บทที่ 26 เพิ่มเงิน
ลู่หลีไม่กล้าประมาท รีบออกจากถ้ำทันที เขาหยุดยืนมองแล้วก็พบว่าห้องกลั่นยาข้าง ๆ เปิดประตูอยู่ จึงรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าไป
"ปิดประตู" เซียวเจวี๋ยเห็นลู่หลีเข้ามา ขณะล้างเตากลั่นยาไปด้วย
ลู่หลีมองไปที่ปุ่มกลไกข้างประตู แล้วกดลองอย่างระมัดระวัง เกิดเสียงดังกริ๊ก ก่อนประตูจะเลื่อนลงช้า ๆ
"ยาที่ให้เ้าท่องจำนั้น ท่องได้แค่ไหนแล้ว" เซียวเจวี๋ยกล่าวอย่างไร้อารมณ์
ลู่หลีรีบหยิบตำราโอสถทิพย์ส่งให้ "ศิษย์ท่องจบแล้วขอรับผู้าุโ"
"ท่องจบแล้วหรือ" เซียวเจวี๋ยเลิกคิ้ว รับตำราโอสถทิพย์มา แล้วเรียกสมุนไพริญญาชนิดหนึ่งออกมา สมุนไพริญญานี้มีใบยาวแปดใบ ทั้งต้นสีฟ้าหม่น แต่รากและลำต้นสีแดง "นี่คือสมุนไพริญญาอะไร"
ลู่หลีเห็นดังนั้นพลันม่านตาหดเล็ก หายใจติดขัด นี่... นี่ไม่ใช่ว่านอัสนีที่เป็ส่วนผสมของยาทะลวงปราณหรอกหรือ
เห็นลู่หลีมีท่าทีเช่นนั้น เซียวเจวี๋ยคิดว่าลู่หลีกำลังตื่นตระหนกและไม่ได้ท่องตำราอย่างจริงจัง จึงเปลี่ยนสีหน้าเป็เ็า "พูดมา!"
ลู่หลีจึงตอบ "เป็ว่านอัสนี ใช้เวลาร้อยปีในการเติบโตระดับหนึ่ง สามารถเติบโตสูงสุดถึงระดับสอง เป็คุณสมบัติหยาง เกลียดหยิน เกิดในที่โล่ง บริเวณรอบว่านอัสนีในรัศมีสิบจั้งจะไม่มีสมุนไพริญญาอื่นเติบโต..."
"เ้าจดจำสรรพคุณและสภาพแวดล้อมการเจริญเติบโตได้หมดเลยหรือ" เซียวเจวี๋ยกล่าวด้วยความประหลาดใจ
จากนั้นก็หยิบสมุนไพริญญาที่มีรูปร่างคล้ายกับเมื่อครู่ แต่มีสีแดงเืทั้งต้น "แล้วต้นนี้ล่ะ?"
"หญ้าผลึกเื ร้อยปีเป็ระดับหนึ่ง ขั้นสูงสุดแล้ว เหมาะสำหรับทั้งหยินและหยาง เจริญเติบโตในที่ที่มีพลังิญญาเข้มข้น..."
ได้ยินดังนั้น เซียวเจวี๋ยยิ่งรู้สึกประหลาดใจ
เขาหยิบสมุนไพริญญาอีกหลายชนิดให้ลู่หลีตอบ ลู่หลีตอบโดยไม่มีความยากลำบากใด ๆ ทันทีที่สมุนไพริญญาปรากฏก็เริ่มตอบทันที กระทั่งตอบจบ เซียวเจวี๋ยถึงกับตาค้างปากอ้า
เขายังคงไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดสามารถจดจำตำราโอสถทิพย์ได้ทั้งเล่มภายในเจ็ดวัน
ต้องรู้ว่าในนี้มีสมุนไพริญญามากกว่าหกพันชนิด
ดังนั้นเขาจึงเปิดตำราโอสถทิพย์ไปยังหน้าท้าย ๆ และเลือกสมุนไพริญญาที่แม้แต่ตนเองก็ไม่เคยเห็น "จงบอกคำอธิบายของผลิญญาทารก"
"ผลิญญาทารก"
ลู่หลีครุ่นคิดเพียงครู่เดียว ภาพของผลสีเทาคล้ายทารกก็ปรากฏในห้วงความคิด กล่าวว่า "ผลิญญาทารก เริ่มต้นที่ระดับสี่ หลังพันปีจะเลื่อนขึ้นหนึ่งระดับ คุณสมบัติเป็หยิน กลัวพลังหยาง มักเกิดในสมรภูมิโบราณที่มีอัฐิของผู้ทรงพลัง เป็วิเศษยาชั้นเลิศที่ช่วยเพิ่มพลังิญญา..."
