ตอนที่ 6 นักรบโครงกระดูก
ลูอิสเปิดไปหน้าข้อมูลตัวละครก่อนจะเริ่มทำการอัพเลเวลของตัวละครพาราดินของเขา
‘เลเวล1 ใช้ 150 แต้มพลังงานศรัทธาในการอัพ เลเวล 2 นั้นใช้ถึง 300แต้มพลังงานศรัทธาในการอัพสินะ พลังงานที่มีอยู่ตอนนี้เพียงพอแล้ว’
‘อัพเลเวล’เขากล่าวในใจทันใดนั้น ค่าพลังงานศรัทธาที่พึ่งได้มา 390 ก็ลดลงเหลือ 90 ในทันที
“ติ้ง!”
“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็lv.2”
“+3แต้มศักยภาพ, +3 แต้มสถานะ, +10พลังงาน +2 พลังชีวิต”
เสียงระบบแจ้งเตือนเขาโดยไม่รอช้าลูอิสได้ลงแต้มสถานะทั้งหมดของเขาทันที นั้นก็คือ ใส่ 2 แต้มให้กับพละกำลังและ1 แต้มให้กับความทนทาน
“ลูอิสแกริค”
“มนุษย์(ทารก) ”
“อาชีพหลัก: พาราดิน”
“เลเวล: 2” (lv.3 ้า 500 แต้มพลังงานศรัทธา)
“เกรด0.3 ดาว”
“ค่าสถานะ: พละกำลัง 7 ,ความชำนาญ 1 ,ความทนทาน4,สติปัญญา 10,โชค1”
“พลังชีวิต: 6” (อ่อนแอมาก)
“พลังงาน: 20”
“แต้มสถานะ: 0”
“แต้มศักยภาพ: 4”
“พลังงานศรัทธา: 90”
“ทักษะสายอาชีพพาราดิน: คำอธิษฐาน lv.1,ประกายแสงแห่งโชคดี lv.1”
แม้ตอนแรกเขาจะบ่นเื่การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและควรใส่แต้มสถานะไปที่ความทนทานแต่ตอนนี้นอกจากการปรับตัวยังมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าคือ การช่วยเหลือตัวเองให้ได้
นั้นทำให้ลูอิสตัดสินใจใส่แต้มสถานะไปที่พละกำลังถึง2 แต้ม เขา้าให้ตัวเองมีทั้งพละกำลังและความอึดมากขึ้นซึ่งทำให้เขาไม่ต้องนอนตลอดเหมือนเด็กทารก
‘รู้สึกดีมากเลยหลังจากที่ได้เพิ่มแต้มสถานะอีกครั้ง ตอนนี้ฉันก็น่าจะพอลุกคลานได้แล้วและการที่ความทนทานเพิ่มอีกเล็กน้อยก็ทำให้สบายตัวมากขึ้นพอสมควรในอากาศที่เปลี่ยนไปมาแบบนี้’
‘ถ้าคิดจากความแข็งแกร่งแล้วผู้ใหญ่ปกติทั่วไปคงจะมีค่าสถานะพละกำลังอยู่ที่ 8-10และถ้าผู้ชายแข็งแกร่งอาจจะถึง 15 ส่วนความทนทานนั้นก็อาจจะมากหรือน้อยลงมาอีกเล็กน้อยซึ่งค่าสถานะด้านอื่น ๆ ก็เช่นกัน’
‘ด้วย7 แต้มพละกำลังและ 4 แต้มความทนทาน ทำให้ฉันมีความแข็งแกร่งเท่ากับเด็ก 4-5ขวบเลยทีเดียว บางทีค่าพวกนี้อาจจะขึ้นทีละ 0.1อะไรแบบนี้ในคนปกติแต่เพราะฉันมีระบบช่วย จึงจัดการเพิ่มแต้มสถานะได้โดยตรง’
‘ไม่รู้ว่าพ่อบ้านชรามีพละกำลังเท่าไหร่ถ้ามองจากการต่อสู้ที่ผ่านมาเขาอาจจะมีพละกำลังและความแข็งแกร่งมากกว่าคนธรรมเท่าตัวเลยทีเดียว’
...
