กลิ่นหอมของเบเกอรี่ และเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ชาเขียว ลาเต้ ชาไทย ส่งกลิ่นหอมเชิญชวนให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา เป็อันต้องแวะเข้ามาในร้านคาเฟ่เล็กๆ แห่งนี้ ที่ล้อมรอบไปด้วยบรรดาดอกไม้หลากหลายชนิด
"Wine In Love Café ยินดีต้อนรับครับ" เสียงนุ่มเอ่ยต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน พร้อมกับยิ้มแย้มสดใส ถึงแม้จะมีลูกค้าเข้ามามากมายใน่เวลานี้ แต่เ้าของร้านหน้าหวานก็ไม่มีบ่น พร้อมทั้งยินดีให้บริการลูกค้าเป็อย่างดีไม่มีตกหล่น
ไวน์ วรินทร พนิตชนม์ ชายหนุ่มหน้าหวาน ยิ้มสวย ดวงตากลมโต เ้าของส่วนสูง 170 ซม. ในวัย 30 ปี เ้าของร้านคาเฟ่ Wine In Love ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชานเมือง เปิดให้บริการมาได้ครึ่งปี แต่ผลตอบรับก็ค่อนข้างดี มีทั้งลูกค้าขาประจำ และขาจรเข้ามาทานอาหารที่ร้านของวรินทร ถึงจะไม่ได้เยอะมากมาย แต่ก็มีมาแบบไม่ขาดสาย
วรินทรชื่นชอบในการทำอาหาร และขนมมาก ร้านนี้เป็ความฝัน ความตั้งใจของวรินทร เขาจึงลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด พนักงานที่ร้านต่างก็รักวรินทร เพราะเขาดูแลพนักงานแบบครอบครัว คอยช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่จะพอช่วยได้
เสียงกระดิ่งที่ติดไว้ตรงประตูดังขึ้นมา เป็สัญญาณบ่งบอกว่ามีคนเข้ามาในร้าน พร้อมกับปรากฏร่างของหญิงสาววัยกลางคนเดินเข้ามา วรินทรซึ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ กำลังจดออเดอร์อยู่เงยหน้าขึ้นมอง
"สวัสดีค่ะ หนูไวน์"
"สวัสดีครับ คุณหญิงดุจฟ้า" วรินทรเอ่ยทักทายตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม "วันนี้รับอะไรดีครับ หรือเมนูเดิมเลย"
"วันนี้เมนูเดิมเลยค่ะ ลูกชายฉันชอบมาก ซื้อไปกี่รอบๆ นะ ก็ทานหมดเกลี้ยงเลย สงสัยติดใจฝีมือหนูไวน์เข้าแล้ว" คุณหญิงตอบกลับพร้อมหัวเราะเบาๆ
"ไวน์ขอบคุณนะครับที่มีคนชอบอาหารที่ไวน์ทำ งั้นไวน์ขอทวนเมนูนะครับ จะเป็สปาเกตตี้กุ้งผัดพริกแห้ง แบบเผ็ดน้อย 1 ที่ ข้าวไข่ข้นทะเล 1 ที่ ข้าวผัดกระเพราไก่ 1 ที่ และซุปเห็ด 1 ที่นะครับ" วรินทรตอบกลับคุณหญิงดุจฟ้าอย่างคล่องแคล่ว
"เชิญคุณหญิงนั่งรอที่โต๊ะก่อนเลยนะครับ ถ้าไวน์เสร็จแล้วจะเอาไปให้ เดี๋ยวไวน์ให้น้องเอาน้ำตะไคร้ใบเตยไปเสริฟให้ด้วย จะได้สดชื่นๆ นะครับ"
"ขอบใจหนูไวน์นะลูกนะ"
หลังจากพูดคุยกับคุณหญิงดุจฟ้าเสร็จ วรินทรก็ขอตัวเข้าไปทำอาหาร พอทำอาหารเสร็จไม่นานก็นำออกมาให้คุณหญิงดุจฟ้า พร้อมทั้งแถมขนมเมนูใหม่ให้ไปอีกด้วย พอได้รับอาหารคุณหญิงดุจฟ้าก็ได้พูดคุยกับวรินทรนิดหน่อย แล้วจึงขอตัวกลับบ้าน
วรินทรได้มารู้จักกับคุณหญิงดุจฟ้า เพราะว่าเมื่อห้าวันที่แล้ว เขาได้ช่วยเหลือคุณหญิงจากมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวง และจะทำร้ายคุณหญิง เพราะเหตุนี้จึงทำให้เขารู้จักกับคุณหญิงดุจฟ้า และคุณหญิงดุจฟ้าก็เอ็นดูวรินทร และชอบวรินทรมาก
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ก็ถึงเวลาที่ต้องปิดร้านซึ่งก็คือเวลาหนึ่งทุ่ม วรินทรได้ช่วยน้องๆ เก็บข้าวของภายในร้าน ทำความสะอาดร้าน และข้าวของเครื่องใช้ เพื่อไว้ใช้ในวันต่อไป เมนูขนมเบเกอรี่ วรินทรจะเป็คนทำไว้ใน่เช้าของทุกวันก่อนเปิดร้าน ส่วนเมนูอาหารจำพวกสปาเกตตี้ วรินทรจะทำสดๆ ร้อนๆ และเมนูเมนูเครื่องดื่ม พนักงานที่ร้านสามารถทำได้ทุกคน เพราะวรินทรเป็คนสอนให้พนักงานทุกคนได้ทำเป็ ในส่วนของขนมที่ขายไม่หมดในบางวันนั้น วรินทรก็แบ่งให้น้องๆ พนักงานในร้านนำกลับไปที่บ้านฝากครอบครัว
