หลางเทียน แคะขี้มูกดูการต่อสู้ก่อนหน้านี้อย่างตั้งใจ เขากล่าวพูดพึมพำออกมาทันใด “นั้นมันวิชาอะไรกันแน่ หากเป็ข้า จะตามความเร็ว ของเขาทันหรือไม่นะ?” เขาสีหน้าครุ่นคิดไม่ตก
แม้น้ำเสียงหลางเทียน จะกล่าวพูดออกมาไม่ดังมากนัก แต่เสี่ยวเฉา ที่เดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม เขาได้ยินชัดแจ๋วบอกกล่าวหลางเทียนออกมาทันที “เด็กหนุ่มหน้าโหดห้องลำดับที่8 มีนามว่า กงม่อซือ วิชาการเคลื่อนที่ของเขา จัดการคนมานักต่อนักแล้ว เ้าหนูอย่าคิดต่อสู้ กับเขาดีกว่า”
หลางเทียนที่นั่งยองๆ หันขวับมามอง เด็กหนุ่มที่อายุมากกว่าเขาทันที เห็นได้ชัดว่า ชายผู้นี้เป็กลุ่มคน ที่มาก่อนพวกหลางเทียนครึ่งปี สายตาชายผู้นี้ ไม่มีความทะเยอทะยาน เห็นได้ชัดว่าเขายอมแพ้ ต่อโชคชะตาไปแล้ว
หลางเทียนกวักมือเรียก เด็กหนุ่มอย่างเป็กันเอง ก่อนไต่ถามความเห็นเขาออกมา “แล้วข้าควรจะเลือกใครต่อสู้ ในสายตาเ้า”
เสี่ยวเฉา กวาดมองสำรวจหลางเทียน ก่อนจะกลั้วหัวเราะยิ้มออกมา “ข้าว่าเ้าไม่ควรท้าใครประลองทั้งนั้นแหละเ้าหนู... สองพี่น้อง ลำดับ1 ลำดับ2 อย่างเจียงจือ เจียงหยาง ตัดออกไปได้เลย ส่วนแม่นางหยิงสุ่ย ลำดับ3 กวานโม่ ลำดับ4 เองก็วิชาลึกล้ำ ลำดับ5 รั่วกั่ง เองก็กายาแข็งแกร่ง หาญเฉินผู้โอหังลำดับ 6 กับน้องชายเขาอย่างหาญป้าลำดับ9 เองก็มาจากตระกูลใหญ่ ลำดับ10 เว่ยเซียง ยิ่งไม่น่ายุ่ง”
หลางเทียนยิ้มไม่ได้มีท่าที โกรธ บึ้งคำพูดของเสี่ยวเฉา ก่อนไต่ถามอีกเื่หนึ่งออกมา ครั้นมองไปรอบๆ พื้นลานกว้าง เห็นเหล่าคุณหนูคุณชาย พวกเขาเริ่มที่จะปรับตัว อยู่ตามพื้นดินพื้นทรายกันไม่ได้ บางคนถึงกับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันออกมา โดยเฉพาะเหล่าสตรีคุณหนู ภายในตระกูลใหญ่ ที่ต้องมาอยู่สถานที่แห่งนี้อย่างจนใจ
“อีกกี่วันเช่นนั้นหรือ ถึงจะครบกำหนด วันแจกจ่ายทรัพยากร ในการบ่มเพาะขั้นพลัง?”
