บทที่ 112
การเรียนในช่วงเช้ากว่าจะหมดคลาสมันก็ใช้เวลาไปมากถึง 3 ชั่วโมง แล้วแถมมันยังเป็นวิชาภาคบรรยายของอาจารย์แก่ๆที่เสียงยานๆ แน่นอนว่ามันทำให้นทีเหงาหลับอยู่หลายครั้ง พิมพ์แฟนสาวที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอเอาแต่มองหน้าของชายผู้เป็นที่รักแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เหตุการณ์เมื่อวานมันยังตราตรึงอยู่ในจิตใจเธอไม่ยอมหายไปไหน พระเอกขี่ม้าขาวที่ออกหน้าปกป้องเธออย่างสุดชีวิต และเขาก็เก่งมากด้วย “ฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆ... จะว่าไปทีก็น่ารักเหมือนกันนะเวลายิ้มเนี่ย..” พิมพ์กล่าวเหมือนกับว่าโลกนี้ทั้งใบมีแต่เขาและเธอเท่านั้น แม้คนอื่นๆจะมองตามมาด้วยความอิจฉาก็ไม่สนใจ บรรยากาศสีชมพูนี้แม้แต่อาจารย์ผู้สอนก็ยังบ่นๆออกมาเล็กน้อยเลย“หนุ่มสาวนี่ดีจริงๆเลยนะ...” จากนั้นอาจารย์ก็สอนต่อ โดยที่มีนทีสะดุ้งตื่นขึ้นมาเป็นบางครั้ง และทุกครั้งเขาก็หาวออกมายาวๆ พยายามเบิกตาตื่นสุดท้ายก็เหงาหลับอยู่อย่างนั้น จนเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นมากลางห้องเรียน แน่นอนว่าเป็นใครๆก็ต้องตื่นตูมกันทั้งนั้น ซึ่งนทีเองก็เช่นกัน เขามองไปยังเบอร์โทรก่อนที่จะยิ้มออกมา เพราะเขารู้ว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์ของใคร นทีขออนุญาตอาจารย์ออกไปรับสายเพราะมันเป็นสายสำคัญ แน่นอนว่าอาจารย์ก็อนุญาตตามที่นทีขอ แต่มันก็สร้างความไม่พอใจเล็กๆให้กับพิมพ์ที่เป็นแฟนสาว “ใครกัน!!.. ทำไมทีถึงต้องรีบออกไปรับขนาดนั้นล่ะ” เธอขมวดคิ้วของตัวเอง แต่ก็ยังเชื่อใจแฟนของตัวเองอยู่ เธอคิดมากไปมันก็เท่านั้น ถ้ามันถึงเวลาที่เขาอยากจะบอก เดี๋ยวแฟนเธอก็บอกเอง นทีเดินออกมาไม่นานก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม และนั่นมันก็ทำให้เขาตื่นตัวมากขึ้นเหมือนมีเรื่องดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้น“พิมพ์เธอเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นจ้องมาทางทีตั้งนานแล้ว..” นทีที่สังเกตเห็นว่าแฟนสาวจ้องเหมือนจะถามอะไรเขาสักอย่าง แต่ก็ไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เขาจึงกล่าวถามออกไป“ไม่มีอะไรหรอกค่ะที.. แค่มองความน่ารักของแฟนตัวเองไม่ได้หรือยังไงคะ..” พิมพ์กล่าวออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย นทีเองทีไม่ได้ชินกับอะไรอย่างนี้เขาก็ได้แต่เกาแก้มของตัวเองอย่างเขินๆ ผู้หญิงเป็นเพศที่ยากที่จะเข้าใจ ทั้งๆที่พิมพ์มีคำถามในใจแต่ก็ไม่ได้กล่าวออกไป จนเวลาเรียนก็จบลงไป ตอนนี้มันเป็นเวลา 11 โมงกว่าๆ ใกล้จะเที่ยงแล้ว นทีชวนแฟนสาวของเขาไปทานข้าวเที่ยงกัน