เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 3 บทที่ 70 ฮึก ข้าทับท่านพี่อวี้อ๋องแขนหักแล้ว

            อวี้อ๋องอุ้มเฉียวเยว่เดินเล่นในวังสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้คนที่พบเห็นตาแทบถลนออกจากเบ้าช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดสุดจะเชื่อได้จริงๆ

            ถึงอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่อวี้อ๋องจะอุ้มเด็กคนหนึ่ง

            ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนต่างรู้สึกว่าอวี้อ๋องดูเหมือนกำลังจะหมดแรงเขาเป็นชายหนุ่มผอมบางจะอุ้มเด็กน้อยอ้วนพีเช่นนี้ไหวได้อย่างไร 

            ยิ่งไปกว่านั้นแม่แตงน้อยแสนหวานก็ยังยิ้มร่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิดเลย

            เฉียวเยว่มองทางโน้นทีมองทางนี้ที "ท่านพี่อวี้อ๋อง ท่านช่วยขยับมือสักเล็กน้อยจะได้หรือไม่อย่าวางบนก้นของข้า ข้าเป็นสตรี ทำเช่นนี้จะไม่ดีต่อชื่อเสียงของข้า"

            อวี้อ๋องหัวเราะ "ฮ่าๆเจ้ายังมีของประเภทชื่อเสียงเหลืออยู่อีกหรือ" แล้วตีก้นน้อยๆของนางทีหนึ่ง

            เฉียวเยว่โกรธจนกล้าทำได้ทุกสิ่งนางเอนตัวไปข้างหน้าแล้วกัดที่แก้มของเขาหนึ่งคำ "จะกล้าตีก้นข้าอีกหรือไม่ ข้าขอบอกท่านไว้เลยตีก้นข้าจะต้องถูกลงโทษ"

            อวี้อ๋องคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "กระต่ายตัวนี้มีฟันเสียด้วย"

            เฉียวเยว่ "..."

            โอ้...คนผู้นี้ชอบท้าทายนักหรือ!  

            "ข้า..."เดี๋ยวนะ เดี๋ยวๆๆ นางลืมอะไรไปหรือเปล่า? พอคิดเช่นนี้ก็ตกใจจนหลั่งเหงื่อโซมกาย รู้สึกว่าตนเองชะล่าใจอย่างยิ่งหลงคิดว่าคนผู้นี้เป็นคนดีเพราะความอ่อนโยนของเขาได้อย่างไร

            เขาไม่ใช่! เขานี่แหละตัวร้ายเลย! 

            เป็นวายร้ายที่มีความคิดจิตใจล้ำลึกนางลืมไปได้อย่างไร

            อาจเป็นเพราะสีหน้าของเฉียวเยว่เปลี่ยนเร็วเกินไปอวี้อ๋องเลยอมยิ้ม "เป็นอันใด?แม่แตงน้อยแสนหวานจะแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ารึ?" 

            เฉียวเยว่ไม่ยอมรับ "ขอถามหน่อยเถิดงิ้วเปลี่ยนหน้าที่ไหนจะมีเด็กเล็กเช่นข้า" 

            นางบีบมือน้อยๆของตนเองด้วยความตื่นเต้น อวี้อ๋องทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจะเช็ดมือให้นาง "ส่งอุ้งมืออวบของเจ้าให้ข้า"

            เฉียวเยว่ยื่นมือออกไปแต่ไม่ช้านางก็ทำปากยื่นอย่างน้อยอกน้อยใจ "ห้ามล้อเลียนข้านะ นี่ไม่ใช่อุ้งมืออวบมือเล็กๆ ของข้าเอิบอิ่มไปด้วยบุญบารมีต่างหาก" 

            อวี้อ๋อง "ฮ่าๆ"

            เฉียวเยว่ "จริงๆ นะ มือของข้าเอิบอิ่มเปี่ยมไปด้วยบุญบารมี ท่านดูสิ ฝ่ามือของข้ามีหยวนเป่า [1] น้อยด้วยอาหมัวของข้าก็กล่าวเช่นนี้ นางบอกว่านี่เป็นลักษณะของผู้มีบุญแต่กำเนิด" 

            นางชูมือน้อยๆแสดงต่อหน้าอวี้อ๋อง "เห็นหรือไม่?"