เวลาบ่ายของวันแล้วตอนนี้สภาพของแอนเดรียและพ่อบ้านชราเริ่มมีอาการคอแห้งขึ้นมาและความอ่อนล้าแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
“นายหญิงตอนนี้น้ำดื่มเราหมดแล้วเราควรจะหาน้ำสะอาดที่พอดื่มได้กันก่อน เพราะกว่าจะถึงเมืองเอลดิลคงอีกหลายวัน”พ่อบ้านชรากล่าวออกมาด้วยเสียงแหบแห้งเขาเคยเป็นักล่ามาก่อนดังนั้นจึงมีประสบการณ์ในด้านการเดินทางในพื้นที่อันตรายแบบนี้มากและรู้ว่าถ้าร่างกายขาด้ำจะอันตรายกว่าการอดอาหารมาก
แอนเดรียที่ปากซีดใบหน้าอ่อนล้าพยักหน้าตอบรับที่จริงเธอหิวน้ำจนไม่มีเสียงจะตอบกลับไป
...
ใช้เวลาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มในที่สุดพ่อบ้านเฟรดก็หาแหล่งน้ำพบด้านหน้าของพวกเขานั้นเป็แอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 30 เมตรซึ่งเกิดจากการยุบตัวของพื้นที่รอบด้านและน้ำก็เริ่มขังในหลุมที่ยุบลงไป
น้ำในแอ่งหลุมไม่ได้ใสมากนักถึงอย่างนั้นก็ดูไม่สกปรก ซึ่งน่าจะสามารถนำมาดื่มได้แถมสถานที่บริเวณนี้เย็นสบายก็ตรงอื่นมาก เนื่องจากใกล้แหล่งน้ำทำให้ทุกคนนั้นรู้สึกสบายมาก
‘เย็นสบายมากเลยถ้าเป็ไปได้ก็อยากจะให้ทั้งสองหยุดพักที่นี่ไปเลยหลังจากดื่มน้ำ หือ...ท่าทางของพ่อบ้านเฟรดระวังมากเป็พิเศษแฮะ...หรือที่นี่ไม่ปลอดภัยกัน’ลูอิสทารกมองพ่อบ้านชราและกวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างละเอียดแต่ทุกอย่างนั้นก็เงียบมากจนไม่พบอะไร
“นายหญิงที่นี่เงียบเกินไปเราควรจะสำรวจดูรอบ ๆ ก่อน อาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่” พ่อบ้านเฟรดกล่าวก่อนจะเดินไปแอบยังมุมหนึ่งของซากกำแพงเก่า ๆ
แอนเดรียเองก็คิดว่ามันเงียบจนเกินไปเช่นกัน
‘เงียบเกินไปอย่างนั้นเหรอจริงด้วยสิ ทั้งที่ตรงนี้มีแอ่งน้ำและยังเย็นสบายก็กว่าจุดอื่นแต่กลับไม่มีพวกสัตว์อยู่แถวนี้เลย ทั้งที่ผ่านมาก็ยังพอจะเห็นนกรูปร่างแปลก ๆบินอยู่บ้าง แต่ที่นี่ไม่มีแม้แต่เงาของพวกมัน’ ลูอิสเผยสีหน้าครุ่นคิดออกมาก่อนจะรีบซ่อนมันอย่างรวดเร็วเขายังเป็เด็กทารกอยู่ จึงต้องทำตัวให้สมกับเด็กทารก
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมองดูรอบตัวอย่างกังวล
“มีคนมาหลบเร็ว”พ่อบ้านเฟรดรีบบอกให้นายหญิงหลบ
แอนเดรียรีบหลบหลังกำแพงหินก่อนจะสังเกตเห็นว่ามีกลุ่มคนมาที่แอ่งน้ำนี้เหมือนกันและไม่ได้มาแค่หนึ่งหรือสองคน แต่พวกเขามากันมากถึง 7 คน
ทั้งแอนเดรียและพ่อบ้านต่างก็เฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ และระวังตัวมากเป็พิเศษ
