ตอนที่ 4
ปิงมามาเห็นว่าไม่ได้การรีบยกมือสกัดจุดลมปราณ โม่หลันพลันร่างแข็งค้าง นางมองปิงมามาด้วยสายตาเย็นเยียบ ด้านชิงหวั่นร้อนรนลอยไปมา อ้าปากร้องว่า “แย่แล้ว แย่แล้ว”
ปิงมามาเปลี่ยนสีหน้าทันควัน นางยิ้มเหี้ยมบีบคางโม่หลัน ยกถ้วยยากรอกเข้าปาก โม่หลันไม่อาจขัดขืน เพราะเดิมทีร่างกายนางก็อ่อนล้าจากพิษไข้ ไม่จำเป็ให้ปิงมามาสกัดจุดลมปราณนางก็ไม่อาจสู้แรงได้อยู่แล้ว
“กลืนลงไปดี ๆ เ้าค่ะ อย่าได้ขัดขืน” ปิงมามากล่าวเสียงเย็น มองน้ำยาที่ไหลออกมุมปากของโม่หลันด้วยสายตาหยามเหยียดระคนโกรธเคือง “ยานี้ไม่ทำให้ตาย คุณหนูใหญ่ยอมกลืนลงไปดี ๆ เถิดเ้าค่ะ”
โม่หลันพยายามหุบปากทว่าน้ำยาก็ยังไหลลงคออยู่ดี ฉับพลันนางรู้สึกร้อนวูบวาบในท้อง จากนั้นพลังปราณจากจุดตันเถียนคล้ายแล่นพล่านไปทั่วร่าง จากที่คิดว่าต้องเ็ปทรมาณอย่างหนัก สุดท้ายกลับไม่รู้สึกอันใดเลย พอน้ำยาไหลลงท้องนางรู้สึกเพียงร้อนเล็กน้อยจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย โม่หลันใต่อผลลัพธ์เช่นนี้เป็อย่างมาก เป็ไปได้ว่าร่างนี้ของมู่เซียวหลันสามารถต้านพิษได้!
ปิงมามากรอกยาใส่ปากโม่หลันจนหมดถ้วยแล้วจึงปล่อยมือ ด้านชิงหวั่นเห็นโม่หลันกลืนยาลงไปพลันตื่นตระหนก มือไม้สั่นเทา นางยกมือปิดปากด้วยความหวาดกลัว ิญญาสาวใช้เห็นนายหญิงของตนร้อนรนเช่นนั้นจึงมองซ้ายขวาก่อนยกมือดันถ้วยชาบนโต๊ะ ร้องะโลั่นว่า “นายหญิงตั้งสติให้ดีเ้าค่ะ มาช่วยบ่าวผลักถ้วยชาทางนี้เร็วเข้า”
ชิงหวั่นหันกลับ จากนั้นจึงรีบลอยไปช่วยสาวใช้ดันถ้วยชาที่วางิ่เหม่อยู่บนโต๊ะ นางตาสว่างวาบรีบออกแรงดัน หากพวกนางช่วยกันอีกนิดน่าจะทำให้ถ้วยชาตกลงพื้น พอคนด้านนอกได้ยินจะต้องรีบเข้ามาดูอย่างแน่นอน “เ้าออกแรงให้มากอีกนิดสิ” นางสั่งสาวใช้เร็วรี่
สาวใช้หอบเหนื่อยพยักหน้าออกแรงมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยทั้งคู่เป็เพียงิญญา แรงที่ส่งออกมาจึงน้อยนิด ถ้วยชาค่อย ๆ ขยับจนแทบมองไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ชิงหวั่นเห็นโม่หลันกลืนยาในถ้วยจนหมดก็ร้อนรนจนมือสั่น ครั้นเห็นปิงมามาพึมพำยกมือร่ายคาถา นางพลันเบิกตาค้างด้วยความใ “คาถาหุ่นเชิด! ข้านึกออกแล้ว”
“คาถาหุ่นเชิด!” สาวใช้ใ ะโผลุงยืนตรงทันใด
