ตอนเดินทางกลับแคว้นหลีผิงหลางฟื้นขึ้นมาในระหว่างทางแต่เพราะนางขัดขืนทำให้ชายชุดดำต้องใช้ยาสลบกับนางอีก เมื่อมาถึงแคว้นหลีผิงหลางถูกนำตัวมานอนในห้องที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา นางค่อยๆฟื้นขึ้นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นตา
“ที่นี่ที่ไหนกันน่ะ” ผิงหลางพยายามสำรวจไปรอบๆ ห้อง
“ตำหนักของเราเอง” ท่านอ๋องที่ทรงกำลังนั่งเฝ้าหญิงในดวงใจอยู่ตรัส
“ท่านอ๋อง! หม่อมฉันอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเพคะแล้วท่านพ่อท่านแม่ของหม่อมฉันล่ะเพคะ พระองค์ทรงไม่ได้ทำร้ายพวกเขาใช่มั้ย”ผิงหลางกลัวว่าบุพการีจะมีภัยเพราะนาง
“เราจะทำร้ายพ่อตาและแม่ยายได้อย่างไร” ท่านอ๋องตรัสยิ้มๆ
“หม่อมฉันเป็ชาวฉินนะเพคะ หม่อมฉันไม่มีวันทรยศแผ่นดินเกิดหรอกเพคะ”ผิงหลางกล่าวอย่างมุ่งมั่น
“แต่สามีของเ้าเป็ชาวหลี ต่อไปเ้าก็ต้องเป็ชาวหลีสิ” ท่านอ๋องตรัสอย่างไม่พอพระทัย
“หม่อมฉันไม่ได้รักพระองค์ ทรงปล่อยหม่อมฉันไปเถิดนะเพคะ” ผิงหลางพยายามเกลี้ยกล่อม
“เราจะทำให้เ้ารักเราเอง” ท่านอ๋องตรัสอย่างมั่นพระทัย
ผิงหลางกำลังจะใช้วิทยายุทธ์เพื่อหลบหนีไปจากที่นี่แต่ทว่า
“ทำไมหม่อมฉันถึงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเช่นนี้” ผิงหลางไร้ซึ่งกำลังต่อสู้
“เ้าโดนพิษสลายกระดูก เ้าไม่สามารถใช้วรยุทธ์ได้หรอก” ท่านอ๋องทรงเผย
“คนที่จะครองคู่กัน เขาไม่ทำร้ายกันแบบนี้หรอกนะเพคะ” ผิงหลางกล่าวด้วยความโกรธ
“เ้าพักผ่อนเถอะ จงเตรียมตัวให้ดี อีกสองวัน เ้าจะต้องเข้าพิธีอภิเษกแล้ว”ท่านอ๋องตรัสกำหนดการ
“ทรงปล่อยหม่อมฉันไปเถอะนะเพคะ ถือว่าหม่อมฉันขอร้อง” ผิงหลางพยายามขอร้องดีๆ
ท่านอ๋องไม่ตรัสอะไรต่อและรีบเสด็จออกไปจากห้องนอนของหญิงสาวต่างแคว้นทันที
ผิงหลางก็เลยลุกขึ้นจากเตียงแม้นางจะไม่มีกำลังในการต่อสู้อีกแล้ว แต่นางก็จะไม่ยอมนิ่งเฉยนางต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่ให้จงได้ แต่ทว่าแม้นางจะสำรวจโดยทั่วแล้วกลับไม่พบช่องทางที่จะหนีไปจากที่นี่ได้เลย มองไปทางหน้าต่างก็พบทหารเวรยามคอยคุมไว้อย่างแ่าประตูห้องก็ถูกล็อคจากด้านนอก นางจึงบ่นในใจว่า “นี่หรือคือสถานะว่าที่พระชายา พระองค์ทรงทำกับหม่อมฉันเหมือนนักโทษมากกว่า”
ผ่านไปไม่นานนางกำนัลก็ยกสำรับอาหารเข้ามา
“เชิญท่านทานอาหารก่อนนะเ้าคะ” นางกำนัลกล่าว
“เ้าปล่อยข้าไปเถิดนะ” ผิงหลางพยายามขอร้อง
“ข้าเป็เพียงนางกำนัลนะเ้าคะ ข้าช่วยท่านไม่ได้หรอก และหากท่านหนีไปได้ท่านอ๋องทรงต้องปะาข้าแน่ แม่นางทานอาหารก่อนเถอะนะ” นางกำนัลกลัวตาย
