เย่เฉินเดินมาออกจากห้องแล้วมองไปรอบๆ เขาก็พบว่าที่แห่งนี้เป็สวนเล็กๆ มีเนื้อที่เพียงยี่สิบจ้าง1 และในสวนแห่งนี้มีต้นผลไม้ิญญาอยู่หนึ่งต้น
นอกจากเด็กน้อยนามว่าหู่หวาผู้นั้นแล้วในสวนแห่งนี้ยังมีชายชราอาศัยอยู่อีกคน
ทั้งสามคนนั่งล้อมอยู่หน้าโต๊ะหินขนาดไม่ใหญ่มากด้านข้างมีนกอินทรีตัวใหญ่ตัวหนึ่งนั่งอยู่ พร้อมกับจ้องมองอาหารบนโต๊ะตาเป็มันในโลกของผู้ฝึกตนนั้นนกชนิดนี้ถูกเรียกขานว่า สัตว์ิญญาพวกมันมักถูกใช้เป็พาหนะเดินทางของเหล่าผู้ฝึกตน
หลังจากสนทนากันเย่เฉินจึงได้รู้ว่าชายชราที่ช่วยเหลือเขาเมื่อคืนนั้นมีนามว่าจางเฟิงเหนียน เพราะกระทำความผิดจึงถูกทำลายวรยุทธ์ ลดตำแหน่งในสำนักด้วยเหตุนี้จึงมาพำนักอยู่ตรงตีนเขาิญญาใกล้ๆ กับสำนักเหิงเยว่
“มานี่มาเ้านกน้อย ชิ้นนี้ของเ้า”หู่หวาโยนเนื้อตากแห้งในชามชิ้นหนึ่งให้เ้านกั์ ซ้ำยังไม่ลืมยื่นมือเล็กๆ ไปลูบหัวเ้านกั์ปฏิบัติต่อเ้านกั์ด้วยท่าทางเสมือนญาติ
ทางด้านจางเฟิงเหนียนยิ้มอย่างอ่อนโยนมองไปทางเย่เฉิน “เ้าหนุ่ม เ้าเองก็เป็ผู้ฝึกตนกระมัง!”
ขณะที่เย่เฉินกำลังยัดอาหารเขาปากอยู่นั่นเมื่อได้ยินคำพูดของจางเฟิงเหนียน เขาก็รีบวางชามกับตะเกียบลง ยิ้มพยักหน้ารับ
“เ้าเป็คนของสำนักใด”
“ผู้าุโ ข้าไร้สำนักไร้สังกัด แค่ฝึกไปเรื่อย”
“เช่นนั้นก็น่าเสียดายนัก” จางเฟิงเหนียนถอนหายใจเบาๆ“คนหนุ่มมีความสามารถก็ควรหาสำนักบ่มเพาะถึงจะถูกอย่างไรในสำนักก็มีอาวุธฝึกฝนที่เ้าจำเป็ต้องใช้ไม่เช่นนั้นเ้าอายุเท่านี้แล้วจะเพิ่งฝึกถึงแค่ชั้นที่หนึ่งของขั้นรวมพลังหรือ”
“ผู้าุโกล่าวได้ถูกต้องแล้ว” เย่เฉินยิ้มอีกครั้งยังคงปกปิดอดีตของตนเองไว้ เมื่อสามารถฝึกฝนพลังได้อีกครั้งเขาต้องหาสำนักอื่นอยู่อย่างแน่นอน
จางเฟิงเหนียนกล่าวได้สมเหตุสมผลในการฝึกตนสิ่งที่เป็ปัญหาจริงๆ ก็คืออาวุธสำหรับฝึกฝนพลังหากเป็ศิษย์ในสำนักย่อมแตกต่างออกไป อย่างน้อยสำนักก็พึ่งพาได้เื่อาวุธฝึกฝนย่อมต้องมีให้อย่างแน่นอน
เห็นเย่เฉินทำท่าทางครุ่นคิดจางเฟิงเหนียนก็ยิ้มอ่อนโยน “เ้าหนุ่มเ้าสนใจจะมาเป็ศิษย์ของสำนักเหิงเยว่หรือไหม”
“ข้าย่อมต้องสนใจแน่นอน” เย่เฉินรีบยิ้มตอบ
ในใจเขาเองก็คิดเช่นนี้สำนักเหิงเยว่นั้นแข็งแกร่ง ไม่ด้อยไปกว่าสำนักเจิ้งหยางเลยอีกทั้งเวลานี้เขาเองก็ไม่มีที่ใดให้ไป หากอยู่ที่สำนักเหิงเยว่ที่นี่จะต้องเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดของเขาอย่างแน่นอน
กล่าวได้ว่าเวลานี้เขามีกำลังใจอันเต็มเปี่ยมอยู่ที่สำนักเจิ้งหยางเขาเองก็เป็ศิษย์ที่โดดเด่นเขาเชื่อว่าด้วยความช่วยเหลือจากอัคคีเที่ยงแท้นั้น เมื่ออยู่ที่สำนักเหิงเยว่ในอนาคตอันใกล้เขาจะต้องสามารถวาดลวดลายได้อย่างแน่นอน
“ผู้าุโ สำนักเหิงเยว่รับศิษย์ไม่ง่ายกระมัง!”เย่เฉินมองจางเฟิงเหนียนพลางเอ่ยถาม
“ไม่มีปัญหา ข้าจะเขียนจดหมายแนะนำให้ข้าเชื่อว่ามันจะช่วยให้เ้าได้เข้าฝึกเป็ศิษย์ได้”
จดหมายแนะนำ?