“แย่แล้ว นางกำลังร่ายคาถาหุ่นเชิด ต้องทำอย่างไรดี” ชิงหวั่นละมือจะถ้วยชา เดินย่ำเท้าไปมาอย่างร้อนรน สองตามองปิงมามาที่กำลังร่ายคาถาด้วยความกังวล ด้านสาวใช้ได้สติกลับมาก่อนนางยกมือดันถ้วยชาพลางร้องเรียกชิงหวั่น “นายหญิงมาช่วยหน่อยเ้าค่ะ ใกล้แล้ว”
โม่หลันย่อมได้ยินที่ชิงหวั่นพูด นางถลึงตามองปิงมามาด้วยความโกรธแค้น คาถาหุ่นเชิดหรือ...เยี่ยม ปิงมามา เ้าช่างสารเลวได้อย่างเยี่ยมยอดจริง ๆ และที่ให้กินเมื่อครู่คงเป็น้ำแกงผสมลูกกลอนหุ่นเชิดสินะ โม่หลันถลึงตามองปิงมามาพร้อมน้ำตาไหลอาบใบหน้า นางอ้าปากถามว่าทำไม ทำไมถึงต้องทำกันเช่นนี้ ทว่ายามนี้นางถูกสกัดจุมลมปราณ ถึงพูดไปก็ไม่มีเสียงออกมาอยู่ดี แต่ปิงมามากลับเข้าใจ นางชะงักไปเล็กน้อย แววตาที่มองโม่หลันคล้ายมีความเสียใจและเห็นใจแฝงอยู่ราง ๆ ก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็ว
เพล้ง! ถ้วยชาตกกระทบพื้นแตกเป็เสี่ยง พร้อมประตูที่ถูกผลักออกมาอย่างแรง
“คุณหนู” หลิวจื่อจี้มองโม่หลันด้วยความห่วงใย เห็นนางนั่งลืมตาอยู่บนเตียงจึงก้มมองเศษถ้วยชาบนพื้น “เกิดอะไรขึ้น”
ปิงมามาตั้งสติอย่างรวดเร็ว นางยกผ้าห่มคลุมให้โม่หลันพลางฉวยโอกาสจี้ไปยังจุดหลับของนาง ปากกล่าวว่า “เมื่อครู่มีแมววิ่งเข้ามาทางหน้าต่างน่ะ ข้าไล่มันออกไป ไม่ทันระวังจึงปัดถ้วยชาตกพื้น”
หลิวจื่อจี้เงยหน้าก่อนมองไปยังโม่หลัน เห็นนางนอนหลับตาจึงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแปลกใจ “เอ๋! เมื่อครู่ตอนเข้ามา ข้าเห็นคุณหนูตื่นอยู่นี่นา”
“คงตื่นเพราะเสียงถ้วยชาแตกกระมัง” ปิงมามาจัดผ้าห่มให้โม่หลันด้วยท่าทางสงบนิ่ง
หลิวจื่อจิน อี้จวิ้นอ๋อง และมู่ฮูหยินพร้อมสาวใช้เดินตามเข้ามาในห้อง “เกิดอะไรขึ้น”
ปิงมามายกมือคำนับอี้จวิ้นอ๋อง ตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่ระวังทำถ้วยชาตกพื้นเ้าค่ะ” นางส่งสายให้สาวใช้เล็กของเรือน “ยังไม่รีบไปทำความสะอาดอีก”
สาวใช้กระวีกระวาดเข้าไปเก็บเศษถ้วยชา มู่ฮูหยินสาวเท้าเดินไปยังเตียง ปิงมามายกมือขวางหน้ากล่าวด้วยรอยยิ้มบางว่า “คุณหนูกำลังพักผ่อน เชิญมู่ฮูหยินกลับไปเถิดเ้าค่ะ”
“ฟังว่าหลันหลันหายจากปัญญาอ่อนแล้ว ปิงมามาเป็ผู้ใหญ่ที่น่านับถือคนหนึ่ง เ้าช่วยบอกข้าหน่อยเถิดว่าเื่นี้จริงหรือไม่” มู่ฮูหยินชะเง้อคอมองไปยังมู่เซียวหลันที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงด้วยความสงสัย คุยกันเสียงดังเพียงนี้นางยังไม่ตื่นอีกหรือนี่?
