Chapter 5
เช้าวันถัดมาหลังเลิกงานหยางหลงก็รีบไปรอรับทีที่โรงพยาบาลทันที
‘ถึงแล้ว เฮียรอที่ลานจอดรถ’ เมื่อส่งข้อความไปบอกทีเสร็จ หยางหลงก็แอบพักสายตา เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเพราะเอาแต่คิดถึงรอยยิ้มของเด็กชายในภาพฝัน ความบังเอิญที่ทีจะชื่อเดียวกับนายน้อยตระกูลลูคไม่ใช่เป็ไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็เื่จริง หยางหลงคงรู้สึกผิดมากที่จำไม่ได้
ไม่นานหลังจากส่งข้อความไป ทีก็เดินมาถึงรถ
“นายครับคุณทีมาแล้วครับ” ทันทีที่ได้ยิน หยางหลงรีบเปิดประตูให้ทันที
“สวัสดีครับ” ทีหันมายิ้มทักทาย
“เป็ไงบ้าง เหนื่อยหรือเปล่า” หยางหลงขยับมือเข้าไปช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนของว่าที่คุณหมอออกก่อนจะเร่งแอร์ให้
“วันนี้ไม่เท่าไหร่ครับ คนไม่ค่อยเยอะ ว่าแต่เฮียทำงานดึกหรอครับ” ทีมองเห็นความเหนื่อยล้าจากใบหน้าของคนข้างตัว
“นิดหน่อยน่ะ ออกรถ” หยางหลงตอบก่อนจะรีบกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว
“วันนี้เฮียพาไปดินเนอร์ที่โรงแรมธานีนะ”
“ได้หมดเลยครับ” ทียิ้มให้ก่อนจะขยับตัวเอนหัวไปพิงร่างสูง
“ขี้อ้อนจังเลยนะเรา” หยางหลงลูบหัว
“ทีอ้อนเฮียไม่ได้หรอ”
“เปล่า เราทำให้เฮียนึกถึงเด็กบางคน” ใช่ คิดถึงเด็กน้อยคนนั้นที่เอาแต่ร้องไห้งอแง ไม่รู้โตมาจะขี้แยเหมือนเดิมมั้ย ถ้าโตมาเหมือนคนตรงหน้าคงจะดีไม่น้อย
“ใครคนนั้นคงสำคัญกับเฮียมาก” ทีเผลอเอ่ยอย่างตัดพ้อเมื่อเห็นสายตาอบอุ่นที่กำลังคิดถึงใครอีกคน
“ไม่หรอก เฮียไม่ได้เจอเค้านานมาก ๆ แล้ว” หยางหลงก้มลงจูบคนที่กำลังน้อยใจ
“ตอนนี้เฮียมีเราคนเดียว” ทีแอบใจเต้นกับประโยคบอกเล่านั้น
“ทียังไม่ได้ว่าอะไรเลย” หยางหลงมองคนที่ปากบอกว่าไม่แต่หูที่ขึ้นสีกลับบอกชัดเจน
“เอ่อ นายครับ คนที่โกดังติดต่อเข้ามาว่าของมีปัญหาครับ” ไป๋เค่อบอกเสียงเบา
“ว่าไงนะ เกิดอะไรขึ้น” หยางหลงถามกลับ ทีรู้สึกถึงความตึงเครียดจึงค่อย ๆ ขยับกลับมานั่งดี ๆ
“ะุปืนที่ต้องส่งให้กับกองทัพส่วนหนึ่งเสียหายครับ”
“เกิดขึ้นได้ยังไง ตอนนี้ใครอยู่ตรงนั้น ต่อสายมา” กล้ามเนื้อบนร่างกายของหยางหลงเกร็ง เพราะะุล็อตนี้ กองทัพสั่งในนามรัฐบาลถ้ามีปัญหา สิ่งที่ตามจะไม่ใช่แค่ความเสียหายมูลค่าหลายล้านแต่กระทบถึงสัญญาและความร่วมมือบางอย่างก็จะขาดไปด้วย
ไป๋เค่อรีบต่อสายหาก่อนจะส่งโทรศัพท์มาให้
