บทที่ 4 สิทธิพิเศษ [ความทรงจำ] (1)
『พลังชีวิต: 3300/3300 』
『มานา: 2400/2400』
『สติ: 100%』
สกิล: จิติญญาการต่อสู้ (B) ประเด็นปัญหา (C) ดาบสังหาร (B)
ตัวอักษรและตัวเลขที่คุ้นเคยซึ่งมีเพียงบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่มองเห็น ปรากฏขึ้นตรงหน้าชีกุกราวกับฮอโลแกรม
“นี่มันช่าง…”
นี่เป็ครั้งแรกที่ชีกุกสามารถหัวเราะได้อย่างเต็มที่
เขาหวนกลับมาพร้อมกับความทรงจำทั้งหมด
ถ้าเป็แบบนั้น หรือว่า...? หลังจากคิดแบบนั้น ชีกุกก็เรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาอีกครั้ง
และพลังทั้งหมดที่ทำให้เขากลายเป็วายร้ายแรงก์ B ในชาติก่อนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา
‘สามารถหวนคืนมาได้ทั้งความทรงจำและความสามารถทั้งหมด’
สิ่งที่เห็นตรงหน้านี้ให้ความรู้สึกยากที่จะเชื่อ
อย่างไรก็ตามตอนนี้มันได้กลายเป็ความจริงต่อหน้าต่อตาเขาแล้ว
ชีกุกมองเห็นแมลงวันตัวหนึ่งบินผ่านห้องน้ำไปต่อหน้าของเขา!
‘จิติญญาการต่อสู้’
『มานา : 2160/2400』
10% ของมานาถูกใช้ไป และสกิลพื้นฐานที่ผู้มีพลังติดตัวมาก็ถูกเปิดใช้งาน
ตอนนั้นเอง ที่โลกในสายตาของชีกุกเปลี่ยนไป
ความแข็งแกร่งและพลังของวายร้ายแรงก์ B ที่ติดอยู่ในร่างของเด็กอายุ 13 ปีฟื้นตื่นขึ้นมา
การเคลื่อนไหวของปีกแมลงวันถูกจับจ้องได้ทั้งหมด
ชีกุกเอื้อมมือออกไปอย่างรวดเร็ว
แมลงวันที่กำลังบินอยู่นั้นถูกนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือของเเขาจับไว้แน่นโดยไม่มีโอกาสหลบหนี
ชีกุกหัวเราะขณะมองไปยังแมลงวันที่กำลังดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากนิ้วมือของเขา
มันเป็รอยยิ้มอันน่าสะพรึงที่ใครหลายคนคงคิดไม่ถึงว่ามันจะมาจากใบหน้าของเด็กวัย 13 ปี
แผละ!
เมื่อชีกุกออกแรงบีบนิ้ว แมลงวันก็ตาย
“หึ…”
เสียงหัวเราะแทรกผ่านริมฝีปากของชีกุก
เขาเปิดน้ำในอ่างและล้างมือ
‘ความทรงจำและพลังทั้งหมดย้อนกลับมาหมดเลย? ตอนอายุ 13 นี่น่ะเหรอ?’
ชีกุกเช็ดน้ำออกจากฝ่ามือและมองไปที่กระจก
ในกระจก ชีกุกในวัย 13 ปี กำลังแสดงสีหน้าของวายร้ายวัย 38 ปี
‘นี่มันเื่จริงงั้นเหรอ?’
เขาหัวเราะลั่น
ทันใดนั้น เขาก็นึกไปถึงวายร้ายคนหนึ่งที่เคยได้พบในชาติก่อนได้
“[Cogito ergo sum] ประโยคนี้มันหมายความว่าอะไรนะ?”