เสี่ยวเฉาได้ยินเขาเงียบนิ่ง มีสีหน้าครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยพูดออกมา “น่าจะอีก3วันกระมัง?” พร้อมสายตาเขา มองเด็กหนุ่มอายุ9ปี ด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นหลางเทียน เดินไปเก็บกิ่งไม้มาสะสม ราวกับเป็กองสมบัติล้ำค่าของเขา
‘ไอ้เด็กนี่ช่างประหลาดจริงๆ แต่เขาอดไม่ได้ ที่จะชอบใจหลางเทียนขึ้นมา’ “หรือเ้าจะเอากิ่งไม้พวกนี้ เป็อาวุธ ออกไปต่อสู้กับพวกเขา เช่นนั้นหรือ?” เสี่ยวเฉาที่กล่าวพูด มีสีหน้าแปลกใจ
พร้อมคนอื่นๆ ได้ยินต่างก็ขำขัน กับการกระทำของหลางเทียน ด้วยท่วงท่าที่ตลกของเขา ทว่าภายใต้ผมสีดำขลับ กับผมเปียหางม้าเล็กๆ ด้านหลัง ก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลา ผิวหน้าคล้ายกับสตรีขาวผ่อง ของเด็กหนุ่มได้
หลางเทียนไม่ได้กล่าวตอบ เพียงยิ้มบาง เผยความเ้าเล่ห์ออกมาเล็กๆ หลังจาก2วันผ่านไป หลางเทียนเองก็ไม่ได้เคลื่อนไหวเช่นกัน วิชาหมัดลมหวน เขาเองก็ยังพึ่งฝึกได้แค่2กระบวนท่า จากทั้ง5กระบวนท่าเท่านั้น เขาจึงไม่มีความมั่นใจเท่าใดนัก ที่จะชนะการประลองซึ่งๆ หน้า
ใน่2วันมานี้ มีกลุ่มคนไม่น้อยที่ท้าประลองต่อสู้ กระโจมทั้ง10ลำดับ จึงไม่ว่างเว้นการต่อสู้ แม้แต่ลำดับเดียว จนบัดนี้มีเพียงลำดับที่7เท่านั้น ที่ถูกเปลี่ยนที่โดยสตรีนามว่า สุ่ยเยว่ แถมสตรีนางนั้น ยังเป็ผู้มาใหม่เสียด้วย
เข้าวันที่3ก่อน่เย็นของวันนี้ การแจกจ่ายทรัพยากรจะมาถึง มันเป็วันที่หลางเทียนหมายตา เขาเดินอาจหาญ ไปหน้ากระโจมที่พักทั้ง10หลัง ผู้คนที่เห็นหลางเทียน ต่างก็ส่งสายตามองชมเื่สนุกทันที
“ข้าท้าประลอง!” น้ำเสียงหลางเทียนที่กล่าวพูด ไม่เอ่ยลำดับกระโจม ทำให้คนภายในกระโจมที่พัก ต่างก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง ยิ่งเวลาไหลผ่านไปยาวนานเท่าใด คนภายในกระโจมพวกเขายิ่งชอบใจ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนอาจหาญ ท้าประลองไม่บอกลำดับ นี่มันก็ไม่ต่างจากการ ท้าพวกเขาทั้ง10มาประลองไม่ใช่หรือ
คนอื่นๆ ที่มองชม พวกเขายังอยากจะ ลากไอ้เด็กเวรนี่มาตบสักฉาดสองฉาด จากความโอหังของมัน เมื่อเห็นหลางเทียน ทำหน้าไม่ยินดียินร้าย นั่งลงแคะขี้มูก เริ่มทำบางอย่างกับกองไม้ ที่เป็เหมือนสมบัติของเขา
...ไม่นานควันก็เริ่มลอยตลบอบอวลออกไปทั่ว ส่งให้คนภายในกระโจม ที่นั่งสบายใจเฉิบ พวกเขาราวกับถูกใครรมควัน ใบหน้าพวกเขาเดี๋ยวเขียว เดี๋ยวขาว บูดเบี้ยวไม่น่ามองกันหมดแล้ว บางคนยังสบถด่าภายในใจออกมา ‘บัดซบ บัดซบ ใครกันมันช่างใจกล้าห่อฟ้า ทำเื่เช่นนี้’