            "อาหมัว?"

            "ก็คือแม่นมของมารดาข้านางชื่อหลันหมัวมัว ตอนสาวๆ นางเป็นหนึ่งบุปผาในสิบแปดเมืองเชียวนะ"

            อวี้อ๋อง "..."

            เฉียวเยว่สะกิดถาม "เหตุใดท่านไม่พูดแล้วล่ะ?"

            อวี้อ๋องยิ้มน้อยๆ "แม่แตงน้อยต่อไปหากข้าแต่งงาน ให้กำเนิดบุตรจะต้องตีสั่งสอนตั้งแต่เล็ก"

            เฉียวเยว่ทำปากยื่นคนผู้นี้ไม่มีความเป็นมิตรเอาเสียเลย "ท่านหมายความว่าอย่างไร?"

            จะบอกว่านางไร้การอบรมสมควรถูกตีหรือ? นางน่ารักเช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร

            "ไม่ตีก็จะกลายเป็นเยี่ยงเจ้าบิดามารดาต้องกลุ้มใจตายแน่"

            กินก็เก่ง ตัวก็หนัก! 

            เฉียวเยว่เอานิ้วมือชนกัน "พวกเขาก็กลุ้มมากอยู่แต่ข้าก็นำพาความสุขมาให้พวกเขาเหมือนกัน ข้าน่ารักเช่นนี้พวกเขาต้องมีความสุขมากกว่าความทุกข์อยู่แล้ว อีกอย่างคนในครอบครัวของพวกเราล้วนบอกว่าข้าเป็นดาวนำโชคน้อย"

            เฉียวเยว่เป็นเด็กน้อยมองโลกในแง่ดีและเป็นเด็กที่มีจิตใจดี

            "ท่านปล่อยข้าลงเถอะอุ้มมาตั้งนาน ไม่ต้องการแขนสำหรับวันพรุ่งนี้แล้วใช่หรือไม่" 

            อวี้อ๋องเลิกคิ้วถอนหายใจพลางทำสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "เจ้ารู้ตัวด้วยรึว่าตนเองตัวหนักมาก"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ข้าย่อมรู้ แต่ก็แปลกทุกคนที่อุ้มข้าล้วนแต่รีบวางข้าลง เพราะข้าตัวหนักเกินไปมีแต่ท่านนี่แหละที่โง่งมอุ้มข้าอยู่ได้ตั้งนาน ภายนอกก็ดูฉลาดดีอยู่นะ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่สักนิด" 

            เฉียวเยว่เอียงคอ ตบๆบ่าของเขา "ข้าชอบท่านมาก"

            แม้ว่าทุกคนล้วนกล่าวว่าอวี้อ๋องน่ากลัวมากแต่ดูจากที่เขาอุ้มมานานโดยไม่ปริปากบ่นสักคำก็เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นคนที่ดีมากจริงๆ 

            "เจ้าคิดว่าข้าอุ้มเจ้าไม่ไหวรึ"อวี้อ๋องถามเสียงเบา

            เท่าที่รู้สึกชายหนุ่มคนนี้ค่อนข้างชอบอวดความสามารถแต่การอวดความสามารถทำนองนี้ไม่มีประโยชน์

            นางเริ่มบิดตัว "ท่านวางข้าลงเถอะคุณหนูเช่นข้าอนุญาตให้ท่านจูงมือเดินได้"

            "ได้"อวี้อ๋องยิ้ม

            เด็กน้อยเดี๋ยวนี้เย้าหยอกกันเช่นนี้หรือ? เขาไม่รู้ แต่ดูจากเจ้าตัวเล็กที่อยู่เบื้องหน้าดูเหมือนว่าจะใช่ 

            อวี้อ๋องปล่อยนางลงเห็นขากางเกงของนางม้วนขึ้นมา ก็ช่วยจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยหลังจากนั้นก็มองไปยังกำแพงวังที่แสนจะเปล่าเปลี่ยว "เจ้าว่าวังหลวงดีหรือไม่?"

