รังไหมสีเืถูกแยกออกเป็สองส่วนเหมือนกับโดนของมีคมฟันเข้าอย่างแรง ตรงรอยแยกที่ยังไม่เปิดเผยออกทั้งหมดเห็นเป็เงาดำร่างคล้ายมนุษย์ยืนอยู่ภายใน
เมื่อรังไหมแตกออกจึงทำให้เห็นว่าเงาดำนั้นคือเด็กหนุ่มหน้าตาซีดเซียวถือดาบคาตานะเล่มเก่าล้มหน้าฟาดพื้นไปพร้อมกับรังไหมสีเืที่พังทลายลง
เคนที่ตอนนี้แขนทั้งสองข้างขยายใหญ่จนเรียกได้ว่าไม่ใช่แขนของมนุษย์อีกต่อไปแล้วฟันดาบเข้าไปที่ชายผมทองอย่างรวดเร็วและรุนแรงแต่ก็ถูกชายผมทองป้องกันเอาไว้ได้ทันด้วยทักษะประหลาดที่มีแสงสีทองห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ แต่พอเขาได้ยินเสียงคนร้องก็หันไปมองมาทางต้นเสียงทันที เสียงร้องที่ทำให้เขารู้สึกได้เลยว่ามันต้องเ็ปทรมานขนาดไหนถึงได้ร้องแหกปากดังลั่นได้ถึงขนาดนี้
“ทำไมเสียงมันดูคุ้นหูอย่างนี้นะ?” เคนทำหน้าตาสงสัยเพราะน้ำเสียงมันดูคุ้นหูเขาเหลือเกิน
ชายผมทองที่ร่างกายของเขาจะสะบักสะบอมจนแทบจะยืนไม่อยู่ โล่ของเขาเองก็เช่นกันไม่รู้จะทนการโจมตีของเคนได้อีกนานแค่ไหนรอยแตกร้าวมากมายทั่วทั้งโล่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ยังดีที่ตอนนี้เขามีโล่คอยค้ำยันเอาไว้อยู่เลยไม่ทำให้เขาล้มลงไปได้ง่าย ๆ แต่พอเกิดเสียงร้องปริศนาขึ้นชายผมทองต่างก็คิดเหมือนกับเคนว่าใครกันที่แหกปากลั่นอยู่จึงได้หันไปทางต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงกัน
โจเซฟที่อยู่ในเหตุการณ์ยังไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ว่าทำไมชายสวมแมสอยู่ ๆก็ล้มลงไปดิ้นทุรนทุรายแบบนั้น
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่รอยอยู่ในโกดัง เขาถูกรังไหมสีเืกักขังไว้อีกครั้งเมื่อตอนที่ทั้งกลุ่มวางแผนพากันหนีแต่ครั้งนี้มันต่างออกไปคือเขาไม่ได้กระวนกระวายใจหรือแหกปากโวยวายอย่างกับคนไร้สติอีก
รังไหมสีเืไม่ได้ขังเขาเอาไว้เท่านั้นแต่มันยังพันธนาการเขาไว้จนแทบจะไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้เลย เส้นเืที่หนาและใหญ่พันรอบตัวเขาไว้ไม่ต่างอะไรกับมัมมี่ จะให้แหกปากโวยวายอะไรก็ทำไม่ได้ระหว่างที่รอยสงบใจได้แล้วก็ลองหลับตาทำสมาธิเพราะบรรยากาศมันพาไปจริง ๆทั้งมืดทั้งเงียบผ่านไปไม่นานรอยก็ได้เห็นแทนบูชาแห่งฝันร้ายปรากฏขึ้นมาในจิตของเขาอีกครั้ง