ผิงหลางมองเห็นนางกำนัลรีบเดินออกไปจากห้องแล้วล็อคประตูไว้ดังเดิมผิงหลางบ่นในใจอีกว่า “นี่มันคุกชัดๆแค่เป็คุกที่ดูดีเฉยๆ”
ถึงกระนั้นผิงหลางก็ไม่ทำร้ายตัวเองนางยอมทานอาหารจนหมด เพื่อที่ว่านางจะได้มีแรงหนีหากหาหนทางได้
ผ่านไปไม่นานท่านอ๋องก็เสด็จเข้ามา
“พระองค์ทรง้าอะไรเพคะ” ผิงหลางใ
“เ้าจงอาบน้ำแต่งตัว ข้าจะให้เ้าถวายตัวในคืนนี้” ท่านอ๋องทรงร้อนพระทัยอยากหญิงสาว
“อะไรนะเพคะ! ไหนว่าอีกสองวันถึงมีพิธีอภิเษกไงล่ะ”ผิงหลางไม่เข้าใจ
“ถวายตัวก่อน ค่อยวิวาห์” ท่านอ๋องตรัสสั้นๆ
“ทรงปล่อยหม่อมฉันไปเถิดนะเพคะ ถือว่าหม่อมฉันขอร้อง” ผิงหลางพยายามขอร้องอีก
“เ้าอย่าฝืนชะตาเลย พวกเราเป็เนื้อคู่กัน ยังไงก็คงไม่แคล้วกันหรอก”จากนั้นท่านอ๋องก็ทรงเสด็จออกไปทันที
ตอนนี้ผิงหลางนั่งไม่ติดที่แล้วนางเดินไปเดินมาเพื่อคิดหาหนทางหนี แต่เพราะนางลนลานมาก จึงคิดอะไรไม่ออกเลยจนกระทั่งนางกำนัลเข้ามาเพื่ออาบน้ำแต่งตัวให้กับนาง
พอแต่งตัวในชุดนางสนมแล้วผิงหลางก็นั่งอยู่บนเตียงด้วยอาการร้อนรน พอคิดอะไรขึ้นได้นางก็เลยเดินไปที่ประตูห้องเพื่อหลบไปอยู่ด้านหลังประตู พอประตูเปิดนางจะได้หลบหนี หญิงสาวมองดูประตูอย่างใจจดใจจ่อพอประตูเปิดและมองเห็นว่ามีชายรูปร่างกำยำเดินเข้าไปในห้อง นางรีบถือโอกาสหลบหนีแต่นางไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเลยว่า คนที่เดินเข้าไปเป็กงกงส่วนตัวนางก็วิ่งเข้าไปปะทะพระอุระของท่านอ๋องเข้าอย่างจังพระองค์ทรงรีบกอดนางทันที
“จะไปไหนเล่า ว่าที่ชายาของเรา” ท่านอ๋องตรัส
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ” ผิงหลางดิ้นรนขัดขืน
ท่านอ๋องทรงอุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องนอนและโยนนางลงบนเตียง
ผิงหลางพยายามขืนตัวลุกจากเตียงแต่ทว่าท่านอ๋องทรงรู้สึกรำคาญ พระองค์ก็เลยจี้จุดนางทำให้นางขยับตัวไม่ได้อีกต่อไป
“นิ่งได้ซะทีนะผิงหลาง” ท่านอ๋องตรัส
“พระองค์ทรงทำแบบนี้ไม่ได้นะเพคะ” ผิงหลางพูดทั้งๆที่ขยับตัวไม่ได้
“รับรองว่าคืนนี้เ้าจะต้องมีความสุขอย่างแน่นอน” ท่านอ๋องทรงสำรวจเรือนร่างหญิงสาวอย่างพอพระทัย
ผิงหลางกำลังจะะโร้องขอความช่วยเหลือแต่โดนจี้จุดใบ้อีก
“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้ในคืนมงคลของพวกเราสิ” ท่านอ๋องทรงเช็ดน้ำตาหญิงสาวให้
ผิงหลางทำได้เพียงมองท่านอ๋องค่อยๆถอดเสื้อผ้าของนางอย่างช้าๆ และใจเย็น นางคิดในใจว่า “ก็ไหนว่าข้าเป็คนดวงดีไงทำไมข้าถึงมีชะตากรรมเช่นนี้ แล้วต่อไปข้าจะมองหน้าใครติดที่ต้องกลายเป็ชายาของกษัตริย์แคว้นหลีที่เข่นฆ่าพี่น้องชาวฉิน”
