เสียงร้องของลักนั้นอยู่ได้ไม่นานสุดท้ายเสียงของเธอก็ได้หายไป เนื่องจากถูกชายฉกรรจ์ทั้งสองที่เป็เพื่อนร่วมทีมของเธอแท้ๆ ทำร้ายและพยายามจะข่มขืนเธอ เซนที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ก็คิดกับตัวเองหลายๆ เื่ ประสบการณ์ได้สอนเขาให้เข้าใจหลายๆ อย่างหลังจากวันที่เขาได้มายังโลกใบนี้วันแรก
“แม้แต่เพื่อนที่อยู่ร่วมกันมานานก็ยังสามารถทรยศสหายที่คบหากันมาตลอดได้ แล้วกับแค่คนแปลกหน้าที่เจอกันไม่กี่ครั้ง จะเชื่อใจได้ขนาดนั้นเลยเหรอ? ”
เซนในตอนนี้นั้นมีพลังที่มหาศาลเกินกว่าที่ใครๆ จะสามารถคาดเดาได้เขาไม่กลัวการที่ตนเองจะถูกหักหลังหรือทรยศจากเพื่อนฝูงเลย อย่างไรก็ตามการถูกคนที่เชื่อใจหักหลังนั้นแม้จะไม่สามารถสร้างาแทางกายให้กับเขาได้ แต่จิตใจของเขาย่อมอาจจะแตกสลาย
การที่ได้มาเห็นภาพและลักษณะนิสัยอันน่ารังเกียจของเผ่าพันธุ์เดียวกันกับตนเบื้องหน้านั้นทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจขึ้นมา แม้ว่าโลกนี้จะมีสีขาวแต่อย่างไรก็ตามเื้ัของมันนั้นก็ถูกย้อมไว้ด้วยสีดำ
“ดูเหมือนจะยอมแล้วนะ หึๆ”
จินที่ยืนอยู่ด้านหลังของกิลดอร์และจอมเวทสาวลักที่กำลังถูกลูบด้วยมืออันหยาบกร้านของกิลดอร์ได้กล่าวขึ้น โดยปกติทั่วไปนั้นต่อให้มนุษย์จะมีระดับที่สูงแค่ไหนก็ตามแต่เมื่อพลังิญญาได้หมดลงจะส่งผลให้ความสามารถทางร่างกาย หรือสถานะทั้งหมดลดลงไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ต้องพูดถึงลักที่เป็จอมเวทซึ่งไม่ได้โดดเด่นทางด้านกายภาพ ดังนั้นการที่เธอตกอยู่ในสภาพพลังิญญาเป็ศูนย์ทำให้ถูกกิลดอร์และจินที่ร่วมมือกันรังแกได้ง่ายๆ
“ฮือๆ”
ลักได้สะอื้นช้าๆ ก่อนที่จะหันหน้าหนีชายทั้งสอง เธอในตอนนี้ไม่มีหนทางที่จะต่อต้านอีกฝ่ายได้เลย เธอนึกเสียใจที่เผลอไปเชื่อใจตัวเลวร้ายทั้งสอง เธอกับพวกเขาทำงานอยู่ทีมเดียวกันมามากกว่าปี เมื่อไม่สามารถทำสิ่งใดได้ก็ทำได้แต่เพียงยอมรับชะตากรรม แต่ทันใดนั้นเสียงของชายคนหนึ่งที่นอกเหนือจากกลุ่มของเธอก็ได้ดังขึ้น
“ขอโทษนะ…ทางไปวอเตอร์ฟอร์ดอยู่ทางนี้หรือเปล่า? ”
เซนได้เดินเข้าหากลุ่มของนักผจญภัยทั้งสามซึ่งกำลังจะเริ่มทำเื่มิดีมิร้าย ทันใดนั้นลักที่หลับตาอยู่ตลอดก็ได้ลืมตาขึ้นและหันไปมองในทิศทางของเสียง และพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูจะอายุน้อยกว่าเธอมากๆ ในตอนนี้เซนได้จัดการโกนหนวดและตัดผมตนเองเรียบร้อยแล้วทำให้ใบหน้าของเขาดูไม่ต่างกับเด็กมอปลายมากนัก ที่ผิดปกติก็คือแววตาที่สะท้อนความเ็า และความโดดเดี่ยวจนผู้คนที่มองจะต้องรู้สึกเหน็บหนาว
“แกเป็ใคร!? ”
