"ฉันพอจะเข้าใจคร่าวๆแล้วล่ะค่ะ" อารีเอ่ยด้วยท่าทีเรียบเฉย
"คุณหนูอยากกินอะไรเป็พิเศษไหมคะเดี๋ยวแจ่มจะทำมาให้ หรือจะเอาเป็โจ๊กหมูสับใส่ไข่ที่คุณหนูชอบไหมคะ"แจ่มถามคุณหนูของเธอด้วยท่าทีกระตือรือร้น เธออยากให้คุณหนูของเธอได้ทานของอร่อย ๆร่างกายจะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
"ได้ค่ะเอาตามที่ป้าแจ่มบอกก็แล้วกัน" อารีตอบเธอพร้อมกับส่งยิ้มให้เธอเบา ๆ
อารีรับรู้ได้ถึงความรู้สึกจริงใจที่ป้าแจ่มส่งมอบมาให้กับเธอผ่านแววตาและท่าทาง
"งั้นแจ่มรีบกลับบ้านไปทำเลยนะคะคุณหนูรอแจ่มไม่นาน ระหว่างนี้คุณพ่อของคุณหนูกับคุณมาลัยแม่เลี้ยงของคุณหนูก็คงจะมาเยี่ยมคุณหนูพอดีเดี๋ยวแจ่มจะรีบกลับมานะคะ"
เธอรีบกลับบ้านอย่างเร็วเพื่อไปทำอาหารอร่อย ๆ เมนูโปรดของคุณหนูที่เธอรัก
"ต่อไปนี้จะเอายังไงดีนะ"อารีบ่นกับตัวเอง
เธอรู้สึกอับจนหนทางรู้สึกสับสนวุ่นวายใจหลังจากที่เธอออกจากโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ จะทำอย่างไรต่อไปใช้ชีวิตไปในทิศทางไหน เริ่มต้นจากอะไร หากจะเริ่มฟื้นความทรงจำจะเริ่มจากอะไรเริ่มจากตรงไหน เริ่มจากเื่อะไร
ตอนนี้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและกังวลอย่างมากเหมือนเธอนั้นอยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้ ไม่รู้ว่าใครคนไหนที่พอจะไว้ใจได้ให้เธอได้พึ่งพิงใน่เวลาที่ความทรงจำของเธอยังไม่กลับมาระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดกับตัวเองอยู่นั้น
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นปรากฏว่ามีชายและหญิงแปลกหน้ามาเยี่ยมเธอ ซึ่งทั้งสองคนนั้นก็น่าจะเป็พ่อของเธอและแม่เลี้ยงของเธอติดสอยห้อยตามเป็เงาพ่อของเธอมาด้วยตามที่ป้าแจ่มได้บอกเอาไว้ก่อนที่เธอจะกลับบ้าน
"อารีลูกเป็ยังไงบ้าง หมอบอกว่าลูกความจำเสื่อมชั่วคราวงั้นหรอลูกจำพ่อได้บ้างไหม" พ่อเอ่ยถามเธอด้วยท่าทีเป็ห่วง
"……...."อารีส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อบ่งบอกว่าเธอจำพ่อของเธอไม่ได้
"ไม่เป็ไรนะลูกพรุ่งนี้ลูกได้กลับบ้าน พ่อจะค่อย ๆ เล่าความทรงจำในวัยเด็กให้ลูกได้ฟังเอง"พ่อบอกเธอพร้อมกับส่งยิ้มให้เบา ๆ
"นั่นสิคะหลังจากที่อารีกลับบ้านแล้ว คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะว่าอารีจะต้องแต่งงานกับคุณชายรองจากตระกูลพิพัฒน์ตามสัญญาการหมั้นหมายของสองตระกูลที่เคยทำสัญญากันไว้ั้แ่สมัยคุณตาของอารี"
มาลัยแม่เลี้ยงรีบเอ่ยขัดเพื่อตั้งใจทำลายบรรยากาศของสองพ่อลูกพร้อมกับแอบยิ้มเยาะในใจที่เหตุการณ์ในตอนนี้มันเข้าข้างเธอ
