บทที่ 8 วันเวลาดี ๆ
เมื่อถึงเวลากินข้าว เซียวหย่งฝูและเซียวหยวนหลางก็อุ้มผู้เฒ่าเซียวเข้ามา
“ข้าแก่ชราจวนจะลงโลงอยู่แล้ว เ้าจะย้ายข้าไปมาทำไมกัน”
ถึงแม้เซียวหย่งฝูจะรับบิดามาอยู่ด้วย แต่ชายชราก็ยังมีท่าทีหมดอาลัยตายอยาก
เซียวหย่งฝูวางเขาไว้ข้าง ๆ เซียวหน่วนหยาง แล้วส่งยิ้มซื่อ ๆ มาให้
“ท่านพ่อ ท่านอย่าโกรธหรือคิดว่าไม่เคารพกันเลย ตอนนี้ก็แยกบ้านแล้ว อย่างไรครอบครัวของเราก็ต้องมาก่อน”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ อย่างคำกล่าวที่ว่า ‘ผู้คนรอด แต่ต้นไม้ตาย’ ที่พวกเราย้ายออกมาครั้งนี้ก็เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว”
ผู้เฒ่าเซียวสะดุ้งเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงของลูกสะใภ้ แต่ที่นางพูดก็ฟังมีเหตุผล
หลังจากที่หลินซื่อพูดจบ นางก็วางเ้าก้อนแป้งตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนของผู้เฒ่าเซียว
“ท่านพ่อ นี่คือลูกคนที่ห้าของพวกเราชื่อว่า หน่วนหยาง”
“ท่านปู่ นี่คือน้องสาว น้องฉลาดมาก”
“และน้องยังงดงามด้วย!”
พี่ชายต่างชื่นชมน้องสาวของตนไม่หยุด ผู้เฒ่าเซียวที่อุ้มเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนก็ยิ้มจนเห็นเหงือก
เ้าก้อนแป้งทั้งมีความสุขและเบิกบานใจ พี่ชายช่วยพูดมากกว่านี้เถอะ ข้าอยากฟัง
ผู้เฒ่าเซียวไม่คาดคิดว่าทารกแรกเกิดอย่างเ้าก้อนแป้งจะดูเหมือนเข้าใจคำพูดได้ทุกคำ จึงกล่าวอย่างประหลาดใจ “เด็กคนนี้ฉลาดจริง ๆ”
ชายชราเกร็งแขนเล็กน้อย ตัวเด็กนุ่มนิ่มจนเขาไม่รู้จะอุ้มอย่างไร
ดวงตาดำขลับของเ้าก้อนแป้งเคลื่อนไหวไปมา ปากเล็ก ๆ ขยับโค้งเป็รอยยิ้ม ทำให้ผู้เฒ่าเซียวรู้สึกชื่นใจ
มือเล็กขาวนุ่มยื่นออกมาดึงเคราของชายชราเบา ๆ “หือ มือน้อย ๆ คู่นี้แข็งแรงมาก!”
ผู้เฒ่าเซียวหัวเราะชอบใจ ความหดหู่ที่แต่เดิมมีเต็มอกพลันสลายหายไป
“พานางออกไปเถอะ” ผู้เฒ่าเซียวมองหลานสาวตัวน้อยด้วยความเอ็นดู “เดี๋ยวเด็กจะติดโรคจากข้า”
เ้าก้อนแป้งกำหมัดป้อม ๆ มีข้าอยู่ก็เหมือนการได้รับพร จะไปเจ็บป่วยได้อย่างไร!
“ท่านพ่ออย่าคิดมากเลย ข้าและทุกคนจะหาทางรักษาท่านให้หาย” หลินซื่อกล่าวทั้งที่ยังไม่ได้รับเด็กน้อยกลับมา
หลังจากนอนไปทั้งวัน อารมณ์ของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
แต่ก่อนตอนที่ยังอยู่บ้านหลังเก่า หากไม่ทอดถอนใจก็ต้องโทษฟ้าดิน ถูกผู้เป็ภรรยาคอยแดกดันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ตอนนี้เมื่อได้ห่างจากสถานการณ์เดิม ๆ คำพูดคำจาของเขาจึงเริ่มกลับมาเป็ปกติมากขึ้น
“อาหารมาแล้ว!” ในขณะที่ผู้เฒ่าเซียวกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง เซียวหย่งฝูและลูกชายก็นำอาหารเข้ามาเสียก่อน
คนอื่น ๆ มองจนน้ำลายจะไหลอยู่แล้ว แม้แต่เซียวหน่วนหยางในอ้อมแขนของผู้เฒ่าเซียวก็ยังถูกดึงดูดด้วยกลิ่นนี้
เด็กน้อยร้องอ้อแอ้ นางต้องรอให้ท่านแม่กินข้าวให้เสร็จก่อน ถึงจะสามารถดื่มนมได้
เ้าก้อนแป้งรู้สึกหนักใจ เมื่อใดร่างเล็ก ๆ นี้จะเติบโตเสียที!