            เฉียวเยว่แค่นเสียงหึ "ย่อมไม่ดีอยู่แล้ว"

            มีความมั่นใจเต็มสิบ

            "เพราะเหตุใดเล่า?"อวี้อ๋องงุนงง

            เขานึกอยู่เสมอว่าทุกคนล้วนแต่ใฝ่ฝันถึงวังหลวง

            "ท่านดูสิแม้แต่จะออกไปก็ยังไม่ได้ กฎเกณฑ์ก็เยอะ มีอะไรดี? ข้าเป็นเพียงนกน้อยตัวหนึ่งอยากโบยบินอย่างมีอิสระมากกว่า"

            เฉียวเยว่กางแขนทั้งสองข้างแล้วร้องเพลงซี้ซั้วเสียงแหลมระคายหูจริงๆ 

            อวี้อ๋องอุดหูอยู่เงียบๆแต่เอ่ยต่อไปว่า "เจ้าพูดดูเหมือนจะมีเหตุผลแต่เมื่อไม่ดี เหตุใดทุกคนถึงแย่งชิงกันนักล่ะ?"

            เขาแกล้งหยอกเด็กน้อยเฉียวเยว่เองก็ดูออก แต่ยังคงทอดถอนใจนางไม่เคยเห็นใครแกล้งเด็กด้วยการถามคำถามที่ยากและลึกซึ้งเช่นนี้คนผู้นี้พะเน้าพะนอเด็กไม่เป็นเสียเลย 

            "ก็โง่น่ะสิคนโง่ไม่ได้สลักอยู่บนใบหน้า ท่านพี่อวี้อ๋อง ท่านเชื่อหรือไม่ ข้าไถลไปบนน้ำแข็งได้"

            นางมองไปยังผืนน้ำแข็งเบื้องหน้าซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่ต่ำกว่า "ข้าทำเป็นข้าวิ่งให้ท่านดูดีหรือไม่?"

            อวี้อ๋องมองไปแล้วส่ายหน้า "ไม่ดี หากเจ้าล้มจะทำอย่างไร?"

            เฉียวเยว่แค่นเสียงฮึดฮัด "จะเป็นไปได้อย่างไรข้าเก่งกาจมาก ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถทำให้ข้าล้มได้"

            "เด็กขี้โม้" 

            เฉียวเยว่ยืดอก "ทำไม ท่านไม่เชื่อหรือท่านคิดว่าข้า... หวาๆๆ"

            คอเสื้อด้านหลังถูกหิ้วขึ้นมาเฉียวเยว่ทำสีหน้าดุจได้รับความไม่เป็นธรรม

            "ท่านทำอันใดน่ะ"

            อวี้อ๋องรู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้จะว่าน่ารักก็น่ารักอยู่เพียงแต่พูดมาก และซุกซนเกินไปหน่อย 

            มานึกใคร่ครวญอย่างละเอียดแท้จริงแล้วในวังก็มีเด็กไม่น้อย แต่ที่เป็นเช่นนี้ไม่มีสักคน 

            "ครอบครัวของพวกเจ้าคงจะรักเจ้ามากแน่ๆ"เขาเอ่ย

            เฉียวเยว่เงยหน้าพร้อมกับยืดอกอย่างภูมิใจ "ของมันแน่อยู่แล้วข้าดีเช่นนี้ ทุกคนล้วนชอบข้า"

            อวี้อ๋องจูงมือน้อยๆของนาง "ไปพาเจ้าเดินวนอีกรอบ"

            "อื้อ"เฉียวเยว่ตอบ "ท่านพี่อวี้อ๋องตอนลงบันไดท่านต้องระวังให้มาก ข้ารู้สึกว่าบันไดนี้สร้างมาไม่ค่อยถูกหลักค่อนข้างจะชันเกินไป ดีไม่ดี อาจพลั้งหกล้มได้ง่าย ไทเฮาอายุมากแล้วข้ารู้สึกว่า... ว้าย..."

