แม้งานเย็บปักถักร้อยจะไม่ได้เื่ แต่สุยอันก็ไม่ยอมแพ้ โลกใบนี้ก็เป็เช่นนี้แล คนเราไม่ควรถูกจำกัดไว้เพียงที่ใดที่หนึ่ง แต่นางมีข้อจำกัดมากมาย วันๆ อยู่แต่ภายในเรือนเล็กหลังนี้ วันหนึ่งคุณชายเก้าอยู่ไม่ถึงสองชั่วยาม สาวใช้ที่ทำความสะอาดเรือนของอาจารย์หลินเดินมาคุยสัพเพเหระกับนาง พูดไปพูดมา ก็บอกว่านาง ‘ไม่เอาไหน’
หากพูดตามความจริงแล้ว เมื่อก่อนสุยอันคิดว่าการไม่เอาไหนเป็เื่ดี นางขายตัวเข้าจวน รู้ตัวดีว่าตนเป็เพียงบ่าว การที่จวนซื้อตัวนางไว้ทำให้นางมีเงินไปรักษาอาการป่วยของบิดา เวลาทำงานจึงตั้งใจทำ มิเคยคิดมักใหญ่ใฝ่สูงหรือทอดสะพานให้ใคร
นางไม่เคยคิดว่าโชคจะหล่นลงมาจากฟ้า เงินทองไม่สามารถหวังพึ่งพาผู้อื่นได้ การที่นางทุ่มเทและได้รับการตอบแทนเท่าที่นางทำ ทำให้นางรู้สึกสบายใจ เช่นนี้จึงสามารถนอนหลับได้สนิท
ดังนั้น สำหรับนางแล้วการไม่เอาไหนก็คือการเจียมเนื้อเจียมตัว
แน่นอนว่า คนที่เอาไหนใช่ว่าจะไม่ดี ทุกคนต่างมีโชคชะตาเป็ของตัวเอง
แม้นางจะรักเงินทอง ทว่าบางครั้งพอเห็นกระดาษเนื้อดีที่คุณชายเก้าใช้ทิ้งแล้ว ยังพอมีเศษเหลือให้นางเขียนเล็กเขียนน้อย เพียงเท่านี้นางก็มีความสุขมากแล้ว
เปรียบกับพี่ๆ น้องๆ ที่เอาไหน เดิมที่คิดว่าทางเดินของตนที่เดินอยู่ตอนนี้เป็ทางเดินที่เรียบง่ายที่สุด ทว่ายามนี้ ถนนเส้นนี้ก็เดินไม่ง่ายแล้วเช่นกัน
สุยอันรู้สึกถึงความกดดันมหาศาลที่กดทับอยู่บนหัว ประการแรกคือไถ่ตัว ประการที่สองคือหลังไถ่ตัวนางจะใช้ชีวิตอย่างไร หากพูดตามตรง นางยังดูเป็ชายชาตรีมากกว่าบิดาเสียอีก หากภายในครอบครัวไม่มีกำลังแรงงานก็ยากที่จะมั่นคง มิใช่ว่าพอนางไถ่ตัวออกไป ในอนาคตพอเกิดเื่ก็ให้นางขายตัวอีกครา
เมื่อคิดถึงตรงนี้นางก็ถอนใจหนักยาว ขณะกำลังจะยืนขึ้นเพื่อเดินออกไปดูอะไร ก็เห็นหญิงรับใช้าุโที่คอยรับใช้ครอบครัวอาจารย์หลินเดินตรงมา
"ไฉนฟางต้าเหนียงจึงมีเวลามาได้ ดึกดื่นเช่นนี้ไยยังมิกลับเรือน" แม้ฟางต้าเหนียงจะเป็สาวใช้ขั้นต่ำ แต่ภาระงานในแต่ละวันนั้นมีไม่มาก เพียงครึ่งวันก็สามารถทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและกลับบ้านได้แล้ว หนำซ้ำพวกนางยังเป็บ่าวที่เกิดในเรือน แม้บ้านจะไม่ใหญ่ ทว่าก็ถือเป็บ้านของตนเอง หากเทียบกับสุยอันพวกนางยังดูมีอิสระเสรีมากกว่า
สุยอันมองท้องฟ้าด้านนอก ดึกดื่นเช่นนี้ยังไม่กลับ หรือว่าเป็เพราะมิได้รับเงินรางวัล จึงจะมาระบายกับนาง
ฟางต้าเหนียงทำหน้าตามีความลับ มองสุยอันทำท่าจะพูดแต่ก็มิพูด
"ท่านป้า?"