ปิงมามาเหลือบมองมู่เซียวหลันแวบหนึ่ง คิดในใจว่าขอแค่คืนนี้นางกลับมาร่ายคาถาให้เสร็จ มู่เซียวหลันจะกลายเป็อย่างไรนั่นก็สุดแล้วแต่คนผู้นั้นจะบงการแล้ว ส่วนจะให้นางเป็คนสติไม่ดีหรือเป็ยอดฝีมือก็คงต้องรอดูผลอีกสามวันให้หลัง เพียงแต่ว่า...นางมองไปยังมู่ฮูหยินก่อนยิ้มบาง “มู่ฮูหยินอย่าได้ร้อนใจไป ตอนนี้คุณหนูมีไข้สูง ส่วนอาการเป็อย่างไร หายดีแล้วหรือไม่คงต้องรอให้นางตื่นก่อนถึงจะรู้เ้าค่ะ ตอนนี้เชิญท่านกลับไปเถิด”
หลิวจื่อจินกับหลิวจื่อจี้มองหน้ากันด้วยสีหน้าคับข้องใจ ปิงมามากล่าวเช่นนี้หมายความอย่างไร เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเมื่อคืนคุณมีสติดีเป็อย่างยิ่ง
มู่ฮูหยินย่อมสังเกตเห็นสีหน้าไม่พอใจของทั้งสอง นางยกมุมปากพลางกล่าวอย่างได้ใจ “เช่นนั้นก็หมายความว่าแม่นางทั้งสองพูดจาเหลวไหลเกินจริงสินะ”
ปิงมามากวาดสายตามองไปรอบด้าน เห็นพ่อบ้านเจาที่มีสีหน้าบูดบึ้งก็พอเข้าใจในสถานการณ์ ดูเหมือนว่าคนของจวนอ๋องจะแพ้ให้แก่หลิวจื่อจินและหลิวจื่อจี้อย่างหมดท่าแล้วกระมัง ทว่าอี้จวิ้นอ๋องกลับยืนนิ่ง สีหน้าและท่าทางราวกับกำลังรอดูเื่สนุกอย่างไรอย่างนั้น ปิงมามายิ้มเยาะเล็กน้อยก่อนตวัดสายมามองฉินซื่อ “มู่ฮูหยินพูดอันใด ข้าไม่เห็นเข้าใจสักนิด วันนี้ท่านวิ่งมาถึงที่นี่ ไม่ทราบว่าได้เรียนให้แม่ทัพมู่ทราบแล้วหรือไม่”
ฉินซื่อหน้าซีดเผือด แน่นอนว่าสามีนางย่อมไม่รู้ เพราะหากเขารู้ว่านางวิ่งมาหาเื่มู่เซียวหลันนางคงถูกตวาดหรือไม่ก็อาจถูกสั่งกักบริเวณไปหลายวัน แต่บุตรสาวของนางถูกมู่เซียวหลันผลักจนตกเืเชียวนะ จะให้นางอดทนนิ่งเฉยได้อย่างไร แค้นเก่าทบแค้นใหม่ ความโกรธของนางย่อมไม่อาจระงับได้อีกต่อไป
ปิงมามายิ้มบางก่อนถอนหายใจ ส่ายหน้า “พรุ่งนี้ข้าต้องพาคุณหนูจากไปแล้ว เชิญทุกท่านกลับไปเถิดเ้าค่ะ” นางผายมือ
