“อีหน้าผี! รีบออกไปไกลๆฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“อี๋!! น่าขยะแขยงเป็บ้า ทำไมร้านถึงกล้ารับเอาคนน่าเกลียดแบบนี้เข้ามาทำงาน ไป! ออกไป!”
ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งเสียงก่นด่าดังขึ้นแทบตลอดเวลา คู่รักชายหญิงที่มาทานข้าวกำลังด่าทอพนักงานหญิงคนหนึ่งด้วยถ้อยคำหยาบสารพัด หญิงสาวผู้น่าสงสารทำได้เพียงยืนนิ่งก้มต่ำมองลงที่พื้น น้ำตาที่ไม่อยากให้ออกมาก็ไหลออกมาเอง รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาเสียเหลือเกิน ทำไมต้องเป็ตัวเองที่เกิดมาพิกลพิการมีหน้าตาอันอัปลักษณ์ หน่ำซ้ำยังต้องกำพร้าั้แ่เด็ก ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอต้องพบเจอแต่เื่เลวร้ายกับชีวิตมากมาย ลูกค้าฝ่ายหญิงยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทำ เธอพ่นคำหยาบออกมาแทบตลอดเวลา พนักงานคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ก็รู้สึกเห็นใจเพื่อนร่วมงาน แต่ทว่าก็ไม่มีใครสักคนที่จะกล้าเข้าไปช่วย
“ผู้จัดการอยู่ไหน ไปเรียกผู้จัดการมาเดี๋ยวนี้”
“โซเฟียพอได้แล้ว เื่แค่นี้เอง”
“ไม่!พี่ไม่ต้องมายุ่ง” ดูท่าเื่คงจะบานปลายใหญ่โต ลูกค้าฝ่ายหญิงแสดงอารมณ์โกรธออกมาถึงขีดสุด
“ผมว่าพวกคุณพอได้แล้วนะครับ พนักงานก็ขอโทษแล้ว เื่เล็กน้อยแค่นี้เอง ให้อภัยกันไม่ได้เลยเหรอครับ”
“ไม่ใช่เื่ของคุณ ไม่ต้องเข้ามายุ่ง”
เป็ชายหนุ่มที่มาทานอาหารคนเดียว เขานั่งอยู่โต๊ะริมหน้าต่างซึ่งเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาเฝ้ามองดูสถานการณ์จนทนไม่ไหว บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งต่างคนต่างเริ่มหมดความอดทน จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามายังในร้าน เป็ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาภูมิฐานดี เขารีบวิ่งเข้ามายังด้านในที่เกิดเหตุ เหงื่อไหลออกมาท่วมตัวดูแล้วเขาคงจะวิ่งมาเป็ระยะทางไม่น้อย เมื่อเข้ามาด้านในเขาก็เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงรีบเดินเข้าไปเพื่อแก้ไขสถานการณ์
“สวัสดีครับ ผมลีโอเป็ผู้จัดการของที่นี่ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นครับ”
“นี่คุณไม่รู้จริงๆเหรอ ถ้างั้นฉันจะบอกให้เอง ก็อีหน้าผีมันทำซุปหกใส่ฉัน เลอะชุดใหม่ของฉันหมดเลย เนี๊ยเห็นไหม”
“ผมต้องขออภัยขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะครับ ทางเราจะนำปัญหาไปปรับปรุงต่อไปในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น ส่วนปัญหาครั้งนี้ที่เกิดขึ้นทางเรายินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นครับ”
“ก็ได้ ในเมื่อคุณพูดถึงขนาดนั้น ถ้างั้นฉันจะยกโทษให้สักครั้ง แต่ว่า”
“แต่ว่าอะไรครับ”
“คุณต้องไล่อีหน้าผีออก!ฉันถึงจะไม่เอาเื่ที่เกิดขึ้น คุณผู้จัดการทำได้ใช่ไหมคะ”
“เอ่อ”
“มันจะไม่มากไปเหรอคุณ เื่แค่นี้เองถึงกับต้องให้ออกเลยเหรอ” เป็ชายหนุ่มคนเดิมที่พูดขึ้น
ลีโอมีท่าทีหนักใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่าย้า เขาหันไปมองดูพนักงานของตนที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ด้วยความสงสาร ปัญหาที่เกิดขึ้นถือว่าเป็เื่ที่ร้ายแรง เป็เพราะลูกค้าสองคนนี้เป็ลูกของคนใหญ่คนโตที่มีอำนาจ หากทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจเื่คงจะบานปลายขึ้นอีกเป็แน่ เขาหันหลังเดินตรงไปหาพนักงานหญิงด้วยท่าทีลำบากใจ