"สุยอัน ข้ามีเื่หนึ่งอยากจะบอกเ้า ไอหยา เอาเป็ว่าข้ารู้เื่เื่หนึ่งมา เ้าช่วยข้าคิดหน่อย ว่าข้าจะทำเช่นไรดี"
สุยอันได้ยินก็โล่งอก แม้นางจะไม่มีความคิดอะไรให้แต่ฟังดูก็ไม่เสียหาย "เชิญนั่งเ้าค่ะ ข้าจะไปรินน้ำร้อนมาให้"
ขณะที่นางกำลังลุกขึ้นก็ถูกฟางต้าเหนียงดึงไว้พลางบอกว่าไม่กระหาย สุยอันจึงตามใจนาง
"เมื่อครู่ข้ากำลังจะกลับ ทว่าพลันนึกได้ว่าลืมไม้กวาดไว้ด้านหลังเรือน จึงเดินไปเอา บังเอิญได้ยินเื่หนึ่งเข้า เ้าลองเดาดูสิว่าข้าได้ยินอะไร"
เวลาแบบนี้การเป็ผู้ฟังที่ดีต้องรู้จักมีอารมณ์ร่วม สุยอันทำหน้าจริงจัง และเอ่ยถามเสียงเบา"ท่านป้าได้ยินว่ากระไรเ้าคะ"
ฟางต้าเหนียงกดเสียงให้ต่ำลงและทำท่าลับๆล่อๆ "เสียงที่ข้าได้ยินคล้ายเป็เสียงของฮูหยินหลิน นางบอกว่าการที่มีเรือนให้พักอาศัยอยู่เช่นนี้ ก็เป็เพราะน้าของคุณชายหลินและคุณหนูหลิน ซ้ำยังบอกว่าท่านแม่ทัพเห็นแก่น้าของพวกเขาจึงจัดการทุกอย่างให้..."
สุยอันสูดหายใจลึก ข้อมูลนี้ช่างน่าสนใจ
ฟางต้าเหนียงเห็นท่าทีของสุยอันก็รู้โดยพลันว่านางเข้าใจเื่ราวแล้ว จึงตบมือนางพลางเอ่ย"ข้ารู้ว่าเ้าเป็เด็กฉลาด"
สุยอันเข้าใจทันทีว่าเหตุใดเมื่อครู่ฟางต้าเหนียงจึงบอกให้นางช่วยออกความคิด ฟางต้าเหนียงเป็คนแรกที่รู้เื่นี้ หากเรียนขึ้นไป ทำให้คนเบื้องบนรู้อะไรเป็อะไร ฟางต้าเหนียงก็อาจจะได้รับรางวัล
สิ่งที่ยากก็คือจะแจ้งอย่างไร จะแจ้งใคร ฟางต้าเหนียงเป็บ่าวที่เกิดในจวน รู้จักคนไม่น้อยก็จริง แต่เื่นี้ไม่สามารถบอกกล่าวได้กับทุกคน วิธีที่ดีที่สุดก็คือแจ้งกับบ่าวคนสนิทข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่า ทว่าปกติฟางต้าเหนียงก็ไม่มีโอกาสไปมาหาสู่กับคนสนิทเ่าั้
เป้าหมายของฟางต้าเหนียงที่มาหาสุยอันก็เพื่อให้นางช่วยส่งต่อ และแน่นอนว่าไม่สามารถยึดเอาความดีความชอบของฟางต้าเหนียงไปด้วย
สุยอันคิดแล้วคิดอีก ธุระเื่นี้นางต้องช่วย มิเช่นนั้น ที่นางทุ่มเททำมาทั้งหมดก็จะเปล่าประโยชน์ ไม่ได้ความดีความชอบไม่เท่าไร แต่หากมีคนคิดไม่ซื่อบอกว่านางคิดประจบสกุลหลิน ถึงเวลานั้นฮูหยินผู้เฒ่าโกรธขึ้นมานางก็คงต้องซวยแล้วจริงๆ ส่วนคุณชายเก้า หากไม่รู้ก็แล้วกันไป หากรู้ขึ้นมาคงได้ไล่ตะเพิดครอบครัวอาจารย์หลินออกจากจวนเป็แน่ ถึงเวลานั้นพอเขาเห็นหน้านาง และคิดถึงการกระทำของนางใน่ที่ผ่านมา เกรงว่าคงเตะนางโด่งออกไปจากจวนเช่นกัน
