“นี่คุณคณา ลูกค้ารายใหญ่ของผม” ผมแนะนำคุณคณาให้เทอร์รู้จัก เ้าพ่ออสังริมทรัพย์ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับบ้าน คอนโดมิเนียมคุณคณาอายุสี่สิบปีแล้ว แต่ยังไม่แก่เลย หน้าตายังคงความหนุ่มมาก และคร่ำหวอดกับทางทำธุรกิจทางนี้มากที่สุด
“คุณฟอคซ์ ก็พูดเกินไปครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณเอนเทอร์”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกันค่ะ”
ผมเดินควงเทอร์ตลอดงานในวันนี้ พร้อมแนะนำเทอร์ให้รู้จักทั้งพนักงงาน ลูกค้าของผมที่ผมลูกจัก พนักงานในงานต่างซุบซิบที่ผมควงผู้หญิงออกงานแต่ยังดีที่เสียงซุบซิบพวกนั่นมีแต่เื่ค่อยข้างแง่บวกถ้าแง่ลบมีหวังผมไล่ออกแน่แต่ทุกๆคนคงคิดว่าผมไม่เคยพาสาวที่ไหนมางานเลี้ยงมากกว่า
ผมพาเทอร์เดินเข้าไปหาไอเตนท์มันรุ่นราวคราวเดียวกับผม สมัยก่อนตอนผมจบมหาวิทยาลับมาใหม่ๆป๊าให้ผมไปเป็เซลล์ขายปูนตามSiteก่อสร้าง น้อยคนนักจะรู้ว่าผมเป็ลูกเ้าของตอนผมยังเป็เซลล์ขายปูนยังต้องไปช่วยลูกน้องขนปูนเลยจนลูกค้าที่รู้จักยังแซวผมเลยว่า ‘ลูกเ้าของขนปูนเองเลยเว่ย’ และถัดจากนั้นหลายเดือนให้มาคุมโรงงาน มันทำให้ผมรู้จักการบริหารงานได้อย่างรวดเร็ว ผมว่าป๊าก็วางหมากในทางธุรกิจค่อนข้างดีเลย
ผมที่เห็นไอเตนท์กับผู้หญิงที่มันกำลังควงอยู่หันหลังอยู่ผมจึงทักมันขึ้นมา จังหวะที่ผมเห็นทั้งไอเตนท์และผู้หญิงของมันมันทำให้ผมถึงกับช็อคเลยละครับ
“ต่าย”ผมถึงกับเผลอพูดชื่อกระต่ายออกมาเบาๆ สายตาที่ผู้หญิงคนนั้นจ้องผมดูไม่แปลกใจในการเจอผมครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ
“ฟอคซ์” ไอเตนท์มันทักผมขึ้นมา
“เออ มึงนี่ เอนเทอร์ ผู้หญิงของกู” ผมก็ไม่รู้ว่า ผมใช้คำว่าผู้หญิงของผมมันดีไหม แต่ผมก็ใช้คำนั้นไปแล้ว
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณเอนเทอร์” ไอเตนท์เอ่ยขึ้นทัก
“เช่นกันค่ะ เรียกเทอร์เฉยๆก็ได้ค่ะ” เทอร์ตอบกลับมันอย่างค่อนข้างเป็มิตร
“เออนี่”ไอเตนท์เอ่ยขึ้นที่จะแนะนำกระต่าย แต่กระต่ายกลับสวนขึ้นมา
“พี่ฟอคซ์”กระต่ายเปิดคำทักทายมาก่อนผม
“รู้จักกันด้วยหรอ”ไอเตนท์ถามขึ้นมาด้วยความใ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันดูปลอมมาก
“คนคุ้นเคยค่ะ”กระต่ายตอบมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไปก่อนนะ เดี๋ยวไปดูขนมให้เทอร์ก่อน” ผมรีบขอตัวออกมาจากตรงนั้น
