ล้อเกวียนบดทับผืนดินเบื้องล่างดังกึกก้องไม่ขาดสาย ขบวนคาราวานขนาดใหญ่กำลังควบทะยานมุ่งหน้าลึกเข้าไปในเขต 6 หัวเมืองแดนเหนือด้วยความเร็วสูงสุด
เื้ัห่างออกไปกว่า 10 ลี้ คลื่นเสียงเอี๊ยดอ๊าดของกงล้อวิดน้ำั์นับ 100 ตัว ผสมผสานควันไฟขี้วัวไล่แมลง ยังคงทำงานครางประสานกันดุจวงดนตรีปีศาจนรกภูมิ
ภายในราชรถดัดแปลงขนาดมหึมา ลู่ชิงนอนคว่ำหน้าซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มขนจิ้งจอกหนา 3 ชั้น หมอนขนนก 2 ใบถูกกดอุดหูซ้ายขวาแน่นสนิท ขอบตาชายหนุ่มดำคล้ำประดุจหมีแพนด้าอดนอนต่อเนื่องมา 10 วัน 10 คืน เขาเพิ่งหลบหนีฝูงแมลงวันแลการก่อสร้างคลั่งไคล้มาได้อย่างหวุดหวิด ชายหนุ่มทิ้งกุนซือชราพร้อมคณะกรรมการความกาวทั้ง 8 คนไว้เื้ั ปล่อยพวกเขารับผิดชอบโครงการคลองัพสุธากันเอง
สำหรับลู่ชิงยามนี้... เขา้าเพียงสิ่งเดียว
"ข้านอน..." ชายหนุ่มพึมพำอย่างอ่อนแรงดั่งิญญาเร่ร่อน "ข้าขอเพียงเมืองเงียบสงบ... ปล่อยข้านอน..."
ครืดดดดดด! กึก!
ราชรถเบรกหยุดชะงักกะทันหัน แรงเหวี่ยงมหาศาลส่งร่างลู่ชิงกลิ้งหลุนๆ ชนกำแพงรถม้าเต็มแรง
ป้าบ!
"โอ๊ย!" ความฝันงดงามแตกสลายกลายเป็ผุยผงฉับพลัน
ยังไม่ทันตั้งสติพยุงตัวลุกขึ้น คลื่นเสียงมหาประลัยพลันทะลวงทะลุหมอนกันเสียงเข้ามาในรูหู!
ก๊อง! แก๊ง! ก๊องงงง!
แกรก! แกรก! แกรก!
คลื่นเสียงโลหะเนื้อหยาบนับ 100000 ชิ้น หล่นตกกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับโรงตีเหล็กแลโรงหล่อระฆัง 1000 แห่งเปิดทำการพร้อมกันอยู่ข้างหู!
ลู่ชิงนิ่งค้าง เปลือกตากระตุกยิกๆ เส้นเืบนหน้าผากปูดโปนขึ้นทีละเส้น
"อาฝู..." น้ำเสียงเขาแห้งแล้งประดุจทะเลทราย แฝงจิตสังหารราวกับคนใกล้เสียสติ "พวกเราหลงเข้ามาในนรกขุมใดอีกแล้ว..."
อาฝูรีบเปิดม่านหน้าต่างออก "เรียนนายท่าน! พวกเรามาถึงนครจินห่าย ศูนย์กลางพาณิชย์ใหญ่สุดแดนเหนือแล้วขอรับ! ข้างหน้ามีคาราวานพ่อค้าติดขัดเต็มถนนเลยขอรับ!"
ลู่ชิงค่อยๆ แง้มหน้าต่างออกมอง ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือมหานครขนาดมหึมา อาคารไม้ 3 ชั้นเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ผู้คนเดินขวักไขว่เบียดเสียดราวกับฝูงมด ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาแลทำร้ายโสตประสาทขั้นสุด มิใช่ตัวเมือง ทว่าคือูเาเหรียญทองแดงกองสูงเท่าหัวคนตั้งตระหง่านอยู่ตามหน้าร้านค้า!
กลิ่นสนิมทองแดงเหม็นคาวคละคลุ้งลอยปะปนในอากาศ ฝุ่นโลหะผสมขี้ดินฟุ้งกระจายเต็มท้องถนน ลู่ชิงรู้สึกคล้ายกำลังอมเหรียญเก่าๆ ไว้ในปาก หน้าโรงเตี๊ยมแห่ง 1 ปรากฏชายฉกรรจ์รูปร่างล่ำบึ้ก 10 คนกำลังเหงื่อแตกพลั่ก พวกเขาแบกหามพวงเหรียญขนาดมหึมาขึ้นชั่งน้ำหนัก พ่อค้า 2 ฝ่ายยืนชี้หน้าเถียงกันหน้าแดงก่ำ
"ของข้าครบ 10000 เหรียญ! หนัก 40 ชั่งพอดิบพอดี!"