แล้วนางจะบอกเื่นี้กับใครเล่า แม้นางจะเป็สาวใช้สหายเรียน ทว่าหากเปรียบกับสาวใช้ขั้นหนึ่งที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายคุณชายเก้าคนอื่นๆ นางก็แตกต่างอยู่ดี อย่างเหลียนเซียง เหอเซียง เหมยเซียง ล้วนสนิทสนมกับสาวใช้ขั้นหนึ่งข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่าทั้งนั้น หรือว่าจะให้ฟางต้าเหนียงไปหาเหลียนเซียงดี
ไม่ได้ เื่นี้ใหญ่เกินไป แม้จะบอกว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับนาง แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะสร้างเื่วุ่นวายให้ทีหลังก็เป็ได้ หากฟางต้าเหนียงไม่พูด เก็บเอาไว้คนเดียวก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ได้พูดออกมาแล้ว หากนางไม่ไปแจ้งก็มิเท่ากับว่านางดูการแสดงไม่กลัวเวทีสูง* หรอกหรือ
ฟางต้าเหนียงเห็นว่าสุยอันคิดไม่ตก จึงเริ่มร้อนรน"เ้าเด็กคนนี้ ข้าหวังดีกับเ้าหรอกนะ เห็นว่าหลายวันนี้เ้าวิ่งวุ่นเป็ธุระให้พวกเขา..."
เมื่อสุยอันได้สติก็ได้ยินคำพูดกรอกหูของฟางต้าเหนียงพอดี ขนาดฟางต้าเหนียงยังดูออก หากนางคิดจะปฏิเสธก็คงดูจะขลาดไปหน่อย "เช่นนั้นข้าจะช่วยเป็ธุระให้ พี่จื่อยวี่ที่คอยปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าให้ข้าวาดแบบปักลายให้หลายรูป ข้าวาดเสร็จพอดี แต่ยังไม่ได้นำไปมอบให้"
ฟางต้าเหนียงพลันยิ้มออกมา และผงกศีรษะรับคำงกๆ
สุยอันถามสาวใช้คนอื่นจึงทราบว่าจื่อยวี่อยู่ที่ห้องชงชาของเรือนเจิงหยาง
พอจื่อยวี่เห็นนางก็หัวเราะออกมา "วันนี้ถูกตกรางวัลหรือไม่"
ตอนที่ลู่มามามารายงานวีรกรรมของคนสกุลหลิน นางอยู่ด้านข้างพอดีจึงได้ยินเื่ราวทั้งหมด
หากพูดถึงการเยาะเย้ยถากถางแล้วล่ะก็ เกรงว่าในจวนแห่งนี้คงไม่มีใครสามารถเป็คู่แข่งของคุณชายเก้าได้ นี่จึงเป็เหตุให้สุยอันกลายเป็คนไม่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่สะทกสะท้านกับการหัวเราะเยาะของจื่อยวี่แม้แต่น้อย สายตากลับจดจ้องอยู่กับของว่างที่จื่อยวี่กินเมื่อสักครู่
"อะ ให้เ้า"จื่อยวี่เห็นเช่นนั้นจึงลากนางให้นั่งลง และดันจานของว่างไปทางสุยอัน
"ความจริงข้าไม่หิวแม้แต่น้อย โมโหจนอิ่มแปล้"สุยอันทำปากยื่น ใช้ผ้าเช็ดหน้าบิดขนมออกมาครึ่งหนึ่งและกัดเต็มปากเต็มคำ
จื่อยวี่รินน้ำชาให้นางหนึ่งแก้ว เอ่ยพลางยิ้ม"เสียแรงที่ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าเ้าสุขุม บรรดาญาติพี่น้องของนายท่านที่คอยมาหาเพื่อหวังผลประโยชน์ พวกเราก็เห็นกันมาทุกปี ปีละสิบกว่าหนมิใช่หรือ พวกเขาก็ล้วนมิได้ตกรางวัลให้พวกเรานี่ เื่แค่นี้ก็คุ้มที่จะมีโทสะด้วย?"