"เ้า...เ้า เ้า!" เซียวเจวี๋ยเบิกตากว้าง เมื่อเทียบแล้วพบว่าลู่หลีกล่าวได้ถูกต้องทุกตัวอักษร จนทำให้เขาตกตะลึงพูดไม่ออก
เขาสูดหายใจลึก หลังจากนั้นจึงกล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด "ต้องบอกว่า ความจำของเ้านั้นน่าทึ่งจริง ๆ ตำราโอสถทิพย์นี้ ข้าแค่อ่านถึงพันชนิดแรกก็รู้สึกวิงเวียนจนอ่านต่อไม่ไหว แต่ไม่คิดเลยว่าเ้าจะ..."
ลู่หลีย่อมไม่บอกเขาว่าตนอ่านมาสองเดือนกว่า ๆ จึงกล่าวด้วยความเคารพ "ศิษย์เพียงขยันอ่านเท่านั้นขอรับ"
"ขยัน? หมายความว่าข้าไม่ขยันงั้นหรือ?"
"อ่า?" ลู่หลีตกตะลึง ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
"หยอกเล่นหรอก ดูสิว่าเ้าใขนาดไหน โอ้ เมื่อเ้าจดจำได้แล้ว ข้าก็จะไม่ทำให้เ้าลำบากอีก จากนี้ไป เ้าจงทำงานที่นี่ให้ดี ข้าจะไม่เอาเปรียบเ้าหรอก"
กล่าวจบก็ให้ลู่หลีเริ่มคัดเลือกสมุนไพริญญา
เมื่อแยกประเภทเสร็จ เซียวเจวี๋ยก็เริ่มกลั่นยา
ลู่หลียืนรอคอยคำสั่งอย่างเงียบ ๆ เห็นหน้าผากของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเหงื่อ จึงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังเพื่อเช็ดเหงื่อให้ แล้วกลับไปยืนที่เดิมเพื่อรอต่อไป
"เ้าเด็กคนนี้"
เซียวเจวี๋ยคิดว่าตนมีใบหน้าที่หนาแล้ว แต่ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะมีใบหน้าที่หนากว่า ทำให้เขาใจอ่อนกว่าเดิม เขาจึงเริ่มอธิบายความรู้เกี่ยวกับการกลั่นยาเพิ่มเติม
ลู่หลีย่อมดีใจยิ่งนัก และจดจำคำพูดของอีกฝ่ายไว้ในใจอย่างเงียบ ๆ
เมื่อสมุนไพริญญาถูกกลั่นเสร็จ เซียวเจวี๋ยก็ให้ลู่หลีกลั่นสมุนไพริญญาต้นต่อไป
ลู่หลีเห็นว่าครั้งก่อนเติ้งชิ่งเซิงถูกดุ จึงไม่กล้าใช้มือเปิดฝาเตาอีก สายตากวาดไปรอบหนึ่ง และก่อนที่เซียวเจวี๋ยจะเอ่ยปาก เขาก็พบว่ามีผ้าเช็ดชนิดพิเศษบนแท่น
เขาใช้ผ้าเช็ดนั้นเปิดฝาเตาเพียงเล็กน้อย แล้วรีบโยนสมุนไพริญญาลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดฝาเตาทันที ตามที่เซียวเจวี๋ยบอก น้ำยาในเตาหลังการกลั่นจะไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างยิ่ง จึงต้องลดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิให้มากที่สุด
ที่จริงลู่หลีเคยฝึกฝนร่างกายมาแล้ว อุณหภูมิของฝาเตาย่อมไม่มีผลต่อเขาเลย เขาทำเช่นนี้ก็เพียงเพื่อไม่อยากให้เซียวเจวี๋ยดุว่าเขาไม่รู้จักจำเท่านั้น
เซียวเจวี๋ยเห็นดังนั้นก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม
ทั้งสองยุ่งวุ่นวายในห้องกลั่นยา ขณะที่ในถ้ำบนหน้าผาด้านหลังของยอดเขาเทียนเจวี๋ย เติ้งชิ่งเซิงกลับกำลังโมโหจนทุบกำปั้นลงบนผนังหิน เขาคิดในใจว่าตนเองเป็ถึงรากิญญาสามธาตุ เพียงแค่เข้าสำนักได้หกปีก็สามารถบรรลุขอบเขตก่อปราณระดับสี่ ซึ่งเป็อัจฉริยะ แต่กลับไม่ได้รับความสำคัญเช่นนี้
"ล้วนเป็ความผิดของเ้า ล้วนเป็ความผิดของเ้า!"