กิลกอร์ได้หยุดการลูบไหลผิวกายของหญิงสาวก่อนที่จะทำท่าทางเหมือนกับตื่นตัวเต็มที่และหันมาเผชิญหน้ากับเซน จินเองก็กระทำแบบเดียวกัน พวกมันมองมาที่เซนเหมือนกับมองตัวประหลาด การแต่งตัวของอีกฝ่ายนั้นเรียกได้ว่าไม่ได้แต่งตัวสำหรับการออกมาเดินป่าเลยแม้แต่น้อย มันเหมาะสำหรับการเดินในเมืองเสียมากกว่า อย่างไรก็ตามพวกมันไม่ได้คิดจะดูถูก
พวกมันตระหนักได้ว่าสถานที่ที่พวกมันอยู่นั้นคือสถานที่ใด และการที่จะมีมนุษย์สักคนออกมาเดินเพ่นพ่านคนเดียวนั้น นับว่ามนุษย์คนนั้นจะต้องบ้าไม่ก็แข็งแกร่งมากๆ หรืออาจจะเป็ทั้งสองอย่าง
“อา…ผมเป็แค่คนที่เดินผ่านมา ผมอยากจะถามพวกคุณว่าเมืองวอเตอร์ฟอร์ดไปทางไหน? ”
ท่าทางที่ดูไม่แยแสของเซนนั้นทำให้จินและกิลดอร์รู้สึกโล่งใจเพราะดูเหมือนชายเบื้องหน้าของพวกเขาที่ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูติเพียงแค่มาถามทางเท่านั้น
“นายเดินตรงไปทางนั้นก็จะเจอแม่น้ำสายเล็กๆ แค่เดินตามกระแสของแม่น้ำที่ไหลไป นายก็จะเจอกับวอเตอร์ฟอร์ดแล้ว”
“ขอบคุณมากผู้มีพระคุณ! ”
เซนก้มหัวขอบคุณจินที่เป็คนกล่าวบอกเส้นทางเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆ เดินจากไปในทิศทางที่จินได้แนะนำ การปรากฏตัวของเซนนั้นนับว่าสร้างความตกตะลึงอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันการจากไปของชายหนุ่มก็ทำให้จินและกิลดอร์รู้สึกโล่งอก แต่ลักกลับตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกสิ้นหวังกว่าเดิม
“ขอโทษนะ….”
“อะไรอีก! ”
คราวนี้จินถึงกับต้องตะคอกออกมาอย่างเต็มเสียงเมื่อได้ยินโทนเสียงที่คล้ายๆ กับเสียงของชายที่เดินจากไปเมื่อสักครู่
“ทางไปวอเตอร์ฟอร์ดใช่ทางนั้นหรือเปล่า? ”
เซนได้เดินกลับมาถามอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ยิ้มๆ แตกต่างไปจากเดิม
“ไม่ใช่ว่าเราบอกนายไปแล้วเหรอ? ”
“เปล่าๆ ดูเหมือนคุณจะเข้าใจผิดนะ คนที่ถามทางคุณเมื่อครู่คงจะเป็พี่ชายฝาแฝดของผม”
“ไปทางนั้น…”
จินได้ทำแบบเดิมคือบอกเส้นทางให้กับชายหนุ่ม จากนั้นเซนก็ได้เดินจากไปอีกรอบ พวกมันทั้งสองก็ได้หันหน้ามาหาลักอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มลงมือต่ออย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นเองเสียงของชายคนเดิมก็ดังขึ้น
“ขอโทษนะ ทางไปวอเตอร์ฟอร์ดอยู่ทางไหน? ”
“นี่เอ็งกวนพวกข้าใช่ไหม! ”
กิลดอร์เริ่มจะเก็บอารมณ์โกรธไม่ไหวมันชักดาบเล่มยาวของมันออกมา ก่อนที่จะชี้มาที่เซนอย่างเอาเื่ อย่างไรก็ตามสีหน้าของเซนนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว
“ทำไมพวกคุณต้องโกรธด้วยล่ะ ผมแค่ถามทางเองนะ”
เซนกล่าวตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ อย่างไรก็ตามคำกล่าวของเซนนั้นยิ่งทำให้จินและกิลดอร์รู้สึกปวดหัวและหงุดหงิด
“พวกข้าบอกทางเอ็งไปแล้วนะ ยังจะเอาอะไรอีกอยากตายนักหรือยังไง! ”
กิลดอร์กล่าวก่อนที่จะเดินมาและเอาดาบจี้ติดที่คอของเซน