ของว่างรสชาติหอมหวานทำให้สุยอันเคี้ยวจนตาหยี นางใช้มือป้องปากพลางเอ่ย "มิใช่เพราะเหตุนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ามอบหมายงานให้ข้า ข้าก็ต้องตั้งใจทำอย่างเต็มที่ แม้จะมิได้เงินรางวัลก็มิใช่เื่ใหญ่ เพียงแต่ฟางต้าเหนียงที่ทำความสะอาดเรือนของอาจารย์หลินบอกว่า สกุลหลินได้รับวาสนาจากน้องสาวของฮูหยินหลิน ซ้ำยังบอกว่าฮูหยินหลินเป็คนพูดเอง..."
"ข้าไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ฮูหยินผู้เฒ่าเป็คนสั่งการข้าแท้ๆ ข้าตั้งใจจัดเตรียมทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ ฮูหยินหลินกลับบอกว่าเป็ความดีความชอบของน้าสาวของคุณชายหลินและคุณหนูหลิน เื่นี้ไปเกี่ยวข้องอันใดกับน้าสาวของพวกเขา?"
สุยอันพูดพลางยัดของว่างเข้าปากไม่หยุด ราวกับไม่รู้ตัวว่าคำพูดเมื่อครู่ของตนทำให้คนคิดไปไกล
จื่อยวี่ตะลึงไปเล็กน้อย เมื่อคิดทบทวนก็พบว่าฮูหยินผู้เฒ่าเพิกเฉยต่ออาจารย์หลินไม่เหมือนก่อน ฉับพลันนั้นก็รู้สึกว่าอากาศรอบกายเย็นขึ้นในพริบตา จึงเอ่ยถามต่อ"ฟางต้าเหนียงเป็คนพูดเช่นนั้นหรือ นางคงได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่"
สุยอันส่ายหัว "ฟางต้าเหนียงนางลืมหยิบไม้กวาด จึงเดินกลับไปเอา ขณะเดินผ่านห้องของอาจารย์หลินเลยได้ยินเข้า"
จื่อยวี่ลุกขึ้นหยิบจานขนมพุทราออกมาจากชั้นด้านข้าง และจ้องสุยอันที่จดจ่ออยู่กับของว่างตรงหน้า
นางไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสุยอันถึงสามารถยึดครองตำแหน่งสหายเรียนมาได้ตั้งหลายปีโดยที่ไม่ถูกเขี่ยออกไป ทั้งๆ ที่รอบกายคุณชายเก้ามีตัวเลือกเยอะแยะมากมาย เพราะทั้งคำพูดและการกระทำของนางไม่ใช่สิ่งที่สาวใช้ทั่วไปจะทำได้ กระทั่งฮูหยินผู้เฒ่ายังออกปากว่าสุยอันนิสัยดี จากที่นางดู นิสัยดีเป็เื่รอง การรู้จักฉลาดเอาตัวรอดและการจัดการทุกอย่างได้อย่างชาญฉลาดนี่สิน่านับถือ
ต้องรู้ว่าภายในจวนแห่งนี้ คนนิสัยดีสามารถรับเคราะห์แทนผู้อื่นโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้ตลอดเวลา คนที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นถึงจะเรียกว่ามีความสามารถโดยแท้จริง
"พอแล้ว หากเ้าชอบกินขนาดนั้นก็ห่อเอากลับไปเสีย แต่ระวังกินเยอะแล้วอาหารจะไม่ย่อยล่ะ" ใบหน้าของนางฉาบด้วยรอยยิ้มละมุน "เดิมสกุลหลินตกทุกข์ได้ยากจึงมาขอความช่วยเหลือ ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นแก่หน้าของนายท่าน มิเช่นนั้นใครจะสนใจพวกเขากัน รอให้นายท่านยกทัพกลับเมือง เวลานั้นท่านคงมีแผนการของท่านเอง"
เมื่อได้ยินจื่อยวี่เอ่ยเช่นนี้ อารมณ์โกรธของสุยอันดูเบาบางลงไม่น้อย แต่มิวายบ่นงึมงำอีกประโยค "อาจารย์หลินก็ดูสูงส่งอยู่หรอก" ความหมายก็คือ ดูเหมือนสูงส่ง ทว่าไม่สูงส่งดังที่เห็น
