ขั้นตอนการหลอมตามปกตินั้น ต้องค่อย ๆ หลอมผลึกแร่ทีละก้อน เนื่องจากแร่แต่ละชนิดมีจุดหลอมเหลวแตกต่างกัน สิ่งนี้ทดสอบความเข้าใจที่ช่างหลอมอาวุธมีต่อวัตถุดิบ รวมถึงความสามารถในการควบคุมเปลวเพลิงเป็อย่างยิ่ง
ทว่ายามนี้หลิงเทียนกลับโยนวัตถุดิบทั้งหมดลงไปพร้อมกัน การกระทำเช่นนี้ช่างหยาบกร้านดุดันเหลือเกิน จนช่างหลอมอาวุธระดับปฐีรอบข้างหลายคนที่ถูกเพลิงวิเศษดึงดูดเข้ามาเมื่อเห็นดังนั้น ต่างก็พากันส่ายหน้า
"ไม่ต้องดูแล้ว คนผู้นี้หลอมอาวุธไม่เป็เลยสักนิด!"
"อีกทั้งเพลิงเหมันต์นี้แม้นับเป็ของดี แต่กลับเดี๋ยวเย็นจัดเดี๋ยวร้อนจัด ไม่มั่นคงอย่างยิ่ง ไม่เหมาะแก่การหลอมอาวุธและปรุงโอสถสักนิด เสียของโดยแท้ น่าเสียดายนัก!"
ฝูงชนต่างถอนหายใจติดต่อกัน
มีเพียงซ่งเสินอันที่ยังคงมองดูด้วยความสนใจ ในใจของนางเริ่มลังเลขึ้นมาบ้างแล้ว ก่อนหน้านี้นางได้ตรวจดูโอสถบำรุงปราณเม็ดนั้นอย่างละเอียด ในนั้นมีกลิ่นอายของเพลิงเหมันต์อยู่จริง ๆ
ส่วนซูเลี่ยกลับแค่นหัวเราะเยาะเหยียดหยาม ที่แท้ก็นึกว่าเป็เพลิงวิเศษพิเศษอะไร ที่แท้ก็แค่เพลิงวิเศษไร้ประโยชน์ ทำให้เขาสบายใจขึ้นมาก
ยามนี้เมื่อเห็นหลิงเทียนลงมืออย่างวู่วาม เขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เริ่มหลอมละลายวัตถุดิบด้วยความสุขุม ทุกท่วงท่าเคลื่อนไหวล้วนแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของยอดปรมาจารย์แห่งวิถีศาสตรา ดึงดูดเสียงโห่ร้องชมเชยดังขึ้นจากรอบข้างเป็ระลอก
ทว่าในเวลานี้ หลิงเทียนกลับเข้าสู่สภาวะลืมเลือนตนเอง ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการหลอมวัตถุดิบ เขาไม่ได้มีความอดทนพอจะมาประลองฝีมือวิถีศาสตรากับซูเลี่ย เขาเพียง้าหลอมกระบี่ให้เสร็จโดยเร็วแล้วผละไปจากที่นี่เท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไปทีละน้อย ยังไม่ทันถึงครึ่งชั่วยาม ซูเลี่ยและคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ในขั้นตอนการหลอมวัตถุดิบ แต่หลิงเทียนกลับเก็บเพลิงเหมันต์ในฝ่ามือกลับไปเสียแล้ว
"จบแล้วหรือ?"
"เหอะ ๆ หลอมพังแน่นอน คอยดูเถอะ ในเตาหลอมนั่น ยามนี้คงเหลือแค่เศษขยะกองหนึ่ง!" ช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ ยืนยันหนักแน่น
ซ่งเสินอันเองก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน จ้องมองการกระทำของหลิงเทียนตาไม่กระพริบ ด้วยระดับวิถีศาสตราของนาง ก็นึกไม่ออกเช่นกันว่าสิ่งที่อยู่ในเตาหลอมนั้น คือโลหะเหลว หรือเป็เพียงกากขยะกันแน่
ทว่าเมื่อหลิงเทียนชักนำโลหะเหลวสีแดงฉานจากเตาหลอมให้ไหลลงสู่แท่นตีเหล็ก หัวใจของซ่งเสินอันก็พลันสั่นสะท้าน
มิใช่กากขยะ!?
เป็ไปได้อย่างไร?!
รอบข้างเองก็เงียบสงบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะพรั่งไปด้วยเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง ขั้นตอนการหลอมเหลวที่หุนหันพลันแล่นเช่นนี้ กลับหลอมออกมาสำเร็จจริง ๆ หรือ!?