แน่นอนว่าพิมพ์ก็ไม่ได้ปฏิเสธใดๆ ทั้งสองทานกันที่ร้านประจำ แน่นอนว่าก็ต้องมีเพื่อนสนิทอย่างเจ้านัทด้วยอีกคนหนึ่ง พวกเขาทั้งสามทานอาหารกันไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน จนเวลามันล่วงเลยผ่านมาจนใกล้ถึงเวลานัดหมายของเขาและเฟิร์นแล้ว นทีก็ขอตัวออกมาจากแฟนสาว และเพื่อนสนิทในทันที โดยที่เขาได้ให้เหตุผลตรงๆว่าไปทำธุระสำคัญ นทีเดินจากไปแล้วไม่นาน นัทเพื่อนยากก็เริ่มใส่ไฟกับเพื่อนสาวในทันที“แก..แกว่ายัยทีมันดูแปลกๆไปไหม.. ปกตินางมีธุระอะไรกับเขาซะที่ไหน ฉันว่านางต้องแอบแซ่บกับสาวคณะอื่นชัวร์ปาบเลย..” นัทกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปยังนทีที่เหมือนกำลังรอขึ้นรถสาธารณะของมหาวิทยาลัยไปที่ไหนสักที่หนึ่ง“จะบ้าเหรอแก.. มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไรกันล่ะ ทีเขาบอกไปทำธุระสำคัญมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นซิ..” พิมพ์ที่ยังคงเชื่อใจแฟนตัวเองอยู่กล่าวออกมาอย่างทันควัน แต่ในใจก็แอบหวั่นๆอยู่นิดหน่อยตามที่เพื่อนสาวพูด“เหอะ!!! อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน แกรู้ตัวอีกทีแมวที่ไหนก็ไม่รู้จะคาบปลาที่แกเลี้ยงไว้ไปกินทั้งตัว ส่วนตัวเธอนั้นเขาที่ไม่งอกมานานก็ขึ้นอยู่บนหัวของแกเอง เชอะ อุตส่าห์ช่วย... ดูซิ ขึ้นรถรางมหาวิทยาลัย คงจะไปหาสาวคณะอื่นจริงๆนั่นแหละ..” นัทกล่าวออกมาอย่างนั้น พิมพ์ถึงกับพูดไม่ออก เพราะตอนนี้เธอคิดมันได้เพียงแค่อย่างเดียวตามที่เพื่อนสาวบอก เมื่อความหึงหวงมันบดบังสายตา และหัวใจ พิมพ์ก็รีบลุกจากโต๊ะอาหารในทันที ก่อนจะรีบวิ่งไปทางรถยนต์ของตัวเอง“รอด้วยซิยัยพิมพ์ อย่าลืมซิว่าฉันมารถเดียวกับแกนะ..” นัทกล่าวออกมาตามหลัง และนัทเองก็เกือบจะขึ้นรถไม่ทันอีกด้วย พร้อมกับคิดในใจ ‘นี่ซินะ หึง แรง เงียบ’ และนั่นก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้นัทได้สนุกไปอีกแบบกับเรื่องของชาวบ้าน นัทหัวเราะในใจ และนิ่งเงียบรอดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นให้สนุกตา นทีขึ้นรถสาธารณะของมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาส่วนใหญ่เรียกว่ารถราง คันที่เขาขึ้นนี้มันกำลังมุ่งตรงไปยังหน้ามหาวิทยาลัยที่มีร้านกาแฟสตาร์เบสเป้าหมายของเขาอยู่ มันใช้เวลาเพียงไม่นานรถก็หยุดลงที่ป้ายจอดสถานีหน้ามหาวิทยาลัย นทีเดินต่อไปอีกนิดหน่อย แต่งตัวให้ดูดีขึ้นเหมือนกับนักธุรกิจหนุ่ม มากกว่านักศึกษา เพราะเขาจะต้องคุยธุระสำคัญ มันเป็นความหวังที่จะสร้างสิ่งที่พ่อแม่ของเขาฝันอยากจะทำมัน นทีเปิดประตูเข้าไปในร้านทันที“แกดูซิ!!.. มีแต่งหล่อเพิ่มขึ้นด้วยล่ะ... ต้องนัดสาวไว้อย่างแน่นอน” นัทจอมเสี้ยมก็กล่าวออกมา