"เฮ้อ ท่านพี่ยังต้องทำงานอีก เช่นนั้นข้ามิรบกวนแล้ว อ้อ เกือบลืมเสียสนิท แบบปักลายดอกเบญจมาศที่ท่านอยากได้ครั้งก่อน..." นางหยิบกระดาษสองสามแผ่นออกมาจากกระเป๋าเงิน
จื่อยวี่รับมาดูและเก็บอย่างระมัดระวัง เอ่ยปนยิ้ม"ยังเป็เ้าที่วาดได้ดี แบบที่พวกนางวาดใช่ว่าไม่สวย แต่กระดาษที่ใช้ยับยู่ยี่ไปหมด"
"หากแบบไม่สวยคงไม่มีวิธีแก้ ถ้ากระดาษยับมีรอยย่นนั่นแสดงว่าหลังวาดเสร็จมิได้ผึ่งให้ดี ของพวกนี้จะรีบไม่ได้เด็ดขาด" สุยอันใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อขนมพุทราที่เหลือ พลางเอ่ยอย่างรวดเร็ว"ความจริงข้าก็รู้สึกว่าไม่สวยสักนิด ดอกเบญจมาศสวยตรงไหนหรือ ดอกบานออกปานนั้น ยังมีคนชอบเยอะแยะได้"
"ไอหยา เ้าเด็กนี่ เสียแรงที่เล่าเรียนกับคุณชายเก้า ข้าอยากให้คุณชายได้ยินแล้วเขกกระบาลเ้าเสียจริง" จื่อยวี่ทั้งโมโหทั้งขบขัน "เอาล่ะ เ้ากลับไปเถิด ระวังจะดึกเกินไปแล้วเดินไม่สะดวก"
สุยอันลุกขึ้นยืน รับโคมไฟจากมือจื่อยวี่ เอ่ยขอบคุณอีกครั้งและเดินออกมาอย่างรวดเร็ว ทว่าช่างโชคร้าย เพียงเดินถึงหน้าประตูก็เจอกับเ้านายคนอื่นๆ ที่มาคำนับฮูหยินผู้เฒ่า
คุณชายใหญ่เดินนำอยู่ด้านหน้า เขาใช้ตัวบังธนูให้แม่ทัพฉู่ตอนอยู่ในสนามรบ จึงได้รับาเ็ที่ขา เดินเหินไม่สะดวก แต่ยังคงดูจิตใจแจ่มใส ฮูหยินใหญ่ยืนอยู่ด้านข้าง และด้านหลังมีคุณหนูคุณชายคนอื่นๆ เดินปิดท้าย
สุยอันถือโคมไฟโค้งกายยืนอยู่ด้านข้างรวมกับสาวใช้คนอื่นๆ รอจนคนกลุ่มนั้นเดินห่างไปสักระยะถึงเงยหน้าขึ้น พลันรู้สึกได้ถึงความอันตรายบางอย่าง รองเท้าหุ้มส้นดิ้นทองหลากสีปรากฏขึ้นในระยะสายตา เมื่อมองไล่ขึ้นอีกนิด ก็เห็นเสื้อคลุมสีแดงสดเด่นชัด
นางลอบบริภาษว่าตนเองช่างโชคร้าย "คารวะคุณชายเก้าเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่ปรายตามองนางเล็กน้อย พลันเอ่ยขึ้น"พักนี้เ้าขยันมาจวนฮูหยินผู้เฒ่าเสียเหลือเกิน" หรือว่านางเปลี่ยนความคิดอยากอยู่ปรนนิบัติข้างกายเขา จึงได้รีบมาประจบประแจงท่านแม่เช่นนี้
สุยอันถูกคำว่า 'ขยัน' ในประโยคทำให้กลัวจนผุดเหงื่อเย็นทั่วกาย นางไม่ได้ขยันอะไรแม้แต่น้อย นอกจากครั้งนั้นที่ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกพบ ครั้งอื่นๆ ล้วนเป็นางที่มาเอง เพราะต้องเร่งจื่อยวี่เปิดห้องเก็บของ เร่งจื่อยวี่จ่ายของเพื่อนำไปจัดเตรียมให้ครอบครัวอาจารย์หลิน...
เมื่อคิดได้เช่นนี้นางก็อาการเริ่มไม่ดีแล้ว แทบจะอยากลงไปคุกเข่ากอดขาคุณชายเก้าเพื่ออธิบายความบริสุทธิ์ของตนเองในทันที
*ดูการแสดงไม่กลัวเวทีสูง หมายถึงมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwriteด้วยน้า