“อาจิวอยู่ตรงนั้นครับนาย”
‘นายครับ ของล็อตนี้มีปัญหาครับกำลังตามอยู่ว่าเกิดจากการขนส่งหรือใครเล่นตุกติก’ ทันทีที่รับสายอาจิวก็รายงานทันทีไม่รอให้ถาม
“ใหญ่แค่ไหน”
‘ใหญ่อยู่ครับนาย ผมอยากให้นายมาดูเอง’
กรอด หยางหลงกำมือแน่นจนได้ยินเสียง จนทีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต้องเอื้อมมือมาคว้าแล้วค่อย ๆ ลูบ
“เตรียมรายงานให้ดี” หยางหลงบอกก่อนจะกดตัดสาย
“ขอโทษนะ วันนี้คงไปกินข้าวด้วยกันไม่ได้แล้ว แต่เดี๋ยวเฮียไปส่งที่ห้องอาหารก่อน ยังไงก็จองไว้แล้วเฮียไม่อยากให้เราพลาด ไป๋เค่อไปส่งทีที่โรงแรมธานีก่อน” ทีมองคนตรงหน้าแม้ว่างานจะเร่งด่วนแต่ก็ยังเลือกที่จะฝ่ารถติดไปส่งที่โรงแรมให้ได้
“จริง ๆ ให้ทีลงตรงนี้แล้วเฮียรีบไปดีกว่ามั้ยครับ”
“เฮียจะไปส่ง ให้เฮียทิ้งคนไว้รับเราไปส่งที่หอมั้ย”
“ไม่เป็ไรครับ ถ้าทีขอชวนเพื่อมากินข้าวเป็เพื่อนทีได้มั้ย” หยางหลงพยักหน้าให้ก่อนที่ทีจะหยิบมือถือขึ้นมากด
ส่วนหยางหลงก็เปิดไอแพดดูข้อมูลสินค้าของล็อตที่มีปัญหา
“เฮียไปเคลียปัญหาก่อน จะรีบกลับมา กินข้าวเสร็จกลับถึงหอแล้วส่งข้อความมาบอกเฮียด้วย”
“ขอให้เคลียปัญหาเสร็จเร็ว ๆ นะครับ ทีจะรอ”
“จะรีบมา” ทียืนรอส่งจนรถจนออกจากสายตาไป
“เกิดอะไรขึ้น” เตกับหนึ่งที่เพิ่งถึงถามทันที
“เห็นว่ามีงานด่วนน่ะ” ทีเดินนำเข้าไปในโรงแรม ไม่สนใจพนักงานต้อนรับที่เข้ามาต้อนรับ แล้วเดินไปยังลิฟต์ที่มีไว้สำหรับผู้บริหารเท่านั้นก่อนจะกดขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้า ที่หยางหลงจองโต๊ะไว้
“สวัสดีครับ คุณที เอ่อ วันนี้มีคนจองเหมาดาดฟ้าไว้ครับ” ผู้จัดการร้านอาหารรีบเดินเข้ามาบอกทันทีที่เห็นว่าใครเดินเข้ามา
“จองไว้ หยางหลง” ทีบอกก่อนจะเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่ถูกจัดไว้เพียงโต๊ะเดียวตรงกลาง
“เพิ่มเก้าอี้อีกตัว แล้วเสิร์ฟอาหารได้เลยครับ” หนึ่งบอกผู้จัดการก่อนจะเดินไปนั่งพร้อมกับเต
“ไหวมั้ย” เตถาม
“แค่คิดถึงตอนสมัยเด็ก ๆ น่ะ” ใช่ กลัว กลัวว่าคำสัญญาที่หยางหลงให้ไว้ กลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีก เพราะครั้งสุดท้ายที่บอกจะมาก็ไม่มา
เตกับหนึ่งที่เพิ่งได้รู้เื่ราวในอดีตของทีจากพี่ลัทก็ได้แต่นิ่งและคอยอยู่เป็เพื่อน
“ขอไวน์มาหน่อย” เตหันไปบอกพนักงานที่รออยู่ใกล้ ๆ
