เสียงเพลงบรรเลงคลาสสิกนำพาให้แขกของงานเซ็นสัญญาครั้งสำหรับของ Saturn corporationเดินมาสู่ส่วนต้อนรับซึ่งจัดอยู่ภายในโรงแรมหรูหรากลางเมือง มีพนักงานคอยแนะนำและมอบของที่ระลึกก่อนแขกที่ได้รับเชิญจะเดินเข้าไปด้านในของงานภูดิศกำลังต้อนรับแขกในฐานะรองประธาน โดยมีพ่อของเขานั่งอยู่ด้านในกับคุณธำรงค์ท่าทางนอบน้อมและค้อมไหล่เล็กน้อยทำให้นักข่าวสงสัยเป็อย่างมากว่าทำไมภูเบศซึ่งเป็ประธานของSaturn corporation ถึงทำแบบนั้นข่าวลือถึงการมีประธานที่แท้จริงซึ่งไม่ใช่ภูเบศยังคงลือสะพัดซึ่งมันเป็เช่นนี้มาั้แ่รุ่นทวดของภูเบศแล้ว
ภูดิศเดินเข้ามานั่งข้างๆ ผู้เป็พ่อในขณะที่ธำรงค์เพิ่งนั่งรถออกไปจากงานอย่างเงียบๆ แม้นักข่าวอยากจะตามเข้าไปสัมภาษณ์แต่การ์ดกันไว้ทำให้นักข่าวไม่เคยได้ข้อมูลจากปากของธำรงค์แม้แต่ครั้งเดียว
“ท่านจะมาหรือเปล่าครับพ่อ”ภูดิศถามผู้เป็พ่อการที่เขาเป็คนในครอบครัวทำให้รู้ว่าใครเป็ใครและอะไรเป็อะไรมาั้แ่เด็ก
“มาแต่ไม่รู้ว่าตอนไหน แต่พอท่านมา พ่อกับภูจะรู้เอง” ภูเบศชี้ที่สมองท่านจะติดต่อมาเองเขาจึงไม่ชัดเจนนักว่า ‘ท่าน’ เป็มนุษย์หรือว่าอะไรกันแน่
“ท่านมาแล้ว”ภูดิศรู้สึกได้ผ่านสมองของเขาราวกับท่านมาบอกตรงนี้ว่าเอง...ผมมาถึงแล้ว
“เริ่มงานได้”ผู้เป็พ่อเอ่ย
การเซ็นสัญญาครั้งสำคัญของSaturn corporation เริ่มขึ้นใน 5นาทีต่อมา หลังจากชายใบหน้าเรียบเฉยทว่าราวกับมีแสงประกายในทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้มุมห้องซึ่งเ้าตัวสั่งไว้อย่างนี้เสมอเขามาเพื่อรับรู้เท่านั้น
ภูดิศเดินขึ้นเวทีไปโดยมีคู่สัญญาเดินขึ้นมาจากบันไดอีกฝั่งพิธีกรของงานกล่าวถึงความเป็มาและสัญญาที่ได้จัดทำกันในวันนี้ ซึ่งจะทำให้ Saturn corporationเป็บริษัทที่ให้บริการด้านสัญญาณสื่อสารครอบคลุมไปทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ก่อนที่เสียงปรบมือหลังการเซ็นสัญญาจะดังขึ้น
ศนิลุกจากเก้าอี้ริมห้องกำลังจะเดินออกไปจากห้องแถลงข่าวเงียบๆแต่ภูเบศที่มองมาตลอดก็รีบลุกแล้วเดินตามมาเพียงลำพังแม้ว่าปกติแล้วเวลาเขาไปไหนจะมีคนคอยติดตามโดยตลอด ศนิหยุดเดินราวกับรอแล้วเมื่อภูเบศเดินมาจนถึงจึงเดินต่อเคียงกันไปทว่าผู้ที่ดูมากวัยกว่ากลับค้อมหลังด้วยท่าทีนอบน้อมผู้ที่ดูเหมือนจะอ่อนวัยกว่ากลับผึ่งผายหันมามองเพียงนิดพลางก้าวต่อไป
“ท่านจะไปแล้วหรือครับ วันนี้นักข่าวถูกกันไปทางโซนนั้น ปลอดภัยดีหากท่านจะอยู่ต่ออีกสักนิด”ภูเบศเอ่ย
ศนิเห็นแล้วแต่เขามาที่นี่เพื่อรับรู้ตามที่ทำมาโดยตลอดเท่านั้น “ผมมีธุระที่โรงพยาบาลใกล้ๆนี่เอง วันนี้ครบ 1 เดือนแล้ว เด็กคนนั้นได้เวลาแล้วที่จะฟื้นขึ้นมาพบบททดสอบ”
ภูเบศร้องอ้ออยู่ในใจเพราะเวลานี้ธามิณีกำลังได้รับการรักษาอย่างดีที่โรงพยาบาลที่‘ท่าน’ เป็เ้าของแม้ว่าตามเอกสารแล้วจะเป็ชื่อของภูเบศก็ตาม
“ถ้าเด็กคนนั้นไม่แข็งแรงพอที่จะรอด...”