            ผลของการพูดมากระหว่างเดินก็คือเหยียบพลาดแล้วลื่นตกลงไป 

            อวี้อ๋องจับมือเฉียวเยว่อยู่คิดจะดึงนางไว้ แต่เพราะแรงมีไม่พอ กลับถูกนางฉุดล้มลงไปด้วย

            เมื่อครู่อุ้มนางนานเกินไปเรี่ยวแรงที่แขนจึงเหลือไม่มาก 

            "โอ๊ย"

            พวกเขาลื่นตกลงไปสองสามขั้นอวี้อ๋องคว้าตัวเด็กน้อยไว้ได้ แต่ก็ยังกระแทกกับขอบบันได

            เฉียวเยว่ได้ยินเสียงแปลกๆนางตกใจมาก ร้องไห้โฮออกมา แต่หลังจากร้องไปสักพักก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องหันมาถามอวี้อ๋อง "ท่านพี่อวี้อ๋องท่านเป็นอะไรมากหรือไม่?"

            อวี้อ๋องส่ายหน้า

            "ไม่เอาอย่าร้องไห้"

            "ท่านอ๋อง"องครักษ์เข้ามารับเฉียวเยว่ไป แล้วตรวจสอบอาการของอวี้อ๋องเฉียวเยว่รู้สึกได้ว่าแขนของเขาผิดปรกติ ก็หยุดร้องไห้ นางคว้าชายเสื้อของเขาแล้วรีบหันกลับไป "ไปตามหมอหลวงท่านพี่อวี้อ๋องกระดูกหักแล้ว"

            พูดจบก็เริ่มน้ำตาร่วงอีกหยาดน้ำตาร่วงเผาะลงมา "ท่านพี่อวี้อ๋องเจ็บมากหรือไม่? เพราะข้าตัวหนักเกินไป เป็นข้าที่ไม่ดี ฮึกฮึก..."

            เฉียวเยว่ร้องไห้อย่างน่าสงสารร้องไปก็โทษตนเองไป จูงอวี้อ๋องเดินไปทางตำหนักของไทเฮา

            "ไม่เจ็บไม่เป็นไร เจ้าอย่าร้องไห้ และอย่าบอกไทเฮาด้วยว่าเป็นเพราะเจ้า" อวี้อ๋องเอ่ยเสียงเบา

            แต่เฉียวเยว่ไม่ยอม "ข้าเป็นเด็กไม่ดีข้าทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บ แต่ถึงข้าจะเป็นเด็กไม่ดี ก็ไม่อาจพูดโกหกท่านพี่อวี้อ๋อง ท่านเจ็บหรือไม่ ข้าจะเป่าให้นะเจ้าคะ"

            หยาดน้ำตาค้างเติ่งอยู่บนดวงหน้าเล็กจ้อยเดินเข้าไปเป่าให้ แต่ไม่กล้าแตะตัวอวี้อ๋อง "เดี๋ยวหมอหลวงก็จะมาแล้วหมอหลวงต้องมาถึงเร็วมากแน่ๆ"

            "ข้าไม่เจ็บจริงๆ"อวี้อ๋องปลอบประโลมนาง

            ข่าวอวี้อ๋องได้รับบาดเจ็บแพร่กระจายออกไปจนกระทั่งเข้ามาในห้องทุกคนต่างเข้ามารุมล้อมเขาไว้ตรงกลางเฉียวเยว่ถูกเบียดออกไปนอกสุด ไม่ช้าหมอหลวงก็วินิจฉัยออกมาว่าอวี้อ๋องแขนหัก

            ไทเฮาปวดพระทัยยิ่งพร่ำรำพันตลอดเวลา "เจ็บมากหรือไม่จ้านเอ๋อร์ ไม่เป็นไร จ้านเอ๋อร์ต้องไม่เป็นไร"