มื้ออาหารค่ำของวันนี้นับว่าเป็มื้อที่ดีที่สุดของครอบครัวเซียวหย่งฝูในรอบหลายปี
ซุปปลาใส่เห็ด ผัดเนื้อกระต่าย ผัดไข่ ผัดเห็ด ปลาหนีชิวทอด
ผู้เฒ่าเซียวมองอาหารบนโต๊ะด้วยความงุนงง “นี่คือ...”
อาหารเต็มโต๊ะ!
เขารู้ดีว่าเมื่อก่อนเวลามีของดี ๆ ภรรยาและครอบครัวเ้ารองจะแอบกินไปก่อนแล้ว
ไหนเลยจะเหลือมาถึงครอบครัวของเซียวหย่งฝูได้
ยิ่งตัวเขาที่นอนติดเตียงขยับตัวไม่ได้นั้นยิ่งแล้วใหญ่
เซียวหย่งฝูเห็นพ่อของตนตกตะลึงจึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ ครอบครัวของเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน”
ผู้เฒ่าเซียวพูดอย่างตื่นเต้น “ดี ๆ!”
เซียวหย่งฝูคีบผักลงในชามเตรียมป้อนผู้เฒ่าเซียว
“ท่านพี่เดี๋ยวข้าทำเอง” หลินซื่อคิดจะทำแทน
เซียวหย่งฝูกล่าวเลี่ยง “เ้ารีบกินเถอะ เื่อื่นไม่ต้องลำบากหรอก”
หยวนหลางที่อยู่ด้านข้างแย่งชามมา “ข้าป้อนท่านปู่เอง”
เมื่อเห็นการแสดงออกที่มีความสุขของคนในครอบครัว ผู้เฒ่าเซียวก็ตั้งตารอชีวิตในอนาคตเช่นกัน
“ไป ๆ ปิดประตูเถอะ จะได้กินข้าวกันเสียที” หลินซื่อคิดว่าไม่ควรปล่อยให้กลิ่นฟุ้งไปด้านนอก แต่กลับลืมปิดหน้าต่าง
แม้ทั้งหมู่บ้านจะไม่ได้กลิ่นหอมนี้ แต่เพื่อนบ้านย่อมได้กลิ่นอาหารอย่างชัดเจน
ในบ้านของหลิวเหล่าหาน หยางซื่อผู้เป็ภรรยาได้กลิ่นหอมพลางบ่นพึมพำ “บ้านไหนกันที่กินเนื้อ!”
หมู่บ้านหลิวกังอยู่ใกล้กับูเา ผู้คนส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพล่าสัตว์ขาย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากของที่สามารถล่าได้ใน่สองสามปีนี้มีอย่างจำกัด ดังนั้นเมื่อพวกมันถูกล่า คนจะไม่นิยมเก็บไว้กินเอง แต่จะนำไปแลกเป็เงินและอาหาร
หลิวเหล่าหานหลุบตาลงสูบใบยาสูบพลางกล่าวขึ้นมาช้า ๆ “เ้ายุ่งไม่เข้าเื่ ไปทำกับข้าวไป”
หยางซื่อถูจมูกด้วยมือคล้ำแดดของตนเอง “บ่ายวันนี้ลูกชายสกุลเซียวสองคนเพิ่งกลับลงมาจากูเา ทั้งยังแบกตะกร้าไว้บนหลัง หรือว่าพวกเขาจะได้ของดีมา?”
หลิวเหล่าหานสูบต่อ “เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ใคร ๆ ก็รู้ว่าครอบครัวนั้นโชคร้ายขนาดไหน จะไปเก็บของดี ๆ มาได้อย่างไร”
แม้ว่าหยางซื่อจะรู้สึกว่าสามีพูดถูก แต่กลิ่นนั่นช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน นางกล่าวพลางกลืนน้ำลาย “ไม่รู้แล้ว ข้าต้องไปดูสักหน่อย”
ว่าแล้วนางก็ลุกจากเตียงเตาวิ่งออกไป หนังตาของหลิวเหล่าหานกระตุก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“อาหลิน อยู่หรือไม่” หยางซื่อะโขณะที่เดินตรงเข้าไปในลานบ้าน
เมื่อแม่ไก่เห็นว่ามีคนมา มันก็กระพือปีกเดินเข้ามาส่งเสียงร้อง
“เอ๊ะ นี่ไก่ที่ไม่ออกไข่นี่” หยางซื่อยิ้มเยาะเย้ย “หลีกไป”
เมื่อแม่ไก่ได้ยินหยางซื่อพูดว่ามันออกไข่ไม่ได้ มันก็โกรธมากจนตีปีกพุ่งเข้าหา ทำให้หยางซื่อสะดุ้งด้วยความใ
ไก่คลั่ง!
