เมื่อเห็นว่าสู่ขุยออกจากบ้านไปแล้ว ซุนเอ้อร์เหนียงรีบปิดประตูบ้านให้สนิทแล้วเข้าไปหวีผมแต่งหน้าแต่งตา
วันนี้อากาศอบอุ่นดี ลมไม่แรง ดอกซิ่งและดอกท้อบานสะพรั่ง
สู่ขุยเดินไปเล่นไป สังเกตเห็นว่าละแวกนั้นไม่มีคน จึงหันหลังวิ่งกลับบ้าน
คนบ้านสกุลหลี่เปิดประตูไว้ นางเห็นอวี้จือลูกสาวสกุลหลี่นั่งปักผ้าอยู่ในห้องโถง จึงรีบวิ่งเข้าบ้านสกุลหลี่แล้วปิดประตู
หลี่อวี้จือได้ยินเสียงจึงหันมามอง ยิ้มให้สู่ขุย “สู่ขุยเ้ามาแล้วหรือ!”
สู่ขุยวิ่งเข้าไป พูดว่า “อวี้จือเบาเสียงหน่อย!”
นางรีบไปนั่งข้างอวี้จือและเบียดตัวนั่งบนม้านั่งตัวเดียวกัน พูดว่า “ท่านแม่ให้ข้าไปซื้อของ เลยแวะมาเล่นกับเ้าก่อน อย่าให้ท่านแม่ข้ารู้นะ ไม่งั้นนางได้บ่นข้าแน่ๆ!”
อวี้จือรู้อยู่แล้วว่าท่านแม่ของสู่ขุยไม่ใช่แม่แท้ๆ ของนาง จึงพูดเบาๆ ว่า “วางใจเถอะ!”
พูดต่อว่า “วันนี้น้าชายคนเล็กของข้าแต่งงาน ท่านพ่อกับท่านแม่ไปงานแต่งที่บ้านยาย คงกลับมาเย็นๆ วันนี้ข้าเฝ้าบ้านคนเดียว เ้าวิ่งเล่นได้ตามสบาย”
ระหว่างคุยกับอวี้จือ สู่ขุยแอบฟังเสียงจากข้างนอกด้วย
ไม่นานก็ได้ยินเสียง ‘กุบกับๆ’ เหมือนม้าวิ่ง ‘เพียะ’ คล้ายกับว่าม้าตัวนั้นหยุดอยู่หน้าบ้านนางแล้ว มีคนลงมาเคาะประตู จากนั้นเป็เสียงซุนเอ้อร์เหนียงมาเปิดประตู
สู่ขุยรีบพูดว่า “อวี้จือเหมือนมีคนมาบ้านข้า ข้าขอขึ้นไปบนบ้านเ้าแอบดูหน่อยว่าเป็ใคร!”
อวี้จือแปลกใจ พูดว่า “ประตูห้องชั้นบนไม่ได้ลงกลอน เ้าไปดูสิ!”
สู่ขุยรีบขึ้นไปชั้นบนบ้านสกุลหลี่
ห้องฝั่งตะวันออกของบ้านสกุลหลี่ไม่ค่อยมีของนัก มีแค่เครื่องเรือนชิ้นใหญ่จำนวนหนึ่ง แต่ได้รับการดูแลสะอาดสะอ้าน
สู่ขุยถอนหายใจ ค่อยๆ แง้มหน้าต่างเป็ช่องเล็กๆ เพื่อให้เห็นบ้านตัวเอง
บ้านของอวี้จืออยู่ข้างๆ บ้านสู่ขุย ลักษณะบ้านคล้ายๆ กันคือมีลานบ้านเป็สี่เหลี่ยมจัตุรัส แบ่งเป็สามส่วน ทิศตะวันออกเป็ห้องนอน อาคารไม้ทั้งสามส่วนมีสองชั้น มองจากบ้านอวี้จือแล้วเห็นลานบ้านของสู่ขุยชัดเจน
สู่ขุยเห็นซุนเอ้อร์เหนียงคุยกับใครสักคนอยู่ตรงประตู นางเพิ่งทำผมใหม่ ปักปิ่นเงินลายดอกบัว สวมเข็มขัดเงินสีขาวใหม่เอี่ยมคู่กับกระโปรงสีแดงทับทิม กำลังยิ้ม ค่อยๆ ก้าวขาถอยหลัง แต่มือยังจับเสื้อของชายคนหนึ่งไว้
ชายผู้นั้นสวมเสื้อสีน้ำเงิน รูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลา นั่นมันเศรษฐีจินผู้ร่ำรวยแห่งจงมู่!
สู่ขุยไปจวนสกุลจินบ่อยจึงรู้จักเศรษฐีจินเป็อย่างดี นางใมาก สองมือในเสื้อกำแน่น สองตาจ้องแต่ซุนเอ้อร์เหนียงกับเศรษฐีจินที่กอดกันกลมอยู่...
ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง!
มิน่าล่ะทุกครั้งที่ซุนเอ้อร์เหนียงไปบ้านสกุลจิน มักไปเป็ครึ่งค่อนวันจึงจะกลับบ้านได้ เมื่อวานซุนเอ้อร์เหนียงก็กลับบ้านช้าเช่นเคย พอตกเย็นท่านพ่อก็บอกว่าเศรษฐีจินให้ไปขายผ้าที่หูโจว สาเหตุที่ซุนเอ้อร์เหนียงใช้ให้นางไปซื้อของไกลขนาดนี้ก็เพราะไม่อยากให้นางรู้นี่เอง...
