บทที่ 13 ทำไมในปากฉันถึงมีรสชาติของนม
หลินเฟิงเซี่ยวน้องชายของหลินเฟิงซินเป็เด็กหนุ่มเืร้อน เขาพูดขึ้นว่า “พี่เขย ถ้าเื่นี้เกี่ยวข้องกับน้องสาวพี่ ผมไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
สีหน้าพ่อแม่ของหลินเฟิงซินดูไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็คิดแบบเดียวกัน เพราะพวกเขาเกือบจะต้องสูญเสียลูกสาวไปแล้ว
กู้ไฮว๋สูดหายใจเข้าลึก ๆ “ผมเข้าใจ เื่นี้ผมจะให้คำตอบพวกคุณอย่างแน่นอน”
จนกระทั่งปลอดภัยแล้ว กู้ไฮว๋ถึงนึกถึงเสิ่นจืออินขึ้นมาได้
“จริงสิพ่อ เื่นี้พวกเราต้องขอบคุณคนคนหนึ่ง”
เขาหันไปมองเสิ่นจืออินที่หลับอยู่บนไหล่ของฉินเจิน มุมปากกระตุกเล็กน้อย
“ต้องขอบคุณ…เด็กคนนี้จริง ๆ”
ในวินาทีนี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าความรู้สึกในใจของเขามันสับสนวุ่นวายมากแค่ไหน
เขาจะอธิบายให้พ่อตาเข้าใจได้อย่างไรว่า ที่เขารู้ว่าภรรยาเกิดเื่ขึ้น นั่นก็เป็เพราะเด็กน้อยที่ห้อยขวดนมอยู่นี่บอกเขามาอีกที
พ่อหลินทำหน้างุนงง “???”
“ว่าไงนะ?”
เด็กคนนี้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับภรรยาเขา เขาอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้ชัดเจนได้ไหม?
ไม่ใช่แค่พ่อหลินเท่านั้น แม้แต่หลินเฟิงเซี่ยวก็ยังทำหน้าใ
กู้ไฮว๋ยกมือขึ้นลูบหน้า “ผมก็ไม่อยากจะเชื่อหรอก แต่...เป็เด็กคนนี้ที่บอกผมเองว่าภรรยาผมเกิดเื่”
เขาเล่าเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าว ๆ พร้อมกับดึงตัวฉินเจินเข้ามาใกล้ “ไม่เชื่อก็ลองถามฉินเจินดูสิครับ เขาอยู่ด้วยกันกับผมตลอด”
ท่ามกลางสีหน้าแบบ ‘ล้อกันเล่นหรือเปล่า?’ ของครอบครัวหลิน ฉินเจินพยักหน้า
พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อ
ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าโลกนี้อาจมีนักพรตที่มีฝีมืออยู่จริง แต่...ไม่น่าจะเป็เด็กตัวเล็ก ๆ แบบนี้ แล้วยังเป็เด็กที่อมขวดนมอยู่ด้วย
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่านี่ใช่อาหารที่คุณสั่งหรือเปล่าครับ?” เสียงพนักงานส่งอาหารทำลายบรรยากาศที่แปลกประหลาดนี้ลงในตอนที่ทุกอย่างกำลังเงียบ
ฉินเจินตอบกลับ “ของผมเอง เอามาเถอะ”
เสิ่นจืออินที่เพิ่งหลับไปไม่นานตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอม เธอได้กลิ่นไก่ทอดแสนอร่อยในฝันอย่างเลือนราง จึงอ้าปากงับโดยไม่ลังเล
“โอ๊ย...ฉิบหาย!”
ใบหน้าของฉินเจินบิดเบี้ยว เขาจับหัวเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายออกแล้วบีบแก้มทั้งสองข้างของเธอ
ฟันน้ำนมสีขาวของเสิ่นจืออินโผล่ออกมา
“ฉันกำลังกินไก่ทอดอยู่เหรอเนี่ย?”
ฉินเจินหน้าดำ “เธอคิดว่าฉันเหมือนไก่ทอดเหรอ?”