เมื่อได้ยินสี่คำนี้เย่เฉินลอบมองประเมินชายชรา แม้เขาจะเป็คนที่ไม่อาจฝึกตนได้แต่เขาก็ไม่ได้ธรรมดาดั่งเปลือกนอก
ปัง!
ทันใดนั้นเองประตูสวนแห่งิญญาก็ถูกคนผู้หนึ่งยกเท้าถีบออกจากกันก่อนที่ชายหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งจะเดินเข้ามา
“กินข้าวกันอยู่หรือ?” ชายหนุ่มชุดขาวแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ
“จางเทา เ้ามาทำอะไรที่นี่” หู่หวาผุดลุกขึ้นจ้องมองชายหนุ่มชุดขาวด้วยความโกรธส่วนสีหน้าของจางเฟิงเหนียนเองนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นแม้แต่เ้านกั์ที่อยู่ด้านข้างเองก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นมาไม่หยุดพร้อมทั้งกางปีกใหญ่ขึ้นปกป้องหู่หวาไว้ด้านหลังของตน
เย่เฉินชำเลืองมองจางเทาเขาก็รับรู้ได้ว่าคนผู้นี้นั้นเป็ศิษย์ของสำนักเหิงเยว่เพราะว่าบนชุดคลุมของเขานั้นมีอักษรเหิงเยว่สองตัวปักอยู่อีกทั้งเขายังมองออกว่าอีกฝ่ายบรรลุถึงขั้นรวมพลังชั้นที่สอง
ฮึ!
จางเทาแค่นเสียงออกมามองไปทางจางเฟิงเหนียนด้วยท่าทางดุร้าย “ไอ้แก่ นำมันออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจล่ะ”
“ข้าไม่มีของที่เ้า้า” จางเฟิงเหนียนสูดหายใจลึกใบหน้าแก่ชราพลันซีดขาว
“ข้าไว้หน้าเ้าแล้วยังจะปากแข็งอยู่อีก” จางเทาตวาดกร้าวยกเท้าถีบโต๊ะจนคว่ำ ท่าทางอันธพาลยิ่งนัก ราวกับโจรบ้าเื
ฟึบฟับ!
เ้านกั์ที่อยู่ด้านข้างกระพือปีกพุ่งตัวเข้ามาแม้มันจะเป็สัตว์ิญญาระดับต่ำ แต่กลับมีสติปัญญาสูงในดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ ที่สะท้อนอารมณ์โกรธออกมา
“เ้านี่มันรนหาที่ตาย” จางเทาแววตาเยือกเย็น นิ้วมือปล่อยพลังปราณออกมาพริบตาเดียวมันก็รวมตัวกันเป็ใบมีดพลังพุ่งตรงไปยังร่างของเ้านกั์ทิ้งรอยแผลไว้แห่งหนึ่ง
เ้านกั์เืกระเซ็นล้มพับลงกับพื้น
“เสี่ยวอิง” หู่หวารีบปรี่เข้ามาดู
แกว่กๆ!
เ้านกั์ร้องด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านทว่าไร้กำลังแม้จะาเ็เช่นนี้แต่มันก็ยังใช้ปีกอันใหญ่ของมันปกป้องหู่หวาไว้ใต้ร่างของตนเอง
“เ้าคนชั่ว” จางเฟิงเหนียนเกิดโทสะ ชี้หน้าจางเทาด้วยมืออันสั่นเทาเขาแทบจะทรุดลงกับพื้น
“มอบมันให้ข้า มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจ...” จางเทาเข้ามาประชิดอีกก้าวยังมิทันได้เอ่ยคำว่าใจร้ายออกมาเขาก็ถูกเย่เฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างนั้นตบเข้าไปที่ใบหน้า
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือดังกังวาน
จางเทาโดนตบจนตกตะลึงไปชั่วขณะทั้งยังพบว่าข้อมือของตนเองนั้นถูกเย่เฉินกระชากจนร่างเสียสมดุล ลอยขึ้นจากพื้นและถูกเหวี่ยงจนลอยกระเด็น
ตึง!
ตามมาด้วยเสียงดังลั่นจางเทาที่หยิ่งผยองในตอนแรกนั้นตอนนี้กลับถูกเย่เฉินโยนลงกับพื้น จนพื้นแข็งๆถูกกระแทกเห็นเป็รูปร่างคน
เอื๊อก!