พิมพ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะทำอย่างไรดี แต่เมื่อคุยกันได้สักพัก เถียงกับเจ้านัทอยู่นานหลายนาที สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเข้าไปดู และใช้แผนการว่าบังเอิญเจอถ้าถูกจับได้ ทางด้านของนทีที่เข้ามาได้สักพักเครื่องดื่มก็มาส่งที่โต๊ะที่เขานั่งแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเฟิร์น และครอบครัวจะยังเดินทางมาไม่ถึง เขามองไปยังนาฬิกามันเป็นเวลาบ่ายโมงตรงแล้ว และนี่มันเป็นเวลานัดของพวกเขา จากนั้นมือถือของเขาก็ดังขึ้นมานทีก็กดรับสายทันที แน่นอนว่าเป็นเฟิร์นที่แจ้งกับเขาว่าอีก 15 นาทีจะเดินทางไปถึง เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาต้องใช้เวลาปรึกษาภายในครอบครัวว่าจะทำอย่างไรกัน ซึ่งเรื่องนี้นทีเองก็เข้าใจ มันอาจจะกะทันหันไปสำหรับพวกเขา ดังนั้นรออีกนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป“เอ๊ะ!! นั่นคุณนี่นา... รถของคุณเป็นอย่างไรบ้างคะ..” จู่ๆผู้หญิงคนหนึ่งก็เข้ามาทักเขาภายในร้าน นทีหันไปมองตามเสียง แน่นอนว่าเธอคนนี้คือขวัญข้าว นทีเองก็ยิ้มออกมาก่อนจะตอบกลับเธอไป“ไม่ต้องเป็นห่วงไปครับ ตอนนี้มันกำลังถูกรักษาอยู่ในอู่รถ โดยหมอผู้เชี่ยวชาญอยู่ครับ..” นทีกล่าวออกมาแบบติดตลก ก่อนจะเชิญให้ขวัญข้าวนั่งลงก่อน และมันก็เป็นจังหวะเดียวกันที่พิมพ์ และนัทเพื่อนสาวเปิดประตูร้านเข้ามาในทันที“..แกๆๆ.. ผู้หญิงคนนั้น มันดาวคณะวิทย์นี่นา.. แล้วดาวคณะบริหารอย่างแกอีกคน.. เจ้าทีมันก็ไม่เลวเหมือนกันนี่นา..” นัทเสี้ยมต่อตามหน้าที่ ถึงตอนนี้แล้วแรงอาฆาตความหึงหวงก็ถึงจุดสูงสุดแล้ว พิมพ์ไม่รอช้าเดินเข้าไปทางโต๊ะของนทีในทันที“..แหม่คุณนี่ตลกจังเลยนะคะ ขออนุญาตนั่งก่อนนะคะ ...เรื่องค่าเสียหายรถเท่าไรสามารถบอกฉันเพิ่มเติมได้เลยนะคะคุณที ยังไงซะฉันก็ผิดเต็มๆ จะให้คุณช่วยออกค่าซ่อมด้วยอีกคน ฉันก็รู้สึกผิดแย่ซิคะ.. ว่าแต่แขนของคุณทีหายดีแล้วเหรอคะ” ขวัญข้าวพยายามเอื้อมมือมาจับที่แขนของนทีเพื่อดูแผลที่เธอเห็นเมื่อคืนวาน ทั้งๆที่นทีกล่าวปฏิเสธไปแล้วก็ตาม แต่ขวัญข้าวก็ยังดึงดันที่จะขอดูให้ได้ เธอให้เหตุผลไปว่าอย่างน้อยจะได้ไม่รู้สึกผิดไปมากกว่านี้ คนหนึ่งปฏิเสธคนหนึ่งพยายามดึง ภาพที่เห็นมันเหมือนเป็นการหยอกล้อเล่นกันของหนุ่มๆสาวๆ แน่นอนว่าเจ้าแม่องค์ลงอย่างพิมพ์ก็เข้ามาสอบถามในทันที“นี่มันเรื่องอะไรกันคะที... ธุระสำคัญที่คุณว่า คือมาพบกับผู้หญิงคนนี้อย่างนั้นเหรอคะ..” สีหน้าของพิมพ์ที่มันแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าตอนนี้เธอกำลังโกรธเป็นอย่างมาก...