“เบล เรากลับบ้านไปพักก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะติดต่อไปหาอีกที”
เบลไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทำเพียงพยักหน้าก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าด้านหลังแล้วเดินออกจากร้านไป ก่อนที่จะเดินจากไปเธอหันกลับมามองด้านในร้านเห็นลีโอกำลังก้มหัวขอโทษอีกฝ่ายอยู่ มีหลายสิ่งที่คิดอยู่ในใจของเธอ รีบหันหลังเดินออกจากตรงนั้นให้ไวที่สุด แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเป็ความมืดเข้ามาแทนที่ เบลเดินไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอตระหนักถึงความจริงของชีวิต ถึงจุดนี้เบลจึงตัดสินใจที่จะไปตามทางของตนเอง
กลับมาถึงของห้องพักเธอก็รีบเก็บข้าวของเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ ในกระเป๋ามีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดกับของใช้ไม่กี่อย่าง หลังจากเก็บของเสร็จแล้วเธอก็ออกจากห้องไปทันที เดินไปตามถนนยามค่ำคืนจนมาถึงป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งเบลจึงนั่งลงพัก ที่นั่นไม่มีใครนอกจากเธอเพียงคนเดียว นั่งคิดหวนไปถึงเื่ราวต่างๆในอดีตที่ผ่านมา ก็อดน้อยใจในโชคชะตาของตนไม่ได้ ของเหลวสีใสก็ไหลออกมาโดยไร้การควบคุม ในขณะนั้นเองที่ด้านหลังของหญิงสาวมีร่างปริศนาปรากฏขึ้น วินาทีต่อมามันพุ่งเขาจู่โจมหญิงสาวที่ไม่ทันได้ระวังตัว
“ปล่อยนะ ปล่อย”
“ถ้าไม่อยากตายก็อยู่เงียบๆ”
สิ้นคำมันก็เอามือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากเหยื่อไว้ ด้วยแรงผู้หญิงไม่อาจต้านทานแรงของชาย เบลถูกลากไปยังป่าด้านหลังป้ายรถเมล์ เดนนรก้าที่จะปลดปล่อยอารมร์กลัดมันเต็มที่ จับร่างของหญิงสาวพลิกกลับหันหน้าขึ้นมาหาตน ด้วยความมืดจึงทำให้สายตาต้องใช้เวลาในการปรับตัว แสงสว่างจากป้ายรถเมล์ช่วยใช้มันเห็นได้ชัดขึ้น ในตอนที่มันได้เห็นหน้าของเหยื่อชัดๆก็ต้องหยุดการกระทำต่ำช้าลง ไม่กี่วิต่อมามันก็แสดงความใออกมาถึงขีดสุด
“เฮ้ย!ผีหลอก ผีหลอก”
มันผละออกจากร่างของเหยื่อ รีบลุกขึ้นวิ่งหนีหายไปในความมืด หญิงสาวยังอยู่ในอาการใ เธอยังตั้งสติไม่ได้กับเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่จึงได้สติกลับมา เบลไม่รู้ว่าเธอต้องดีใจหรือเสียใจกันแน่ ที่รอดพ้นเหตุการณ์เลวร้ายมาได้เพราะหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัวของตัวเอง
“ขนาดโจรข่มขื่นยังวิ่งหนี น่าสมเพชเสียจริง”
หลังจากที่ตั้งสติได้เธอก็รีบออกจากที่ตรงนั้นทันที เดินทางต่อมาจนกระทั่งพบห้องพักรายวัน จึงตัดสินใจที่จะพักที่นี่ก่อน หญิงสูงอายุที่เป็เ้าของเดินนำไปยังห้องพัก ด้านในห้องว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกใดใด ยายส่งกุญแจให้กับเบลแล้วจึงเดินกลับออกไป เมื่อเข้ามายังด้านในห้องเบลก็วางกระเป๋าลงแล้วจึงไปอาบน้ำ ด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วเธอก็ผล็อยหลับไป