ละครฉากนี้เล่นใหญ่ดีนะครับผมว่าแฟนเก่าของผมมากับคนที่ผมไม่ค่อยชอบที่เป็หุ่นส่วนบริษัท เอาผู้หญิงคนนี้มาควงในงานครบรอบบริษัทโอ้โห ช็อคแบบสุดๆไปเลยครับ มันน่าแปลกใจไปเลย ผมคิดว่ามันต้องมีอะไรที่ผมไม่รู้อีกเยอะแน่นอนดูสีหน้าของกระต่ายกับไอเตนท์ดูมีความน่าสงสัย
“อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นคือแฟนเก่ามึง” เทอร์เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เราออกห่างสองคนนั้นมาค่อนข้างไกลแล้ว
“เออ มันยังไงกันแน่วะมึงเลิกกับกูแค่ไม่นานเอง ทำไมมันมากับไอเตนท์วะ” ผมบอกเทอร์ไปแบบนั้น
“มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่าดูจากสีหน้าทั้งสองคนแล้ว มีอะไรลับหลังมึงแล้วมั้ง”มันมีสิทธิ์สูงมากที่เทอร์พูดแบบนั้นขึ้นมา
“กูขออยู่คนเดียวก่อนได้ปะ” ผมเอ่ยขึ้นมา ไม่ใช่เพราะผมยังคิดถึงแฟนเก่าผมอยู่หรอกแต่ผมขอนึกเื่ราวที่ผ่านมาของกระต่ายกับผมก่อน
“เดี๋ยวกูไปเดินน้ำกินตรงบาร์แล้วกัน”
ผมเดินออกมานอกงงานตรงจุดที่สูบบุหรี่ผมจุดบุหรี่พร้อมสูดควันเข้าปอด ผมสูบบุหรี่ั้แ่สมัยมหาวิทยาลัยแล้วตอนนั้นผมสูบวันละซอง แต่ตอนนี้ผมก็ไม่ค่อยได้สูบมากแล้ว มีเวลาเครียดเื่ต่างๆผมก็มักจะมาสูบบุหรี่มันเป็สิ่งที่เทอร์เองไม่ชอบมากเลย เทอร์มักชอบบ่นเวลาที่เห็นผมสูบตลอดตอนนี้ผมจุดบุหรี่มาสูบประมาณ3ม้วนแล้ว ไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหนจนมีผู้หญิงที่ผมไม่อยากจะเจอเลยตอนนี้เข้ามาหาผม
“พี่ฟอคซ์ ว่าแล้วพี่ต้องมาอยู่ตรงนี้”กระต่ายทักก่อน
“ทำไมต่ายถึงมาอยู่ในงานนี้ได้” ผมถามเริ่มถามมด้วยความสงสัย
“พี่ฟอคซ์แปลกใจหรอที่เจอต่าย”
“นิดหน่อย”
“ต่ายยังคิดถึงพี่ฟอคซ์ตลอดนะ”
“ถ้าต่ายคิดถึงพี่ ต่ายจะไม่มีคนอื่น”
“มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ”
“วูบถึงขนาดไปเที่ยวกับเขาเลยมันไม่น่าวูบแล้วนะ”
อยู่ดีดีกระต่ายก็เข้ามาใกล้ผมพร้อมดึงผมไปจูบสมองผมตอนนี้ขาวโพลนไปหมด นี่มันสถานะการอะไรกันวะเนี่ย ผมกลับมามีสติอีกครั้งเมื่อมีคนเรียกผม
“ฟอกซ์!!” เสียงเรียกที่น่าแกรงขามที่สุด
ผมมองไปยังเสียงนั่นที่เรียกก็คือ ป๊านั่นเองพร้อมทั้งคนที่ผมควงมางานนี้ด้วยนั่นก็คือ เทอร์ และลูกน้องน้องผมอย่างเต และชัย
“ป๊า”ผมเรียกป๊าอย่างเสียงเบา
“ชัยพาหนูเทอร์ไปนั่งในงาน ฟอกซ์ป๊าว่าเรามีเื่ต้องคุยกัน ป๊าจะไปรอที่ห้องรับรอง”ป๊าเดินเข้าไปในงาน ทำไมป๊าถึงเดินทาทางจุดสูบบุหรี่ได้ และเทอร์จะคิดยังไงกับการที่ผมไปจูบแฟนเก่าวะเนี่ย