รอยพยายามรวบรวมสมาธิเพ่งมองไปที่จุด ๆเดียวนั่นก็คือลูกไฟสีม่วงที่เป็รางวัลจากภารกิจแรกนั่นเอง แต่ครั้งนี้เขาทำมันได้สำเร็จด้วยดีลูกไฟสีม่วงถูกดูดเข้ามาอยู่ในร่างของเขาผสานกันเป็หนึ่งเดียวกัน ความรู้สึกของรอยตอนนี้เหมือนกับว่าได้รับพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้มีพลังเอ่อล้นจนอยากที่จะทุบรังไหมสีเืนี้แล้วกระโจนออกไปทันที แต่ความรู้สึกนึกคิดอีกอย่างก็ทำให้เขาคิดว่าถ้าออกไปแล้วจะไปทำอะไรได้ฝุดขึ้นมาให้หยุดความคิดโง่ ๆนั่นก่อน
ความรู้สึกที่รอยได้รับรู้เหมือนมีพลังเอ่อล้นออกมานั้นมันคือความเข้าใจในการเป็ผู้ใช้คำสาปนั่นเอง รอยยังคงซึมซับวิธีการทุกอย่างที่เขาได้รับมาให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือพื้นฐานการใช้พลังคำสาปและสิ่งที่รอยสามารถเรียนรู้ตอนนี้ได้คือ คำสาปโซ่ิญญา ที่รอยจำเป็จะต้องสร้างอาณาเขตขึ้นมาตรงจุดใดจุดหนึ่งแล้วเรียกโซ่แห่งิญญาพันธนาการร่างิญญาของศัตรูเอาไว้ คำสาปนี้เป็เพียงแค่คำสาปหยุดการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้เท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับการเรียกใช้สกิลภายในการเล่นเกมเลย ที่เราจะมองเห็นเป็เงาเลือนลางของวงเวทย์แล้วขยับพื้นที่ของมันให้เคลื่อนไหวไปตามที่ใจเรานึกแล้วก็ร่ายคำสาปลงไปมันจะปรากฏเป็โซ่ิญญานับสิบเส้นพันธนาการคู่ต่อสู้ขึ้นมาทันที ซึ่งมันเข้าใจง่ายไม่ต่างอะไรกับการฝึกท่องจำคำศัพท์เพียงแค่หนึ่งคำเท่านั้นและนี่เป็เพียงทักษะใช้งานเดียวเท่านั้นที่รอยมี
พลังของรอยยังมีไม่มากพอที่จะเรียนรู้คำสาปอื่น ๆได้อีกจึงทำให้รอยใช้ได้แค่คำสาปเดียวเท่านั้น ผู้ใช้คำสาปที่รอยได้ทำความเข้าใจมันคือผู้ที่มีความแข็งแกร่งทางจิติญญาที่สูงกว่าอาชีพอื่นที่เขาเลือก เพราะยิ่งเขา้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่เขาจะต้องดูดกลืนิญญามาหลอมรวมเข้ากับดวงิญญาของเขามากขึ้นเท่านั้นซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับการดูดกลืนพลังชีวิตของผู้อื่นเลย
จิติญญาของรอยที่เหมือนจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นแล้วเขาเลยตัดสินใจเลือกที่จะกลับเข้าที่แท่นบูชาอีกครั้งเพื่อหยิบอาวุธิญญาไร้รูปออกมา ครั้งนี้ไม่มีแรงกดดันหรือแรงต้านอะไรเลย เพราะเพียงแค่เขาคิดที่จะให้อาวุธเข้ามาหาตัวมันก็ลอยเข้ามาหาเขาง่าย ๆเพียงแค่นั้น
อาวุธิญญาไร้รูปเปลี่ยนรูปร่างไปตามความคิดของรอยที่จินตนาการเอาไว้ให้มันเป็ดาบคาตานะที่มาพร้อมกับปลอกดาบสีดำสนิทที่ไม่ได้มีลวดลายอะไรสลักไว้เลย แต่มันยังคงติดปัญหาอยู่ตรงที่เขาดึงดาบิญญาไร้รูปออกมาสู่โลกแห่งความเป็จริงแล้วเขากลับไม่สามารถถอดิญญาได้เหมือนกับในโลกแห่งฝันร้าย ที่เพียงแค่แตะตัวดาบก็สามารถถอดิญญาของเขาออกจากร่างได้แล้ว แต่นี่เขาต้องมาอยู่ในสภาพที่ถูกพันธนาการยืนถือดาบโง่ ๆ จะขยับสักนิดยังทำไม่ได้เลยถึงดึงดาบิญญาไร้รูปออกมาได้ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