เสิ่นจืออินที่เพิ่งตื่นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก ฉินเจินซื้อนมสดให้เธอ นมในขวดนมของเธอถูกเติมจนเต็มอีกครั้ง เธอโยนยาเม็ดสีขาวหยกหนึ่งเม็ดลงไปในนั้น
ต้องรีบปรุงยาเดี๋ยวนี้ ยารักษาจิติญญาของเธอไม่มีเหลือแล้ว
ตอนแรกเธอกัดไก่ทอด แล้วพูดว่าตัวเองฝันเห็นไก่ทอดได้ยังไง ที่แท้ก็มีอยู่จริง ๆ นี่นา
กู้ไฮว๋ถามเสิ่นจืออินด้วยความสงสัยว่าเธอได้เรียนมาจากที่ไหน
เสิ่นจืออินดูดนมหนึ่งอึก “อาจารย์ของหนูชื่อ นักพรตชิงผิน”
หลายคนที่อยู่ที่นั่นมุมปากกระตุก ทำไมชื่อนี้ฟังดูยากจน
“แล้วนักพรตน้อยสามารถดูหน่อยได้ไหมว่าทำไมภรรยาของฉันยังไม่ตื่นขึ้นมา?”
ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว พวกเขาทุกคนเป็ห่วงมาก
เสิ่นจืออินยื่นคอเล็ก ๆ ไปดูหนึ่งที “ใจนิญญาหลุดออกจากร่างน่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงดี? นักพรตน้อยช่วยฉันด้วย! ถ้าภรรยาของฉันฟื้นขึ้นมา ตระกูลกู้จะมอบรางวัลอย่างงามให้กับเธอแน่นอน” กู้ไฮว๋และครอบครัวหลินได้ยินดังนั้นก็รีบร้อนขึ้นมาทันที
ดวงตาของเสิ่นจืออินเป็ประกาย เธอจะเริ่มมีรายได้แล้วใช่ไหม?
เธอเชิดหน้าอกเล็ก ๆ ขึ้น ยิ้มจนเห็นฟัน ดูซื่อ ๆ แต่ก็ดูน่ารัก
“วางใจได้ ฝากไว้กับหนูเถอะ”
เสิ่นจืออินแลบลิ้นเลียริมฝีปาก บอกให้ฉินเจินช่วยเช็ดคราบมันบนริมฝีปากให้เธอ
ฉินเจินพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันเป็อะไรของเธอเนี่ย”
แต่เขาก็เช็ดให้เธอโดยไม่ลังเล
“ฉันถือขวดนมอยู่ ทำอะไรไม่สะดวก”
“แล้วมืออีกข้างล่ะ?”
เธอพูดอย่างองอาจผ่าเผยว่า “มือข้างนี้ได้รับาเ็จากการต่อสู้ มันต้องพัก”
พูดจบก็บิดขาป้อม ๆ เดินไปที่ข้างเตียงคนป่วย
ตอนที่ทุกคนคิดว่าเธอจะร่ายเวทย์หรืออะไรสักอย่าง ก็เห็นเธอกระเสือกกระสนปีนขึ้นไปบนเตียง จากนั้นก็ยกขวดนมของตัวเองขึ้นมาจ่อปากของหลินเฟิงซิ่น
ทุกคน “!!!”
หลินเฟิงเซี่ยวร้องออกมา “เธอทำอะไรเนี่ย!”
แบบนี้มันจะไปรักษาโรคได้ยังไง เด็กคนนี้มันช่างไร้มารยาทจริง ๆ
พวกเขาไม่น่าไปเชื่อเลย อาจารย์ที่แท้จริงที่ไหนจะเรียกิญญาคนด้วยการเอาขวดนมยัดปากแบบนี้
สายตาของกู้ไฮว๋พร่ามัวไปหมด แย่แล้ว ก่อนหน้านี้เด็กคนนี้คงไม่ได้บังเอิญทำสำเร็จหรอกนะ
ฉินเจินก็รู้สึกผิดอย่างมาก รีบตรงเข้าไปอุ้มเธอออกมา
เสิ่นจืออินทำท่าไม่พอใจ ยืนกอดอก
“อย่ามาดูถูกนมของหนูนะ บอกเลยว่านี่มันของดี!”
คนอื่นเธอยังไม่ให้กินเลย
หลินเฟิงเซี่ยวพูดว่า “นั่นมันก็แค่นมสดธรรมดา พวกเราดูออกน่า”
ยังมีหน้ามาบอกว่าเป็ของดี นั่นมันก็แค่ของที่มีเงินก็ซื้อได้เป็โหล ๆ ไม่ใช่หรือไง?