ทุกคนที่ได้ยินต่างแปลกใจและใ มู่ฮูหยินตื่นเต้นยินดีลืมความโกรธเสียจนสิ้น หลิวจื่อจินและหลิวจื่อจี้ถามด้วยความแปลกใจ “ปิงมามาหมายความว่าอย่างไร” ด้วยพวกนางกราบมารดาของมู่เซียวหลันเป็อาจารย์มาั้แ่อายุเจ็ดขวบ ชีวิตนี้จำต้องผูกติดอยู่กับมู่เซียวหลันไปจนตาย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาอาจารย์ไม่เคยกล่าวว่าจะพามู่เซียวหลันไปจากแคว้นฉินเลย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงกลับพรรคเพลิงจันทรา หากมิใช่มีสมรสพระราชทานจากฮองเฮา บางทีตลอดชีวิตของพวกนางและมู่เซียวหลันอาจต้องพักอาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพไปจนวันตาย
“ย่อมเป็คำสั่งจากเบื้องบน” ปิงมามากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อาจารย์อนุญาตให้พวกเรากลับแล้วหรือ” หลิวจื่อจี้คลี่ยิ้มด้วยความตื่นเต้นยินดี นางเขย่าแขนหลิวจื่อจิน “พี่สาวพวกเราจะได้กลับพรรคแล้ว ท่านดีใจหรือไม่”
หลิวจื่อจินกลับยืนนิ่ง ขมวดคิ้วสงสัย “คำสั่งส่งมากับผู้ใด ไยพวกข้าไม่รู้”
ปิงมามาเงยหน้าสบตาหลิวจื่อจิน “เพิ่งมาถึงเมื่อครู่ ข้าเห็นพวกเ้ากำลังประลองฝีมือกันอยู่จึงเข้ามาเรียนเื่นี้กับคุณหนู”
อี้จวิ้นอ๋องมีสีหน้าสงบนิ่ง เขามองมู่เซียวหลันที่นอนอยู่บนเตียงก่อนมองปิงมามาและสองสาวหลิวจื่อจินหลิวจื่อจี้ “ตอนนี้หลันหลันยังป่วยอยู่ เปิ่นหวังว่ารอให้นางดีขึ้นค่อยปรึกษากันอีกทีดีหรือไม่”
“เกรงว่าจะไม่ได้เ้าค่ะ คำสั่งลงมาแล้ว กำชับให้ออกเดินทางทันที” ปิงมามาเหลือบตามองอี้จวิ้นอ๋องพร้อมรอยยิ้มบาง “ที่ผ่านมาอี้จวิ้นอ๋องให้การดูแลคุณหนูเป็อย่างดี กลับไปข้าย่อมแจ้งให้เบื้องบนทราบอย่างละเอียด ทว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า เื่ในเรือนที่เหลือยังคงต้องฝากให้ท่านอ๋องช่วยจัดการด้วยเ้าค่ะ”
สาวใช้ในเรือนได้ยินว่าเ้านายจะจากไปก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความใ ด้วยพวกนางล้วนเป็คนรับใช้ที่ติดมากับสินเดิมของมู่เซียวหลัน หากปิงมามาจะพาคุณหนูจะจากไป ข้ารับใช้อย่างพวกนางมิใช่ว่าต้องถูกขายออกไปใช่หรือไม่?