นี่มันคือการลบหลู่ศาสตร์แห่งการหลอมอาวุธชัด ๆ !
ทว่าหลิงเทียนหน้าแท่นตีเหล็กกลับไร้สิ่งรบกวนในใจ เขายกค้อนเหล็กขึ้นมาแล้วเริ่มกระหน่ำตีลงไปอย่างดุดัน
"คงเป็เื่บังเอิญที่กลายเป็โลหะเหลวได้ คอยดูเถอะ เขาไม่มีทางหลอมเป็อาวุธได้หรอก!"
"ถูกต้อง! เขาไม่มีความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิการหลอมเลยสักนิด ตีไปได้ไม่กี่ที เดี๋ยวก็แตกกระจายแล้ว"
เหล่าช่างหลอมอาวุธแห่งสมาคมที่คิดว่าตนเองมีความรู้สูงส่ง เริ่มคาดเดาไปต่าง ๆ นานาอีกครั้ง พวกเขากำลังรอคอยความล้มเหลวในท้ายที่สุดของหลิงเทียน
ทว่าซ่งเสินอันกลับพบว่า จังหวะการค้อนตีของหลิงเทียนนั้นดีเยี่ยมยิ่งนัก น้ำหนักและมุมของค้อนทุก ๆ ค้อน ล้วนลงพอดีเหมาะเจาะอย่างไร้ที่ติ!
กระทั่งเหมือนกับยอดปรมาจารย์เฒ่าที่สุขุมใจเย็น เพียงแค่ทักษะการตีค้อนนี้ก็ยังเหนือกว่านางเสียอีก!
เช่นนี้แล้ว หลิงเทียนจะหลอมออกมาเป็อาวุธไม่สำเร็จได้อย่างไร!?
ขั้นตอนการตีด้วยค้อนของหลิงเทียนสั้นกระชับยิ่งนัก เพียงตี ๆ เคาะ ๆ ไปสิบกว่าครั้งเท่านั้นเขาก็หยุดมือ อาวุธกระบี่บนแท่นตีเหล็กเป็เพียงเค้าโครงคร่าว ๆ เท่านั้น กระทั่งยังนับเป็โครงกระบี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ มองจากระยะไกล ดูคล้ายกับท่อนไม้ด้ามเขี่ยไฟสีแดงหม่นที่ดำมืดก้อนหนึ่ง
หลิงเทียนวางค้อนตีลง เพลิงวิเศษจุดประกายขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็วางทาบผ่านร่างกระบี่ก้อนนั้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ทำเอาเหล่าช่างหลอมอาวุธขมวดคิ้วงุนงง
เ้าหมอนี่กำลังทำอะไรกันแน่?
ตีเหล็กไปได้แค่ครึ่งเดียวก็หยุด แล้วนี่ยังเรียกเพลิงวิเศษออกมาวางทาบบนนั้นทำไมอีก!?
ซู่! ซู่!
ทว่าในเวลานี้ หลิงเทียนกลับหยิบเค้าโครงกระบี่ชิ้นนั้นขึ้นมาจากแท่นตีเหล็กแล้ว โดยที่ไม่แม้แต่จะผ่านการแช่น้ำเย็น!
ขั้นตอนสุดท้ายของการหลอมอาวุธย่อมต้องจบลงด้วยการแช่น้ำให้เย็นตัวลงเสมอ แต่หลิงเทียนผู้นี้ มันคือวิธีการบ้าบออะไรกัน!?
และสิ่งที่ทำให้ซ่งเสินอันตระหนกยิ่งกว่าก็คือ หลิงเทียนเมื่อหยิบเค้าโครงกระบี่ขึ้นมาแล้ว ก็หมุนตัวทำท่าจะผละจากไปทันที
"ช้าก่อน?"
ซ่งเสินอันขยับกายวาบ มาขวางอยู่เบื้องหน้าหลิงเทียนอย่างรวดเร็ว
"มีธุระอะไรหรือ?"
