เมื่อคิดเช่นนี้ ฉีหย่งก็เหงื่อออกอยู่บ้าง “ลูกเขยเอ๋ย เื่นี้อาจมีสิ่งใดเข้าใจผิดไปต้องเพราะสาวใช้พูดจาเหลวไหลลับหลัง แม่ยายเ้าห่วงใยบุตรสาวสามเกินไปถึงฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด” ขึงตาใส่ปี้ชิงตวาดว่า “สาวใช้อย่างเ้าเหตุใดต้องทำเื่ใส่ร้ายเช่นนี้!”
ไป๋ซีอวิ๋นไม่อาจทนดูหน้าฉีหย่งอีกต่อไปเสือถึงร้ายก็ไม่กินลูกตัวเอง คนผู้นี้กลับสูญสิ้นความเป็คนแล้ว ปล่อยให้อนุรังแกบุตรสาวแท้ๆของตนเอง ซ้ำยังปฏิบัติต่อบุตรสาวราวกับเบี้ยสำหรับต่อรองแลกเปลี่ยนกันคนเช่นนี้ยังคู่ควรเป็คน? ชาติก่อนเขาเห็นฉีเมี่ยวกับลูกชายของพวกเขาตายอนาถกับตาถ้าครอบครัวฝ่ายหญิงยอมช่วย นางคงไม่ตกต่ำถึงขั้นนั้น แม้บอกว่าเื่ที่ยังไม่เกิดขึ้นไม่ควรรวมกับความแค้นชาติก่อนแต่ความแค้นนั้นฝังลึกถึงกระดูก จะให้ไป๋ซีอวิ๋นลืมลงอย่างไร
ไป๋ซีอวิ๋นใช้มือขวาที่ผอมจนข้อต่อกระดูกชัดเจนค้ำศีรษะข้อศอกค้ำพนักแขนเก้าอี้พนักพิงโค้ง ไม่มองฉีหย่งแม้แต่แวบเดียว พูดเสียงเรียบว่า “ปี้ชิง ถ้าเ้าพูดความจริง ข้าอาจไว้ชีวิตเ้าได้ แต่ถ้าเ้าคิดไม่ตกพาตนเองเดินสู่ความตายข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้ เ้าพูดหรือไม่พูดก็ไม่แตกต่างกัน ไม่พูด สิ่งที่ข้าอยากรู้ก็ยังสืบออกมาได้”
ปี้ชิงหน้าซีดเผือดสั่นเป็เ้าเข้าหมอบอยู่บนพื้น สะอึกสะอื้นพูดว่า “ซื่อจื่อโปรดใคร่ครวญแม้บ่าวมิได้เก่งกาจอันใด ถึงอย่างไรก็โชคชะตาไม่เลวเกิดมาพร้อมคำสั่งรับใช้เ้านายให้ดีเหนือกว่าพวกที่เติบโตในครอบครัวยากจนหาเช้ากินค่ำนั้นมากนักมีชีวิตที่ดีเช่นนี้บ่าวยังคิดทิ้งไปรนหาที่ตายหรือ อีกทั้งคุณหนูเป็เ้านายซ้ำยังอ่อนโยนจิตใจดีงาม ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับบ่าว เหตุใดบ่าวต้องใส่ร้ายนางล่ะ! หรือต่อให้ใส่ร้าย ข้าก็เลือกคนง่ายๆ คงไม่เลือกท่านโหวมาพูดโอ้อวด”
“ดังนั้นข้าคิดว่าเ้าถูกคนบงการ”ไป๋ซีอวิ๋นยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเย็นเยือกราวกับิญญาร้าย “เ้าพูดเถอะ ผู้ใดบงการเ้า หรือเ้ารู้อะไรเพียงพูดความจริงออกมา? ถ้าเ้าพูดตามตรง ข้าจะใคร่ครวญเหลือทางรอดให้เ้า มิฉะนั้นข้าคงไม่มอบความตายให้เ้า แต่ข้าจะทำให้เ้าตายทั้งเป็”
ปี้ชิงใจนน้ำตาไหลพรากสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้ พูดหรือไม่ก็มีแต่ตายหรือนางยังต้องใช้ชีวิตของตนมาเติมเต็มคำพูดให้เ้านายที่มอบตนเองเปลี่ยนมือให้ผู้อื่นตามใจชอบได้ผู้นั้นจริงๆ?