สู่ขุยไม่ขยับไปไหน ยังคงมองเศรษฐีจินกอดกับซุนเอ้อร์เหนียงพลางผลักประตูห้องโถง แล้วเข้าไปในห้องด้วยรอยยิ้ม
นางคิดอยู่นานว่าต่อไปนี้ต้องทำอย่างไรดี
วันนี้ท่านพ่อไม่อยู่บ้าน ก่อนที่ท่านพ่อจะกลับมาสิ่งที่นางต้องทำก่อนคือรักษาตัวเองให้รอด อย่าให้ซุนเอ้อร์เหนียงขายนางได้เด็ดขาด...
แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ
นางได้แต่มองดูประตูบ้านที่เปิดทิ้งไว้ จดจ่ออยู่กับความคิดของตัวเอง
หลังบทเพลงรัก ซุนเอ้อร์เหนียงเรียกให้เศรษฐีจินลุกขึ้น
เศรษฐีจินขยับตัว กางแขนออกบนเตียงที่เพิ่งปูผ้าใหม่เหมือนไม่อยากลุกขึ้น “เมื่อวานโดนยายแก่ที่บ้านจับได้เสียก่อน ไม่ได้ดั่งใจเลย วันนี้ข้าต้องทำสองรอบ”
เมื่อวานเขาพาซุนเอ้อร์เหนียงเข้าไปพลอดรักกันในูเาจำลองที่สวนดอกไม้บริเวณห้องหนังสือส่วนนอก แต่ดันโดนอนุคนที่สามกับคนที่สี่จับได้เลยหมดสนุกเสียก่อน จึงจัดฉากให้ไป๋เจิ้นเสียงไปหูโจว ตัวเองจึงมีโอกาสมาพลอดรักกับซุนเอ้อร์เหนียงได้สะดวก
ซุนเอ้อร์เหนียงใส่เสื้อผ้าอยู่ข้างเตียง เงยหน้าพูดเสียงหวานว่า “ท่านเศรษฐีจวนได้เวลาที่ลูกเลี้ยงบ้านข้าจะกลับมาแล้ว หากนางรู้เข้า อีกหน่อยข้ากับท่านจะเจอกันลำบากนะเ้าคะ!”
เศรษฐีจินผิดหวังที่ซุนเอ้อร์เหนียงพูดแบบนี้ “เพิ่งจัดการคนแก่ออกไป ยังจะมีเด็กมาขัดขวางอีกหรือ!”
พอซุนเอ้อร์เหนียงได้ยินก็กลอกตา หันกายไปซบเศรษฐีจิน พูดว่า “ท่านเศรษฐีพอจะมีวิธีไหนบ้าง ที่ข้ากับท่านจะไปมาหาสู่กันได้อิสระ...”
เมื่อวานที่นางไปบ้านสกุลจิน ก็เพื่อโน้มน้าวเศรษฐีจินให้ไป๋เจิ้นเสียงออกไปขายผ้านอกเมือง นอกจากไป๋เจิ้นเสียงจะได้หาเงินเลี้ยงซิ่วหลินแล้วยังทำให้เขาไม่รู้เื่รู้ของนางอีกด้วย
นางเห็นว่าจวนเศรษฐีจินเพิ่งเปิดร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอจงมู่ นางอยากได้ยาบำรุงจึงยังต้องพึ่งพาเศรษฐีจิน
เมื่อเศรษฐีจินได้ฟังก็ยิ้ม กอดซุนเอ้อร์เหนียงแน่น “เื่นี้ข้าช่วยเ้าได้อยู่แล้ว ว่าแต่ที่รักจะตอบแทนข้าอย่างไร”
ซุนเอ้อร์เหนียงยิ้ม อิงแอบแนบชิดเศรษฐีจิน...
ฟ้าใกล้มืด สู่ขุยจูงมือซิ่วหลินกลับบ้าน อีกมือถือของที่ซื้อมาจากร้านสกุลหวง
ซุนเอ้อร์เหนียงคงเพิ่งอาบน้ำเสร็จเพราะผมยังเปียก กลิ่นตัวหอมอบอวล สู่ขุยรู้ว่าเป็กลิ่นไป่เหอ แสดงว่าเมื่อวานซุนเอ้อร์เหนียงคงนัดเจอกับเศรษฐีจิน
ซุนเอ้อร์เหนียงเห็นซิ่วหลินมากับสู่ขุย นางรีบเข้าไปกอดหอมฟอดใหญ่ “ลูกรักของข้า”
ซุนเอ้อร์เหนียงมองหน้าสู่ขุย พูดห้วนๆ กับนางว่า “สู่ขุยข้าซื้อเนื้อแกะกับหัวไชเท้ามา เ้าไปนวดแป้งก่อนแล้วค่อยล้างหัวไชเท้า สับเนื้อแกะทำไส้เกี๊ยว เย็นนี้เราจะกินเกี๊ยวไส้เนื้อแกะกับหัวไชเท้า!”
สู่ขุยขานรับง่ายๆ ส่งถุงกระดาษที่มีแผ่นซิ่งอบแห้งกับบ๊วยแห้งให้ซุนเอ้อร์เหนียง แล้วเข้าครัวไปล้างมือเพื่อทำอาหารเย็น
ซุนเอ้อร์เหนียงกอดซิ่วหลิน พาเดินเข้าห้องอย่างมีความสุข
สู่ขุยเพิ่งสิบสองปีจึงยังมีแรงไม่มากนัก มีดทำครัวทั้งใหญ่ทั้งหนักเปลืองแรงมาก แต่ก็ต้องใช้มีดเล่มนี้สับเนื้อแกะอยู่ดี
นางใช้แรงจากมือทั้งสองข้างสับเนื้อแกะให้ละเอียด พร้อมบอกตัวเองในใจว่าต้องอดทน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f