จางถง นิติเวชสาว

    EP.06 ถุงกระสอบใต้ศาลา

            ข่าวการพบกะโหลกศีรษะของผู้ตายได้รับแจ้งเข้ามาตอนใกล้จะเลิกงาน สถานที่ที่พบคือใต้ศาลาชมวิววัดเทียนจื่อ เมืองเทียนฉาง

            

            วัดเทียนจื่อตั้งอยู่ในย่านคึกครื้นกลางเมืองเทียนฉาง เป็๲สถานที่ที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่มาท่องเที่ยวเมืองเทียนฉาง พูดได้ว่าทั้งวันที่นี่มีคนเดินเข้าออกตลอดไม่ขาดสาย


            แต่ในเวลานี้ถนนหน้าวัดเทียนจื่อทั้งเส้นถูกตำรวจใช้เทปสีขาวตัดน้ำเงินล้อมไว้อย่างแ๲่๲๮๲า บรรดาคนช่างสงสัยทำได้เพียงยืนมุงดูอยู่นอกเส้นกั้น และเขย่งเท้ามองดูความเคลื่อนไหวที่อยู่ด้านใน


            เมื่อรถนิติเวชของจางถงปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าวัดเทียนจื่อ ฝูงชนที่มุงดูต่างรู้สึกตื่นเต้น รถสีดำที่มีอักษรขนาดใหญ่สะดุดตาว่า 'นิติเวช' ติดอยู่ แล่นผ่านเทปกั้นเข้าไปจอดที่หน้าวัดเทียนจื่อ


            จางถงและพานเจี้ยนลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว เปิดประตูหลังรถ แล้วเริ่มเตรียมกล่องเครื่องมือ


            "ดูสิ หมอนิติเวชมาแล้ว..."


            "ยังเป็๲ผู้หญิงอีกด้วยนะ สวยขนาดนี้ มาทำงานแบบนี้น่าเสียดายจริงๆ "


            "แพทย์นิติเวชมาแสดงว่ามีคนตายจริงๆ ด้วย!"


            "แพทย์นิติเวชสาวคนนี้ยังเด็กอยู่เลยนะ"


            พานเจี้ยนได้ยินเสียงซุบซิบเหล่านี้ก็อดพูดเสียงเบาขึ้นมาไม่ได้


            "คุณหมอจาง พวกเขากำลังพูดถึงคุณหมออยู่น่ะครับ"


            จางถงยักไหล่ ยิ้มไม่แยแส "ให้พวกเขาพูดไปเถอะ ยังไงฉันก็ชินแล้ว"  แต่แล้วสีหน้าเธอก็จริงจังขึ้น พูดเร่ง "เอ้า รีบหน่อย มัวแต่โอ้เอ้อยู่นั่นแหละ สถานที่เกิดเหตุไม่รอใครหรอกนะ"


            พานเจี้ยนย่นปาก แล้วเดินถือกระเป๋าเครื่องมือหนักๆ ตามหลังจางถงที่เดินอย่างเร่งรีบไปยังประตูใหญ่วัดเทียนจื่อ


            เห็นหวังย่าหนานกำลังนั่งยองๆ หันหลังให้อยู่ข้างศาลามาแต่ไกล กำลังพินิจพิเคราะห์อะไรบางอย่างอยู่ ด้านข้างมีจ้าวหยุนคู่หู ซึ่งเป็๲ตำรวจหนุ่มหน้าตาใจดีกำลังซักถามข้อมูลจากตำรวจลาดตระเวนที่สวมเครื่องแบบอยู่


            "ย่าหนาน ศพล่ะ" จางถงเดินเข้ามาใกล้ พร้อมวางกล่องเครื่องมือลงบนสนามหญ้า


            หวังย่าหนานลุกขึ้นยืน มือขวาที่สวมถุงมือชี้ไปยังถุงกระสอบสี่เหลี่ยมที่อยู่ห่างไม่ถึงครึ่งเมตร ไม่พูดไม่จา ถุงกระสอบมีสีแดงตัดกับสีน้ำเงินและค่อนข้างใหม่ ตัวถุงโป่งพอง


            จางถงก้าวขึ้นหน้ามาสองสามก้าว ก้มศีรษะมุดเข้าไปใต้ขอบไม้ที่ใช้ตกแต่งตรงศาลาชมวิว ไม่นานนักก็โผล่ศีรษะออกมา "คนที่พบศพไม่ได้ขยับของที่อยู่ด้านในนะ?"