‘โอ๊ะ!ในที่สุดก็เจอคนอื่นบ้างแล้ว แต่ดูจากการแต่งตัวแล้ว เสื้อผ้าพวกเขาดูสภาพเก่ามากแถมยังเย็บแล้วเย็บอีกไม่สิเราจะเอาเสื้อผ้าของแอนเดรียและพ่อบ้านชรามาเป็มาตราฐานไม่ได้ทั้งสองมาจากปราสาทขุนนางคงจะใช้ชีวิตที่ดีกว่าคนปกติอยู่แล้วแต่ดูแล้วแม้เสื้อผ้าจะเก่า แต่ก็ไม่ถึงกับสกปรกเกินไป บางทีอาจจะใช้พวกเขาช่วยรวบรวมพลังงานศรัทธาได้ไวขึ้นก็ได้’
‘พวกเขาลงไปที่แอ่งน้ำแล้วผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 2 คนและในกลุ่มมีเด็กอยู่ด้วยอีกหนึ่ง’
ทารกน้อยในอ้อมกอดของแอนเดรียพยายามเงยหน้ามองดูแอนเดรียที่ตอนนี้ก็จ้องมองดูคนแปลกหน้าสังเกตเห็นลูกเธอขยับตัวไปมาจึงหันมากระซิบเบาๆ ว่า “ลูอิสอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะ เดี๋ยวหลังจากนี้ค่อยดื่มนมนะ”
‘ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิวว่าฉันอยากดื่มนะไปซะได้’ลูอิสหยุดขยับตัวไปมา
“นายหญิงดูเหมือนคนพวกนั้นจะเป็พวกอพยพในกลุ่มมีนักล่าระดับ ครึ่งดาวอยู่ เรารอให้พวกเขาไปตักกน้ำก่อนก็ได้ถ้าไม่เกิดเื่อะไรเราค่อยไปตักน้ำก็แล้วกัน” พ่อบ้านเฟรดกล่าว
“อืม”แอนเดรียยิ้มรับ และถอนหายใจเบา ๆ เนื่องจากพวกเธอไม่ต้องไปเสี่ยงเจออันตรายเอง
...
กลุ่มผู้อพยพทั้ง7 ลงไปที่แอ่งน้ำ ก่อนจะช่วยกันกรอกน้ำใส่ถุงน้ำและบางส่วนก็ตักน้ำใส่ถังน้ำกันอย่างขยันขันแข็งโดยมีชายคนหนึ่งคอยเฝ้าระวังให้
“แปลกมาน้ำตรงนั้นเคลื่อนไหว รีบหนีเร็ว” แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงอยู่ ๆก็มีบางสิ่งะโออกมาจากแอ่งน้ำพร้อมกับดาบผ่าร่างของชายที่เท้าเหยียบลงไปในน้ำเพราะกำลังตักน้ำส่งให้คนอื่น
ร่างของชายคนนั้นถูกผ่าแยกออกจากกันเืเนื้อและเครื่องในไหลหล่นลงสู้น้ำที่เท้าก่อนร่างแยกหล่นไปสองข้างบริเวณที่ศพนอนตายอยู่นั้นพื้นน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงฉานกลิ่นเืกระจายออกมาฟุ้งไปทั่วบริเวณ
ขณะที่คนอื่นๆ นั้นต่างก็ใจนหน้าซีด ไม่มีใครขยับตัวเพราะยังช็อกอยู่
สายตาของทุกคนหันกลับไปมองสิ่งที่ะโขึ้นจากน้ำเมื่อครู่มันเป็โครงกระดูกมนุษย์ตนหนึ่งที่มีตะไคร่น้ำเกาะตามตัว ดวงตากลวงโบ๋ท่อนล่างสวมใส่กางเกง ส่วนในมือนั้นถือดาบยาวเมตรครึ่งไว้หนึ่งเล่ม
“นักรบโครงกระดูก!”
“เจียน่าวิ่ง”ชายที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้า หันไปกล่าวกับเด็กเพียงคนเดียวในกลุ่มโดยไม่สนใจคนอื่น ๆ ถึงอย่างนั้นเสียงของชายคนนี้ก็ปลุกให้ทุกคนได้สติ
ทันทีที่ได้สติพวกเขาก็แหกปากร้องออกมาก่อนจะโยนของในมือทิ้งและวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว โดยไม่สนใจใครทั้งนั้น
แต่นักรบโครงกระดูกนั้นแข็งแกร่งมากมันเลือกเป้าหมายแรกก่อนเลยนั้นก็คือ ชายหัวหน้ากลุ่ม
“บัดซบ”ชายหัวหน้ากลุ่มสบถด่าออกมาด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดดึงดาบของตนเองออกมาก่อนจะเตรียมรับป้องกัน
ปัง!