วายร้ายแรงก์ D ผู้มีพื้นเพและใบหน้าที่ไม่น่าจดจำเป็พิเศษพูดขึ้น
และนี่คือคำพูดที่ชายหนุ่มพูดกับหญิงสาวในระหว่างงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่ร้านคาบาเรต์ เมื่อเขาขอให้หญิงสาวคนนั้นทำงานให้
“[เพราะฉันคิด ฉันจึงมีอยู่] มันคือคำพูดอันโด่งดังของเรอเน เดการ์ต*[1] คำนี้หมายถึงธรรมชาติของคนเรา ที่มักตั้งข้อสงสัยรวมถึงคิดเกี่ยวกับสิ่งรอบตัว ทำให้เรารับรู้ถึงการคงอยู่ของทั้งตัวเราและสิ่งรอบ ๆ”
ตอนนั้น ชีกุกที่นั่งฟังเื่ราวอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่หมองคล้ำของหญิงสาว เขาก็พูดออกมาเพียงคำเดียว
“ดื่มเข้าไปซะ นังสารเลว”
‘อย่างไรก็ตามสำหรับฉัน มันคงเป็ [ฉันสงสัย ฉันไม่ไว้วางใจ นั่นจึงเป็เหตุผลที่ฉันมีอยู่] ละมั้ง?’
ชีกุกแย้มยิ้ม
“นี่ต้องเป็ความจริงแน่ ๆ”
เขารู้สึกราวกับว่านักปราชญ์ผู้เงอะงะกำลังหัวเราะเยาะอยู่ที่ไหนสักแห่งในมุมหนึ่งของโลก ก่อนที่ชีกุกจะหัวเราะออกมาอย่างดัง
***
“ล้างมือมาแล้วใช่ไหม?”
ชีกุกเพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าให้กับคำถามของนายอน
“งั้นกินเค้กเถอะ”
นายอนยื่นจานที่มีเค้กชิ้นหนึ่งวางอยู่ หลังจากรับจาน ชีกุกก็กลับไปนั่งที่ที่นั่งของตัวเอง และมองไปที่ผู้คน
‘ถึงจะเป็บ้านพักพิงเทวทูต แต่ใครก็ตามที่กำลังหัวเราะอยู่ที่นี่ ไม่สามารถกลายเป็เทวทูตได้เลย’
มีเพียงชีกุกที่กลายเป็วายร้ายแรงก์ B ได้โดยไม่ต้องไปที่ไหนไกล
หลังจากที่ฆ่าแม่บ้านวัย 30 ที่อบรมลูกสาวด้วยเหตุผลที่ว่าเธอพูดคำหยาบเพียงคำเดียว
‘จู นายอน’
ชีกุกมองไปที่นายอน
นายอนกำลังหัวเราะอย่างไร้เดียงสา และกินขนมกับเพื่อนของเธอ
‘สาวน้อยผู้น่าสงสาร’
สองปีนับจากนี้
นายอนที่เป็นักเรียนมัธยมต้น ได้คบหากับรุ่นพี่อันธพาลสกุลยัง คนที่เขาจำชื่อไม่ค่อยได้แล้ว
“ไอ้นั่นมันเป็อันธพาล ทำไมถึงไปคบกับมันกันนะ?”
ชีกุกมีปัญหากับรุ่นพี่คนนั้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเพราะต่อต้านความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ความสัมพันธ์ที่เกิดจากความ้า ‘เล่นสนุก’ ของรุ่นพี่คนนั้น กับ ‘ความรัก’ ที่เป็รักฝ่ายเดียวของนายอน
“แล้วพี่จะเข้ามายุ่งทำไม?” คำตอบกลับอันเ็าของนายอนในครั้งนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว
ในท้ายที่สุด ชีกุกจึงเพียงแค่เฝ้าดูความรักของเธอโดยไม่พูดอะไร
และตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากคบหากันได้ 6 เดือน นายอนก็ถูกบอกเลิก
ที่โหดร้ายคือรุ่นพี่คนนั้นได้เผยแพร่ภาพลับของนายอนที่ถ่ายใน่ที่ทั้งสองเป็คู่รักกัน และส่งต่อให้กับเพื่อน ๆ ได้ดูด้วย
‘นั่นเป็ตอนที่ฉันเริ่มใช้ความรุนแรง’
หลังจากเหตุการณ์นั้น ชีกุกถูกพักการเรียน และนายอนปฏิเสธที่จะเข้าเรียนด้วยผลกระทบทางจิตใจและไม่ออกจากห้องเป็เวลาหนึ่งเดือน
แต่นั่นเป็เพียงจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมเท่านั้น
ั้แ่นั้นมา นายอนก็ออกเดทอีกหลายครั้ง และราวกับโชคชะตาเล่นตลก ทุกครั้งที่เธอออกเดทก็มักจะต้องเข้าไปพัวพันกับพวกอันธพาลเสมอ
“คราวนี้จริง ๆ แล้ว พี่จุนกิเป็คนดีนะ”
‘ครั้งนี้จริง ๆ แล้ว คราวนี้จริง ๆ แล้ว ตอนนี้จริง ๆ แล้ว’ เธอเอาแต่พูดซ้ำไปซ้ำมา แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกผู้ชายที่นายอนคบหาทั้งหมดก็หนีไม่พ้นคนแบบรุ่นพี่สกุลยังคนนั้น บ้างก็ดีกว่า บ้างก็แย่กว่า แต่เธอก็ยังหนีไม่พ้นจากรุ่นพี่สกุลยังคนนั้น!