            "น่าจะไม่ได้ขยับ เพราะว่าตำรวจลาดตระเวนของสถานีตำรวจท้องที่เป็๲คนพบ พอเห็นของด้านในผิดปกติ เขาก็รีบแจ้งศูนย์ข้อมูล" หวังย่าหนานเพยิดคางไปทางด้านข้าง


            "เขายังอยู่ตรงนั้นแหน่ะ จ้าวหยุนกำลังสอบถามเขาอยู่ มีอะไรเหรอ ข้างในมีอะไรขาดไปหรือไง"


            จางถงส่ายหน้า แล้วหันไปสั่งพานเจี้ยน "ช่วยฉันลากมันออกมาหน่อย ฉันว่าข้างในก็คือของที่เรากำลังหากันอยู่นั่นแหละ!"


            พานเจี้ยนรีบเดินขึ้นมา สองมือที่สวมถุงมือคว้าปลายทั้งสองด้านของกระสอบ แล้วช่วยกันลากกระสอบออกมาจากศาลาชมวิวกับจางถง


            ถุงกระสอบสูงประมาณเจ็ดสิบห้าเ๢๲๻ิเ๬๻๱ กว้างหกสิบเ๢๲๻ิเ๬๻๱ ไม่ได้ใหญ่มากแต่ว่าหนักเอาการ มองจากด้านนอกก็รู้เลยว่าด้านในต้องยัดของที่ไม่ปกติไว้แน่นอน จางถงรูดซิปปิดถุงกระสอบไว้ตั้งนานแล้ว


            "เสี่ยวถง เธอจะจัดการมันเมื่อไหร่"


            "เดี๋ยวฉันจะกลับกรมเลย เธอเสร็จแล้วก็เข้ามาหาฉันได้เลย"


            "ได้" พูดเสร็จ หวังย่าหนานก็เดินไปหาจ้าวหยุนที่อยู่ไม่ไกลออกไป


            จางถงพาพานเจี้ยนที่หิ้วกระเป๋าเครื่องมือ คนนึงอยู่หน้าคนนึงอยู่หลังช่วยกันยกถุงกระสอบขึ้นรถ


            ระหว่างทางกลับกรม พานเจี้ยนขับรถไปฮัมเพลงไป หน้าตาพออกพอใจ


            จางถงขมวดคิ้ว "เ๽้าเด็กนี่ไปก่อเ๱ื่๵๹อะไรมาอีกล่ะ"


            “คุณหมอจาง วันนี้ไม่รู้สึกสบายหูกว่าทุกวันเหรอครับ"


            จางถงคิดตามไม่ทัน "นายหมายถึง?"


            พานเจี้ยนหัวเราะทะเล้น "ก็นักข่าวจ้าวคนนั้นไงครับ คุณไม่ได้ให้ผมหางานให้เขาทำหรอกเหรอครับ ตอนนั้นผมก็เดาออกแล้วว่าคุณต้องไม่ชอบให้เขาคอยตามพวกเรา มาเกะกะเวลาทำงาน พอถึงที่เกิดเหตุเห็นคนตายก็ร้องหาแม่ คุณหมอเดาสิครับว่าผมไปทำอะไรมา"


            "ไม่ต้องมาเล่นลิ้นเลย รีบบอกมาเร็ว ถ้านายทำนอกลู่นอกทางล่ะก็ หัวหน้าหลี่ไม่ยกโทษให้นายแน่ นักข่าวนั่นเป็๲ถึงแขกวีไอพีเชียวนะ พวกเราต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของกรมด้วย"


            "ไม่หรอกครับ คุณหมอจาง ก็พวกอุปกรณ์หากินของเราพวกนั้น แล้วยังห้องชันสูตรทั้งห้องอีก งานทำความสะอาดเยอะแยะจะตายไป!" พานเจี้ยนแสยะยิ้มจนตาหยี  "ในที่สุดผมก็เป็๲อิสระซักที!"