"โกหก! ตาชั่งเ้าโกง! ข้านับด้วยมือเมื่อคืน ได้แค่ 9987 เหรียญ! ขาดไป 13 อีแปะ!"
"เออ! นับใหม่ก็รับใหม่! แกะเชือก!!"
พ่อค้าใช้มีดตัดเชือกร้อยเหรียญ เชือกป่านเสื่อมสภาพเกิดขาดผึง! เหรียญทั้งหมดทะลักไหลเทลงพื้นดั่งเขื่อนพังทลาย! เสมียนสวมแว่นตาหนาเตอะ 10 กว่าคนรีบนั่งล้อมวงกับพื้น เอานิ้วเขี่ยกรีดนับใหม่ทีละเหรียญอย่างเอาเป็เอาตาย
"1! 2! 3! 4! 5!..."
ลู่ชิงมองภาพนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า อาฝูพยักหน้าหงึกๆ อธิบายเสริม "การค้าขนาดใหญ่ระดับแคว้น จำเป็ต้องใช้เหรียญทองแดงหลาย 100000 เหรียญ น้ำหนักรวมหลาย 100 ชั่ง บางครั้งกว่าจะนับเงินชำระหนี้เสร็จสิ้น ต้องใช้เวลา 3 ถึง 4 วันเลยทีเดียวขอรับ"
3 วัน! เสียเวลาชีวิตไป 3 วัน 3 คืนเพียงเพื่อนับเศษเหล็กพวกนี้!? นี่คือการผลาญเวลาชีวิตอย่างเลวร้ายสุดกู่!
โครกครากกก... ท้องลู่ชิงส่งเสียงร้องคำราม "อาฝู... ข้าหิว ซื้อซาลาเปาร้อนๆ มาให้ข้าสัก 3 ลูก"
อาฝูส่ายศีรษะระรัว "แผงซาลาเปาคิวรอจ่ายเงินยาวเหยียดข้ามไป 3 ่ตึกขอรับ! หากพวกเราต่อคิวชำระเงินค่าซาลาเปา 15 อีแปะ ต้องรอนับเหรียญไปอีก 2 ชั่วยามขอรับ! ซ้ำร้ายเงินย่อยพวกเราก็แจกทานไปหมดเกลี้ยงแล้ว มีเพียงกระสอบเงิน 60 ชั่งอยู่ใต้เบาะรองนั่งขอรับ"
เพล้ง! ฟางเส้นสุดท้ายในสติสัมปชัญญะของลู่ชิงขาดสะบั้น!
ลู่ชิงกระชากถุงเงิน 60 ชั่งออกมา ปมเชือกผูกมัดแ่าเป็เงื่อนตาย ชายหนุ่มออกแรงแกะจนเล็บแทบฉีก ทว่ามันยิ่งรัดแน่น! ลู่ชิงหมดความอดทน กระชากเชือกสุดแรงเกิด! เชือกขาดสะบั้น เหรียญทองแดงหลาย 100 เหรียญไหลทะลักหล่นกระจายเต็มพื้นรถม้าดังก๊องแก๊ง!
"ช่างหัวมัน! ปล่อยให้มันฝังตัวไปเกิดใหม่เป็ส่วน 1 ของรถม้าคันนี้เสียเถอะ!" ลู่ชิงเตะกระสอบเงินทิ้งดังกึก!