ผมเดินตามหลังป๊าเข้าไปในห้องทันทีที่ถึงห้องรับรองป๊าก็พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น จนผมหวั่นใจขึ้นมา
“แกทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า”
“คืออยู่ดีดีต่ายก็เข้ามาจูบผมผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยป๊า”
“แกไม่กลัวคนอื่น แล้วถ่ายถ่ายรูปเพื่อทำชื่อแกเสียงหายหรอ บริษัทเสียงชื่อเสียงหรอ”
“คือผม”ผมรู้สึกเถียงป๊าไม่ออกเลย ถึงโรงแรมนี้จะเป็ของไอฟร๊อง ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้เสมอไป
“ก่อนที่มันจะมีข่าวลือเสียงๆหายๆป๊าว่าแกแต่งงานกับหนูเทอร์ไปเลยดีกว่า ถ้ามีข่าวมาว่าแกพาผู้หญิงอีกคนมางานเลี้ยงบริษัทแต่กลับไปจูบกับอีกคน แกคิดว่ามันดีไหม”
“ป๊าว่าอะไรนะครับ” ผมใมากกับคำว่าแต่งงาน
“แกพาหนูเทอร์มาเพื่อมาควงเล่นๆในงานหรอ เทอร์เองคงเป็คนที่แกไว้ใจและให้ความสำคัญ”
“ป๊ารู้...”ผมตั้งคำถามขึ้น ผมไม่รู้ว่าป๊า
“ไปคุยกับหนูเทอร์เื่นี้ซะ เดี๋ยวอีกสักพักป๊าจะเข้าไปประกาศเื่นี้ต่อหน้าทุกคนตอนกล่าวขอบคุณแขกที่มางาน” ป๊าพูดสวนขึ้นมาไม่รู้ว่าป๊าจะคิดกับเทอร์ว่า เป็แค่คนควง เป้นแค่เพื่อน หรือเป็แฟน
ถ้าผมบอกว่าไปว่าเทอร์แต่งงานกับกูหน่อยนะ ป๊าอยากให้แต่งเพราะว่ากูไปจูบกับแฟนเก่าผมคงจะดูเป็ผู้ชายที่เหี้ยมากเลย แต่ผมก็ดีใจนะถ้าเทอร์เองยอมแต่งงานด้วยถึงแม้งว่าจะเป็เื่ที่ผู้ใหญ่บังคับ ผมละเครียด
“เทอร์ ขอคุยด้วยหน่อย”ผมเดินเข้าไปเรียกเทอร์ในงานเพื่อออกมาคุยข้างนอก
“ป๊าว่าอะไรหรือเปล่ามึง”
“คือกู...กู”ผมรู้สึกอึกอักกับเื่ที่จะพูดมาก
“มีอะไรพูดมา จะรู้เื่ไหมเนี่ย”
“มึงแต่งงานกับกูได้ไหมป๊ากลัวว่ามีคนแอบถ่ายรูปไปแบล็คเมลอ่ะ”
“กูแอบช็อคนะมันเป็ความผิดมึงที่กูตกกระไดพลอยโจน”
“คือมึงจะไม่ทำตามที่ป๊าบอกก็ได้นะเดี๋ยวกูไปคุยกับป๊าเอง”
“แล้วถ้ามันแบล็คเมลมึงจริง มึงแย่เลยนะคนมางานก็เยอะ ทั้งพนักงงาน ลูกค้า และนักข่าว”
“งั้นกูมึงแต่งงานกับกูสักปีนึงแล้วเดี๋ยวกูจะเคลียเื่นี้ก่อนได้ไหม”
“อืม ตกลง”
“มึงพูดจริงป่ะเนี่ย ขอบคุณมึงมากนะ” ผมดีใจที่เทอร์แต่งานกับผมนะถึงแม้ว่าจะเป็การแต่งงานด้วยสถานะการณ์ก็เถอะ
“แต่มึงร่างสัญญาการแต่งงานนี้ให้กูด้วยนะและอย่าให้กูเสียเปรียบในสัญญา”ผมสัญญาว่าจะเขียนอย่างดีเลยหละ
“ขอบคุณมึงมากนะ กูพามึงมาซวยเลยแท้ๆ”
“เดี๋ยวกูให้เต จัดการเื่เอกสารแล้วกัน”