ท่านอ๋องทรงจุมพิตไปที่หน้าผากที่แก้ม และที่ปากของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน จนกระทั่งพระองค์ทรงสลบไป
ผิงหลางมองเห็นว่าท่านอ๋องทรงหลับบนตัวนางเลยคิดสงสัยในใจว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ”
สักพักนางกำนัลคนหนึ่งก็เดินเข้ามาช่วยดึงตัวให้ท่านอ๋องทรงนอนหงายบนเตียงดีๆและคลายจุดให้กับผิงหลาง
“ขอบคุณแม่นางมาก ท่านเป็นางกำนัล ไม่กลัวตายงั้นหรือ” ผิงหลางสงสัย
“ท่านหมอดูเหวยเหนียงไหว้วานให้ข้ามาช่วยเ้า ข้าคือ ซุนหวิน”
“ที่แท้ท่านก็คือ จอมยุทธ์ซุนหวินนี่เอง แล้วท่านกับเหวยเหนียงเป็อะไรกัน”ผิงหลางอยากรู้
“เหวยเหนียงเป็ผู้มีพระคุณของข้า ข้าก็แค่ช่วยเ้าเพื่อตอบแทนนางพวกเราอย่าเพิ่งคุยกันเลยนะ รีบตามข้ามาเร็วเข้า” ซุนหวินกล่าว
“ช้าก่อน! ข้าถูกพิษสลายกระดูกข้าจะต้องกินยาแก้พิษเสียก่อน” ผิงหลางกล่าวยั้ง
“แล้วจะไปหายาแก้พิษได้จากที่ไหน” ซุนหวินสงสัย
“ข้าจะลองค้นในตัวท่านอ๋องดู” ผิงหลางค้นตัวท่านอ๋องก็พบขวดยาหนึ่งขวดที่ผูกติดกับโซ่เล็กๆที่พันรอบเอวของท่านอ๋อง
“เอายังไงดีล่ะ หากเ้าจะเสี่ยงกินยา ก็ต้องกินตอนนี้แต่มันจะเป็ยาแก้พิษจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้” ซุนหวินเห็นว่าไม่อาจนำขวดยาไปจากท่านอ๋องได้
“ในเมื่อข้าเป็คนดวงดี ข้าจะลองเสี่ยงกินยานี้ดู” ผิงหลางกำลังพนันด้วยชีวิตของตัวเอง
“เ้าใช้ชีวิตอย่างประมาทเกินไปหรือเปล่า หากมันเป็ยาพิษล่ะจะว่ายังไง”ซุนหวินใ
ผิงหลางหลับหูหลับตากินยาจากขวดปริศนานั่นโดยไม่รู้เลยว่ามันคือยาอะไรกันแน่
“พวกเรารีบหนีเร็วเข้า” ซุนหวินได้ยินฝีเท้า
และแล้วผิงหลางก็โชคดีจริงๆที่นางได้กินยาแก้พิษสลายกระดูก ทำให้กำลังภายในฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
ตอนนี้สองจอมยุทธ์สาวพากันะโหนีทหารองครักษ์อย่างคล่องแคล่วว่องไวทำให้ทั้งสองหลบหนีไปจากพระราชวังแคว้นหลีด้วยกันอย่างง่ายดาย
******************************
ณถ้ำของหมอดูหานฟง
“ทำไมต้องให้ข้าฝึกแสดงละครเป็เด็กชายด้วยล่ะขอรับ” ซูเยี่ยนสงสัย
“ฝึกไปเถอะน่า! แสดงบทบาทเป็เด็กให้เนียน อย่าให้ใครจับได้เด็ดขาดเ้าต้องลดความเ้ายศเ้าอย่างให้เ้าคิดเสมอว่าตอนนี้เ้าไม่หลงเหลือซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ อีกแล้วเ้าเป็เพียงเด็กชายคนหนึ่งเท่านั้น” หมอดูหานฟงกล่าว
“ก็ได้ขอรับ” ซูเยี่ยนยอมทำตาม
ดังนั้นตลอดสิบวันซูเยี่ยนจะต้องแสดงตัวเป็เด็กชายวัย 10ขวบ จนกระทั่งเขาแสดงได้อย่างชำนาญ