ชายหนุ่มหันขวับ รีบค้นย่ามสัมภาระส่วนตัว ดึงกระดาษฟางสีเหลืองตุ่นเนื้อหยาบ 1 ปึกออกมา มันคือกระดาษชำระสั่งทำพิเศษสำหรับใช้ยามปลดทุกข์กลางป่า! ลู่ชิงคว้าพู่กัน จุ่มหมึกดำ ตวัดเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษเช็ดก้นอย่างรวดเร็ว
[ ตั๋วเงินมูลค่า 100 ตำลึงทองคำ ]
ชายหนุ่มล้วงหยิบ 'ตราหยกัดำ' ตราอาญาสิทธิ์ตัวแทนฮ่องเต้ออกมาประทับกระแทกลงไปดัง ปัง! รอยตราั 5 กรงเล็บสีชาดปรากฏเด่นชัดตัดกับเนื้อกระดาษสากระคายผิว
ลู่ชิงผลักประตูรถม้า เปิดก้าวลงไปยังแผงซาลาเปาริมถนน โยนกระดาษสีเหลืองตุ่นแผ่นนั้นลงบนเขียงไม้หน้าเตานึ่ง
"ซาลาเปาไส้หมู 3 ลูก"
แม่ค้าชราก้มมองกระดาษแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าลู่ชิง นางเหงื่อแตกพลั่ก สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทะลวงจิตใจ หากนางปฏิเสธย่อมโดนข้อหาดูิ่ราชโองการรับโทษปะา 7 ชั่วโคตร ทว่าหากนางรับไว้ นางก็จะได้เพียงกระดาษเช็ดก้นเปื้อนหมึกนำไปต้มกินไม่ได้!
"เ้าตาบอดหรือไร ยายเฒ่า! ฮ่องเต้รับรองเอกสารนี้ด้วยพระองค์เอง! กระดาษใบนี้มีมูลค่าเทียมเท่าทองคำ 100 ตำลึง!" ลู่ชิงยื่นมือออกไป "เอาซาลาเปามา... เ้าจงไปหาเศษกระดาษใบเล็กๆ มาเขียนมูลค่าเงินทอนส่วนเหลือ ประทับตราร้านของเ้า จ่ายเป็ 'เงินทอน' กลับมาให้ข้า! ข้าี้เีแบกเหรียญทองแดงหนักๆ แล้ว!"
คลื่นเสียงเหรียญทองแดงกระทบกันหยุดชะงักกะทันหัน ถนนหน้าด่านเก็บภาษีตกอยู่ในความเงียบกริบดุจป่าช้า สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเศษกระดาษฟางบนเขียงไม้ไม่กะพริบ
วินาทีนั้นเอง เสียงร้องะโก้องแตกทะลุความเงียบขึ้นมา!
"ข้า... เข้าใจแล้ว..."
จูหยวน อดีตประธานหอการค้าผันตัวมาเป็สาวก ทรุดเข่าลงกับพื้นหินดังปึก! ร่างอ้วนท้วนสั่นระริก น้ำตาหลั่งไหลพรากราวกับคนเพิ่งค้นพบสัจธรรมการหลุดพ้น "์... ข้าบรรลุแล้ว!"
กุนซือชรา เศรษฐีหวัง แลทูตทั้ง 5 เมืองเพิ่งลงจากรถม้าคันหลังสุด ทุกคนหันไปมองยอดเศรษฐีเป็ตาเดียว
"พวกเ้ามองดูสิ! วัสดุนี้เบาราวขนนก! พกพาสะดวก! ไม่ต้องจ้างทหารคุ้มกันูเาเหรียญทองแดงอีกต่อไป!" จูหยวนชี้ไปยังตราประทับสีแดง "มันมีความน่าเชื่อถือแลอำนาจราชสำนักค้ำประกันมูลค่า! นำเหรียญทองแดงทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ในคลังปลอดภัย แล้วใช้กระดาษพวกนี้แทนเงิน! กระดาษ 1 ใบแทนเหรียญ 10000 เหรียญ! ซื้อขายเสร็จสิ้นทันที!"
ตูม! ราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางหัวฝูงชน พ่อค้าหลาย 100 คนเบิกตากว้างทะลัก เสียงอุทานความปิติะเิขึ้นดั่งพายุหมุน!
ลู่ชิงยืนแข็งทื่อเป็รูปปั้นหิน ชายหนุ่มรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง เขาแค่หิวข้าว แค่ี้เีแบกถุงเงิน 60 ชั่ง เหตุใดเื่ราวลุกลามใหญ่โต กลายเป็การปฏิวัติระบบการเงินมหภาคของแว่นแคว้นไปได้วะ!?
"พี่น้องสมาคมการค้าจินห่าย!" จูหยวนหันไปะโใส่พ่อค้า "รวบรวมเงินทุน! สร้างคลังนิรภัยรับฝากทองคำ! พวกเราจะร่วมหุ้นกันก่อตั้ง... 'ธนาคารเทพนิทรา' แห่งแรกของแผ่นดิน!!"
ฝูงชนะเิเสียงเชียร์กึกก้อง "ธนาคารเทพนิทรา! ธนาคารเทพนิทรา!"
