นก็ปรากฏเสียงลึกลับดังขึ้นมา
"จิตวิญญาณข้าถือกำเนิดมาจากฟ้าดิน อดทนอดกลั้นดูดซับพลังธรรมชาติมาอย่างเนิ่นนาน จนกระทั่งตื่นรู้จนมีสติปัญญา มิเคยข้องเกี่ยวกับโลกิยะทั้งหลายทั้งปวง เหตุใดมนุษย์อย่างพวกเจ้าถึงปรารถนาอยากครอบครองจิตวิญญาณของข้ากันด้วย!"
เสียงที่แฝงไปด้วยความตัดพ้ออึดอั้นตันใจดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณ ทำให้เทียนฉินถึงกับทำตัวไม่ถูก ว่าตนเองได้ไปทำอะไรให้กับเจ้าของเสียงนี้ขุ่นเคืองกันแน่
"หรือเป็นเพราะถูกขังมาเนิ่นนาน จึงได้เข้าใจผิดว่าข้าเป็นคนทำ?"
เทียนฉินฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเสียงที่ส่งเข้ามาในจิตวิญญาณของเขานี้ คงเป็นจิตวิญญาณของน้ำเต้าวิญญาณที่เขาได้เปิดออกมาจากตลับแปดเหลี่ยมนั้นแน่ๆ จึงพอเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้แสดงอาการหงุดหงิดเช่นนี้ คงเป็นเพราะถูกกักขังไว้มานานแล้วนี่เอง
"เจ้าเข้าใจผิดแล้ว! ข้าไม่ใช่คนที่กักขังเจ้าไว้ แต่เป็นคนที่ปลดปล่อยเจ้าออกมาต่างหาก!"เทียนฉินส่งกระแสจิตตอบกลับไปเพื่ออธิบายให้จิตวิญญาณดวงนั้นเข้าใจ
ทว่าเวลานั้นเองเสียงของเสี่ยวถงก็ดังขึ้นมาแจ้งเตือนว่าได้ทำการหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับดาบเขี้ยวพยัคฆ์เสร็จเรียบร้อบแล้ว แต่จิตวิญญาณที่ถูกหลอมรวมไปนั้นอาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักเล็กน้อย ทำให้เทียนฉินไม่สามารถสื่อสารกับดวงจิตนั้นได้อีก จึงได้แต่มุ่งความสนใจไปที่ดาบเขี้ยวพยัคฆ์เท่านั้น
และเมื่อมองดูดาบเขี้ยวพยัคฆ์ที่ถืออยู่ในมือ เทียนฉินสัมผัสได้ถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในตัวดาบนี้อย่างชัดเจน และในขณะที่จิตวิญญาณของตัวเขาส่งไปเข้าไปในตัวดาบนั้นเอง ก็พลันปรากฏการหยั่งรู้เร้นลับของเคล็ดวิชาดาบชนิดหนึ่ง ประทับลงไปในจิตวิญญาณโดยไม่รู้ตัว
"นี่เป็นวิชาลับชนิดหนึ่งที่กระตุ้นพลานุภาพของดาบเขี้ยวพยัคฆ์อย่างนั้นรึ?"
ในใจของเทียนฉินพลันรู้สึกหวั่นไหว ตั้งแต่ตอนที่ได้ดาบเขี้ยวพยัคฆ์นี้มา เขาไม่คาดคิดเลยว่าการใช้งานดาบเขี้ยวพยัคฆ์นั้น ต้องมีเคล็ดวิชาที่สอดคล้องกันด้วย ถึงจะสามารถดึงพลานุภาพของตัวดาบทั้งหมดออกมาได้ ครั้งนี้หากไม่ได้เสี่ยวถงช่วยหลอมรวมจิตวิญญาณให้ เขาคงจะไม่มีโอกาสได้รับโชควาสนาเช่นนี้แน่
เมื่อทำการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาที่เพิ่งได้มาใหม่ เทียนฉินรู้สึกว่าดาบเขี้ยวพยัคฆ์นี้แท้จริงแล้วเป็นดาบที่มีระดับสูงกว่าขั้นอมตะมาก แต่จะให้ชี้ชัดไปว่าเป็นระดับไหนนั้น ตัวเขาเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน เนื่องด้วยตัวเขาเองในตอนนี้ยังไม่มีพลังเพียงพอที่จะตรวจสอบได้
แต่เคล็ดวิชาลับที่ได้มาใหม่นั้น ตัวเขาเองกลับเข้าใจมันได้อย่างง่ายดาย ส่วนหนึ่งเป็นความโชคดีของตัวเขาเอง ที่สามารถเลื่อนระดับขึ้นมาจนกระทั่งได้เคล็ดวิชาบทที่สามอย่างวิชาจิตควบคุม ซึ่งสอดคล้องกับวิชาลับของดาบเขี้ยวพยัคฆ์ ที่เน้นในเรื่องการใช้จิตวิญญาณควบคุมดาบ จึงจะสามารถปลดปล่อยอนุภาพออกมาได้อย่างเต็มที่
และเมื่อทำความเข้าใจในเคล็ดวิชาจนมีความมั่นใจแล้ว เทียนฉินก็รีบพุ่งทะยานออกไปด้านนอก ก่อนจะใช้จิตควบคุมดาบเขี้ยวพยัคฆ์เข้าฟาดฟันใส่โขดหินก้อนหนึ่ง เพื่อทดสอบพลังของมันอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
ดาบเขี้ยวพยัคฆ์เปล่งแสงประกายสีเขียวก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกโขดหินนั้นจนระเบิดกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา และเมื่อเดินเข้ามาดูใกล้ๆก็พบว่าพื้นดินตรงที่เคยมีโขดหินตั้งอยู่นั้น เกิดหลุมลึกจนตัวคนหลายคนสามารถกระโดดลงเข้าไปได้ ก็ทำให้เทียนฉินเผยรอยยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ
"แค่พลังของตัวดาบเขี้ยวพยัคฆ์เพียงอย่างเดียว ก็สามารถสร้างความเสียหายได้มากถึงขนาดนี้เชียวหรือ!"
เทียนฉินยืนมองดูผลงานตรงหน้าอย่างตื่นเต้น การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้สิ้นเปลืองพลังมากเท่าไหร่ และด้วยพลังระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดของเขา หากใช้ดาบเขี้ยวพยัคฆ์นี้ร่วมกับกระบวนท่าที่เขามีอยู่ ภายในโลกใบนี้จะมีสักกี่คนกันที่เขาไม่สามารถต่อสู้ได้อีก
"คงใกล้ถึงเวลาที่ข้าจะได้ออกเดินทางอีกแล้ว!"
เทียนฉินเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าด้วยแววตามุ่งมั่น ตอนนี้เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นิกายนี้อีกแล้ว หากต้องการยกระดับพลังของตนเองอีก มีแต่จะต้องออกไปแสวงหาโชควาสนาด้านนอกเท่านั้น และที่สำคัญเขายังต้องการชิ้นส่วนตราประทับของจักรพรรดิฮ
งกวง เพื่อจะได้เข้าไปรับมรดกที่จักรพรรดิฮงกวงได้ทิ้งไว้อีก
จบตอนที่ 166