เติ้งชิ่งเซิงกำมือแน่น แสงเย็นเยียบวาบวับในดวงตา "รอดูเถิด ข้าจะไม่ปล่อยเ้าเด็ดขาด!"
ตึง ตึง ตึง
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูถ้ำก็ดังขึ้น
"เข้ามา" เติ้งชิ่งเซิงกล่าวเสียงเครียดขณะเปิดประตูเหล็กเพียงเล็กน้อย พร้อมกับมองไปยังชายอ้วนขาพิการที่อยู่ด้านนอก
ประตูเหล็กนี้มีการวางกลไกกั้น หากประตูปิดลง มีแค่เซียวเจวี๋ยเท่านั้นที่มีป้ายซึ่งสามารถเปิดจากภายนอกได้ หลังจากเขาเข้ามา เขาก็จะต้องรอจนกว่าเซียวเจวี๋ยจะมาปล่อยตัวอีกหกเดือน แต่เซียวเจวี๋ยก็จะไม่ปล่อยให้เขาหิว ทุกวันจะให้ิ่เหอนำอาหารมาส่ง
ิ่เหอคือชายอ้วนขาพิการที่ทำงานในโรงอาหาร
ได้ยินคำสั่ง ิ่เหอจึงเลื่อนถาดอาหารผ่านช่องประตูเข้ามา
ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวจะจากไป เติ้งชิ่งเซิงก็ร้องเรียกเขาไว้ "รอก่อน ช่วยข้าทำเื่หนึ่ง ข้าจะให้รางวัลเ้า"
"ข้ายุ่งมาก" ิ่เหอกล่าวอย่างเฉยชา แล้วหมุนตัวเดินจากไปทันที
ขาข้างนี้ของเขาถูกเติ้งชิ่งเซิงทุบหัก หากไม่ใช่เพราะพลังปราณของเขายังไม่พอ เขาจะกำจัดคนชั่วคนนี้ให้ตายแน่ ไม่ต้องพูดถึงการช่วยทำงานให้เลย
"ยาหลอมปราณหนึ่งขวด!" เติ้งชิ่งเซิงะโเสียงดัง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
"ยาหลอมปราณ?" ิ่เหอหยุดเดิน กล่าวอย่างเฉยชา "มีเื่อะไร"
ยาหลอมปราณ ตามชื่อเลยก็คือยาที่ใช้แปรเปลี่ยนปราณิญญาให้กลายเป็ปราณแท้ สามารถช่วยให้ผู้คนแปรเปลี่ยนปราณิญญาได้อย่างรวดเร็ว เป็ยาที่เหล่าผู้ฝึกตนขอบเขตก่อปราณต่างพากันหมายปอง แม้แต่ที่สำนักชิงหยาง ศิษย์อย่างเป็ทางการโดยทั่วไปก็จะได้รับเพียงหนึ่งขวดต่อเดือนเท่านั้น
สำหรับศิษย์ชั้นต่ำ อย่าหวังแม้แต่จะคิด
หากอยากได้จริง ๆ ต้องแลกด้วยคุณความดี หนึ่งร้อยแต้มแลกหนึ่งเม็ด หนึ่งพันแต้มแลกหนึ่งขวด
ดังนั้นเมื่อิ่เหอได้ยินคำว่ายาหลอมปราณเขาก็หยุดลงทันที ที่ยอดเขาเทียนเจวี๋ยแห่งนี้ พลังิญญาเข้มข้นมาก หากมียาหลอมปราณช่วย เขาจะสามารถทะลวงระดับสามได้อย่างแน่นอน
"ช่วยข้าฆ่าคนคนหนึ่ง" เติ้งชิ่งเซิงเห็นิ่เหอหยุดลง จึงเผยรอยยิ้มเยาะ คิดในใจว่า สุนัขก็คือสุนัข จดจำแต่เื่กิน ไม่จดจำบทเรียน
"เป็ไปไม่ได้!"