“เอาล่ะ! เ้าทำได้ดีมาก ต่อไปข้าจะมอบผ้ายันต์ให้จำไว้นะ เ้าจะต้องเก็บไว้ติดตัวตลอดเวลา” หมอดูหานฟงกล่าว
“เอ่อ มันคงไม่ใช่ผ้ายันต์คำสั่งหรอกนะขอรับ” ซูเยี่ยนนึกไปถึงยันต์คำสั่งของหยุนฮวา
“ไม่ใช่! มันคือผ้ายันต์บดบังผ้ายันต์ผืนนี้มีอานุภาพป้องกันไม่ให้หมอดูคนไหนตรวจชะตาของเ้าได้รวมไปถึงลูกศิษย์ทั้งสองคนของข้าด้วย พวกนางไม่มีทางรู้ดวงชะตาของเ้า” หมอดูหานฟงอธิบาย
“ทำเพื่ออะไรหรือขอรับ” ซูเยี่ยนสงสัย
“ข้าจะให้เ้าแกล้งความจำเสื่อม และเ้าจะมีความทรงจำหยุดถึงแค่อายุ 10ขวบเท่านั้น ให้เ้าแสดงบทบาทตามที่เ้าฝึกแสดงตลอดสิบวันและให้เ้าแสดงต่อไปเมื่อกลับไปถึงเมืองหลวงแล้วเพื่อที่ว่าฝ่าาพระองค์ใหม่ทรงจะได้ไม่อาจเอาผิดเ้าได้เพราะเ้าถูกทำร้ายจนมีสภาพเป็แบบนี้” หมอดูหานฟงกล่าวแผนการ
“แล้วเอ่อ ต้องแสดงอีกนานแค่ไหนหรือขอรับ” ซูเยี่ยนอยากรู้
“จนกว่าจะเจอผู้มีบุญญาธิการคอยกอบกู้บัลลังก์คืน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเ้าค่อยเลิกแสดงและกลับสู่สภาพปกติดังเดิมดังนั้นทั้งเหวยเหนียงและหยุนฮวาก็จะจับไม่ได้ว่าเ้าเสแสร้งแกล้งแสดงเป็ว่าป่วยความจำเสื่อม”หมอดูหานฟง้าปกป้องชีวิตของซูเยี่ยนให้นานที่สุดเพื่อที่ว่าเขาจะได้เป็กำลังสำคัญสนับสนุนาาผู้ทรงธรรมในอนาคต
“แล้วถ้ามารจันทน์ผานำเื่ไปบอกหยุนฮวาล่ะขอรับ” ซูเยี่ยนกังวล
“ข้าจะให้เ้าแกล้งถูกพิษของมารจันทน์ผาไงล่ะ เขาไม่ยอมรามือแค่นี้หรอกเขาทำเพียงให้ข้าตายใจ หากข้าเผลอเมื่อไหร่ เขาก็จะแอบลอบทำร้ายเ้า” หมอดูหานฟงรู้จักมารจันทน์ผาเป็อย่างดีเพราะอาศัยอยู่ในป่าเดียวกันมาเนิ่นนานแล้ว
“ข้าไม่อยากหลอกลวงใครขอรับ” ซูเยี่ยนยึดถือความซื่อสัตย์มาตลอดชีวิต
“แต่เพื่อความอยู่รอดของเ้าเอง เ้าต้องทำเวลานี้แคว้นฉินเกิดวิกฤตพ่ายต่อศึกาเพียงเพราะมีไส้ศึกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เ้าจะเป็กำลังสำคัญให้าาที่มีคุณธรรมได้ขึ้นครองราชย์เพื่อราษฎรตาดำๆ จะได้อยู่เย็นเป็สุขเ้าจำเป็ต้องเสียสละยอมละทิ้งความซื่อตรงชั่วคราว” หมอดูหานฟงกล่าว
“เพื่อบ้านเมือง ข้าจะทำตามขอรับ” ซูเยี่ยนยอมทำ
และแล้ววันนั้นก็มาถึงมารจันทน์ผาลอบเข้ามาในถ้ำของหมอดูหานฟงจริงๆ
ท่านหมอดูและซูเยี่ยนที่กำลังแอบดูอยู่ก็เลยกระซิบกระซาบกัน “เขามาแล้วขอรับ”
“ใช่! เป็ไปตามคาด เขาแอบใส่ยาพิษในอาหารของเ้าด้วยแต่เขารู้ได้อย่างไรนะ ว่าถ้วยนั้นเป็ของเ้า” หมอดูหานฟงสงสัย
“ก่อนหน้านี้ คงแอบสังเกตดูขอรับ” ก่อนหน้านี้ซูเยี่ยนรู้สึกตลอดว่ามีใครแอบเฝ้าดูเขาอยู่
“พร้อมนะ! งั้นพวกเราไปที่โต๊ะอาหารกันเถอะ” หมอดูหานฟงกล่าว