“เผื่อว่าจะดีขึ้น” ทียิ้มให้กับความรู้ใจของเตที่เป็ทั้งมือขวา เป็ผู้ช่วย เป็เพื่อนสนิท
“ขอบใจ เดี๋ยวก็ดีขึ้น วันนี้กลับบ้านนะพรุ่งนี้เข้าบ่าย” ทีบอกก่อนจะรับแก้วไวน์จากพนักงานเสิร์ฟ
ผ่านไป 3 วัน ที่หยางหลงไม่ได้ติดต่อทีกลับมาเลยแม้ทีจะส่งข้อความไปหาทุกวันก็ตามในแชทขึ้นเพียงว่าอีกคนได้รับรู้แล้ว
“ที หยุดสักวันมั้ยลูก” ไอถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารแล้วพบว่าทีกำลังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ลูกชายคนโตของบ้านที่ปกติร่าเริงและยิ้มง่ายกลับกลายเป็เงียบและดูเศร้าตลอดเวลา
“ป๋าจัดการให้เอามั้ย” ทรอสกับเทมส์ที่เดินตามไอเข้ามารีบถาม
“ไม่เป็ไรครับป๋า” เทมส์กับทรอสมองหน้ากันก่อนจะหันไปหาไอ ไอส่ายหัวไม่ให้เข้าไปยุ่งกับเื่ของลูก
“ทีขอโทษนะครับ เลยพลอยทำให้มัม แด๊ดกับป๋าต้องเป็ห่วง” ทีแค่ยังไม่รู้ว่าจะจัดการอารมณ์ที่เหมือนโดนทิ้งนี้ไม่ได้ ไม่เคยได้เลยไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนนี้
เทมส์ไม่ว่าอะไรแต่เดินเข้ามารั้งทีเข้าไปกอด
“แด๊ดอยู่ตรงนี้ถ้าไม่ไหวแค่กลับมา” ทีตอบผู้เป็พ่อแน่น
“ครับแด๊ด”
“ได้เื่ว่ายังไง” หยางหลงถามลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามา เข้าสู่วันที่ 3 แล้ว ั้แ่เกิดเื่ หยางหลงยังไม่มีโอกาสได้ส่งข้อความตอบกลับทีเลย แม้แต่เวลานอนก็ไม่มี
“ทางโรงงานส่งภาพจากกล้องวงจรปิดมาแล้วครับ พบคนน่าสงสัยสามคนตอนนี้คุมตัวได้แล้วสอง อีกหนึ่งคนกำลังตามตัวครับ” หยางหลงรับไอแพดจากมือไป๋เค่อมาแล้วกดเล่น
“บัดซบ” เ้าตัวสบถทันทีที่เห็นว่ามีแค่สามคนนี้เท่านั้นที่เข้าไปในโกดังเก็บของที่เตรียมส่งมาประเทศไทย และหนึ่งในนั้นเข้าไปพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ที่น่าจะใส่สารเคมีที่เป็กรดไว้ เพราะะุปืนล็อตนี้ถูกอะไรบางอย่างกัดกร่อนจนไม่สามารถใช้งานได้
“ส่งคนไปสอบคนงานที่คุมตัวไว้ แล้วเพิ่มกำลังติดตามอีกคนที่เหลือ ต้องได้ตัวภายในวันนี้ แล้วมีใครที่เคลื่อนไหวบ้าง” หยางหลงสั่งงานเสร็จก็หันไปถามไป๋เค่อ
“ตอนนี้ยังเงียบอยู่ครับนาย ไม่มีกลุ่มไหนแก๊งไหนออกมาแสดงตัวเลย” ไป๋เค่อรายงาน
“อืม ต่อสายหาป๊า” ไป๋เค่อรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหานายใหญ่ทันที
“ป๊า ทางนั้นเป็ไงบ้าง”
‘จับหนอนได้สี่ตัว ยังเค้นไม่ได้ว่ามาจากไหน แต่ไม่นานหรอก แล้วโรงงานว่าไง’
