หนึ่งปีผ่านไป...
ฤดูหนาวเวียนกลับมาอีกครั้งแต่บ้านสวนตระกูลวรโชติเมธีในวันนี้ไม่ได้มีแต่ความเงียบเหงาเหมือนปีก่อนๆอีกต่อไปกลิ่นหอมของกาแฟคั่วสดและขนมไทยอบควันเทียนลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ คาเฟ่เรือนกระจกเล็กๆที่ตั้งอยู่หน้าบ้านสวนกลายเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเชียงใหม่
"พรีมครับ...กาแฟดริปของโต๊ะสามเสร็จแล้วนะครับ"
เสียงทุ้มอันอบอุ่นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอคิน ที่เดินถือถาดเสิร์ฟออกมาจากหลังเคาน์เตอร์วันนี้อดีตประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้สวมชุดสูทหรูหราราคาแพงทว่าอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสบายๆ และสวมผ้ากันเปื้อนสีเข้มใบหน้าหล่อเหลาที่เคยบึ้งตึงดุดัน บัดนี้กลับมีรอยยิ้มละมุนและแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสงบ
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาอคินได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการสละเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุดที่กรุงเทพฯให้คนรุ่นใหม่และมืออาชีพมาดูแล โดยมี รินรดา และ นนทพัทธ์ คอยช่วยเป็นหูเป็นตาส่วนตัวเขาเลือกที่จะย้ายมาซื้อที่ดินผืนเล็ก ๆ ข้างบ้านสวนของพริมา สร้างบ้านพักและตื่นเช้ามาช่วยงานเธอทุกวันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จากพญามารผู้เย่อหยิ่งกลายมาเป็นพ่อบ้านและผู้ช่วยประจำคาเฟ่ที่ยอมทำตามคำสั่งของหญิงสาวอันเป็นที่รักทุกอย่าง
พริมาหันมารับถาดกาแฟพลางส่งยิ้มหวานให้เขาแววตากลมโตคู่สวยไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความเจ็บปวดในอดีตเหลืออยู่อีกเลยมีเพียงความรักและความอบอุ่นที่เอ่อล้น
"ขอบคุณค่ะพี่อคิน...อ้อ แล้วอย่าลืมไปดูคุณพ่อด้วยนะคะเห็นบอกว่าวันนี้จะลองเดินไปที่ศาลาริมน้ำเองโดยไม่ใช้ไม้เท้า"พริมาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"รับทราบครับผม"อคินขยิบตาให้เธออย่างทะเล้น ก่อนจะรีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่หลังบ้าน
ที่ศาลาริมน้ำธวัชชัย ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสบาย ๆ กำลังพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้โดยมีอคินรีบเข้าไปประคองที่แขนอย่างระมัดระวังชายชราก้าวเดินได้อย่างมั่นคงขึ้นมากขาซ้ายที่เคยไร้ความรู้สึกบัดนี้กลับมาใช้งานได้เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยปาฏิหาริย์แห่งความใส่ใจและกายภาพบำบัดที่อคินเฟ้นหาหมอที่ดีที่สุดมารักษา
"เก่งมากครับคุณพ่ออีกนิดเดียวจะถึงศาลาแล้วครับ" อคินเอ่ยให้กำลังใจอย่างนอบน้อม คำว่า 'คุณพ่อ' ที่เขาใช้เรียกธวัชชัยบัดนี้หลุดออกมาจากปากด้วยความเคารพรักจากก้นบึ้งของหัวใจจริง ๆ
