หลังจากผ่านการฝึกแบบ "ปิดตาเดินดงอสูร" มาได้หลายวัน ทั้ง เย่ฟาน และ หลิวรั่วเฉิน ต่างก็เริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวและมหัศจรรย์ของวิชา เนตรส่องสถิต (ฮาคิสังเกต) อย่างลึกซึ้ง
ในตอนแรก หลิวรั่วเฉินยังคงมีความเคลือบแคลงใจ เพราะนางถูกสอนมาตลอดว่า "การใช้ปราณัั" คือวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจจับศัตรู ทว่าเมื่อนางเริ่มใช้เนตรส่องสถิตจนชำนาญ นางกลับพบความจริงที่น่าใ
"พี่หลี่... นี่มันเหนือกว่าการใช้ปราณััจริงๆ ด้วยเ้าค่ะ" หลิวรั่วเฉินอุทานขณะที่ดวงตายังคงปิดสนิท แต่นางสามารถชี้บอกตำแหน่งของนกที่บินอยู่เหนือยอดไม้ได้อย่างแม่นยำ "การใช้ปราณััมักจะถูกหลอกได้ง่ายด้วยวิชาพรางกาย หรือถ้าศัตรูซ่อนปราณได้แเีเราก็จะมองไม่เห็น... แต่เนตรส่องสถิต มันจับไปที่ 'เจตจำนง' และ 'อารมณ์' ของสิ่งมีชีวิต ข้าััได้แม้กระทั่งความหิวโหยของกระต่ายป่าที่หลบอยู่ในโพรงดิน!"
เย่ฟานพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง เขากำลังฝึกกวัดแกว่งคาตานะนิรันดร์มืดเข้าใส่กิ่งไม้ที่ร่วงหล่น "นอกจากนั้นอาจารย์... ในขณะที่ข้าขยับดาบ ข้าสามารถ 'คาดเดา' การเคลื่อนไหวถัดไปของคู่ต่อสู้ได้ล่วงหน้าชั่วพริบตา แม้จะยังไม่เห็นภาพชัดเจนแบบที่อาจารย์ทำได้ แต่มันทำให้ข้าหลบหลีกและโจมตีสวนกลับได้แม่นยำขึ้นมหาศาล!"
ทั้งคู่ต่างใในพัฒนาการของตนเอง วิชาที่หลี่ิมอบให้ผ่านปลายนิ้วเพียงครั้งเดียว กลับทรงพลังยิ่งกว่าวิชาลับที่สืบทอดกันมานับร้อยปีของสำนักใหญ่เสียอีก
เมื่อหลี่ิเห็นว่าทั้งสองคนเริ่มใช้ "เนตรส่องสถิต" ได้คล่องแคล่วแล้ว เขาก็หาวหวอดใหญ่พลางลุกขึ้นจากเปลสนามที่เสกออกมาจากระบบ "เอาล่ะ ในเมื่อตาของพวกเ้าเริ่มสว่างแล้ว ต่อไปก็มาฝึกเื่ 'หมัด' และ 'การป้องกัน' กันบ้าง"
หลี่ิเปิดระบบลงชื่อแล้วสุ่มรับไอเทมฝึกฝน ทันใดนั้น แผ่นเหล็กหนาสีดำทมิฬขนาดมหึมาสองแผ่นก็หล่นลงมาจากท้องฟ้ากระแทกพื้นดัง โครม! ฝุ่นตลบอบอวล
"นี่คือแผ่นเหล็กทมิฬมหาอุด มันแข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วไปนับร้อยเท่า กระบี่ธรรมดาฟันไม่เข้า ปราณขั้นที่ 4 ก็ยากจะสร้างรอยขีดข่วน" หลี่ิเดินไปเคาะแผ่นเหล็กเสียงดัง ปึ้ง ๆ "บทเรียนต่อไปคือ 'เกราะจิตตานุภาพ' (ฮาคิเกราะ) "
"ฟังให้ดี... พลังนี้ไม่ใช่การโคจรปราณไปไว้ที่ิั แต่มันคือการกลั่นเอา 'จิตตานุภาพ' หรือความมุ่งมั่นของเ้าออกมาสร้างเป็ชุดเกราะล่องหน ยิ่งใจเ้าแข็งแกร่ง เกราะนี้จะยิ่งทรงพลัง จนถึงขั้นที่สามารถจับต้องสิ่งที่เป็นามธรรมหรือทำลายการป้องกันทุกชนิดได้"
หลี่ิยื่นมือออกมา ปลายนิ้วของเขากลายเป็สีดำสนิทแวววาวประดุจโลหะขัดเงา เขาเพียงแค่ "ดีด" นิ้วใส่แผ่นเหล็กหนาเบา ๆ
เปรี้ยง!