จางเทากระอักเืเขาถูกเย่เฉินเหวี่ยงร่างจนอวัยวะภายในเคลื่อนที่
เมื่อจางเฟิงเหนียนเห็นภาพนั้นก็ตกตะลึงทางด้านหู่หวาเองก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่มองเย่เฉินว่าช่างกล้าหาญยิ่งนักจางเทาผู้มีวรยุทธ์ขั้นรวมพลังชั้นที่สองเมื่อประจันหน้ากันกลับถูกเย่เฉินโยนจนร่างปลิว
ความจริงแล้วเป็เย่เฉินอาศัยจังหวะลอบโจมตีอีกฝ่ายทว่าพลังของเขาก็ยังค่อนข้างทำให้ผู้คนประหลาดใจ
พวกเขาไหนเลยจะรู้ว่าในตัวเย่เฉินนั้นมีทะเลลมปราณอยู่
หากสู้กันจริงวรยุทธ์อยู่ขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งแต่พลังปราณในทะเลลมปราณของเย่เฉินนั้นมีมากกว่าพวกเขาสามเท่า หากนับเช่นนี้แล้วแม้เย่เฉินนั้นจะอยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งแต่กลับเทียบได้กับขั้นรวมพลังชั้นที่สาม
“คนเราทำอะไร์ล้วนมองอยู่ หัดสั่งสมความดีเอาไว้บ้าง”
เย่เฉินตวาดเสียงดังโยนจางเทาที่ถูกตีจนเืไหล ออกจากสวนแห่งิญญา
ตกดึกเย่เฉินก็ถ่ายทอดพลังปราณให้เสี่ยวอิงเพื่อช่วยชีวิตมัน แต่ทว่าช่วยได้แค่ในชั่วระยะหนึ่งเท่านั้นสัตว์ิญญาอย่างเ้านกั์ผู้ซื่อสัตย์นี้คงยากที่มันจะกลับมาบินบนฟ้าได้อีกครั้ง
“สหายน้อย วันนี้ต้องขอบคุณเ้าจริงๆ” จางเฟิงเหนียนนั่งอยู่บนขั้นบันไดหินท่าทางแลดูแก่ชรายิ่งนัก เขาถูกศิษย์ของตนเองลงมือทำร้ายสำหรับชายชราที่ใจดีอย่างเขา มันน่าเ็ปเกินจะเปรียบ
“ผู้าุโกล่าวเกินไปแล้ว เื่เล็กน้อยเท่านั้น” เย่เฉินยิ้มตอบ
เฮ้อ!
จางเฟิงเหนียนถอนหายใจในดวงตาของชายชราขุ่นมัวเต็มไปด้วยแววหวนรำลึกความหลังราวกับกำลังนึกถึงเื่เศร้าในอดีต “ข้าเคยเป็ผู้าุโของสำนักเหิงเยว่แต่ทำผิดครั้งใหญ่ ถึงถูกลดขั้นให้มาอยู่สวนแห่งิญญานี้ ส่วนจางเทาผู้นั้นก็เคยเป็ศิษย์ของข้าทุกอย่างเป็ความผิดของข้าเอง เป็ข้าที่ไม่อาจอบรมศิษย์ให้ดี”
“อาจารย์เพียงเป็ผู้นำทาง การฝึกตนล้วนต้องอาศัยตนเอง” เย่เฉินกล่าวปลอบ“ผู้าุโไม่จำเป็ต้องโทษตนเอง มันเป็เพราะนิสัยของเขาเอง”
“เขาอยากได้คาถาิญญา์ของท่านปู่” หู่หวาที่อยู่ข้างๆกล่าวด้วยโทสะ มือเล็กกำหมัดแน่น“สิ่งที่ท่านปู่สะสมมาหลายปีล้วนถูกเขา่ชิงไปหมดแล้วกลับยังจะมารังแกพวกเราอยู่ทุกวัน”
คาถาิญญา์?
เย่เฉินไม่รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินชื่อนี้สำนักเหิงเยว่มียันต์วิเศษนามว่า ‘คาถาิญญา์’เมื่อใดที่ได้ประทับลงบนร่างคนแล้วมันจะสามารถผนึกพลังปราณของคนผู้นั้นใน่ระยะเวลาสั้นๆยันต์สะกดชนิดนี้มีชื่อเสียงไปทั่วสามสำนักมานาน
ยันต์สะกดนี้ล้ำค่ายิ่งนักแต่ไหนแต่ไรมาไม่ถ่ายทอดให้กับคนนอกเย่เฉินคิดไม่ถึงว่าจางเฟิงเหนียนจะรู้วิชายันต์สะกดนี้
“สหายน้อย ข้าเขียนจดหมายแนะนำให้เ้าเสร็จแล้วพรุ่งนี้เ้าก็ขึ้นเขาไปฝึกตนเถิด! เ้ามีพร์ไม่น้อยอย่าเก็บมันไว้กับตัวเลย” ขณะที่เย่เฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นจางเฟิงเหนียนก็ยื่นจดหมายม้วนหนึ่งใส่มือของเขา“กระดาษม้วนนี้คือหนังสือแนะนำเข้าสำนักเหิงเยว่ ว่างๆ เ้าก็ลองอ่านดู”
“ขอบคุณผู้าุโมาก”
___________________
1 จ้าง คือหน่วยวัดของจีนโบราณ เทียบได้กับ 3.333 เมตร