“เจอคนน่าสงสัยแล้วกำลังตามอยู่ ส่วนสินค้าล็อตนี้เคลียแล้ว ขอยืมจากรอคโคมาได้”
‘อืม เสร็จเื่แล้วอย่าลืมเข้าไปขอบคุณด้วย’
“อืม ม๊าอยู่แถวนั้นหรือเปล่า”
‘อยู่’ หยางเทียนรับก่อนที่ปลายสายจะเงียบไปแปบนึงแล้วเสียงของดาหลาจึงดังขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่าลูก”
‘ม๊าจำลูกชายคนเล็กของรอคโคได้มั้ยครับ”
‘จำได้สิ ตอนเด็กๆ เราติดน้องซะขนาดนั้น ป๊ากับม๊ายังคุยกันอยู่เลยว่าถ้าต้องไปขอลูกชายเค้าจะต้องเอาอะไรเป็สินสอด’ น้ำเสียงนุ่มหวานค่อย ๆ เล่า
‘ว่าแต่ทำไมอยู่ ๆ ถึงถามหาน้องล่ะ ไปเจอน้องมาเหรอลูก’
“เปล่าครับ แค่เจอคนชื่อเหมือนน้องเลยคิดถึงขึ้นมาน่ะครับ” หยางหลงตอบผู้เป็แม่ก่อนจะเปิดภาพถ่ายคู่กันของตัวเองกับลูกชายคนโตของรอคโคแฟมิลี่เมื่อสมัยเด็กขึ้นมา ภาพนี้หยางหลงให้แม่สแกนจากบ้านที่เมืองจีนมาให้
“เดี๋ยวต้องเข้าไปรอคโคอยู่แล้วลูกไปหาน้องสิ แม่ว่าน้องคงดีใจที่ได้เจอเรานะ”
หยางหลงคุยกับแม่อีกไม่กี่ประโยคก็วางสายไป ไป๋เค่อที่ยืนรออยู่แล้วจึงรายงานขึ้น
“เอกสารที่นายให้ไปสืบของคุณทีทายาทของลูคหรือรอคโคครับ สายของเราได้ข้อมูลมาเพียงว่าเป็ลูกชายบุญธรรมที่นายท่านของรอคโครับเลี้ยงั้แ่ตอนอายุ 5 ขวบ ภาพถ่ายล่าสุดที่มีคือตอน 7 ขวบครับ หลังจากนั้นตัวตนทั้งหมดของทั้งคุณที และ คุณทามทายาทตัวจริงถูกปิดเป็ความลับครับ”
หยางหลงอ่านรายงานที่มีเพียงไม่กี่แผ่น นอกจากภาพถ่ายของทีกับทามที่ถ่ายคู่กันหน้าโรงแรมธานีก็ไม่มีข้อมูลปัจจุบันใด ๆ ที่จะคลายความสงสัยได้เลย
ครืดด ครืดด
เสียงข้อความดังขึ้นเมื่อหยางหลงเห็นว่าใครเป็คนส่งมาก็โทรกลับทันที
‘เฮียสะดวกคุยเหรอครับ’ เสียงนุ่มจากปลายสายรอดมาคลายความเส้นเืที่กำลังขดเกร็งกับข้อมูลได้เป็อย่างดี
“อืม พอคุยได้แล้ว เฮียขอโทษนะที่ไม่ได้ตอบข้อความเราเลย”
‘ไม่เป็ไรครับ ทีเข้าใจ’
“มะรืนเฮียต้องเข้าไปที่ตระกูลรอคโค” หยางหลงพูดหยั่งเชิง
‘ที่ไหนหรอครับอยู่ที่ไทยหรือเปล่า’ คำตอบของทีทำให้หยางหลงแอบเสียใจนิด ๆ ที่ทีไม่ใช่คนที่คิด
“อยู่ในพื้นที่ของธานีครับ เฮียน่าจะแวะไปหาเราที่โรงพยาบาลก่อนสักสองชั่วโมง เราว่างหรือเปล่า”
‘อ่า วันนั้นทีหยุดครับ เฮียมาหาทีที่หอนะครับ’
“ได้ เฮียต้องไปทำงานแล้วนะครับ ฝันดีนะ”
‘อ่า อย่าลืมพักผ่อนนะครับ ฝันดี’
หยางหลงกดวางสายก่อนจะมองหน้าไป๋เค่อ เข้าใจในสายตาที่มองมาอย่างกังวลใจ