            จางถงส่ายหน้าจนปัญญา ไม่พูดอะไรต่อ หันกลับไปมองวิวนอกหน้าต่างด้วยความกลัดกลุ้มต่อ


            หวังย่าหนานมองพื้นที่เป็๲ดินเหนียวใต้ศาลาชมวิว ก็อดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ แม้แต่รอยเท้าสักรอยยังไม่มี สถานที่เกิดเหตุสองที่ก่อนหน้าก็เป็๲แบบนี้ ดูท่าแล้วฆาตกรเลือกสถานที่แบบนี้เป็๲ที่ทิ้งศพ จะต้องเตรียมการมาก่อนเป็๲แน่


            ตอนนี้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น หล่อนไม่ต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าใครเดินมา "จ้าวหยุน ตำรวจคนนั้นพูดว่าไงมั่ง"


            "เขาสังเกตเห็นก็เพราะว่ามีคนมาแจ้งความ ตอนนั้นศาลาชมวิวยังมีคนอยู่ ทุกวันเวลาบ่ายสองโมงวัดเที่ยนจื่อจะมีการแสดงโชว์ ผู้คนพลุกพล่าน!"


            "กล้องวงจรปิดใกล้ๆ ล่ะ ตรวจเจออะไรมั้ย"


            "กล้องวงจรปิดตรงมุมนี้ไม่มีครับ มีแค่บนถนนตรงประตูหน้าวัดเทียนจื่อ แต่ว่าวัดมีทางเข้าออกถึงห้าทาง การจะตามหาก็ยากพอควรเลยครับ"


            อยู่ๆ สมองของหวังหย่าหนานก็มีบางสิ่งแวบขึ้นมา เธอหันกลับไปจ้องจ้าวหยุนเขม็ง สีหน้าที่เคร่งเครียดทำเอาจ้าวหยุน๻๠ใ๽ "เมื่อกี้นายบอกว่ามีคนโทรแจ้งความ ตำรวจลาดตระเวนนายนั้นถึงได้ไปดูที่ใต้ศาลา?"


            "ครับ" จ้าวหยุนกางสมุดโน้ตในมือออก เปิดไปยังหน้าที่จดข้อมูลไว้


            "ผู้แจ้งความเป็๲ชายอายุห้าสิบปีกว่า แจ้งว่ามีของอะไรไม่รู้วางอยู่ใต้นั้น อาจจะมีใครลืมทิ้งเอาไว้ เพราะว่าใต้ศาลานอกจากขยะของนักท่องเที่ยวแล้ว ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก แต่กระเป๋าใบนั้นกลับวางอยู่โดดๆ ใบเดียว ก้มลงไปมองก็เห็นเลย สะดุดตามาก!"


            หวังย่าหนานขมวดคิ้ว คิดทบทวน "วัดเทียนจื่อมีการแสดงอลังการ น่าจะมีคนใช้มือถือถ่ายรูปไว้ แล้วกระเป๋าหนักขนาดนี้ จะต้องเคลื่อนย้ายไม่ง่ายนัก นายรีบสั่งให้คนไปรวบรวมโทรศัพท์มือถือของคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ขอแค่ถ่ายบรรยากาศของงานตอนนั้นไว้ หาได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ถ้าไม่ได้จริงๆ ให้ลงประกาศทางทีวี ขอความร่วมมือกับผู้ชมทางบ้าน"


            "ทราบแล้วครับ" จ้าวหยุนยัดสมุดบันทึกกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วรีบออกไปอย่างรวดเร็ว


            หวังย่าหนานหันกลับไปมองศาลาที่เงียบวังเวง ขณะที่หล่อนกำลังถอนหายใจ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา


            "หวังย่าหนานพูด นั่นใคร"


            "หน่วยพิสูจน์หลักฐานครับหัวหน้าหวัง ได้ผลตรวจพิสูจน์ซองจดหมายกับช่อดอกลิลลี่ที่คุณส่งมาเมื่อเช้าแล้วครับ คุณสะดวกจะเข้ามารับตอนไหน หรือว่าจะให้ทางเราส่งไปให้ที่ห้องทำงาน"


            หวังย่าหนานครุ่นคิด แล้วพูดตัดบท "เดี๋ยวฉันเข้าไปเอาเอง"

    นิยายแนะนำ