ขณะที่บรรดาสาวใช้ก้มหน้า หวาดผวาต่อชะตากรรมอยู่นั้น อวี้จวิ้นอ๋องพลันกล่าวขึ้น “ปิงมามาเกรงใจไปแล้ว ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว เปิ่นหวังคงไม่ห้ามอีกต่อไป ทว่าทุกอย่างที่เรือนแห่งนี้ยังคงเก็บไปไว้ให้หลันหลันเหมือนเดิม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใดทั้งนั้น หากหลันหลันอยากมาเมื่อใดก็สามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ” กล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไป
ฉินซื่อมองตามอี้จวิ้นอ๋องด้วยความสงสัยและไม่พอใจ นี่ท่านอ๋องกำลังบอกว่าตำแหน่งพระชายายังเป็ของมู่เซียวหลันใช่หรือไม่ หาไม่เขาจะเก็บเรือนไว้ให้นางทำไม คนจากไปแต่กลับบอกว่าจะรอนางกลับมา... ครั้นคิดมาถึงตรงนี้ฉินซื่อพลันรู้สึกว่าเื่นี้ช่างแปลกประหลาด ไหนสามีบอกว่าอี้จวิ้นอ๋องไม่เต็มใจแต่งงานกับมู่เซียวหลันอย่างไร ไม่ได้การ นางต้องรีบกลับจวน นำเื่นี้ไปแจ้งแก่สามี
ปิงมามามองส่งขบวนของอี้จวิ้นอ๋องและฉินซื่อจนลับตา ครั้นหันหน้ากลับมาก็พบกับสายตาลึกล้ำที่เต็มไปด้วยความสงสัยของหลิวจื่อจิน ใจนางพลันกระตุกวาบ เด็กหลิวจื่อจินผู้นี้ฉลาดเป็กรด หรือนางกำลังสงสัยอันใด “ทำไม ยังไม่รีบไปเก็บของอีกหรือ พวกเราต้องรีบเดินทางแต่เช้านะ เอาไปเฉพาะเสื้อผ้าและของสำคัญเท่านั้น ของที่ไม่สำคัญก็ทิ้งไว้เสียที่นี่” เพราะถึงอย่างไรพวกเ้าก็คงไม่มีโอกาศได้ใช้อีกต่อไป นางกล่าวต่อในใจ
“ปิงมามารีบร้อนเพียงนี้” หลิวจื่อจินสงสัย “ใช่ที่พรรคเกิดเื่อะไรขึ้นหรือไม่”
ปิงมามาถือชามน้ำแกง ยกเท้าเดินพลางกล่าว “ข้าจะรู้ได้อย่างไร มีคำสั่งลงมาแค่นั้น พวกเราก็ต้องทำตาม”
หลิวจื่อจินมองแผ่นหลังของปิงมามาพลางหรี่ตาครุ่นคิด หลิวจื่อจี้เดินเข้ามาข้างกาย “พี่สาว ท่านสงสัยอันใด”
หลิวจื่อจินเดินไปข้างเตียง มองมู่เซียวหลันที่นอนหลับตาก่อนนั่งลง “เ้าไม่สงสัยหรือ แต่เล็กจนโตข้าไม่เคยคิดว่าคุณหนูจะได้กลับพรรค ที่นั่นคือสถานที่แบบใด เ้าก็น่าจะรู้”
“ใช่ ข้าเองก็คิดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่ได้ออกจากเมืองหลวงแล้ว แต่ว่าพี่สาว...” นางเงยหน้ามองหลิวจื่อจิน “ตอนนี้คุณหนูหายดีแล้ว บางทีอาจารย์อาจเปลี่ยนใจก็เป็ได้”
หลิวจื่อจินส่ายหน้า “คุณหนูหายดีแล้ว? เ้าแน่ใจนะ?” นางมองมู่เซียวหลันก่อนถอนหายใจ “แล้วเหตุใดนางถึงยังไม่ตื่น”
ิญญาชิงหวั่นยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความร้อนใจ “ก็นางถูกพิษหุ่นเชิดเข้าแล้วน่ะสิ พวกเ้าสองคนอย่าเชื่อปิงมามานะ นางเป็คนไม่ดี” ชิงหวั่นะโเสียงแหลม แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน
ณ ห้องหนังสือ อี้จวิ้นอ๋องนั่งอ่านรายงานที่เพิ่งได้รับมา พ่อบ้านเจายืนรินน้ำชาด้วยท่าทางอึกอัก
“มีอะไรก็ว่ามา” อี้จวิ้นอ๋องเงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “เมื่อครู่เห็นเ้าดูเก่งกล้า พูดจาฉะฉาน เหตุใดตอนนี้ถึงทำท่าอ้ำอึ้งไปเสียได้”
พ่อบ้านเจาคุกเข่าก้มหน้า “ข้าน้อยผิดไปแล้ว ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษ”
“เ้ามีความผิดอะไร” อี้จวิ้นอ๋องเอ่ยถามเสียงเรียบ สายตามองพ่อบ้านเจาอย่างพินิศ
“ข้าน้อยไม่ให้ความเคารพต่อพระชายา วันนี้ยังลงมือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่านอ๋อง ขอท่านอ๋องได้โปรดลงโทษ” พ่อบ้านเจาค้อมตัวสำนึกผิด เขาผิดที่ให้ความสำคัญกับมู่ฮูหยินและพระชายารองจนเกินไป กระทั่งหลายครั้งยังละเลยต่อเรือนของพระชายา ทว่าวันนี้เขาตระหนักได้แล้วว่า ในสายตาของท่านอ๋องพระชายาต่างหากที่สำคัญที่สุด
“ลุกขึ้นเถิด” อี้จวิ้นอ๋องโบกมือพลางถอนหายใจ “เ้าติดตามเปิ่นหวังมาหลายปี เปิ่นหวังรู้ว่าเ้าหวังดี เ้าคิดว่าหลันหลันไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาใช่หรือไม่”
พ่อบ้านเจาก้มหน้า ไม่ตอบ อี้จวิ้นอ๋องกล่าวต่อ “เ้ายังคิดว่าเปิ่นหวังโปรดปรานชายารองใช่หรือไม่ คิดว่าหากนางได้ตำแหน่งชายาเอก นางจะไม่ทำให้เปิ่นหวังขายหน้า สามารถเชิดหน้าชูตาและยังได้รับการสนับสนุนจากจวนแม่ทัพมู่ใช่หรือไม่”
พ่อบ้านเจาค้อมตัวต่ำกว่าเดิม ไม่ผิด นี่คือความคิดของเขาจริง ๆ ท่านอ๋องของเขาดีพร้อมทุกประการ สตรีที่เหมาะแก่ตำแหน่งพระชายาต้องเป็สตรีที่ดีพร้อมทั้งชื่อเสียงและชาติตระกูล ซึ่งหากพูดตามความเป็จริง มู่เซียวอวี่ยังถือว่าด้อยไปสักหน่อย แล้วนับประสาอันใดกับสตรีสติไม่ดีอย่างมู่เซียวหลันเล่า ตอนนี้จวนแม่ทัพกำลังตกต่ำ ฮ่องเต้เพิกเฉยไม่คิดใช้งาน ทั้งตอนนี้พรรคเพลิงจันทรามีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วหล้า ตัวตนของหยางเว่ยหลิงเริ่มถูกแพร่ออกมาแล้ว และอีกไม่นานทั้งเมืองหลวงจะต้องรู้ว่าพระชายาของอี้จวิ้นอ๋องคือบุตรีของนางมารผู้นั้น...
อี้จวิ้นอ๋องมองพ่อบ้านเจาด้วยความผิดหวัง เขาลุกขึ้นยืน สองมือไพล่หลังก่อนเดินไปริมหน้าต่าง “ฮูหยินเว่ยหลิงมีบุญคุณต่อเปิ่นหวัง เ้าจำได้หรือไม่ ตอนนั้นป้ายคำสั่งองครักษ์ันางจะให้ใครก็ได้ แต่นางกลับเลือกเปิ่นหวัง ตำแหน่งพระชายาก็หาใช่นางที่ร้องขอเอามา พูดไปแล้วกลับเป็เปิ่นหวังต่างหากที่ทำผิดต่อนาง ทำให้หลันหลันต้องถูกใช้เป็เครื่องมือ” กล่าวจบก็โบกมือ “ครั้งนี้คาดโทษไว้ก่อน เ้าไปดูทางนั้นว่าตระเตรียมการไปถึงไหน เรียกหมอหลวงไปดูอาการของหลันหลันด้วย ออกไปเถอะ”