แผ่นเหล็กที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุด กลับบุบยุบลงไปเป็รอยนิ้วมือลึกอย่างน่าใจหาย โดยที่หลี่ิไม่ได้ใช้พลังปราณแม้แต่นิดเดียว
"พวกเ้าต้องฝึกต่อยและฟันแผ่นเหล็กนี่จนกว่ามันจะบุบด้วยเกราะจิตตานุภาพของตัวเอง ห้ามใช้ปราณช่วยเด็ดขาด หากข้าเห็นแสงสีของปราณโผล่ออกมาแม้แต่นิดเดียว... ข้าจะให้พวกเ้าวิ่งรอบหุบเขาพร้อมแบกแผ่นเหล็กนี่ไปด้วย!"
วันเวลาผ่านไปกลางป่าลึก เสียง เคร้ง! ตู้ม! ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
เย่ฟานใช้กำปั้นเปล่า ๆ ชกเข้าใส่แผ่นเหล็กจนมือแตกเือาบ ทว่าเขาไม่หยุด "ความมุ่งมั่น... จิติญญาของข้า... ต้องแข็งแกร่งกว่าเหล็กนี่!" เขาะโกึกก้อง ในที่สุด ในวันที่ห้าของการฝึก หมัดของเย่ฟานก็เริ่มมีควันจาง ๆ พุ่งออกมา และวินาทีที่หมัดกระแทกเหล็ก ิัของเขาพลันเปลี่ยนเป็สีดำสนิทชั่วครู่
ตู้ม! แผ่นเหล็กสั่นะเืและเริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กน้อย
ทางด้านหลิวรั่วเฉิน นางใช้กระบี่คู่ใจฝึกฝน การจะเคลือบฮาคิลงบนอาวุธนั้นยากกว่าบนร่างกายหลายเท่า แต่นางไม่ยอมแพ้ "ถ้าเย่ฟานทำได้ ข้าที่เป็ศิษย์พี่หญิง (ชั่วคราว) ก็ต้องทำได้!" นางหลับตา รวบรวมจิตทั้งหมดไปที่คมกระบี่ จนกระทั่งคมกระบี่สีเงินเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีดำขลับดุจเขม่าถ่าน
เมื่อทั้งคู่เริ่มชำนาญ หลี่ิก็สั่งให้เดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่พรมแดนเมืองหลวงแคว้นจ้าว
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางหุบเขาที่เขียวชอุ่ม แ่เบาเนตรส่องสถิตของเย่ฟานและหลิวรั่วเฉินก็จับสัญญาณความวุ่นวายได้พร้อมกัน
"อาจารย์! มีคนกำลังถูกโจมตีอยู่ข้างหน้าครับ!" เย่ฟานกล่าวพลางชักดาบนิรันดร์มืดออกมา
"กลิ่นอายปราณแบบนี้... คนของสำนักหอคอยวารีเร้นลับนี่นา!" หลิวรั่วเฉินอุทาน
หลี่ิไม่ได้ห้าม เขาเพียงพยักหน้าเบา ๆ
ทั้งสามพุ่งตัวไปถึงจุดเกิดเหตุ ภาพที่เห็นคือกลุ่มสตรีนับสิบคนในชุดศิษย์สีฟ้าอ่อนพริ้วไหว ลวดลายคลื่นวารีอันเป็สัญลักษณ์ของสำนัก หอคอยวารีเร้นลับ กำลังถูกล้อมด้วยฝูง "สุนัขป่าโลกันตร์เกล็ดนิล" นับร้อยตัว
ศิษย์หญิงเ่าั้มีสภาพอิดโรย บางคนได้รับาเ็ วงล้อมกระบี่วารีของพวกนางเริ่มจะต้านทานคมเขี้ยวของสัตว์อสูรไม่ไหว โดยมีศิษย์หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่ม พยายามเร่งพลังปราณสีฟ้าครามออกมาปกป้องศิษย์น้องอย่างสุดกำลัง ทว่าฝูงอสูรกลับมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีบางอย่างบงการอยู่เื้ั
เย่ฟานมองไปยังกลุ่มศิษย์หญิงเ่าั้ แววตาของเขาสั่นะเืเล็กน้อย เพราะหนึ่งในนั้นอาจจะมีข้อมูลของ "ชิงเสวี่ย" คู่หมั้นที่เขาไม่ได้เจอหน้ามานาน
"อาจารย์... ข้าขออนุญาตลงมือ!"
เย่ฟานไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกไปด้วย ก้าวย่างอัสนี พร้อมกับดาบในมือที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีดำขลับด้วย เกราะจิตตานุภาพ เตรียมเปิดฉากสังหารฝูงอสูรเพื่อช่วยเหลือเหล่าศิษย์หญิงในทันที!