“ข้าพูด ข้าพูดแล้ว! ซื่อจื่อเื่นั้นข้าไม่ได้พูดจริงๆ เดิมทีคุณหนูสามยังไม่ได้ออกเรือนฮูหยินก็...”
“หุบปาก!”
แม่ทัพฉีหน้าเขียวคล้ำพุ่งตัวเข้าไปใช้มือข้างหนึ่งคว้าผมของปี้ชิง พลิกฝ่ามือก็ตบหน้าทำให้ปี้ชิงฟันหลุดสองซี่ทันที นางหมอบอยู่บนพื้น ในศีรษะดังอื้ออึงจนพูดไม่ออก
ไม่นึกว่าไป๋ซีอวิ๋นจะไม่ไว้หน้าเขาเช่นนี้บังคับให้สาวใช้เอ่ยปากแว้งกัดเขา!ไป๋หย่งชุนขึงตาใส่ลูกชาย ลูกอกตัญญูเช่นนี้ล้มป่วยอ่อนแอไม่มีแรงกลับจะจัดการง่ายบัดนี้ร่างกายดีขึ้นก็จัดการยากเหมือนเสือซ่อนเล็บ!โชคดีที่แม่ทัพฉีตอบสนองว่องไว ไม่ปล่อยให้สาวใช้พูดประโยคหลังออกมาทั้งหมดมิฉะนั้นเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด
“หญิงแพศยาผู้นี้ก็บังอาจจริงๆ ปลุกปั่นปัญหาทั้งสองฝ่ายเห็นได้ชัดว่าคิดจะยุแหย่ความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างเ้ากับข้า” ไป๋หย่งชุนพูดอย่างเ็า “คนรับใช้ ลากนางออกไปโบย!”
“ขอรับ!” ไป๋หย่งชุนสั่งก็มีผู้ติดตามถือไม้ไผ่เข้ามาจะลากปี้ชิงออกไปทันที
ปี้ชิงใจนหน้าซีดขอความเมตตาติดต่อกัน“ท่านโหวไว้ชีวิตด้วย!ซื่อจื่อโปรดช่วยข้าด้วย ข้าพูดทั้งนั้น ขอเพียงข้ารู้ข้าพูดทั้งนั้นซื่อจื่อช่วยข้าด้วย!”
ไป๋ซีอวิ๋นโบกสัญญาขายตัวใบนั้นในมือ“เมื่อครู่พ่อตาเพิ่งมอบคนให้ข้าก็เป็คนในลานบ้านข้าแล้ว ท่านพ่อ มอบนางให้ลูกค่อยๆ ไปลงโทษดีกว่า”
ปี้ชิงถูกลากไปข้างนอกไปะโเสียงอู้อี้ไป “ข้าขอติดตามซื่อจื่อ ข้าจะตั้งใจรับใช้ฮูหยิน ซื่อจื่อโปรดไว้ชีวิตข้าข้ายอมเป็วัวเป็ม้าตอบแทนซื่อจื่อ!”
“ว่าอย่างไร เ้าตั้งลานบ้าน ข้าก็จัดการแม้แต่คนในลานบ้านเ้าไม่ได้?” ไป๋หย่งชุนหน้าขรึม ในใจร้อนรนเหมือนไฟเผาเพราะปี้ชิงรู้ทุกอย่างถึงยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้!
“ท่านพ่ออย่าได้โมโห ลูกเพียงอยากสั่งสอนคนที่บังอาจใส่ร้ายท่านพ่อแทนท่านยุแหย่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับข้าและยุแหย่ความสัมพันธ์ระหว่างสกุลไป๋กับสกุลฉีเช่นนี้ ไม่แน่ว่าอาจมีคนเสี้ยมสอน? ยามนี้ฆ่านางเบาะแสก็หายไปแล้วไม่ใช่หรือ”
“ไม่มีเื่อะไรทั้งนั้น สาวใช้นางหนึ่งพูดจาเหลวไหลยังคู่ควรให้เ้าเชื่อ? เ้าไม่เชื่อภรรยาเ้า ไม่เชื่อพ่อเ้าด้วย?”ไป๋หย่งชุนลุกขึ้นโบกมือกระทืบเท้าแทบจะไปหักคอของปี้ชิงด้วยตนเองนางจะได้ไม่พูดส่งเดชอีก “ลากออกไปตีให้ตายทันที ตีให้ตายทันที!”
บีบให้ไป๋หย่งชุนโกรธจนหน้าซีดเช่นนี้ได้ไป๋ซีอวิ๋นก็ไม่พูดมากอีก ปี้ชิงรังแกฉีเมี่ยวครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังกลับสกุลฉีไปยุแยงตะแคงรั่วนับว่าตายไม่สาสมกับความผิด เคาะภูผาะเืพยัคฆ์[1]ก็ได้ผลแล้วหรือจะปล่อยให้อันตรายแฝงเร้นที่อาจช่วยเหลือศัตรูได้ทุกเมื่อเช่นนี้รั้งอยู่ข้างกายตน?
ไป๋ซีอวิ๋นจึงไม่พูดอะไรมองปี้ชิงถูกลากออกไป หลงเหลือคราบน้ำคดเคี้ยวน่าสงสัยบนพื้น
ไม่นานข้างนอกก็แว่วเสียงขอความเมตตาและเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปปะปนกับเสียงไม้ไผ่กระทบเนื้อหนัง
ในห้องเงียบกริบบรรยากาศเย็นะเืราวกับเข้าสู่ฤดูหนาวทุกคนถูกเสียงร้องโหยหวนของสาวใช้และสภาพน่าเวทนาที่จินตนาการได้ในหัวทำให้สันหลังเย็นวาบ
มีเพียงไป๋ซีอวิ๋นยังคงเยือกเย็นไม่ขมวดคิ้วสักครั้งด้วยซ้ำ
ทุกคนที่ผิดต่อฉีเมี่ยวล้วนสมควรตาย!
สีหน้าของเขาไม่ใช่หม่นหมองเหลืองคล้ำเต็มไปด้วยความอึมครึมเหมือนไม่กี่วันแรกอีก แต่เปลี่ยนเป็ขาวซีดเหนื่อยล้าบัดนี้แม้สีหน้าอาการป่วยเช่นนี้ยังคงอ่อนแอ แต่ไม่ใช่คนใกล้ตายอีกต่อไป
ไป๋หย่งชุนมองไป๋ซีอวิ๋นด้วยหางตาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเกลียดชัง ใกล้ตายแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว! ถ้าอีกฝ่ายไม่ตาย ความปรารถนาของตนจะเป็จริงได้อย่างไรปรึกษากับฉีหย่งมานานเพียงนี้แล้ว เห็นหญิงงามน้อยนั้นเดินไปเดินมาตรงหน้าแต่กลับไม่อาจแตะต้องนี่ทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าอะไรแต่ไหนแต่ไรเขาไม่เชื่อเื่ปาฏิหาริย์เช่นแก้เคล็ดอะไรจะได้ผลผู้ใดจะคิดว่าหญิงงามนางนั้นจะเป็คนนำโชคจริงๆ ถึงขั้นลากศพแห้งออกจากโลงได้
ไป๋หย่งชุนกลุ้มใจไม่รู้จบเงยหน้ากะทันหันกลับเห็นไป๋ซีมู่มองไปมองมาระหว่างเขากับไป๋ซีอวิ๋นเหมือนคิดอะไรอยู่ ในใจหวาดกลัวเขาจึงรีบสำรวมอารมณ์ที่เปิดเผยออกมาโดยไม่ตั้งใจเมื่อครู่โดยธรรมชาติ
“เรียนท่านโหวซื่อจื่อ สาวใช้นางนั้นตายแล้ว”
ไป๋ซีอวิ๋นหลุบตา
ไป๋หย่งชุนโล่งใจ“ฝังเสียเถอะ”จากนั้นหันไปยิ้มพูดกับแม่ทัพฉี ”เมื่อครู่ล่วงเกินแล้วจริงๆแม่ทัพฉีโปรดอย่าได้ถือสา”
ฉีหย่งใจนเหงื่อออกท่วมหลังตั้งนานแล้วต่อให้ส่วนตัวทำ ‘การค้า’ สกปรก ถึงอย่างไรก็ไม่หวังให้คนรู้ในใจชื่นชมอานลู่โหวช่างมีไหวพริบ จับหญิงแพศยานางนั้นออกไปตีจนตายแล้ว มิฉะนั้นหากเผยแพร่ออกไปพวกเขาสองคนก็ไร้เกียรติไม่ใช่หรือ
ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มแย้ม“โชคดีที่สาวใช้นางนั้นตายแล้ว พูดจาเหลวไหลไม่ได้อีกนับเป็เื่ดี”
ประโยคเดียวพูดเสียงในใจของไป๋หย่งชุนกับฉีหย่งออกมาสองคนกลับต่างคนต่างมองไปทางอื่นราวกับถูกเปิดโปงความคิด
ไป๋ซีอวิ๋นบรรลุเป้าหมายในวันนี้แล้วเคาะภูผาะเืพยัคฆ์เป็เพียงจุดเริ่มต้น ชีวิตในวันหน้ายังต้องผ่านไปช้าๆเขายังเหลือเวลาอีกสี่ปีปูเส้นทางใหญ่ราบเรียบให้ฉีเมี่ยวไม่จำเป็ต้องใจร้อนในชั่วครู่เดียว
นึกถึงตรงนี้ไป๋ซีอวิ๋นลุกขึ้นยืนช้าๆ จับพนักแขนเก้าอี้หลับตารอให้หายวิงเวียนชั่วครู่ถึงพูดอย่างถ่อมตน“ท่านพ่อตา ลูกเขยรู้สึกไม่สบาย คงต้องขอตัวกลับไปพักผ่อนวันนี้จบเื่แล้ว ขอบคุณท่านที่มาส่งคนด้วยตนเอง ถ้าท่านแม่ยายรักสงสารสาวใช้นางนั้นคราวหน้าลูกเขยจะไปขอโทษถึงจวน”
“ลูกเขยเอ๋ย เ้าพูดเกินไปแล้ว” ฉีหย่งโล่งใจตบไหล่ไป๋ซีอวิ๋นอย่างสนิทสนม “สาวใช้นางนั้นมีจิตใจชั่วร้ายตายไม่สาสมกับความผิด ขอเพียงเ้าไม่เชื่อคำพูดของนางก็พอ”
“แน่นอนว่าไม่เชื่อลงโทษตักเตือนนางสักหน่อยเพื่อระบายอารมณ์ให้เมี่ยวเอ๋อร์ เพียงข่มขู่นางสักหน่อยถ้านางซัดทอดออกมาได้ก็ยิ่งดี ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไร”
ไป๋หย่งชุนกับฉีหย่งโล่งอกพร้อมกันเดิมทีไป๋ซีมู่เพียงได้ยินข่าวลือแต่ไม่ได้รับการยืนยันถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาตอบสนองว่องไว ยังต้องถูกเด็กสารเลวผู้นี้เปิดโปงความจริง!
ไป๋ซีอวิ๋นทำความเคารพอำลาทุกคนผู้าุโยิ้มพยักหน้ากล่าวอำลา
เห็นเขาไปไกลแล้วไป๋หย่งชุนก็นัดแม่ทัพฉีไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ พูดกับไป๋ซีมู่ว่า “ข้ากับพ่อตาไปเดินเล่น เ้าสั่งคนเตรียมอาหารเย็นอีกเดี๋ยวพวกเราจะดื่มสักหน่อย”
ไป๋ซีมู่ย่อมไม่ปฏิเสธรับปากทำความเคารพ
แต่มองเงาร่างของบิดากับแม่ทัพฉีสองคนพูดไปหัวเราะไปในใจกลับเกิดความรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก
บิดาของตนตนย่อมรู้ดีที่สุดพูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะไป๋หย่งชุนเป็บิดาแท้ๆ ของเขา เขาคงดูถูกคนที่เห็นหญิงงามก็ก้าวขาไม่ออกเช่นนี้อีกทั้งสองวันนี้สังเกตดูก็พบว่าไป๋หย่งชุนกระตือรือร้นต่อฉีเมี่ยวอยู่บ้างจริงๆ
เพียงแต่คนเป็บิดาอยากได้ภรรยาของบุตรชายไม่สมเหตุสมผลโดยแท้ เป็ผู้ใดก็ทนไม่ได้ มิน่าเล่าพี่รองได้ยินข่าวแล้วอดโมโหไม่ได้ถ้าเขาเพิ่งแต่งภรรยาสาวงามยังเชยชมไม่พอก็ถูกไป๋หย่งชุนคิดถึงเกรงว่าเขาคงยิ่งใจสลาย
ไป๋ซีมู่สั่งคนจัดเตรียมอาหารเย็นจากนั้นกลับห้องหนังสือเรือนนอก วาดภาพที่เขายังวาดไม่เสร็จต่อไป
ส่วนไป๋ซีอวิ๋นกลับห้องนอนเดิมทีเดินเงียบๆ เพราะกลัวรบกวนฝันหวานของฉีเมี่ยว เมื่อเดินถึงบริเวณหน้าต่างกลับเห็นฉีเมี่ยวตื่นแล้วนอนตะแคงอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้าน ลืมตาชุ่มฉ่ำพร่ามัวเหม่อลอย
เห็นเขากลับมาฉีเมี่ยวได้สติ ค้ำตัวลุกขึ้นพูดอย่างเขินอาย “อาจาว ท่านกลับมาแล้วเมื่อครู่ข้าผล็อยหลับ ไม่รู้เลยว่าท่านไปยามใด”
นางเรียกเขาว่าอาจาวอย่างคล่องปากเช่นนี้อีกทั้งท่าทางผมยาวยุ่งเหยิงหน้าแดงก่ำนี้ช่างน่าหลงใหลจริงๆ
ไป๋ซีอวิ๋นนั่งลงข้างเตียงยิ้มพูดอย่างเหนื่อยล้า “ไม่เป็ไร นอนต่อเถอะ”
เขาไม่ได้พูดเสียดสีอย่างแน่นอน
แต่เพราะเขาควบคุมสีหน้ากับทำนองเสียงได้อย่างแปลกประหลาดฉีเมี่ยวฟังแล้วอดคิดมากไม่ได้
ถ้าเป็สตรีสมัยโบราณขนานแท้เกรงว่ายามนี้คงต้องหน้าแดงรู้สึกผิด โชคดีที่ฉีเมี่ยวมั่นใจหน้าหนาแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจพูดว่า “ท่านนอนลงข้าจับชีพจรให้ท่าน”
สำหรับวิชาแพทย์ของฉีเมี่ยวที่จริงไป๋ซีอวิ๋นไม่เชื่อ แต่ในลานบ้านยังมีท่านหมอหลี่พักอยู่ ในเมื่อนางชอบก็เล่นตามน้ำกับนางไปแล้วกัน
ไป๋ซีอวิ๋นจึงถอดเสื้อแล้วนอนลงปล่อยนางทรมานเขาอย่างให้ความร่วมมือ
หลังจากฉีเมี่ยวตรวจรักษาก็นวดตามจุดฝังเข็มให้เขาฝีมือเชี่ยวชาญลงแรงเหมาะสม ไม่นานไป๋ซีอวิ๋นก็หลับไปอย่างสบายตัว
ผู้ใดจะรู้ว่าเขาเพิ่งนอนหลับข้างนอกก็มีสาวใช้รายงานเสียงเบา “ซื่อจื่อฮูหยินข้างนอกมีคนที่เหมือนจะเป็คุณชายลั่ว บอกว่าพาคนมาเ้าค่ะ”
[1] เคาะภูผาะเืพยัคฆ์ สำนวนจีน มีความหมายว่าตั้งใจกระทำการบางอย่างต่อคนผู้หนึ่งให้สื่อความเตือนคนอีกผู้หนึ่งไปในคราวเดียว