นักรบโครงกระดูกโจมตีใส่ชายคนนั้นไปหนึ่งทีดาบในมือของชายคนนั้นถึงกับกระเด็นหลุดมือพร้อมกับตัวที่กระเด็นไปตามแรงกระแทกของการโจมตี
“อั๊ก!”ชายหัวหน้ากลุ่มไอออกมาอย่างรุนแรงและรู้สึกจุกมากแต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมาก็สายไปเสียแล้วนักรบโครงกระดูกเข้ามาประชิดตัวเขาแล้วพร้อมกับดาบที่ตัดหัวของชายผู้นำกลุ่ม
“ไม่...”ชายผู้นำกลุ่มพูดออกมาได้คำเดียวก่อนศีรษะของเขานั้นลอยหมุนและตกลงพื้นและภาพดับมืดไป
ขณะเดียวกันในกลุ่มที่วิ่งหนีขึ้นไป้าขอบของแอ่งน้ำนั้นเด็กสาวก็หันมากรีดร้องด้วยความเสียใจ
“พ่อ!!!”
ไม่มีใครสนใจเด็กสาวที่กำลังกรีดร้องราวกับขาดใจตายเพราะพวกเขามัวแต่วิ่งหนีตายกันอยู่
นักรบโครงกระดูกหันกลับมาด้วยสภาพที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเืในดวงตาที่กลวงโบ๋กำลังจ้องมองไปยังคนที่วิ่งหนีอยู่ก่อนจะวิ่งด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้พื้นดินที่ยืนก่อนหน้าะเิกระจายจากแรงถีบของเท้ามันก่อนจะไล่สังหารกลุ่มคนอพยพอย่างไร้ความปรานี
เด็กสาวที่ร้องอยู่รีบตั้งสติก่อนจะออกตัววิ่งอย่างสุดกำลังเช่นกันทุกคนนั้นแยกกันวิ่งไปคนละทิศละทางใครที่ช้าสุดหรือสะดุดล้มจะโดนนักรบโครงกระดูกตามทันจากนั้นก็โดนสังหารอย่างโเี้ ทุกการฆ่าของมันไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
...
“มันคือนักรบโครงกระดูกอันตรายเกินไป ระดับของมันแข็งแกร่งกว่าครึ่งดาวมากนัก” พ่อบ้านชราเฟรดที่เห็นก็ยังแสดงความกลัวออกมาอย่างชัดเจน
แอนเดรียนั้นกอดลูอิสแน่นเพราะกลัวเขาจะเป็อันตราย
‘บ้าน่านี่มันอันเดดนี่นักรบโครงกระดูก ในโลกนี้มีของแบบนี้ด้วย แถมดูแล้วยังฆ่าไม่เลือกด้วย’ลูอิสไม่กล้าแม้แต่หายใจ เจอซอมบี้ยังอันตรายแล้ว มาเจอเ้าตัวนี้ยิ่งอันตรายเข้าไปอีก
“นายหญิงเราควรจะรีบหนีไปจากตรงนี้ เ้านั่นอาจจะหาเราเจอก็ได้” พ่อบ้านชรากล่าวเตือนแอนเดรีย
“อืม...”แอนเดรียพยักตอบ
ก่อนที่พวกเขาจะถอยกันออกมาอย่างระวังเพราะกลัวนักรบโครงกระดูกจะสังเกตเห็นแต่ตอนนั้นเองก็มีเด็กสาววิ่งหนีมาด้วยสภาพที่ขาเจ็บหนึ่งข้างเนื่องจากตอนหนีเธอวิ่งล้มและข้อเท้าพลิก
ใบหน้าของเด็กสาวนั้นยังเต็มไปด้วยน้ำตาและความเสียใจถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามไม่สงเสียงดังออกมา ก่อนจะกัดฟันวิ่งไปทั้งที่ยังเจ็บขา
เด็กสาวเงยหน้ามองมาในตอนนั้นก็เห็นว่าด้านหน้าของเธอนั้นมีคนอยู่สองคนและหนึ่งในนั้นอุ้มเด็กทารกอยู่
เธอสะอื้นออกมาเบาๆ เพราะไม่คิดว่าจะยังเจอคนอื่นอยู่ที่นี่อีก
“ช่วยหนูด้วย”เด็กสาวพูดออกมาด้วยเสียงสะอื้น