“อาหลิน มา มานี่เร็ว!” หยางซื่อถูกแม่ไก่แก่ไล่จิกไปทั่วทั้งลานบ้าน
เมื่อนางวิ่งไปถึงโถงทางเดินก็เห็นอ่างที่เต็มไปด้วยปลาหนีชิว ดวงตาของหยางซื่อก็เปล่งประกายทันที
ตอนหยางซื่อมาถึง ครอบครัวของเซียวหย่งฝูก็กินอาหารกันเสร็จแล้วและกำลังเก็บจานอยู่ แต่กลิ่นหอมยังคงอบอวลไปทั่วห้อง
ใครจะไปคิดว่าหยางซื่อจะถูกแม่ไก่ไล่จิก บุตรชายสกุลเซียวอาศัยจังหวะนี้รีบเก็บข้าวของและไล่กลิ่นออกไป
หยางซื่อวิ่งจนแทบหมดแรง ในตอนนั้นเอง เซียวหย่งฝูก็เปิดประตูออกมาและกล่าวเบา ๆ “ทำไมสะใภ้หลิวถึงมามีเื่กับแม่ไก่ได้เล่า”
เพียงเขาตั้งท่าจะไล่แม่ไก่ มันก็วิ่งหนีไปซะแล้ว
เมื่อหยางซื่อเดินเข้ามาในห้อง เห็นเพียงโต๊ะที่สะอาดหมดจดและกลิ่นจาง ๆ
ผู้เฒ่าเซียวถูกอุ้มกลับไปพักในห้องแล้ว จึงเหลือเพียงหลินซื่อที่กำลังให้นมเซียวหน่วนหยางอยู่ “สะใภ้หยางมาทำอะไรที่นี่ ครอบครัวข้ายังยุ่ง ๆ อยู่เลย”
เ้าก้อนแป้งแอบใ ในใจคิดว่าถ้าผู้หญิงคนนี้กล้าที่จะสร้างเื่วุ่นวายละก็ นางจะส่งสายฟ้าฟาดให้ดำเป็ตอตะโกไปเลย!
หยางซื่อเหงื่อออกท่วมตัว เหลือบมองทารกที่กำลังกินนม แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงพิลึกพิลั่น “ข้าแค่มาดูว่ามีใคร้าความช่วยเหลือหรือไม่”
พูดจบก็เดินไปรอบ ๆ ห้อง น่าเสียดายที่บ้านหลังนี้นอกจากเตียงกับโต๊ะแล้วก็ไม่มีของอย่างอื่นอีกเลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาหาร
หลินซื่อก้มศีรษะลงแล้วลอบยิ้ม ซ่อนสายตาเยาะเย้ย “บ้านหลังนี้ขาดทุกอย่าง เว้นเสียแต่ไม่ขาดคน”
ห้องที่หลินซื่อนอนมีประตูเชื่อมต่อกับห้องครัว ประตูที่ผุพังถูกเซียวหย่งฝูรื้อออกไปแล้ว
หยางซื่อจึงสามารถมองเห็นสถานการณ์ในครัวได้ชัดเจนั้แ่ก้าวแรกที่เข้าประตูมา บุตรชายของสกุลเซียวกำลังยุ่งอยู่กับการล้างจานและจัดข้าวของในนั้น
นางรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ไม่มีผู้หญิงคนไหนในหมู่บ้านที่เพิ่งคลอดลูกแล้วจะได้พัก เช้าอีกวันก็ต้องออกไปทำงานกันหมดแล้ว
มีเพียงเซียวหย่งฝูเท่านั้นที่ถือว่าหลินซื่อเป็เหมือนสมบัติล้ำค่า หลังจากคลอดลูกจะได้พักหลังคลอดไปเป็เดือนเสมอ
่ที่อยู่บ้านเก่าสกุลเซียว แม่เฒ่าเหยาด่าว่ากระทบกระเทียบเท่าใด เซียวหย่งฝูก็ไม่ยอมให้ภรรยาทำงานใน่หลังคลอดอยู่ดี
นางไม่รู้จะพูดอะไรแต่ก็ยังคงพูดออกมา “เ้ามีน้ำนมเยอะนะ จับปลาหนีชิวได้หรือ?”
ก่อนที่หลินซื่อจะทันได้ตอบ เซียวหย่งฝูก็เดินเข้ามา “ขนาดนี้ยังไม่พอสำหรับเด็กสองคนเลย บังเอิญเรามีปลาหนีชิวอยู่ในบ่อโคลนพอดี ทั้งหมดนั้นเอาไว้เพิ่มน้ำนมน่ะ”
หยางซื่อหัวเราะเหน็บแนม เหอะ! ทำมาเป็บอกว่าเอาไว้เพิ่มน้ำนม ไม่อยากแบ่งก็พูดมาเถอะ
แต่เมื่อได้ยินว่าปลาอยู่ในบ่อโคลน หยางซื่อก็มีความคิดชั่วร้ายเกิดขึ้นในใจทันที