เสิ่นจืออินไม่ยอมแพ้ เธอเถียงกลับ พร้อมกับตั้งใจจะพิสูจน์ให้ได้ว่านมของเธอไม่เหมือนใคร
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า คนบนเตียงฟื้นแล้ว
“อาไฮว๋…”
แม้เสียงของหลินเฟิงซิ่นจะยังแ่เบา แต่ครอบครัวหลินที่คอยเฝ้าดูเธออยู่ตลอดก็ยังได้ยิน
“ลูกสาว ลูกสาวของเราตื่นแล้ว”
เสียงของพ่อและแม่ของหลินเฟิงซิ่นเต็มไปด้วยความยินดี กู้ไฮว๋เองก็รีบเข้ามาหาเช่นกัน
“ที่รัก รู้สึกยังไงบ้าง ยังปวดหัวอยู่ไหม อยากดื่มน้ำหรือเปล่า?”
หลินเฟิงซิ่นอ้าปาก “ฉัน...”
ทุกคนมองเธอด้วยความเป็ห่วง
“ทำไมในปากฉันถึงมีรสชาติของนม?”
กู้ไฮว๋ “...”
หลินเฟิงเซี่ยว “...”
พ่อหลินและแม่หลิน “...”
พวกเขามองไปที่เสิ่นจืออินพร้อมกัน
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น พร้อมกับยกขวดนมในมือ
“ตอนนี้เชื่อหรือยัง ว่านมของหนูไม่ใช่นมธรรมดา”
หลินเฟิงเซี่ยวอ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำ “หรือว่าจะเป็ ‘ลูกอม’ ที่ใส่เข้าไปก่อนหน้านี้”
พวกเขาคิดจริง ๆ ว่ามันคือลูกอม
คนไข้ฟื้นขึ้นมาแล้ว ฉินเจินจึงจะพาเธอกลับไปก่อน
ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เด็กน้อยกินอิ่ม และนอนหลับพิงไหล่เขา
เธอหลับเป็ตายเลยทีเดียว เดิมทีครอบครัวกู้จะให้เงินเธอ แต่ตอนนี้ไม่อยากปลุกเธอแล้ว
“ฉินเจิน พรุ่งนี้รบกวนพาเธอมาที่บ้านกู้ทีนะ ฉันจะได้ขอบคุณเธออย่างดี”
ฉินเจินพยักหน้า ก่อนจะอุ้มเด็กน้อยที่น้ำลายไหลยืดกลับบ้านฉิน
เขาไม่อยากกลับคอนโดในตอนนี้ กลัวว่าถ้าเผลอหลับไป จะมีผีเด็กมานอนทับอก
บ้านเก่าตระกูลฉินเวลาตีสองกว่า ฉินเจินมีสีหน้าซังกะตาย เขาแบกเด็กน้อยที่หลับสนิทอยู่บนบ่า พลางหาวหวอดขณะเปิดประตูเข้าไป
ทุกคนหลับกันหมดแล้ว เขาก็ตรงดิ่งกลับห้องนอนไปเช่นกัน
เสิ่นจืออินถูกโยนขึ้นเตียง
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ครอบครัวฉินกำลังรับประทานอาหารเช้า พวกเขาก็ตกตะลึงที่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักวิ่งลงมาจากชั้นบน
“เด็กที่ไหนเนี่ย? มาตอนไหน?”
ทุกคนในครอบครัวฉินต่างงุนงง เสิ่นจืออินเองก็มึนงงไม่แพ้กัน
เกิดอะไรขึ้น? ที่นี่ไม่ใช่บ้านเสิ่นหรอกเหรอ?
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวิ่งกลับไป
“ฉินเจิน ฉินเจิน...”
“แค่ก ๆ ๆ ... ฉันไม่ได้ยินผิดไปใช่ไหม? เด็กน้อยคนนั้นเรียกชื่อลูกชายเรานี่”
หลังจากสำลักน้ำลาย แม่ฉินก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
พระเ้า ลูกชายของพวกเขาโสดมาเป็เวลานาน แต่จู่ ๆ ก็พาเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้มา พวกเขามีหลานสาวตัวโตแล้ว!
พ่อแม่ฉินเป็ห่วงเื่การแต่งงานของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเหลือเกิน หากเขาพาสาว ๆ กลับมาให้พวกเขารู้จักสักคน ป่านนี้พวกเขาคงไม่ต้องเป็กังวลเช่นนี้