ร่างกายและจิตใจของเธอค่อย ๆ ทรุดโทรมลง และยังคงเป็เช่นนั้นต่อไปแม้เธอจะโตเป็ผู้ใหญ่แล้วก็ตาม
“นี่มันบาปกรรมอะไรกันนะ?”
22 ตุลาคม 2025
วันที่ชีกุกซื้อโซจูให้เป็ของขวัญเพื่อแสดงความยินดีในวันเกิดของนายอน
เธอพูดแบบนั้น หลังจากที่ดื่มโซจูไปสองขวด
ชีกุกปลอบนายอนว่าอย่าพูดแบบนั้น ทั้งยังบอกว่าเธอเป็เด็กดี
“ถ้าฉันฟังคำพูดของพี่ ถ้าเป็อย่างนั้น ชีวิตของฉันจะมีความสุขมากขึ้นสักนิดไหมนะ?”
ทว่าชีกุกไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ สำหรับคำถามนั้น
วันรุ่งขึ้น ศพของนายอนถูกพบบริเวณริมฝั่งของแม่น้ำฮัน และในงานศพของเธอ ชีกุกก็ร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘มันเป็ความทรงจำที่น่าเศร้า’
พอสิ้นสุดการหวนนึกถึง ชีกุกก็ส่ายหัวเล็กน้อย และจิบโคล่าไปหนึ่งอึก
‘ฉันของขึ้นจนถึงกับฆ่าคนเพราะเื่นั้น’
สายตาของชีกุก ย้ายจากนายอนไปยังคุณพ่อจางแทน
คุณพ่อจางที่กำลังจัดการกับไก่ทอดด้วยความเร็วอันน่ากลัว นั่งอยู่กับเหล่าคุณครูจากบ้านพักพิง
‘คุณพ่อจาง ยองฮุน เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง’
ปี 2019
คุณพ่อจางได้รับการวินิจฉัยว่าเป็มะเร็งตับระยะสุดท้าย
อันที่จริงใครหลาย ๆ คนก็คงพอจะเดาได้ถ้าได้เห็นพฤติกรรมการกินของคุณพ่อจาง
ตอนอายุ 30 ต้น ๆ เขาอ้วนมาก หนักเกือบ 150 กิโลกรัม และทุกครั้งที่มีโอกาส เขาจะมองหาแต่ไก่ ตีนหมู และของอ้วน ๆ เป็อาหารว่างยามดึก
ในที่สุดเขาก็สละตำแหน่งอนุศาสนาจารย์*[2]ของบ้านพักพิงเทวทูต และออกเดินทางไปยังโบสถ์ในหุบเขาของจังหวัดคังวอน
และในปี 2021
เขาเสียชีวิตที่นั่นด้วยความทุกข์ทรมาน
[1] เรอเน เดการ์ต (René Descartes) คือนักปรัชญาและนักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงในต้นยุคสมัยใหม่ เป็ผู้ที่บุกเบิกปรัชญาสมัยใหม่และบุกเบิกวิชาเรขาคณิตวิเคราะห์ ที่ต่อมาถูกพัฒนาเป็แคลคูลัส
[2] อนุศาสนาจารย์ หมายถึง อาจารย์ผู้อบรมศีลธรรม และนำปฏิบัติด้านศาสนกิจและพิธีกรรมต่าง ๆ