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมมีพี่น้องฝาแฝดอีกสองคนก่อนหน้านี้อาจจะเป็พวกเขาก็ได้”
“จะเป็แบบนั้นได้ยังไง เห็นชัดๆ ว่าพวกแกเป็คนเดียวกันมาสามรอบก็ใส่ชุดเหมือนกัน แม้แต่รอยขาดบนชุดยังเหมือนกันยังกับแกะ! ”
จินที่เป็คนช่างสังเกตได้กล่าวขึ้น นั่นยิ่งทำให้กิลดอร์สหายของมันที่เกือบจะเชื่อวาจาของเซนโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
“ฮ่าๆๆๆๆ ดูเหมือนพวกคุณจะฉลาดกันอยู่บ้าง แต่กว่าจะรู้ตัวก็ถูกหลอกไปแล้วหนึ่งรอบ”
“แก้าอะไรมาเล่นแบบนี้กับพวกเราทำไม? ”
จินกล่าวขึ้นอย่างไม่สงบ มันดูจะใจเย็นอย่างมากเมื่อเทียบกับสหายของมัน มันไม่แน่ใจว่าชายเบื้องหน้ามันนั้นแข็งแกร่งขนาดไหนดังนั้นหากตกลงกันได้ มันก็ต้องเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะเสียดีกว่า
“ไม่มีอะไร ผมแค่จะมาเตือนพวกคุณว่าจะทำอะไรในป่าก็ระวังดีๆ บางทีเ้าป่าเ้าเขาอาจจะไม่พอใจก็ได้นะ”
“เข้าใจแล้วพวกข้าจะระวัง มีอะไรอีกไหม? ”
จินได้กล่าวถามอีกครั้ง ในตอนแรกกิลดอร์นั้นแทบจะทนไม่ไหวมัน้าจะเข้ามาจัดการกับเซนในทันทีอย่างไรก็ตามเพื่อนของมันกลับเลือกวิธีปรองดองมันจึงได้เชื่อใจเพื่อนของมันแทน
เมื่อเซนได้กล่าวจบเขาก็มองมาที่ลักหรือจอมเวทสาวที่กำลังจะถูกข่มเหงเล็กน้อย และพบว่าเธอกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาอ่อนเซนเพียงแค่ยิ้มให้เธอนิดหน่อยและเดินจากไปทางบึงมรณะ ไม่ได้เลือกเดินไปตามเส้นทางที่พวกจินได้แนะนำในตอนแรก
“ดูเหมือนคราวนี้ตัวเกะกะจะไปแล้ว ถึงเวลาสนุกของเราแล้ว จินตามที่ข้ากับเอ็งได้ตกลงกันเอาไว้ ข้าขอเป็คนเริ่มก่อน! ”
กิลดอร์ได้กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าหื่นกระหายของมัน
“เออเร็วๆ นะเว้ยข้าเองก็อยากจะแย่อยู่แล้ว! ”
จินกล่าวตอบสหายของมันก่อนที่จะเดินออกมาเพื่อให้ความเป็ส่วนตัว อย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นเมื่อมันแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าและเห็นเงาสีดำขนาดใหญ่กำลังลอยมาที่มัน แต่เมื่อมันมองอีกครั้งก็พบว่าสิ่งนั้นไม่ได้ลอยมาแต่กำลังตกลงมาด้วยความเร็วสูงมาที่พื้นที่ใกล้ๆ กับเพื่อนของมันที่กำลังจะสนุกกับหญิงสาว
“ฉิบหายแล้ว! ”
จินที่เห็นสิ่งที่ตกลงมาชัดๆ ก็ได้ร้องออกมาพร้อมกับมีใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี เป็งูั์ขนาดใหญ่มีลำตัวสีดำสนิท ความยาวของมันอย่างน้อยต้องยาวกว่าสามสิบเมตรแน่ๆ มันคือคิงคอบร้าและยังเป็คิงคอบร้าที่ใหญ่ที่ยิ่งกว่าที่สถิติในหนังสือบันทึกเคยบันทึกเอาไว้