หมวกคลุมหัวของหลิงเทียนขยับยกขึ้นเล็กน้อย
"เ้าคิดว่าอย่างไรเล่า? เ้าลืมไปแล้วหรือว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่?" ซ่งเสินอันยกแขนกอดอก ขับเน้นทรวดทรงทรวงอกให้เด่นชัดขึ้นมา
"แล้วที่นี่คือสถานที่ใด? เ้ามาเพื่อเข้าร่วมการทดสอบ หลอมอาวุธเสร็จแล้วก็คิดจะเดินจากไปเลยหรือ? เอาของมาให้ข้าดูหน่อย!" กล่าวจบ ซ่งเสินอันก็ยื่นมือเรียวขาวเนียนราวกับหยกออกมา
หลิงเทียนเม้มริมฝีปาก อันที่จริงแล้ว หลิงเทียนไม่อยากให้ซ่งเสินอันดูสักนิด แต่ยามนี้หญิงสาวผู้นี้ทำท่าทางว่าจะไม่ยอมเลิกลาแน่ ๆ เขารู้ดีว่าหากไม่ยอมให้นางดู เกรงว่าคงไม่อาจผละจากไปได้ง่าย ๆ ดังนั้นหลิงเทียนจึงยื่นมือ ส่งเค้าโครงกระบี่ในมือออกไป
ซ่งเสินอันรับมา ทว่าในวินาทีที่มันััถูกมือ ดวงตาทั้งคู่ของนางก็พลันทอประกายวาบ มือเรียวลูบไล้ไปบนโครงกระบี่ สีหน้าของนางซับซ้อนอย่างถึงที่สุด เหล่าช่างหลอมอาวุธแห่งสมาคมต่างก็รุมล้อมเข้ามา
"แม่นางเสินอัน เช่นนี้นับว่าการทดสอบล้มเหลวแล้วใช่หรือไม่?"
พวกเขายังคงไม่ยอมตัดใจ และไม่เชื่อว่าวิชาการหลอมอาวุธที่ประหลาดและหยาบกร้านถึงเพียงนี้ของหลิงเทียนจะประสบความสำเร็จได้
"ไม่ สำเร็จแล้วต่างหาก! แม้จะเป็เพียงโครงกระบี่ แต่ความประณีตแม่นยำในการหลอมวัตถุดิบข้างในนั้น ช่างเลิศล้ำยิ่งนัก!"
"ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะเป็เพียงชิ้นงานที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ภายในกลับซุกซ่อนครึ่งค่ายกลศาสตราเอาไว้ ข้าดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าเ้าสลักค่ายกลนี้ลงไปได้อย่างไร?"
ซ่งเสินอันเอ่ยชมเชยไม่ขาดสาย กว่าจะถอนสายตากลับมาจากโครงกระบี่ชิ้นนั้นได้
"ไม่มีอะไรจะชี้แจง" ทว่าหลิงเทียนกลับส่ายหน้า เขาไม่มีความจำเป็ต้องอธิบายสิ่งใดให้ซ่งเสินอันฟัง
"เ้าคนโอหัง เ้ากล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับแม่นางเสินอันเชียวหรือ?"
"นั่นสิ เป็บ้าไปแล้วจริง ๆ !"
เหล่าช่างหลอมอาวุธต่างพากันใและโกรธเกรี้ยว ซ่งเสินอันในสมาคมหลอมอาวุธเปรียบประดุจดวงจันทร์อันสว่างไสว มีผู้คนจำนวนเท่าใดที่อยากจะยลโฉมใกล้ชิดแต่ไม่มีโอกาส ทว่าคนผู้นี้กลับใช้น้ำเสียงเช่นนี้ใส่เนี่ยนะ!?
กระทั่งซ่งเสินอันก็ยังตะลึงไป "เ้านี่... เหตุใดจึงดุร้ายนัก ข้าไม่ได้ไปยั่วโมโหเ้าเสียหน่อย?"
"ค่ายกลก็แค่ทำเล่น ๆ ตามใจชอบ สิ่งนี้เป็เพียงชิ้นงานครึ่ง ๆ กลาง ๆ คิดเสียว่าข้าหลอมล้มเหลวก็แล้วกัน"
หลิงเทียนตั้งใจจะดึงโครงกระบี่กลับคืนมา แต่ซ่งเสินอันกลับส่ายหน้า "ไม่ แม้ยามนี้กระบี่เล่มนี้จะเป็เพียงโครงกระบี่ แต่ระดับของมันกลับบรรลุถึงระดับเสวียนขั้นสูงสุดแล้ว! หากหลอมเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ มันจะกลายเป็กระบี่ระดับปฐีขั้นสูงสุด ข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่?"
เฮือก! อะไรนะ!?
ทว่าเมื่อซ่งเสินอันเอ่ยจบ ผู้คนรอบข้างต่างพากันสูดหายใจลึกด้วยความตื่นตะลึง
ซ่งเสินอันถึงกับให้ประเมินค่าเค้าโครงกระบี่อันนี้ สูงส่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ!?