ในระหว่างที่รอยกำลังรู้สึกหงุดหงิดและใช้แรงทั้งหมดดิ้นรนที่จะหลุดออกมาให้ได้โดยที่คิดว่าตัวเขาที่มีพลังเพิ่มขึ้นมาแล้วจะสามารถฉีกกระชากเส้นเืและพังทลายรังไหมนี้ออกไปได้เแต่มันไม่ได้เป็อย่างที่รอยหวังไว้เลย ก็จริงที่พลังของรอยเพิ่มขึ้นแต่มันก็ยังเป็เพียงแค่พลังเล็กน้อยเท่านั้น มันไม่สามารถไปเปรียบเทียบกับพวกเหนืุ์ที่รอยวาดฝันเอาไว้ได้เลย ในระหว่างที่รอยกำลังถอดใจดาบของเขาก็ร่วงลงมาเพราะรอยจับมันไว้ได้ไม่แน่นพอ ในตอนที่ดาบกำลังจะตกรอยยังพอคว้าจับไปที่ด้ามดาบไว้ได้ทันจึงให้ที่หล่นไปมีเพียงแค่ปลอกดาบเท่านั้นทำให้ร่างิญญาของรอยหลุดออกจากร่างอย่างไม่ตั้งใจ
“เห้ยย!! หลุดออกมาแล้ว” รอยที่ตื่นเต้นดีใจอยู่ได้ไม่นานก็ต้องมาพบกับภาพที่แปลกประหลาดตรงหน้า
รอยที่ิญญาหลุดจากร่างแล้วเขามองไปรอบ ๆก็เห็นว่าโลกที่เขาเคยเห็นเป็ปกติเปลี่ยนไปจากเดิมไม่มีทั้งสีสันไม่มีทั้งความสดใสอย่างกับว่านี่คือโลกหลังความตายอย่างไรอย่างงั้น มันเป็โลกที่มีแต่สีเทาหม่นไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ท้องฟ้าหรือพระอาทิตย์ ตรงหน้าที่รอยเห็นว่าเป็สิ่งมีชีวิตก็มองเห็นเป็เพียงดวงิญญารูปร่างมนุษย์ 2 ดวงกำลังมองหน้ากันอยู่เท่านั้นเอง
ดวงิญญาทั้ง 2 ที่อยู่ตรงหน้ารอยเห็นว่ามีเส้นเชือกสีฟ้าแปลก ๆคอยชักไยแท่งยาว ๆเหมือนกับแท่งเหล็กท่อนหนึ่งตรงส่วนแท่งเหล็กมีออร่าแปลก ๆสีแดงห่อหุ้มเอาไว้พยายามที่จะเสียบดวงิญญาตรงหน้า ทางดวงิญญาอีกฝั่งก็เหมือนกันมันมีเส้นเหมือนกับเชือกสีฟ้าชักใยก้อนพลังเล็ก ๆกลม ๆมากมายนับร้อยบินวนไปมาเหมือนกับแมลงไม่มีผิด สร้างความสับสนให้กับรอยไม่ใช่น้อยที่แยกไม่ออกเลยว่าภาพตรงหน้ามันคืออะไรกันแน่
แต่ในระหว่างที่รอยกำลังสับสนเหมือนกับว่าดวงิญญาของเขากำลังจะถูกดึงดูดให้กลับเข้าไปที่ร่างอย่างช้า ๆ
“ไม่นะยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยมันจะไม่เร็วไปหน่อยรึไง บ้าเอ้ย !!” รอยสบถออกมาอย่างร้อนรนเพราะเขาเพิ่งออกจากร่างได้ไม่นานมานี้เองและยังไม่เข้าใจสถาการณ์ตรงหน้าเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