เรียวปากหนากดยิ้มคล้ายขบขันแม้เขาจะกำหนดความเป็ความตายของมนุษย์ไม่ได้แต่หากเขาไม่้าให้ใครสักคนล่วงลับไปสู่ยมโลก ใครหรือจะกล้ามาขวาง ต่อให้เข้ามาขวางแล้วอย่างไรการต่อสู้กับผู้ที่ไม่กลัวการลงโทษอาจไม่ใช่สิ่งที่เทพผู้สูงส่งอย่างนั้นอยากเกี่ยวข้องนักแต่หากเขามองผ่านความตายของธามิณีไป แล้วรอเวลาที่รอคอยย่อมไม่มีใครว่าเขาได้เช่นกัน
“มีผมอยู่ เด็กคนนั้นไม่มีอะไรให้ต้องกลัวถ้าเ้าตัวพยายามมากพอที่จะมีชีวิตต่อ”
ภูเบศยิ้มกว้างอย่างที่ปู่ของปู่และอีกหลายคนในครอบครัวของเขาเคยรับรู้เื่ราวของท่านจากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงเขาและลูกชาย
“แน่นอน แค่เด็กคนนั้นกลัวท่านคนเดียวก็พอแล้ว”
ศนิหันมายิ้มให้ภูเบศที่ตอนนี้มากวัยไปมากแล้วก่อนจะขึ้นรถที่มาจอดรอ เขาเห็นภูเบศมาั้แ่เพิ่งเกิดจนเวลาล่วงเลยผ่านไปภูเบศได้เติบโตไปตามกาลเวลา ทว่าเขากลับไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมั้แ่วันแรกที่เขาได้รับบทลงโทษจนกระทั่งมันผ่านมานาน จากวันเป็ปี จากปีเป็หลายปี จนเป็ร้อยปี ผ่านมา 749 ปี ศนิอยู่ในสภาพเกิดไม่ได้ ตายไม่ได้มานานผ่านการต่อสู้เพื่อนำพาปีศาจและิญญาร้ายมากมายกลับยมโลกมานับไม่ถ้วนและหน้าที่นี้ไม่มีวันจบสิ้นลงดังนั้นตอนนี้เื่ราวที่พบเขามักจะมองทุกอย่างให้เป็เื่ขบขันแต่ถ้าใครมีปัญหาให้เวลาอันแสนเบื่อของเขาน่ารำคาญ เขาก็ย่อมมีวิธีตอบโต้ที่ไม่ผิดกฎ์
11 มกราคม วันนี้ครบรอบวันเกิด 16 ปีของธามิณีซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาเป็เวลา 31 วันพอดี าแที่ร่างกายทั้งแขน ขา หลังและศีรษะหายดีแล้วแต่ธามิณียังหลับใหลไม่ฟื้นขึ้นมา แม้ว่าสัญญาณชีพต่างๆ จะดีขึ้นมาตลอดรัดเกล้ามาเยี่ยมหลานสาวทุกวันแม้ว่าตอนที่เกิดเื่นางจะไม่ได้เข้ามาดูแลหลานทันทีเพราะมีงานศพของพี่สาวกับพี่เขยที่ต้องจัดการโชคดีมีพลเมืองดีพาธามิณีมาส่งโรงพยาบาลอีกทั้งยังช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและห้องพักคนป่วยไว้ทำให้นางไม่ต้องวิ่งวุ่นหาเงินใน่แรก
แต่การที่หลานสาวต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลโดยที่ไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่ารักษาต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นทุกวันเงินจากซองงานศพที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็เหลือไม่ถึงหมื่นทำให้การหาเงินมาเป็ค่ารักษาธามิณีเป็เื่ใหญ่สำหรับครอบครัวฐานะปานกลางอย่างนาง
แม้เตชิตยังไม่พูดเื่ค่ารักษาก็จริงแต่รัดเกล้ากังวลใจเพราะถ้าสามีรู้ว่าตอนนี้ค่ารักษาทั้งหมดในวันล่าสุดนั้นเกือบ 3 แสนแล้ว เตชิตต้องไม่พอใจแน่ๆการขายที่ดินเพื่อมาจ่ายเงินในส่วนนี้เขาคงไม่ยอมหลายสิ่งหลายอย่างพอมาจบที่เื่เงินก็กลายเป็มืดมนทันที การที่ไม่มีคู่กรณีให้มาชดใช้ค่าเสียหายเพราะเหตุการณ์นั้นเกิดจากฟ้าผ่าทำให้รัดเกล้ายิ่งไม่มีทางออกเข้าไปทุกที