ท่านหมอดูหานฟงกับซูเยี่ยนเดินเข้าไปและพยายามทำตัวให้ปกติมากที่สุด
ซูเยี่ยนแสร้งทำเป็กินอาหารและใช้ความเร็วในการแอบถ่มทิ้งใส่กระโถนที่ตั้งอยู่ใกล้ๆโชคดีที่ซูเยี่ยนมีวรยุทธ์สูง เขาจึงทำได้อย่างรวดเร็ว จนคนอื่นมองไม่ทัน
ผ่านไปไม่นานซูเยี่ยนก็แสร้งทำเป็จับไปที่หัวและแสดงทีท่าว่าปวดหัวอย่างแรง จากนั้นเขาก็แกล้งสลบไป
“เ้าเป็อะไรไปน่ะ! ซูเยี่ยน!ซูเยี่ยน!” ท่านหมอดูแกล้งทำเป็ใแล้วรีบประคองตัวซูเยี่ยนไปนอนที่เตียงดีๆ
หมอดูหานฟงแสร้งไปพบมารจันทน์ผาเพื่อไปเอาเื่กับเขา
******************************
ณถ้ำของมารจันทน์ผา
“ส่งยาแก้พิษมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ท่านวางยาซูเยี่ยนใช่หรือไม่” หมอดูหานฟงกล่าวอย่างเอาเื่
“ไม่มีหลักฐาน อย่าปรักปรำข้า” มารจันทน์ผาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“ท่านอยากฆ่าซูเยี่ยนเพื่อตอบแทนหยุนฮวา ท่านไม่มีทางล้มเลิกความคิดหรอก”หมอดูหานฟงรู้จักมารจันทน์ผาเป็อย่างดี
“ก็ในเมื่อยันต์นั่นก็ไม่ใช่ของหยุนฮวา ข้าจะไปทำอย่างนั้นทำไม” มารจันทน์ผากล่าว
“ซูเยี่ยนมีภาวะความจำเสื่อม เขากลายเป็เด็กวัย 10 ขวบมันเป็อาการที่เกิดจากพิษของท่านชัดๆ” หมอดูหานฟงกล่าว
“ช่วยไม่ได้! เขาอาจแอบไปกินพืชที่ข้าปลูกก็เป็ได้”มารจันทน์ผากล่าวอ้าง
“แล้วยาแก้พิษอยู่ที่ไหน” หมอดูหานฟงแบมือขอยาแก้
“เสียใจด้วย! พิษชนิดนี้ไม่มียาแก้หรอก” มารจันทน์ผาแอบยิ้มมุมปาก
“นี่ท่าน!” หมอดูหานฟงแสร้งทำเป็โมโห
“ในเมื่อซูเยี่ยนโชคร้ายได้รับพิษชนิดนี้ก็อดทนอยู่ในสภาพความจำเสื่อมต่อไปเถิด” มารจันทน์ผารู้สึกสะใจ
“ซูเยี่ยนไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อท่านเลยนะ” หมอดูหานฟงกล่าว
“เขาโชคร้ายเป็ศัตรูของหยุนฮวาเองนี่” มารจันทน์ผาไม่สนใจถูกผิด
“ข้าจะพาซูเยี่ยนไปหาหมอเดี๋ยวนี้” หมอดูหานฟงก็เลยกลับไปที่ถ้ำของตัวเอง
“ไม่มีประโยชน์ อย่าพาไปเลย เสียเวลาเปล่า พิษชนิดนี้ไม่มียาแก้หรอก”มารจันทน์ผาะโตามหลัง
“ไม่ลองก็ไม่รู้” หมอดูหานฟงแกล้งพาตัวซูเยี่ยนไปพบหมอ
หมอที่ตรวจอาการก็แปลกใจที่พบว่าซูเยี่ยนดูปกติดีแทบทุกอย่างยกเว้นที่เขามีความทรงจำถึงเพียงตอนอายุ10 ขวบเฉยๆ
“ข้าขอโทษ! ข้าไร้ความสามารถข้าไม่อาจหาวิธีรักษาชายผู้นี้ได้” ท่านหมอจนปัญญา
“มีหมอเก่งๆ แนะนำหรือไม่” หมอดูหานฟงกล่าว
“ไม่มีแล้วล่ะ เพราะหมอแถวนี้เป็ลูกศิษย์ของข้าทั้งหมด” ตัวเขาเป็ถึงอาจารย์หมอ
“ขอบคุณท่านหมอมาก ข้าขอตัว” หมอดูหานฟงก็เลยประคองตัวซูเยี่ยนกลับมาที่ถ้ำตอนนี้ซูเยี่ยนทำตัวเหมือนเด็กชายวัยไร้เดียงสาอย่างเต็มตัว