มันเลยทำให้รอยลนลานฟันดาบคาตานะไปทั่วเพื่อหวังที่จะทำลายรังไหมสีเืให้ได้ก่อนที่ิญญาของเขาจะกลับเข้าร่าง แต่เหมือนกับ่วินาทีสุดท้ายก่อนที่ิญญาของรอยจะกลับเข้าร่าง รอยพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายฟันไปที่รังไหมเกิดเป็คลื่นจันทร์เสี้ยวแผ่ขยายรัศมีวงกว้างออกไปทางด้านหน้า ซึ่งตอนนั้นโจเซฟล้มลงจากอาการาเ็ที่แขนขาดพอดีเลยทำให้เขาหลบคลื่นจันทรเสี้ยวของรอยที่ซัดมั่วซั่วไปได้ แต่คนที่โชคร้ายที่สุดก็คือชายสวมแมสนั่นเองที่ยืนเด่นอยู่ตรงนั้นพอดีจึงทำให้เขาโดนคลื่นดาบผ่าร่างของเขาจนหลุดแยกออกจากกัน ิญญาส่วนล่างของชายสวมแมสถูกทำลายจนสลายหายไปทำให้เขาต้องร้องทุกข์ทรมานด้วยความเ็ปอย่างที่เป็อยู่นี้
รอยที่ิญญากลับเข้าร่างแล้วอยู่ ๆภายในรังไหมสีเืก็ปรากฏเส้นแสงเป็แนวนอนเส้นเล็กเล็ดรอดเข้ามาพร้อมกับเส้นเืที่อยู่ ๆก็ขาดครึ่งออกจากกัน พอรอยเห็นแบบนั้นแล้วก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเขาทำสำเร็จแล้ว
“ฉันทำลายมันได้แล้วซิ...น”
รอยพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ล้มฟุบไปตรงหน้าพร้อมกับหมดสติไปทันที
จนมาถึง่ปัจจุบัน
ถึงโจเซฟจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่นี่มันคือโอกาสเดียวของเขาแล้วที่จะฆ่าชายสวมแมสได้ โจเซพบังคับลูกเหล็กให้มารวมตัวกันเป็ก้อนกลมขนาดั์ลอยสูงขึ้นไปเหนือร่างของชายสวมแมสจากนั้นก็บังคับให้ลูกเหล็กขนาดั์หล่นทับไปที่ร่างของชายสวมแมสที่นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้นจนร่างเละแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี นั่นคือพลังเฮือกสุดท้ายของโจเซฟที่ใช้ไปจนหมดเลยทำให้เขาหมดแรงล้มหงายไปนอนกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า
เคนกับชายผมทองต่างก็วิ่งมาดูแล้วเห็นแต่เพียงแค่โจเซฟนอนหายใจพะงาบ ๆอย่างกับคนใกล้จะตายอยู่ที่พื้นกับลูกเหล็กขนาดใหญ่ที่ภายใต้มีกองเืกับเศษเนื้อมากมายกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
เคนพอเห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าฉิบหายแล้ว เพราะงานที่เขาได้รับมาคืองานง่าย ๆแค่ลักพาตัวลูกของคนที่ทรยศองค์กรแล้วนำไปส่งตัวที่จุดนัดพบเท่านั้นแต่คนที่มารับตัวดันมาถูกฆ่าตายแบบนี้อีก
เคนหันไปมองทางรังไหมที่มีรอยนอนสลบอยู่ก็คิดได้ทันทีเลยว่าเขาจะต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม คู่ต่อสู้ที่อาการไม่สู้ดีพวกนี้ถ้าจะฆ่าพวกมันก็คงใช้เวลานานเป็แน่ เพราะยังมีเ้าผมทองที่เป็ตัวปัญหา พลังป้องกันของมันช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆไม่ว่าจะทุ่มเทพลังการโจมตีไปมากเท่าไหร่มันก็สามารถป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด เคนเห็นว่านี่อาจจะเป็โอกาสของเขาในการชิงตัวเด็กนั่นแล้วหลบหนีออกไปได้