อสรพิษที่ดุร้ายโดยปกติเมื่อมันตกจากที่สูงด้วยความแข็งแกร่งของมันแน่นอนว่ามันไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย มันชูคอขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่ทิศทางของบึงมรณะด้วยความหวาดกลัว มันเป็ความหวาดกลัวที่แสดงผ่านสัญชาตญาณของมันโดยตรง
“เกิดบ้าอะไรขึ้น! ”
กิลดอร์ตอนนี้หมดอารมณ์ไปโดยสิ้นเชิงมันชักดาบของมันพร้อมกับวิ่งไปกูที่กลุ่มฝุ่นผงซึ่งเกิดจากวัตถุบางอย่างตกกระพื้นและส่งผลให้ฝุ่นกระจายตัวบดบังวิสัยทัศน์ของมัน
เมื่อมันพบกับงูั์สีดำขนาดใหญ่ที่แผ่แม่เบี้ยออกมาและจ้องมองมาที่มันราวกับกำลังจ้องมองของว่างมันก็ตัวสั่นโดยอัตโนมัติก่อนที่จะค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปทีละก้าวอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นยิ่งมันถอยมากเท่าไหร่อสรพิษร้ายก็ยิ่งจ้องมองมาที่มันแรงขึ้นเท่านั้นสุดท้ายแล้วมันก็ไม่สามารถเอาชนะความหวาดกลัวของตนเองได้จึงได้โยนดาบทิ้งไปและหันหลังวิ่งหนีทันที
อย่างไรก็ตามมันไม่ทันได้หนีก็ถูกหางขนาดใหญ่ของคิงคอบร้าม้วนตัวรัดมันเอาไว้
“อ้ากกกกกกกกก! ”
เสียงของกิลดอร์นั้นฟังดูอนาถอย่างมากเพียงแค่คิงคอบร้าออกแรงเล็กน้อยกระดูกทั้งตัวของมันก็ส่งเสียงดังลั่นออกมาและแหลกละเอียดจนไม่เหลือชิ้นดี
“เวรๆๆๆๆๆๆ”
จินนั้นไมได้สินใจเพื่อนของมันเลยว่าจะเป็ตายร้ายดียังไง มันรีบใช้โอกาสที่งูั์กำลังโยนเพื่อนของมันเข้าปากออกตัวด้วยสปีดสูงสุดเท่าทีในชีวิตของมันจะสามารถทำได้ทันที
อย่างไรก็ตามมันดูถูกการกินของงูั์เกินไป เพราะงูั์นั้นไม่จำเป็ต้องเคี้ยวเพียงแค่กลืนร่างของกิลดอร์ลงไปมันก็หมดทางรอดแล้ว
“ฟุบ! ”
ร่างของจินถูกกัดหายไปเหลือเพียงแค่ส่วนขาภายในเสี้ยววินาทีเท่านั้น ลักที่ได้เห็นภาพอันน่าสยดสยองทั้งหมดกับตาตนเองก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไมได้ อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกดีเพราะอย่างน้อยความบริสุทธิ์ของเธอก็ยังรักษามันไว้ได้
คิงคอบร้าหันหัวมาทางลักพร้อมกับชูคอของมันขึ้นมาสูงขึ้นแต่ในจังหวะนั้นเองเสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“หยุดแค่นั้นแหละ! ”
เสียงที่ดังขึ้นนั้นแน่นอนไม่ใช่เสียงของใครอื่นแต่เป็เสียงของเซนนั้นเอง เพียงแค่เสียงนี้นั้นร่างกายของอสรพิษทั้งตัวก็ได้สั่นสะท้านพร้อมกับลดคอของมันลงแทบติดพื้นแสดงให้เห็นว่ามันหวาดกลัวเ้าของเสียงขนาดไหน เซนค่อยเดินเข้ามาก่อนที่จะชำเลืองมองซากศพที่เหลือเพียงส่วนขาของจิน ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างพอใจพร้อมกับกล่าว
“ก็เตือนไปแล้วว่าอย่าทำอะไรมิดีมิร้ายในป่า…เห็นไหมว่าเ้าป่าเ้าเขาโกรธกันหมดแล้ว”
หากว่าคิงคอบร้าสามารถโต้ตอบออกมาเป็ภาษามนุษย์มันคงจะตอบกลับเซนว่า
“ก็เอ็งนั่นแหละที่โยนข้ามาเหมือนกับโยนของเล่น ถ้าไม่ใช่เพราะเอ็งพวกนี้ก็ไม่โดนข้ากินหรอก! ”