เป็เวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เบลหนีออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ตอนนี้เธอทำงานเป็พนักงานล้างจานของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ได้ค่าแรงน้อยนิดแต่เธอก็มีความสุขกับมัน เพราะว่าเธอไม่ต้องไปพบเจอผู้คน ทำงานอยู่หลังร้านอย่างเดียว เสร็จงานก็กลับห้องนอนพักผ่อน กิจวัตรดำเนินเช่นนี้เรื่อยมา หลังที่เลิกงานกลับถึงห้องของตนแล้ว เบลจะรีบไปนั่งอยู่มุมห้อง ปัดแกว่งพู่กันลงบนกระดาษแผ่นใหญ่เสมอ การวาดรูปเป็สิ่งเดียวที่เบลได้ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ตลอดเวลาที่ผ่านมามีผลงานมากมายที่หญิงสาวได้รังสรรค์ออกมา ทุกภาพของเธอนั้นราวกับมีชีวิตและจิติญญา มันทั้งสวยงามและมีเอกลักษณ์เป็ของตัวเอง
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งปีเบลได้มีโอกาสนำภาพเข้าแข่งขันในงานประกวดงานหนึ่ง ซึ่งภาพของเบลก็ชนะการประกวด ได้รางวัลเป็ถ้วยรางวัลกับเงินจำนวนหนึ่ง เบลสวมเสื้อคลุมยาวใส่หมวกปิดบังใบหน้าขึ้นไปรับรางวัล ในตอนที่กำลังจะออกจากงานก็ได้ชนเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งเข้า เธอเสียการทรงตัวฟุบลงไปกับพื้น ชายหนุ่มจึงรีบยืนมือมาให้เบล แต่เธอไม่ได้จับมือของเขาไว้แต่ลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ชายหนุ่มก็รีบกล่าวขอโทษยกใหญ่
“ไม่เป็ไรคะ”
ในวินาทีที่เบลเงยหน้ามองไปยังชายหนุ่มก็ต้องใออกมา เธอยังจำเื่ราววันนั้นได้เป็อย่างดี เื่ที่เกิดขึ้นในร้านอาหารในตอนที่เบลยังทำงานเสิร์ฟอยู่ ชายคนนี้คือคนที่ออกตัวพูดช่วยเหลือตนในวันนั้น เขามีรูปร่างที่สูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหล่า ผิวขาวนวลนุ่มราวกับผิวของสตรี มีกิริยามารยาทของผู้ดี ไม่ใช่แค่เบลที่ใอีกฝ่ายเมื่อเห็นเบลก็ใออกมาเช่นกัน
“คุณ”
“ฉันขอตัวก่อนนะ”
สิ้นเสียงเบลก็รีบปลีกตัวเดินจากไปทันที ทว่าชายหนุ่มกลับยื่นมือมาคว้าแขนของเบลเอาไว้ ร่างบางถูกหยุดดึงหันกลับมาหาอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ
“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่เป็ไรคะ”
“ผมขอเวลาสักครู่ได้ไหมครับ”
“ค่ะ”
“งั้นเราไปนั่งดื่มกาแฟแล้วค่อยคุยกันดีไหมครับ”
เบลคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบตกลงไป ชายหนุ่มเดินนำฝ่ายหญิงตรงไปยังคาเฟ่ที่อยู่ด้านหน้า หลังจากที่ถามเครื่องดื่มของเบลแล้วชายหนุ่มก็เดินไปออเดอร์แล้วกลับมานั่งฝั่งตรงข้ามเบล
“สวัสดีอีกครั้งนะครับ ขอโทษที่แนะนำตัวช้า ผมชื่อคริสครับ”
“เบลค่ะ คุณมีเื่อะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”
สองคนนั่งพูดคุยกันสักพักฝ่ายหญิงก็ขอตัวกลับไปก่อน รถเมล์คันเก่าแล่นไปตามเส้นทางก่อนที่จะหยุดลงที่ป้ายรอรถแห่งหนึ่ง รถจอดนิ่งเบลก็ลงรถเดินตรงเข้าไปในซอยที่อยู่ข้างๆไป เดินตามทางไปราวหนึ่งกิโลก็มาถึงห้องพัก เจอคุณยายเ้าของกำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านพอดีจึงรีบกล่าวทักทาย พูดคุยกันเล็กน้อยเบลก็ขอตัวกลับห้องไป
หญิงสาวเอนตัวลงที่นอนเพื่อพักผ่อน พลันความคิดก็หวนนึกไปถึงเื่ราวในอดีตที่ผ่านมา นับว่าเป็่เวลาที่ยากลำบากสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ยามที่นึกถึงเื่นี้ทีไรน้ำตาก็ไหลออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว ตัวเบลมีความลับบางอย่างที่ไม่เคยบอกใครอยู่ เธอกำลังนอนคิดถึงเื่ราวในอดีตทว่าอดีตที่ว่านั้นเป็เื่ราวในชาติที่แล้วก่อนที่เบลจะเกิดมาบนโลกนี้
*สวัสดีปีใหม่นะครับทุกคน ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงๆครับ เพี้ยงงง*