เคนกับชายผมทองต่างหันหน้ามาสบตากัน
ชายผมทองคิดได้เพียงว่าเ้านี่จะต้องทำอะไรสักอย่างเข้าแน่ ๆเลยเลือกที่จะวิ่งออกมาอยู่ทางด้านหน้าของโจเซฟด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเพราะคิดว่าเคนจะมาโจมตีโจเซฟที่อาการไม่สู้ดีอยู่ แต่ใครจะคิดล่ะว่าเคนกลับมุ่งหน้าไปหารอยแล้วอุ้มวิ่งหนีไปพร้อมกับจุดพลุสัญญาณสีเขียวขึ้นฟ้าแทน
“เวรแล้วไง” ชายผมทองมองเคนวิ่งหนีออกไปไกลและเขาเองก็ไม่มีแรงมากพอที่จะวิ่งตามไป
ฟุ๊บ!! ฟุ๊บ!!
“อ้าว! อยู่ที่นี่กันเองหรอกหรือเนี่ย ตามหาซะทั่วเลย” ชายสวมชุดวอร์มออกกำลังกายพร้อมกับกองกำลังติดอาวุธมากมายโผล่ออกมาจากป่าหลังจากที่ได้เห็นพลุสัญญาณที่เคนจุดขึ้น
ชายสวมชุดวอร์มเห็นเคนแบกเด็กวิ่งหนีไปคิดว่าน่าจะเป็คนร้ายจึงวิ่งเข้ามาดักข้างหน้าด้วยความเร็วเพียงแค่เสี้ยวพริบตาชายสวมเสื้อวอร์มก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของเคนแล้ว
“เห้ย! ไอกล้ามโตจะรีบไปไหน?”
การที่เคนจุดพลุสัญญาณไม่ได้เรียกคนพวกนี้ออกมาเลย เขาแค่้าให้คนในกลุ่มมารวมตัวกันที่จุดนัดพบเท่านั้นเพราะเขากำลังจะรีบวิ่งไปหา
“บ้าเอ้ย! ทำไมมันถึงได้มีอะไรติดขัดตลอดั้แ่มาเริ่มทำภารกิจนี้กันนะ” เคนสบถอย่างหัวร้อนแล้วใช้มืออีกข้างถือดาบขึ้นมาเพื่อที่จะโจมตีชายตรงหน้าแล้วพุ่งหนีไป
ชายสวมชุดวอร์มพุ่งเข้ามาเตะที่ท้องของเคนจนไถลไปไกล มือที่จับดาบของเคนพยายามปักลงพื้นเพื่อประคองตัวไว้ไม่ให้กระเด็นถอยไปไกลมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยความแรงของการเตะจึงทำให้เขาจับดาบไว้ไม่อยู่จนทำให้เขาใช้มืออีกข้างมาจับดาบเลยทำรอยหล่นลงพื้นอย่างช่วยไม่ได้ เคนเองก็ชะงักไปด้วยอาการจุกที่ถูกโจมตีอย่างแรง
“เห้ยไอหนุ่มนักกล้ามจะมาหัวร้อนอะไรกัน ฉันนี่ซิที่จะต้องหัวร้อนมากกว่าแก อุตส่าห์ได้หยุดงานทั้งทีนอนดูซีรีย์กำลังเพลิน ๆดันมาถูกเรียกตัวกระทันหันเพราะมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นนี่หน่ะซิ” ชายคนนี้คือหัวหน้าหน่วยที่ 2 ของกองกำลังป้องกันตนเองมีชื่อว่า เดนนี่ เป็ผู้ฝึกศิลปะป้องกันตัว เขาเป็เพียงชาวยุทธ์ธรรมดาที่ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรเหมือนกับคนพวกนี้
ระหว่างที่เคนกำลังจุกเพราะถูกเตะเข้าที่ท้องอย่างจังอยู่ ๆเขาก็รู้สึกหนักที่ไหล่ด้านขวา เลยหันไปมองปรากฏว่าเป็เดนนี่มายืนเหยียบไหล่ของเขาอยู่ เคนจึงเอื้อมมือที่จะไปคว้าขาของเดนนี่เอาไว้แต่ก็ได้ยินเสียงของเดนนี่พูดขึ้นว่า
เหยียบพสุธา!