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” พ่อบ้านเจาลุกขึ้นค้อมกายก่อนเดินถอยหลังออกไป
“มาแล้วก็ออกมาเถอะ” อี้จวิ้นอ๋องหมุนตัวกลับมา สายตาจ้องไปยังทิศทางหนึ่ง
บุรุษรูปร่างสูงโปร่งสวมอาภรณ์สีครามเดินออกมาจากฉากกั้น ในมือถือพัดสีขาวโบกไปมาด้วยท่วงท่าสง่างาม “จิ่งเฟิง ไม่เจอกันนาน เ้ายังเฉียบไวไม่เปลี่ยนเลยนะ”
อี้จวิ้นอ๋องนั่งเลยพลางรินน้ำชาเลื่อนไปฝั่งตรงข้าม “ลมอะไรหอบเ้ามาถึงที่นี่”
“เ้าช่างน่าเบื่อเหมือนเดิมเลย” ชายหนุ่มนั่งลงก่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบ “พอข้ารู้ว่าเ้าแต่งงาน ก็รีบมาเลยนะ”
“ช้าไปเกือบปี ยังมีหน้ามาพูด เซียวฉงเ้าช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย” อี้จวิ้นอ๋องส่ายหน้า
ชายหนุ่มชุดสีครามยิ้มเจื่อนก่อนหัวเราะ ฮ่า ๆ “เอาน่า มาช้าไปสักหน่อยแต่ก็มาแล้วมิใช่หรือ” ว่าแล้วก็ยกถ้วยชูขึ้น “มา ข้าใช้น้ำชาต่างสุรา ขอให้พวกเ้าทั้งสองมีความรักยืนยาว มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง เป็อย่างไร คำอวยพรนี้ จริงใจดีหรือไม่” กล่าวจบก็ชะโงกหน้าเข้ามาพลางเอ่ยถาม “ได้ยินมาว่าพระชายามีใบหน้างดงามเป็เอก เ้าไม่คิดพามาแนะนำให้สหายรู้จักบ้างหรือ”
“ยังพูดจาเหลวไหลเหมือนเดิม”
เซียวฉงยกมือตบไหล่สหายก่อนเอ่ย “เอาล่ะ ไม่พูดเล่นละ ข้ารู้ว่าฮองเฮา้ากลั่นแกล้งเ้า แต่เ้าก็อย่าคิดมากไป ถึงอย่างไรนางก็เป็บุตรสาวของหยางเว่ยหลิง ถือเสียว่าตอบแทนนางก็แล้วกัน จะอย่างไรก็เป็คนงามคนหนึ่ง เลี้ยงไว้ดูเล่นจะเป็ไรไป”
อี้จวิ้นอ๋องปัดมือสหายด้วยสีหน้ารังเกียจ “พูดเพ้อเจ้อให้น้อยหน่อย ว่าแต่เ้ามาครั้งนี้คงมิใช่มาเยี่ยมข้าอย่างเดียวกระมัง”
เซียวฉงยิ้มแห้งพลางเก็บมือกลับ สีหน้าเปลี่ยนเป็จริงจัง “ิ่เอ๋อร์บอกว่าหยางเว่ยหลิงพิษกำเริบ ตอนนี้ทางเ้าเมืองหยางเดินทางเข้าหุบเขาทมิฬแล้ว”
อี้จวิ้นอ๋องหรี่ตา สีหน้ายังคงเรียบเฉย เซียวฉงเห็นดังนั้นจึงกล่าวสัพยอกอย่างอดไม่ได้ “ดูเ้าไม่แปลกใจเลยนะ หรือว่ารู้มาก่อนแล้ว”
อี้จวิ้นอ๋องหมุนถ้วยชาในมือเล่น “พรุ่งนี้หลันหลันต้องเดินทางกลับพรรคเพลิงจันทราเช่นกัน ข้าจึงคิดว่าทางนั้นอาจเกิดเื่”
เซียวฉงพยักหน้าเข้าใจ “นางไปแล้วจะช่วยอะไรได้ แต่ไปก็ดี จะได้พบหน้ากับบรรดาญาติมิตรบ้าง เผื่อวันหน้าหยางเว่ยหลิงเป็อะไรไปนางจะได้มีคนคอยปกป้องคุ้มครอง”
อี้จวิ้นอ๋องเหลือบตามองสหายด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ยังมีข้าอยู่มิใช่หรือ”