“จะทำยังไงกันดี ทำไมไม่ฟื้นขึ้นมาเสียทีนะธามป้าไม่รู้จะหาเงินมาจากไหนแล้ว”
รัดเกล้าทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ เริ่มมองหาลู่ทางแม้จะเครียดมากก็ตาม รัดเกล้าเป็ครูโรงเรียนประถมมาหลายสิบปีการกู้เงินจากสหกรณ์คงไม่ใช่เื่ยากสำหรับนาง แต่หากสามีรู้เข้าคงทะเลาะกันจนเป็เื่ใหญ่ตอนนี้หนี้สินที่เตชิตเคยไปค้ำประกันให้เพื่อนยังคาราคาซังอยู่เลย หากมีหนี้เกิดขึ้นอีกก้อนเขาคงไม่ยอมแน่
พยาบาลเข้ามาในห้องผู้ป่วยเพื่อดูแลธามิณีในเวลาเดิมเหมือนกับทุกวันรัดเกล้าลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงกำลังจะกลับพยาบาลเห็นอย่างนั้นจึงรั้งไว้เพื่อบอกว่า
“เดี๋ยวขอเชิญคุณรัดเกล้าที่แผนกการเงินด้วยนะคะ”
“ค่ะ”
รัดเกล้าถอนใจกลุ้มๆเพราะตอนนี้มีเงินติดตัวไม่กี่พันบาทเท่านั้น พรุ่งนี้นางคงต้องไปทำเื่กู้เงินที่สหกรณ์ครูแล้วนำเงินมาจ่ายค่ารักษาของธามิณี หากธามิณีฟื้นคงขยับขยายขายสมบัติของมาสุแม้จะไม่มากมายอะไร แต่หากขายบ้านและรถอีกคันที่บ้านของมาสุคงพอที่จะนำมาจ่ายหนี้สินจากค่ารักษาได้ที่ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้เพราะพินัยกรรมและทนายที่ดูแลทรัพย์สินทำให้ต้องรอธามิณีฟื้นเสียก่อน
รัดเกล้าเปิดกระจกบานเล็กที่ด้านหน้าแผนกการเงิน เ้าหน้าที่หันมายิ้มให้พร้อมกับพิมพ์บางอย่างออกมาจากเครื่องรัดเกล้าเดาว่าคงเป็รายละเอียดค่ารักษาล่าสุด
“คือว่า...”
“วันนี้มีคนยื่นเื่เข้ามาเพื่อดำเนินการจ่ายเงินค่ารักษาให้น้องธามิณีค่ะคุณรัดเกล้ายินยอมไหมคะ” เ้าหน้าที่บอกพร้อมกับยื่นเอกสารให้รัดเกล้าซึ่งรับไปด้วยสีหน้าแปลกใจระคนดีใจ
“ช่วยจ่ายหรือคะ”
“ค่ะ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้นค่ะโดยเป็ค่ารักษาทั้งหมดของน้องธามิณีจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล”
รัดเกล้าดีใจมากในวินาทีแรกก่อนจะเกิดความสงสัยในวินาทีต่อมา นางไม่ได้มีญาติที่รวยพอจะจ่ายเงิน 3 แสนง่ายๆ แบบนี้ถ้ามาสุยังอยู่ เงินเพียงเท่านี้คงเป็เื่ง่ายดายมาก
“ใครหรือคะ ฉันจะได้ไปขอบคุณในความมีน้ำใจนี้”
“คือว่าทางผู้ยื่นความจำนงไม่้าเปิดเผยค่ะ” เ้าหน้าที่ตอบเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะส่งผ่านมาทางผู้อำนวยการโดยตรง
แม้รัดเกล้าจะไม่แน่ใจว่าคนที่ช่วยหวังดีจริงๆ ไหมแต่การที่ไม่ต้องไปวิ่งวุ่นหาเงินถึง 3 แสน ทำให้รัดเกล้าหยุดคำถามทั้งหมดไว้เพียงเท่านั้น
