ข้างหัวใจ_End

    บทที่ 5 ผูกมัด….50%

            ชมพูนิกข์ทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำเป็๲นานสองนาน ทั้งหูก็เงี่ยฟังเสียงไปด้วย ซึ่งเธอก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูตามหลัง


            “เฮื่อออ!!!!....”


            เมื่อได้ยินอย่างนั้นสาวเ๽้าก็ถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ปากพร่ำพูดบอกให้คนตัวโตออกจากห้อง แต่ใจกลับร่ำร้องเรียกหาให้เขาอยู่


            ชมพูนิกข์เปิดประตูห้องน้ำออกมา ก็เป็๲จริงตามที่ได้ยินเสียง เพราะตอนนี้กฤษกรไม่ได้อยู่ในห้องนั้นแล้ว เขาคงไปแล้วไม่มาอีกแล้ว ก็เธอไล่เขาไปซะอย่างนั้น เขามีหรือจะอยู่และจะกลับมากันล่ะ ตลกล่ะ หากเป็๲ตัวเองโดนไล่อย่างนั้น ก็คงไม่อยู่เหมือนกันนั่นแหละ


            ชมพูนิกข์เดินกลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนอีกครั้ง ด้วยสีหน้าที่รู้สึกเหงาหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด คิดว่าขอนอนอีกสักพักแล้วค่อยลงไปหาซื้อข้าวขึ้นมาทาน เพื่อจะได้ทานยา ตอนนี้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นจากอาการไข้บ้างแล้วก็จริง แต่ก็ยังรู้สึกมีไข้และปวดเนื้อปวดตัวอยู่หน่อยๆ


            :


            หญิงสาวเคลิ้มหลับเกือบๆ ชั่วโมงก็ได้ยินเสียงใครบางคนเปิดประตูห้องพักของเธอเข้ามา ก็ต้อง๻๠ใ๽ตื่น


            “ใครเข้ามาในห้องเรา!!??....”


            ชมพูนิกข์พึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ในใจพลางคิดหวาดหวั่นเกรงกลัวขึ้นมา กลัวว่าจะเป็๲พวกโจรห้าร้อยที่แอบเข้ามาขโมยของมีค่า หรืออาจจะเป็๲พวกที่เข้ามาเพื่อหวังข่มขืน


            แต่ประตูห้องของเธอไม่ได้เป็๲กุญแจลูกบิดแบบธรรมดาทั่วๆ ไป เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่ต้องอยู่คอนโดเพียงคนเดียว เธอจึงเปลี่ยนกุญแจประตูเป็๲กุญแจดิจิตอล ใช้สแกนนิ้วมือหรือกดรหัส หรือใช้คีย์การ์ดในการเปิดประตูเข้ามา ซึ่งมีเพียงเธอคนเดียวนี่นาที่รู้รหัส แต่ถ้าเป็๲คีย์การ์ดเธอก็ไม่ได้ทำคีย์การ์ดหายสักอันนี่นา


            ‘เอ๊ะ!! คีย์การ์ด....’


            ชมพูนิกข์จำได้ว่าเธอได้เอาคีย์การ์ดให้กฤษกร เพื่อลงไปซื้อข้าวกับอาหารมาให้เธอทาน แล้วตอนนี้คีย์การ์ดนั้นอยู่ไหนล่ะ เขาเอาวางไว้ให้เธอที่ไหน ชมพูนิกข์ลุกขึ้นนั่งมองหาคีย์การ์ดสองใบที่ได้ให้กฤษกรไปก่อนหน้านี้ เผื่อว่าเขาจะเอาวางไว้บนโต๊ะ หรือตรงที่ใดสักที่ แต่กวาดตามองหาจนแล้วจนรอดก็ไม่จนคีย์การ์ดนั้นเลยแม้แต่น้อย


            แต่ก่อนที่ชมพูนิกข์จะทันได้คิดอะไรขึ้นมาอีก ประตูห้องนอนของเธอก็ถูกเปิดออกด้วยมือใหญ่ของกฤษกรนั่นเอง


            “พี่กร!!!!....”


            ชมพูนิกข์อุทานเรียกชื่อชายหนุ่มที่เปิดประตูห้องนอนของเธอเข้ามา อย่างทั้งโล่งใจและดีใจ


            “ก็พี่ไงครับ ทำไม!!??.... คิดว่าใครล่ะ? หรือว่ามีใครอื่นนอกจากพี่อย่างนั้นหรือไงฮึ!!??”


            กฤษกรถามขึ้นมาเป็๲ชุด ด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นมาอย่างเริ่มรู้สึกไม่ค่อยพอใจ เมื่อคิดว่าจะมีผู้ชายคนอื่นเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างเขา


            “จะมีใครอื่นอีกละคะ? พี่กรก็ถามแปลกๆ นิกข์อยู่ห้องคนเดียวนะคะ หากจะมีใครเข้ามาก็คงเป็๲พวกโจรเท่านั้นแหละค่ะ แล้วนี่พี่กรกลับมาทำไมคะ? หรือลืมอะไรคะ? แล้วทำไมเปิดประตูห้องของนิกข์เข้ามาได้”


            ชมพูนิกข์ถามเขาทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเขาคงเอาคีย์การ์ดของเธอไป และคงยังไม่คืนให้เธอ


            “พี่ก็ใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องเข้ามาไง พี่ยังไม่ได้คืนคีย์การ์ดให้เรา พี่ซื้อข้าวมา หิวหรือยัง? กินข้าวสักหน่อยจะได้กินยา พรุ่งนี้จะได้หายจากไข้”


            กฤษกรพูดบอกหน้าตาเฉย ซึ่งภายในใจนั้นก็ได้คลายความไม่พอใจลง และกลายเป็๲ความรู้สึกพึงพอใจเข้ามาแทนที่ ที่ได้รับฟังว่าชมพูนิกข์อยู่คอนโดคนเดียว


            “จริงๆ พี่กรกลับก็ได้นะคะ นิกข์ดีขึ้นมากแล้ว นิกข์อยู่คนเดียวได้ค่ะ” ชมพูนิกข์ออกปากไล่คนตัวโตออกมาอีกเป็๲คำรบที่สอง


            “พี่จะอยู่ที่นี่ ยังไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ จนกว่าน้องนิกข์จะดีขึ้นมากกว่านี้ อย่ามาไล่พี่ซะให้ยากเลย”


            กฤษกรจ้องมองใบหน้าสวยหวาน ที่ตอนนี้เริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้างแล้ว เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซึ่งนั้นก็ทำให้ชมพูนิกข์รู้ได้ทันทีว่า ถึงเธอจะไล่เขาไปยังไง เขาก็คงไม่หนีหายไปไหน ตามที่เขาบอกมา



    ๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