            เห็นไทเฮาทรงเป็นเช่นนี้ใบหน้าของอวี้อ๋องแม้ขาวซีดก็ยังคงมีรอยยิ้มอ่อนจาง "ข้าไม่เป็นอันใด เสด็จย่ามิต้องวิตกแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น"

            "บาดเจ็บเล็กน้อยที่ไหนนี่เรียกว่าบาดเจ็บเล็กน้อยได้ด้วยหรือ"

            ไทเฮาสูญเสียความสงบนิ่งเช่นก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงภายในห้องชั้นในไม่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้ามา

            "อยู่ดีๆเหตุใดถึงแขนหัก" พระนางถาม

            แต่หลังจากก็นึกถึงเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ด้านนอกโทษว่าตนเองเป็นคนใช้ไม่ได้ก็พอจะเข้าใจบางอย่างขึ้นมา"คงมิได้เจ็บตัวเพราะแม่หนูอวบอ้วนคนนั้นหรอกกระมัง?"

            อวี้อ๋องยิ้มน้อยๆ "นางลื่นเดิมทีข้าคิดจะดึงนางไว้ แต่ไม่นึกว่าตรงนั้นจะลื่นถึงเพียงนั้นประกอบกับตัวนางค่อนข้างหนัก ก็เลย..."

            พระพักตร์ไทเฮาเยียบเย็นลงทันควัน "เป็นเพราะนางอยู่ดี"

            อวี้อ๋องใช้มือข้างที่ไม่บาดเจ็บกุมพระหัตถ์ไทเฮาเอ่ยอย่างช้าๆ "เสด็จย่าไม่ต้องเป็นกังวลข้าบอกว่าไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไร ข้าจะไม่รู้จักขอบเขตของร่างกายตนเองเชียวหรือ?" 

            หลังจากนั้นก็ค่อยๆเอ่ยอีกว่า "บาดเจ็บครานี้อาจมิใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป"

            ไทเฮาไม่เข้าพระทัยแต่ไม่ช้าก็เม้มพระโอษฐ์ "เจ้า...เจ้าคงมิได้จงใจกระมัง?"

            ดวงตาของอวี้อ๋องฉายแววล้ำลึกทอยิ้มน้อยๆ "เสด็จย่าตรัสอันใด?ข้าจะทำร้ายตนเองได้หรือ?" 

            ยิ่งกล่าวเช่นนี้ไทเฮาก็ยิ่งคลางแคลง ก่อนจะดึงมืออวี้อ๋องมาจับแล้วกำชับซ้ำอีกครั้ง "ร่างกายของเจ้าสำคัญไม่ว่าเจ้าจะทำสิ่งใด ล้วนต้องคิดถึงร่างกายของตนเองก่อน ได้หรือไม่? ถือว่าย่าขอร้อง"

            "เช่นนั้นเสด็จย่าอย่าลงโทษเด็กน้อยผู้นั้นได้หรือไม่"

            "เจ้าเป็นห่วงนาง?"ไทเฮาไม่พอพระทัยอยู่บ้าง

            อวี้อ๋องพิงเก้าอี้ใบหน้าทอยิ้มยากจะคาดคะเนความหมาย "พ่ะย่ะค่ะ นางสดใสร่าเริงได้เห็นนางก็เหมือนได้เห็นวัยเยาว์อันบริสุทธิ์ไร้เดียงสา..."

            "จ้านเอ๋อร์..."ไทเฮารู้สึกปวดพระทัย

            อวี้อ๋องส่ายหน้า "เสด็จย่าไม่ลงโทษนางได้หรือไม่?"

            ไทเฮานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ผงกพระเศียร "ได้"

            แต่ก็ตรัสอีกว่า "ข้าไม่ลงโทษนางแต่บิดามารดาของนางจะไม่ลงโทษนางได้หรือ?

            "เช่นนั้นเสด็จย่าช่วยนางได้หรือไม่?"อวี้อ๋องถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            ...

            [1] หยวนเป่าคือเงินตำลึงจีนสมัยโบราณ มีรูปร่างคล้ายเรือ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392