“ถ้างั้นฉันขอฝากคำขอบคุณผ่านไปทางคุณนะคะบอกว่าขอบคุณมากจริงๆ ถ้ามีอะไรให้ฉันตอบแทน หากฉันทำได้ ฉันจะทำให้ทันทีค่ะ”
“ได้ค่ะ ฉันจะแจ้งให้นะคะ”
รัดเกล้ายิ้มด้วยความรู้สึกขอบคุณและเดินมาจากแผนกการเงินด้วยความเบาใจบางทีคนที่มาช่วยจ่ายค่ารักษาให้ธามิณีอาจเป็พ่อบุญธรรมที่มาสุเคยบอกนางเมื่อนานมาแล้วก็ได้หากเป็อย่างนั้นจริงๆ คงไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้วรัดเกล้าเดินออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้านด้วยความโล่งใจที่สุด ตอนนี้สามีและลูกๆคงกลับถึงบ้านกันหมดแล้ว
ธามิณีกำลังเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งมานาน จนเธอไม่สามารถทำแบบนี้ได้แต่วันนี้ในความโดดเดี่ยวและสลัวรางของห้องสี่เหลี่ยม เธอกำลังกะพริบตาตะแคงหน้ามองไปรอบตัวด้วยความสับสนว่าตอนนี้ตัวเองยู่ที่ไหนก่อนหน้าที่เธอจะมานอนอยู่ในห้องนี้ เธอไปอยู่ที่ไหนมาก่อนตอนนี้พ่อกับแม่อยู่ที่ไหน เด็กสาวมองไปรอบตัวอีกครั้ง
ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตัวเองจึงลุกขึ้นนั่งความกลัวทำให้เธอมองฝ่าความสลัวเพื่อหาสวิตช์ไฟทว่ากลับรู้สึกได้ว่าถูกจ้องมองมาจากปลายเตียง เธอเม้มปากหลับตาแต่ถ้าหนีจะไปทางไหนเพราะฉะนั้นในวินาทีที่ไม่แน่ใจนั้นธามิณีก็หันไปมองปลายเตียงตรงโซฟาตัวนั้น
ใครบางคนนั่งอยู่ที่นั่นธามิณีมองไปพลางพยายามนึกเพราะใบหน้าเรียบเฉย เรียวปากเม้มปิดและดวงตาสีดำสนิทน่าค้นหาคู่นั้น เธอเคยเห็นมาก่อนใช่ไหมเธอยกมือทั้งสองข้างที่มีสายน้ำเกลือและสายอะไรสักอย่างขึ้นมาประคองใบหน้าของตัวเองความมึนงงทำให้สมองคิดได้ช้าและเธอปาดหัวมาก แต่เธอต้องนึกให้ออก
ใช่แล้ว! คืนนั้น...วันที่รถถูกฟ้าผ่าลงมา
“คุณ...ฉันจำคุณได้ คืนนั้นคุณอยู่ที่นั่น”
ทว่าภาพของชายคนนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยเงาดำของใครบางคนที่ธามิณีเห็นหน้าไม่ชัดรู้แต่น่ากลัวราวกับใบหน้าหน้าสยดสยอง ในวินาทีนั้นเธอก้มตัวหลบพร้อมกับกอดอกคล้ายเวลาที่จะถูกชนแม้เธอจะไม่รู้ว่าอะไรหรือใครที่เข้ามาใกล้
“ถ้ามาดี อย่าทำร้ายกัน เอาไว้จะไปวัด ทำบุญไปให้”
ธามิณีเงยหน้าฝืนตัวเองมองออกไป เงาสีดำยังอยู่ตรงนั้นถามว่าเธอกลัวไหม เธอย่อมกลัวอยู่แล้วแต่ความเชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ที่เรียนมาบอกไว้ว่าิญญาเป็เพียงกลุ่มพลังงานเท่านั้นทำให้เธอบอกตัวเองว่าอย่าได้กลัว แม้ว่าจะใจเต้นแรงเมื่อเงาดำนั้นใกล้เข้ามาอีกครั้งเธอกลั้นใจแล้วยกมือกันตัวเองไว้ ดวงตาทั้งสองข้างมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า!
วันนี้ 2เดือน 2 หลายคนคงช็อปกันไปไม่น้อย สู้ๆ กันนะคะ^_^ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
อัมราน_บรรพตี