"หยุดพูดได้แล้วมาลัยนี่ไม่ใช่เวลาที่จะพูดเื่นี้ ลูกกำลังป่วยอยู่ไม่รู้หรือไงยังจะเอาเื่นี้มาพูดที่นี่อีก"พ่อเอ่ยต่อว่าเเม่เลี้ยงด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์
"ก็ฉันอยากจะช่วยคุณพูดกับอารีนี่คะเธอควรจะทำหน้าที่ลูกที่ดีด้วยการแต่งงานกับคุณชายรองซะ เราจะได้ทำตามสัญญาของคุณปู่และยังจะได้ช่วยพยุงธุรกิจบริษัทของเรา”
“คุณก็รู้ว่าตอนนี้ธุรกิจของเราอยู่ใน่ขาลงหากไม่ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทของตระกูลพิพัฒน์ละก็ มีหวังล้มละลายแน่"แม่เลี้ยงเอ่ยต่อปากต่อคำทันที เธอชักสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจ
"มันก็จริงอยู่ที่ลูกจะต้องแต่งงานมันจะต้องพูดถึงในเวลานี้ด้วยหรือไง ยืดเวลาออกไปหน่อยก็ได้รอให้อารีอาการดีขึ้นก่อนค่อยพูดเื่นี้ก็ได้นิจำเป็ต้องรีบขนาดนั้นด้วยหรอ" พ่อเอ่ยถามแม่เลี้ยง ด้วยสีหน้าท่าทีโมโห
"ฉันกลัวว่าอารีจะหนีงานแต่งไปก่อนนะสิเลยต้องพูดดักเธอเอาไว้ก่อน" แม่เลี้ยงพูดเสียงอ่อยๆ ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์เท่าไร
อารีนิ่งเงียบฟังสองคนพูดโต้ตอบกันไปมาสถานการณ์ในตอนนี้ ทำให้อารีสับสน ดูจากท่าทีแม่เลี้ยงที่มีต่อเธอแล้วแม่เลี้ยงคงไม่ชอบเธอแน่ ๆ
ส่วนพ่อของเธอนั้นห่วงใยเธอด้วยความจริงจากใจหรือห่วงใยเธอเพื่อผลประโยชน์กันแน่เธอก็ยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้ สองคนนี้เธอจะเชื่อใจไม่ได้เลยทั้งนั้น
แล้วยังจะเื่สัญญาการแต่งงานของสองตระกูลที่ทำสัญญากันั้แ่สมัยคุณตาทำให้เธอจะต้องมาแต่งงานกับคุณชายรอง ซึ่งคุณชายรองนี่เขาชื่ออะไรก็ไม่รู้เป็ลูกเต้าเหล่าใคร หน้าตาเป็ยังไงก็ไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ อารีทำได้แค่กลุ้มได้เก็บมันไว้ในใจเท่านั้น
"เอาล่ะลูกพักผ่อนเถอะนะ พ่อจะไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของลูกแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะมารับกลับบ้านนะ"
ทรงสิทธิ์เดินไปเปิดประตูห้องโดยที่พาแม่เลี้ยงกลับออกไปด้วยก่อนจะปิดประตูยังหันหน้ามาส่งยิ้มให้กับลูกสาวอีกครั้งก่อนจะกลับบ้านอารีจึงยิ้มตอบรับพ่อของเธอเบา ๆ
"กลับไปแล้วกลับไปแล้วจริง ๆ" อารีเอ่ยพร้อมกับชะโงกหน้าดูที่ประตูอีกครั้งแล้วถอนหายใจเบา ๆ
"กลับไปได้กันสักทีอยู่นานกว่านี้คงจะรู้สึกอึดอัดใจจนเป็บ้าแน่ คนนึงก็พูดจาเป็ห่วงเป็ใยส่วนอีกคนก็พูดจาดูหวังดีที่เต็มไปด้วยคำเสียดสีคำแซะััถึงความจริงใจจากใครไม่ได้เลยจริง ๆ แม้แต่พ่อของตัวเองก็ไม่เว้นแต่ก็คงมีเว้นไว้แค่ป้าแจ่มคนเดียวละมั้ง ที่พอจะไว้ใจได้บ้าง"
อารีบ่นกับตัวเองเบาๆ พลางถอนหายใจล่วงอกไปที…