จูหยวนหันมาทางลู่ชิงด้วยสายตาละโมบ "ท่านอาจารย์! พวกเราพิมพ์ตั๋วเงินออกมาสัก 1000000 ใบเลยดีหรือไม่ขอรับ!"
ลู่ชิงเบิกตาถลน หายใจสะดุดกึก พิมพ์เงิน 1000000 ใบโดยไม่มีทองคำค้ำประกัน!? นั่นมันจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง! ข้าวสาร 1 ถังจะราคาพุ่งกระฉูดเป็ 10000 อีแปะ!
"ช้าก่อนสหายจู... การพิมพ์เงินมั่วซั่วคือหายนะ!" กุนซือชราก้าวออกมาขัดจังหวะ เฒ่าชราหยิบกระดาษสีเหลืองตุ่นบนเขียงไม้ขึ้นมา... แล้วสูดดมกลิ่นกระดาษเข้าปอดเต็มแรง!
"อืมมม... มีกลิ่นหอมฟางข้าวบริสุทธิ์... ช่างเป็กระดาษชั้นสูงคู่ควรแก่องค์ฮ่องเต้! ตั๋วเงินทุกใบ ต้องผลิตจากกระดาษลับสุดยอดชนิดนี้เท่านั้น! แลตั๋วทุกใบ... จะต้องมี 'ลายเซ็นกำกับด้วยพู่กัน' ของท่านอาจารย์ พร้อมประทับตราหยกัด้วยมือท่านเองทุกใบ ห้ามขาดแม้แต่ 1 ใบ!!"
จูหยวนรีบดีดลูกคิดกลางอากาศ "ระยะแรกเริ่ม... เราขอให้ท่านอาจารย์เซ็นสัก 10000 ใบก่อนเป็ประเดิม!!"
ความเงียบสงัดดุจสุสานเข้าปกคลุมรอบตัวลู่ชิง
10000 ใบ... ลายเซ็น 10000 ครั้ง... ประทับตรา 10000 ครั้ง... ข้อมือ 1 ข้าง... มนุษย์ี้เี 1 คน...
สมองอดีตศาสตราจารย์คำนวณคณิตศาสตร์แห่งความสิ้นหวังโดยอัตโนมัติ! เซ็น 1 ชื่อใช้เวลา 5 ลมหายใจ... 10000 ใบ ต้องใช้เวลา 50000 ลมหายใจ! ข้าต้องนั่งหลังขดหลังแข็งไม่กินไม่นอนนานถึง 14 ชั่วยามรวด!
เปรี้ยง! สายฟ้าแห่งความจริงอันโหดร้ายฟาดลงกลางกะโหลก ลู่ชิงมองเห็นภาพนิมิตกองกระดาษเช็ดก้นสูงเท่าูเา พู่กันพังหัก 100 ด้าม ข้อมืออักเสบบวมเป่งจนยกไม่ขึ้น!
ตุบ... ซาลาเปาไส้หมูร้อนๆ ร่วงหล่นจากปลายนิ้วไร้เรี่ยวแรงของแม่ค้าชรา ตกกระแทกพื้นดินฝุ่นทรายคลุกเคล้าเข้ากับแป้งสีขาวนวล
ภาพซาลาเปาตกพื้นปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้าในสายตากลวงโบ๋ของลู่ชิง ผู้คนนับ 1000 กำลังก้มกราบแลโห่ร้องสรรเสริญบิดาแห่งธนาคารดังกึกก้องกังวาน ทว่าลู่ชิงกลับน้ำตาเอ่อคลอหยดแหมะลงจากหางตา
ข้าแค่อยากกินซาลาเปาไส้หมูอุ่นๆ... เหตุใดสุดท้ายข้าจึงต้องมาตั้งธนาคารกลาง แลเซ็นกระดาษเช็ดก้น 10000 ใบด้วยวะ...
'คนี้เีแท้จริง ไม่มีวันหนีงานพ้น... ทุกครั้งยามเขาพยายามมักง่ายลดงานลง 1 อย่าง... จักรวาลจะตอบแทนกลับมาด้วยภาระงานหนักหนาสาหัสกว่าเดิมอีก 10 อย่างเสมอ!'
วงจรความซวยแห่งมหาผู้ตรวจการ ยกระดับวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้นอย่างสมบูรณ์แบบ สู่ประธานธนาคารกลางแห่งแว่นแคว้นโดยมิสมัครใจ!
[จบตอน 28]