ก่อนกงม่อซือเด็กหนุ่มหน้าโหด จะเริ่มทนกลิ่นควัน ไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ออกมาจากภายในกระโจมที่พัก ด้วยใบหน้าฉุนเฉียว เดือดดาลเป็โทสะ ครั้นเห็นด้านนอก เต็มไปด้วยกลุ่มควันหนา เขาพยายามกวาดสายตา แค่นเสียงออกมาทันที
“ไหนไอ้เ้าตัวไหน ทำเื่สกปรกเช่นนี้ ออกมาเสีย ข้าจะสู้กับเ้าเอง”
ทว่าทันใด ฝีเท้าเล็กของหลางเทียนที่รออยู่ก่อนแล้ว เขาไม่รอช้าหมายมั่นจะเตะทุกคน ที่ออกมาด้านนอกกระโจม ั้แ่ต้นเป็ทุนเดิมแล้ว
เสียง อัก!! กงม่อซือ พร้อมร่างเขาที่ลอยกระเด็น ใบหน้าบูดเบี้ยว เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวดำคล้ำ ออกไป3-4เมตรด้วยความไม่อยากเชื่อ ภาพนั้นแม้แต่หมู่ชน ยังเบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง รู้สึกเ็ปแทนตัวของ กงม่อซือ จนพวกเขาต้องกุมเป้าตนเองไว้จนแน่น
เมื่อเห็นร่าง กงม่อซือ ถูกเท้าน้อยๆ หลางเทียน เตะเข้ากลางเป้าจุดยุทธศาสตร์ กล่องดวงใจ ร่างลอยกระเด็นออกมาจากหมอกควันขาว ก่อนร่างหลางเทียน จะเดินะโ สืบฝีเท้า เข้าไปภายในกระโจมที่พัก อย่างสบายใจเฉิบ พร้อมรอยยิ้มที่เจิดจ้าของเขา
เสียงสบถด่า กงม่อซือ คำรามออกมาดังลั่น พร้อมกับร่างที่บิดงอ หน้าเขียวปัดของเขา ครั้นเห็นว่าเด็กหนุ่มหลางเทียน เข้าไปแทนที่ตัวของเขา กงม่อซือเขาแทบอยากจะบ้าตาย “เ้า!! เ้า!!” ทว่าความจุกนั้นรุนแรงจริงๆ
แม้แต่ผู้คนภายในกระโจมลำดับอื่นๆ ที่ััความวุ่นวายภายนอกได้ พวกเขายังกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ หากเป็พวกเขาออกไปภายนอกกระโจม เกรงว่าสภาพของพวกเขา ก็คงไม่ต่างจากกงม่อซือ ในยามนี้นัก แม้แต่เด็กหญิงพวกเขายังคิดหนัก หากเผชิญหน้ากันหลางเทียนไร้ยางอายผู้นี้ พวกนางเองก็อาจเป็เหยื่อ ของเด็กบ้าคนนี้ก็เป็ได้
“บัดซบ!! เ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านักไอ้เด็กเวร!!” แม้กงม่อซือ อยากจะเดินเข้าไปลากคอไอ้เด็กเวร หลางเทียนออกมา เขาก็ไม่อาจทำได้เมื่อ กระโจมสลักด้วยค่ายอาคมป้องกันปิดตัวลง อย่างสมบูรณ์
เสี่ยวเฉา มองเหตุการณ์ภาพเบื้องหน้าตลอด เขาถึงกับหลุดหัวเราะขำพรืดออกมา “ฮ่าๆ ไม่คิดเลยว่าเ้าเด็กนั้น มันจะเข้าไปภายในกระโจมได้สำเร็จ แม้วิธีการของมัน จะน่ารังเกียจไปบ้างก็ตาม แต่ข้าเสี่ยวเฉา ชอบ”
***หมายเหตุ จริงๆ เขียนพระเอกโหดจริงจัง เ็าดูง่ายไปเลย สำหรับเื่นี้ผมว่าเขียนยาก ที่จะทำให้คนอ่านยิ้มได้ ผู้อ่านชอบพระเอกแนวไหน ลองพิมพ์มาบอกได้นะครับ