ิ่เหอหันกลับมามองเติ้งชิ่งเซิง เขาคิดว่าจะให้เขาฆ่าคนเพียงเพราะขวดยาหนึ่งขวด ช่างเป็เื่ที่ง่ายดายเกินไป
"สองขวด สองขวดก็พอแล้วกระมัง!"
เห็นิ่เหอเดินจากไป เติ้งชิ่งเซิงจึงรีบทุบประตูเหล็กอย่างดุเดือด
"สามขวด มิฉะนั้นก็เลิกคุย!" ในที่สุดิ่เหอก็ถูกโน้มน้าวจนต้องเดินกลับมา
กล้าต่อรองกับข้าอย่างนี้หรือ
เติ้งชิ่งเซิงมองด้วยสายตาเย็นเยียบ ลังเลอยู่หลายครั้ง ก่อนจะกัดฟันพูดว่า "ได้ สามขวดก็สามขวด!"
"จะฆ่าใคร"
"เด็กหนุ่มคนใหม่นั่น เขาอยู่ขอบเขตก่อปราณระดับหนึ่งเท่านั้น แต่เ้าอยู่ระดับสอง การฆ่าเขาง่ายดายนัก"
"คนใหม่?" ิ่เหอขมวดคิ้ว ทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่าย้าฆ่าใคร เขาก็กล่าวอย่างเรียบเฉย "เขาเป็ศิษย์น้องของข้านะ เ้าไม่คิดว่าข้อเสนอนี้น่าขำหรือ"
"ศิษย์น้องของเ้า? เ้ามีศิษย์น้องอะไรกัน อย่าพูดมาก จะทำหรือไม่!"
"เพิ่มเงิน!"
"ฮ่า ๆ เ้า... กล้าจริง ๆ กล้าหยอกล้อข้า มากที่สุดแค่สี่ขวด เ้าจะทำหรือไม่!" ิ่เหอหัวเราะด้วยความโกรธ สายตากวาดผ่าน กล่าวว่า "ภายในเจ็ดวัน ข้าจะนำหัวของเขามาให้เ้า แลกเงินกับของ!"
แม้จะกล่าวเช่นนั้น ทว่าเติ้งชิ่งเซิงไม่มีความคิดจะให้ยากับิ่เหอเลย คิดในใจว่าหากเ้าฆ่าเด็กคนนั้นตาย ข้าก็จะโยนเ้าออกไป ได้ประโยชน์สองต่อ ช่างน่าพึงพอใจเสียจริง
"ไม่ได้ เ้าคิดว่าข้าโง่หรือ หากเ้าโกงในภายหลังจะทำอย่างไร!" ิ่เหอไม่ตกหลุมพรางเลยแม้แต่น้อย
"เ้า้าอย่างไร!" เติ้งชิ่งเซิงมองิ่เหอด้วยความสนใจ
"อย่างน้อยก็วางเงินมัดจำสองขวดก่อน!" ิ่เหอยื่นมือออกไป พลางมองเติ้งชิ่งเซิงแล้วกล่าวว่า "เมื่องานสำเร็จค่อยจ่ายส่วนที่เหลือ ส่งของตามตกลง"
ได้ยินดังนั้นเติ้งชิ่งเซิงกำหมัดแน่น ลังเลอยู่นานก่อนจะควักขวดหยกสองใบโยนออกมา "หวังว่าเ้าจะไม่หลอกข้านะ มิฉะนั้น... ผลที่ตามมาเ้าย่อมรู้ดี"