ตุบ!
พื้นดินรอบ ๆยุบตัวลงกับพื้นจนเป็ร่องลึก
ร่างของเคนถูกกระแทกลงพื้นดินเหมือนกับมีของที่หนักมาก ๆมากดร่างของเขาเอาไว้จนติดพื้นขยับไปไหนไม่ได้ ไหล่ขวาของเขาตอนนี้แทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรอีกแล้ว
อ๊ากกก! เคนร้องออกมาอย่างเ็ปจากแรงกดที่มหาศาลทำให้ร่างของเขาแทบจะยุบติดไปตามพื้นถ้าร่างกายของเขาไม่แข็งแกร่งมากเป็พิเศษ ป่านนี้ร่างกายของเขาคงจะเละแหลกเหลวไปนานแล้ว เคนทนรับความเ็ปได้ไม่นานจึงได้หลบเหมือดไป
ในระหว่างที่เซโน่กำลังวิ่งไปที่จุดนัดพบเขาได้ใช้พลังพิเศษตาทิพย์ที่สามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางหรือมองได้ไกลกว่าหลายร้อยเมตรมองไปตรงจุดที่พลุส่งสัญญาณถูกจุดขึ้นมา กลับกลายเป็ว่ามีกลุ่มคนมากมายกำลังล้อมกรอบเคนอยู่ การที่เขาจะเข้าไปช่วยนั้นเป็ไปไม่ได้แน่ ๆกองกำลังติดอาวุธนั้นเป็กลุ่มคนที่ต่อสู้กับพวกผู้มีพลังพิเศษโดยเฉพาะ กลุ่มเมฆทมิฬที่เหลือที่แยกกระจายกันออกไปต่างก็เห็นพลุสัญญาณ จึงได้รีบมารวมตัวกันตรงจุดนัดพบในเวลาไม่นาน ซึ่งเซโน่ก็เล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาใช้พลังในการมองเห็นจากระยะไกลบอกให้ทุกคนได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เราจะเอายังไงกันดี? เ้าเคนไม่รอดแน่ถูกรอบกรอบจากกองกำลังต่อต้านผู้มีพลังพิเศษมากมายขนาดนั้น”
ดุ๊กที่เห็นสถานการณไม่ค่อยดีจึงได้พูดขึ้นมา
“หนีเถอะ ยังไงภารกิจของเราก็ล้มเหลวไม่เป็ท่าอยู่แล้วจะเข้าไปชิงตัวเด็กนั่นกลับมาก็คงจะทำไม่ได้ ให้พวกองค์กรส่งคนระดับสูงมารับงานนี้แทนเถอะภารกิจนี้มันเกินกำลังของพวกเราไปมากจริง ๆ”
“ฉันเห็นด้วยทีมของเราเสียคนไปถึง 2 คนแล้ว” เป็คาร่าที่เห็นด้วยกับความคิดของดุ๊กเลยพูดขึ้นมา
ทุกคนเองต่างก็เห็นด้วยแล้วรีบพากันหนีออกไปจากป่าแห่งนี้ทันที