"เพราะได้แกคอยช่วยพยุงนั่นแหละอคิน..."ธวัชชัยนั่งลงที่ม้านั่งพลางตบไหล่หนาของชายหนุ่มเบา ๆ"อาเห็นความตั้งใจของแกตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาแล้วนะ... แกดูแลพรีมและอาดีมากดีจนอาคิดว่า... มันถึงเวลาที่แกควรจะได้รางวัลที่สมควรได้เสียที"
อคินยิ้มรับด้วยความซาบซึ้งใจ
ตกเย็นหลังจากคาเฟ่ปิดทำการแสงตะวันรอนสีส้มทองทาทาบไปทั่วแนวขุนเขาอากาศเริ่มเย็นลงจนต้องกระชับเสื้อกันหนาว อคินเดินนำพริมามาที่สะพานไม้เล็ก ๆ ที่ใช้ข้ามลำธารหลังบ้านซึ่งเป็นจุดที่เขาร่วมมือกับชาวบ้านสร้างขึ้นมาใหม่
"พรีม...จำได้ไหมว่าตอนเด็ก ๆ เราเคยมานั่งเล่นกันที่แม่น้ำสายนี้"อคินเอ่ยทำลายความเงียบ พลางหันมาสบตาหญิงสาว แววตาของเขามั่นคงและลึกซึ้ง
"จำได้ค่ะ...ตอนนั้นพี่อคินยังใจดี ไม่เห็นใจร้ายเหมือนตอนโตเลย"พริมาแกล้งแซะกระเซ้าเย้าแหย่
อคินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปกุมมือบางของเธอไว้แน่นความอบอุ่นจากฝ่ามือแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจของคนทั้งคู่ชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างหนึ่งอีกครั้งทว่าครั้งนี้ไม่ใช่การคุกเข่าด้วยความสิ้นหวังเหมือนปีก่อน...แต่เป็นการคุกเข่าที่เต็มไปด้วยความรักและความหวังสูงสุดในชีวิต
ชายหนุ่มล้วงหยิบกล่องแหวนเพชรน้ำงามดีไซน์เรียบหรูออกมาเปิดตรงหน้าเธอ
"พรีม...ที่ผ่านมาพี่เคยทำผิดพลาดมามากมาย เคยทำร้ายพรีมให้ต้องร้องไห้แต่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา พรีมทำให้พี่ได้รู้ว่า ชีวิตที่ไม่มีพรีมอยู่ด้วยมันไม่มีความหมายเลย...ตอนนี้ความขัดแย้งของเราหายไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะใช้ทุกวินาทีที่เหลืออยู่เพื่อรัก ปกป้องและทำให้พรีมมีความสุขที่สุดนะครับ"
น้ำตาแห่งความตื้นตันล้นเอ่อที่ขอบตาของพริมาหญิงสาวมองแหวนสลับกับใบหน้าของชายที่เธอเคยรัก เคยเกลียดและกลับมารักเขาหมดหัวใจอีกครั้ง
"พรีม...แต่งงานกับพี่นะ ให้พี่ได้เป็นคนดูแลพรีมและคุณพ่อไปตลอดชีวิตนะครับ"เสียงทุ้มสั่นเครือด้วยความหวัง
พริมาพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มงดงามประดับบนใบหน้า "ค่ะ... พรีมตกลงต่อจากนี้ห้ามใจร้ายกับพรีมอีกนะคะพี่อคิน"
อคินยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่เอ่อล้นเต็มหัวใจเขาลุกขึ้นสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะรวบตัวร่างบางเข้ามาตระกองกอดไว้แน่นด้วยความรักทั้งหมดที่มีพริมาซบหน้าลงกับอกแกร่งอันอบอุ่น สูดกลิ่นอายความรักที่แท้จริงที่เธอรอคอยมานานแสนนาน
แสงตะวันลับขอบฟ้าไปพร้อมกับความมืดมิดในอดีตที่ถูกลบเลือนจนสิ้นเหลือทิ้งไว้เพียงแสงสว่างแห่งความรัก ความเข้าใจและการให้อภัยที่ผลิบานอย่างยั่งยืน ท่ามกลางอ้อมกอดของพญามารที่บัดนี้สยบยอมแด่หญิงสาวผู้เป็นดวงใจ...ตลอดไป
(จบบริบูรณ์)