ร้านของวรินทรเป็ร้านขนาดเล็กแต่มี 2 ชั้น โดยชั้นบนนั้นเป็พื้นที่ส่วนตัวของเ้าของร้านที่บางวันรู้สึกเหนื่อย ขับรถกลับไม่ไหวก็อาศัยหลับนอนที่ชั้นสองนี้ ส่วนชั้นล่างเป็พื้นที่ของคาเฟ่ทั้งหมด มีทั้งโซนด้านใน และ โซนด้านนอก ด้วยความที่คาเฟ่อยู่แถวชานเมือง และอยู่ในซอย จึงทำให้บรรยากาศโดยรอบดี โซนด้านนอกจะล้อมรอบไปด้วยบรรดาดอกคอสมอสหลากหลายสี และดอกเดซี่ ที่วรินทรเป็คนปลูกมันเองกับมือ ส่วนโซนด้านในจะเป็ห้องแอร์ที่มีโต๊ะประมาณสิบโต๊ะ ลูกค้าบางคนที่มาคาเฟ่ชอบบรรยากาศที่เป็ธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ ประกอบกับรสชาติของขนม อาหาร และเครื่องดื่ม บ้างก็ลงรีวิวให้คาเฟ่ของวรินทรทางโซเชียล จึงทำให้มีผู้คนเข้ามาที่ร้านอยู่เป็ประจำ เมื่อปิดร้านเสร็จเรียบร้อย ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วรินทรกับน้องๆ พนักงานในร้าน ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
บ้านวรินทร
วรินทรกลับมาถึงบ้านประมาณสองทุ่ม ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากร้านประมาณครึ่งชั่วโมง บ้านของวรินทรเป็ทาวน์โฮมสองชั้น หน้าบ้านจะมีพืชผักสวนครัวเล็กน้อย ทั้งใบกระเพรา ใบมะกรูด พริก และยังมีดอกไม้ที่วรินทรปลูกไว้อีกฝั่งของบ้านอีกด้วย เขาขึ้นห้องมาอาบน้ำแต่งตัว นั่งทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของร้าน แล้วก็โพสต์รับทำชุดอาหารว่างส่งตามสถานที่ต่างๆ ลงในโซเชียลอีกด้วย ซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันก่อนที่จะเข้านอน ด้วยความที่พ่อแม่เสียไปั้แ่สองปีก่อนจากอุบัติเหตุ และครอบครัวอยู่ในฐานะปานกลาง วรินทรจึงต้องขยันทำงาน เก็บเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง เพื่อค่าใช้จ่ายในร้าน และเพื่อน้องๆ พนักงานที่ร้าน
"ห้าทุ่มแล้ว นอนดีกว่า" บอกกับตัวเอง เมื่อทำบัญชีเสร็จก็เก็บสมุดปากกาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะย้ายตัวเองไปที่เตียงนอนขนาดไม่ใหญ่มาก ก่อนจะนอนวรินทรก็เช็คโซเชียลดูอีกครั้งว่ามีลูกค้าทักเข้ามาบ้างหรือเปล่า พอเห็นว่าไม่มีแจ้งเตือนก็เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหมอนเตรียมเข้านอน
ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น วรินทรรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู อาจจะเป็ลูกค้าทักมาก็ได้ พอเห็นข้อความจึงรู้ว่า ไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็ กรนันท์ เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง! เพื่อนสนิทของเขาทักแชทมาชวนไปทานข้าว เดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าในวันพรุ่งนี้ เขาตอบตกลงเพื่อนสนิทที่นานๆ จะเจอกัน คุยกันสักพักก็แยกย้ายกันเข้านอน
เสียงนาฬิกาปลุกแจ้งเตือนดังมาจากโทรศัพท์มือถือ ตังเลขในนั้นบอกเวลาเจ็ดโมงครึ่ง มือเล็กหยิบมือถือคู่ใจที่วางไว้ข้างหมอนมากดปิด งัวเงียเล็กน้อยตามประสาคนพึ่งตื่นนอน ลุกขึ้นนั่งสักพักก็ย้ายตัวเองเข้าไปในห้องอาบน้ำ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำแต่งตัว พอเสร็จเรียบร้อยเขาก็ลงมาทำอาหารให้ตัวเองทาน โดยทำเป็เมนูง่ายๆ อย่างข้าวผัดไก่ นั่งทานอาหารสักพัก ก็ได้เวลาไปเปิดร้านคาเฟ่ เขาจึงขับรถออกไป
เมื่อมาถึงร้านในเวลาเก้าโมงสิบห้านาที วรินทรก็เข้าห้องครัวไปทำเมนูขนม เบเกอรี่ต่างๆ เพื่อที่จะนำมาวางขายไว้ที่ตู้หน้าร้าน น้องๆ พนักงานที่เริ่มทยอยเข้ามาในร้านก็เข้ามาจัดเตรียมร้าน และช่วยตรวจดูความเรียบร้อยในร้าน ก่อนที่จะถึงเวลาร้านเปิดนั่นก็คือสิบโมง
"ปุยฝ้าย เดี๋ยววันนี้พี่ฝากเราปิดร้านหน่อยนะ วันนี้พี่จะออกไปข้างนอกกับนันท์่บ่าย" เ้าของร้านหน้าหวาน เอ่ยบอกกับ ปุยฝ้ายพนักงานในร้าน
"ได้ค่ะพี่ไวน์ ไม่ต้องเป็ห่วง ฝ้ายจะดูแลร้านเป็อย่างดีเลย" พนักงานสาวตอบกลับวรินทร
"น่ารักมากเด็กคนนี้ ลูกค้ามาแล้ว ดูลูกค้าก่อนเร็ว" วรินทรตัดจบบทสนทนาเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน