บทที่ 10 เจียวเจียวมาหาเจิ้นหรือ
จ้าวหนิงเจียวมองเห็นท่าทีของนางแล้วก็นึกเอ็นดูยิ่งนัก “เ้าจะกลัวไปไย ข้าไม่ได้้าให้เ้าเข้าไปด้วยเสียหน่อยเ้าเพียงหลบอยู่บริเวณใกล้ๆ แถวนั้นก็พอแล้ว”
“ไม่ได้นะเ้าคะคุณหนูจะออกไปเสี่ยงอันตรายเพียงลำพังได้อย่างไรคุณหนูต้องให้บ่าวเข้าไปด้วยนะเ้าคะ หากเกิดอะไรขึ้นก็เอาบ่าวโยนออกไปรับหน้าไว้แทนได้เ้าค่ะ” เสี่ยวซินแม้จะรู้สึกหวาดกลัวมากเพียงใดแต่ก็ไม่ลืมที่จะทำหน้าที่ปกป้องผู้เป็นาย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”จ้าวหนิงเจียวหัวเราะเสียงดังด้วยความเบิกบานใจ “ข้าเพียง้าไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้มิได้้าออกไปสู้รบกับศัตรูเสียหน่อย เด็กโง่เอ๊ย”
เสี่ยวซินยกมือขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ ‘เอ่อออ…นางมีอายุมากกว่าคุณหนูตั้งสองปีเชียวนะแต่เหตุใดคุณหนูถึงได้มองนางเป็เด็กน้อยไปได้เล่าเื่นี้มันช่างน่าอายเกินไปแล้ว’ แต่นางก็ทำได้เพียงหัวเราะแหะๆ
ณ ตำหนักเฉียนชาง ในห้องทรงพระอักษร
“ชาวเผ่ายู่ฉงชักจะกำแหงเกินไปแล้วพวกมันกล้ามาปล้นเสบียงอาหารของพวกเราก็มากเกินพอแต่นี่พวกมันยังกล้าจับตัวท่านแม่ทัพใหญ่จ้าวไปเป็ตัวประกันอีกเพื่อเรียกร้องให้พวกเาาวแคว้นชางส่งมอบเสบียงอาหารเป็เมล็ดธัญพืชขนใส่รถม้ามากถึงยี่สิบคัน และม้าพันธุ์ดีอีกหนึ่งร้อยตัวเสด็จพ่อ! พวกเราจะทำอย่างไรกันดีพ่ะย่ะค่ะ” หวงฉือเทียนซึ่งเป็องค์ชายรัชทายาทกล่าวขึ้นอย่างโมโห
“เสด็จพ่อได้โปรดออกพระราชโองการให้ลูกเป็ผู้นำทัพออกศึกเพื่อกำจัดชาวยู่ฉงให้สิ้นซากด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หวงเนี่ยนเจินซึ่งเป็องค์ชายสามมีท่านตารั้งตำแหน่งท่านแม่ทัพใหญ่ ประจำอยู่ทางทิศเหนือของแคว้นชางกล่าวขึ้นอย่างฮึกเหิม
ฮ่องเต้ขมวดพระขนงมุ่นมองดูพระโอรสของตนถกเถียงกันไปมาอยู่หลายชั่วยามแล้วอย่างเคร่งเครียดสายพระเนตรเหลือบไปเห็นหวงเฟยหลงซึ่งเป็พระโอรสองค์รองที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่ปริปากกล่าวอันใดออกมาั้แ่ต้นจนจบ ก็นึกสงสัยเลยตรัสถาม
“หลงเอ๋อร์เ้าไม่มีความคิดใดที่จะกล่าวกับพ่อเลยหรือ”
บุรุษหนุ่มชุดดำในวัย 19 ปีส่วนสูง 190 เิเ คิ้วคมเข้มดุจกระบี่รับกับจมูกโด่งเป็สันได้อย่างลงตัวแต่ส่วนที่พิเศษที่สุดบนใบหน้าของเขาก็คือ ดวงตาหงส์อันคมกริบราวใบมีดซึ่งซ่อนความร้ายกาจไว้อย่างล้ำลึกเกินคาดเดา คล้ายว่าสามารถอ่านคนให้ทะลุถึงใจได้กำลังจ้องมองไปทางฮ่องเต้
อึก! ฮ่องเต้กลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง ‘เหตุไฉนพระโอรสองค์รองของตนถึงได้ดูน่ากลัวขนาดนี้กันนะและั้แ่เมื่อใดกันที่พระองค์รู้สึกหวาดกลัวพระโอรสของตนเอง’ เื่นี้ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมากจึงตรัสเสียงเหี้ยมเพื่อกลบเกลื่อนความอาย
“เจิ้นถามเหตุใดถึงยังไม่ตอบอยู่อีก”
พรึ่บ! หวงเฟยหลงสะบัดอาภรณ์คุกเข่าหนึ่งข้างก่อนกล่าว “ที่ลูกมิได้เอ่ยตอบเสด็จพ่อเป็เพราะว่าลูกมิได้มีความคิดเห็นอันใดที่ดีไปกว่าเสด็จพี่รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นรึ”ฮ่องเต้ยังคงตรัสถามเสียงเย็นอีกครั้ง ด้วยความสงสัย
“พ่ะย่ะค่ะ”หวงเฟยหลงแสดงท่าทีถ่อมตน
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นแล้วก็ทรงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง “เอาล่ะ พวกเ้าก็ออกไปเข้าร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาได้แล้ววันนี้มีองค์หญิงใหญ่จากแคว้นเจาเดินทางร่วมกับคณะทูตเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นชางของพวกเราด้วยพวกเ้าคนใดคนหนึ่งก็เตรียมตัวให้ดีเถิด”
องค์ชายทั้งสามพระองค์จ้องมองหน้ากันไปมาอย่างเคร่งเครียด ‘ที่เสด็จพ่อทรงตรัสเช่นนี้นั่นไม่เท่ากับว่าจะต้องมีองค์ชายพระองค์หนึ่ง ต้องรับพระชายาแล้วหรอกหรือ’ความกังวลใจปรากฏให้เห็นชัดบนหน้าขององค์ชายรัชทายาทและองค์ชายสามส่วนองค์ชายรองนั้นรอดตัวไป เพราะเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วนั่นก็คือ จ้าวเฟยเฟิ่งบุตรสาวคนรองของท่านแม่ทัพใหญ่จ้าวนั่นเอง
จ้าวหนิงเจียวซึ่งเร้นกายแอบดักฟังอยู่ รีบถอยห่างออกไปไกลแล้วแกล้งเดินกลับเข้ามาใหม่ ราวกับว่านางเพิ่งจะเดินมาถึงพอดี
“คารวะองค์ชายทั้งสามเพคะ”หญิงสาวในเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาวก้มศีรษะย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมปฏิบัติ
“เ้าคือผู้ใดหรือ”องค์รัชทายาทเอ่ยถามอย่างนุ่มนวลทว่าไม่ถ่อมตนเขารู้สึกสงสัยเป็อย่างมากเพราะสถานที่ต้องห้ามเช่นนี้ บุคคลภายนอกที่มิได้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสตรีห้ามเยื้องกรายเข้ามาโดยเด็ดขาด‘นางเป็ใครกันแน่ถึงสามารถเข้ามาได้ และดูเหมือนว่าพวกองครักษ์ขันที และนางกำนัล ในตำหนักเฉียนชางจะคุ้นเคยกับนางเป็อย่างดี’
จ้าวหนิงเจียวกำลังจะเงยหน้าขึ้นมากล่าวตอบ แต่แล้ว “เหตุใดพวกเ้าถึงยังไม่รีบไปอีกต้องรอให้เจิ้นเดินออกไปส่งพวกเ้าด้วยเช่นนั้นรึ” พระสุรเสียงโเี้แฝงไปด้วยจิตสังหารอันเต็มเปี่ยมอย่างไม่คิดปิดบังของฮ่องเต้ดังก้องกังวาน
“ลูกจะรีบพากันออกไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทรีบะโตอบฮ่องเต้ แล้วลากน้องชายสองคนเดินจากไปทันที
หวงเฟยหลงขมวดคิ้วแน่นจนเป็ปม เขาหันหลังกลับไปมองหญิงสาวคนนั้นทั้งที่ตัวเองยังคงถูกองค์รัชทายาทฉุดลากแขนพาเดินออกไปไกลแล้ว ‘เหตุใดเขาถึงได้รู้สึกว่าสตรีตรงหน้านี้มีน้ำเสียงที่ดูคุ้นเคยยิ่งนัก นางเป็ใครกันแน่? แล้วเหตุใดเสด็จพ่อถึงได้ดูร้อนรนขนาดนั้นเมื่อเห็นว่าพวกตนกำลังยืนพูดคุยอยู่กับนาง’
“เจียวเจียวมาหาเจิ้นหรือ” ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ในห้องทรงพระอักษรตรัสถามคนที่อยู่ด้านนอก
จ้าวหนิงเจียวหันหน้าไปมองขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก่อนพอเห็นว่าเขาพยักหน้าให้ตนแล้ว จึงถอดเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกออกจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องด้วยท่วงท่าอันงดงามประหนึ่งนางพญาหงส์
ฮ่องเต้ที่สายพระเนตรจดจ้องอยู่ตรงหน้าประตูนานแล้วถึงกับตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง หญิงสาวแม้อายุยังน้อยแต่เครื่องหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่เปรียบ นางสวมชุดสีแดงเพลิงแสบตา ปักดิ้นทองลายหงส์ชุดนี้พอมาสวมอยู่บนตัวนางแล้ว ยิ่งขับเน้นสง่าราศีให้ดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ซึ่งความงามที่เปล่งประกายออกมาจากตัวหญิงสาวนั้นแม้แต่ฮองเฮาก็ยังมิอาจเทียบได้
“ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงส่งมอบชุดนี้มาให้หม่อมฉันได้สวมใส่นับว่าเป็บุญวาสนาของหม่อมฉันยิ่งนักเพคะ” จ้าวหนิงเจียวส่งแววตาหวานหยดย้อยไปทางฮ่องเต้พร้อมเผยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ที่กระชากใจเพศตรงข้ามทำเอาฮ่องเต้ใจลอยไปไกลแสนไกลแล้ว
“ฝ่าา”หญิงสาวเห็นว่าฮ่องเต้นิ่งเงียบไปจึงเอ่ยปากเรียกสติพระองค์อีกครั้ง
ฮ่องเต้ได้สติโดยพลัน แต่เมื่อทอดพระเนตรเห็นชุดที่หญิงสาวสวมใส่อีกครั้งพระองค์ถึงกับต้องขมวดพระขนงแน่น “เจียวเจียวเหตุใดเ้าถึงสวมใส่ชุดนี้” พระสุรเสียงไม่อ่อนโยนเหมือนเช่นเคย
ตุบ! หญิงสาวรีบคุกเข่าโขกศีรษะทันที นางสะอื้นไห้กล่าวอย่างหวาดกลัว “อันที่จริงหม่อมฉันก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองนั้นมิคู่ควรกับชุดอันสูงส่งและล้ำค่าที่ฝ่าาทรงตั้งใจให้นางกำนัลในพระราชวังไปส่งถึงมือหม่อมฉันที่จวนตระกูลจ้าว แต่หม่อมฉันคิดว่าหากตนมิสวมใส่ตามพระประสงค์อาจเป็การขัดต่อพระบัญชา จึงได้แต่ก้มหน้าสวมใส่ออกมา ฝ่าา! หม่อมฉันผิดไปแล้วโปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ ฮือ ฮือ ฮือ”
โฉมสะคราญร่ำไห้ปานใจจะขาด ฮ่องเต้เห็นแล้วก็ใจอ่อนยวบท่าทีที่แข็งกร้าวดุดันเมื่อสักครู่จึงอ่อนลง
“เอ่อออ…เจียวเจียวเ้าอย่าร้องเลยนะ เจิ้นมิได้ตั้งใจจะต่อว่าเ้าจริงๆ เสียหน่อย”ฮ่องเต้รีบเข้าไปประคองหญิงสาวตัวน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมกอดพร้อมยกพระหัตถ์ขึ้นไปลูบศีรษะนางเบาๆอย่างอ่อนโยนด้วยความรักและทะนุถนอมเป็อย่างยิ่ง
“ชุดนี้มีเหมาะกับเ้าเดี๋ยวเจิ้นจะให้คนนำชุดใหม่มาให้เ้าเปลี่ยนดีหรือไม่”
“อื้ม!หม่อมฉันเชื่อฟังพระองค์ทุกอย่างเพคะ” หญิงสาวเงยหน้ากล่าวด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ดูไร้เดียงสายิ่งนัก จนทำให้ฮ่องเต้รู้สึกมึนงงและสับสนไปชั่วขณะ ‘ก่อนหน้านี้ หรือจะเป็ตัวของพระองค์เองที่คิดมากเกินไปจนเผลอตัดสินไปเองว่าจ้าวหนิงเจียวคือสตรีมากเล่ห์ ดูอย่างวันนี้สินางโดนคนอื่นลอบวางแผนเล่นงานให้สวมใส่ชุดหงส์มางานเลี้ยงก็ยังไม่รู้ตัวอีกและหากนางไม่ได้เข้ามาทักทายพระองค์ก่อนแล้วละก็…คงต้องตกลงไปในกับดักของคนอื่นเป็ที่เรียบร้อย’