วันนี้เป็วันที่นานาได้ออกจากโรงพยาบาล ส่วนพี่โจก็ดีขึ้นมากแล้วหมอเลยให้กลับบ้านได้ ั้แ่เกิดเหตุเมื่อวานพี่โจกับนานาก็ได้ปรับใจคุยกันเรียบร้อย แน่นอนว่านานาก็อยากให้เขากลับมาเยี่ยมอยู่เป็ครั้งคราว แต่ด้วยความรู้สึกผิดของน้องที่คิดว่าตัวเองอาจจะเป็ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของพี่โจร้าวฉานจึงไม่ได้พูดอะไรไป
“เดินทางกลับดีๆ นะคะ” ตอนนี้เราอยู่ที่สนามบินมาส่งพี่โจ พอออกจากโรงพยาบาลปุ๊บพี่โจก็ขอเดินทางกลับต่างประเทศทันที เขาบอกว่าต้องกลับไปทำงานต่อ ไม่อยากหยุดนานเกิน
“อือ เราก็ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าฝืนทำอะไรเกินตัวล่ะ” พี่โจลูบศรีษะของคนเป็น้องเบาๆ ด้วยความเอ็นดูราวกับเื่เมื่อวันนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้น
“ผมฝากน้องด้วยนะครับ” พี่โจหันมาพูดกับผม “ไม่ต้องห่วงครับ พวกเราจะดูแลน้องเป็อย่างดี”
รอยยิ้มที่ดูเหมือนโล่งใจ ในใจเขาก็ยังคงห่วงน้องสินะ
‘ขอเชิญผู้โดยสารเที่ยวบินที่ TG 108 ปลายทาง นิวยอร์ก ทำการเช็กอินได้ที่เคาน์เตอร์หมายเลข 12-20 ขณะนี้เคาน์เตอร์เปิดให้บริการแล้วค่ะ กรุณาเตรียมเอกสารให้พร้อมและขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณค่ะ Attention please. Passengers traveling on Flight TG 108 to New York,…’
“เหมือนว่าพี่ต้องไปแล้วล่ะ เราก็อย่าดื้อกับพวกพี่เขานะ”
“หนูไม่เคยดื้อนะ” ยืนดูสองพี่น้องพูดคุยพลางหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนพวกเขาจะสวมกอดกัน
“ทักมาหาหนูบ้างนะคะ”
“อือ เดี๋ยวไว้ถึงแล้วพี่จะทักเราเป็คนแรกเลย โอเคมั้ย”
“อื้อ”
ไม่นานพี่โจก็เดินเข้าไปยังจุดตรวจเอกสาร ก่อนที่ร่างสูงจะหันกลับมามองพวกเราที่ยืนอยู่ไกลๆ อีกครั้ง พร้อมกับโบกมือลาเบาๆ นานายิ้มตอบทั้งที่แววตายังแอบแดงๆ อยู่ พอพี่โจลับหายเข้าไปด้านใน นานาก็ยืนมองอยู่สักพักเหมือนจะยังไม่อยากขยับไปไหน ผมหันไปมองเธอก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเบา
“ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องได้เลยนะ ไม่มีใครว่าหรอก”
“ไม่ได้จะร้องซะหน่อย” นานาสูดหายใจเข้าลึก แล้วหันมายิ้มฝืนๆ ให้ผม “หนูโอเคแล้วค่ะ”
ผไม่ได้พูดอะไรต่อแค่ยื่นทิชชู่ในกระเป๋าให้เธอ ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็รับไปแค่ถือไว้เฉยๆ ก็ตาม
“กลับกันเถอะ” ผมพูดพลางขยับตัวเดินนำ แต่ก็ยังชะลอฝีเท้าให้นานาเดินข้างกัน เธอยังดูเงียบกว่าปกติอยู่หน่อยๆ แต่ผมก็ไม่อยากเร่งให้เธอกลับมาเป็เหมือนเดิมทันที
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“แน่นอนสิ ก็พี่สัญญากับพี่ชายเราไปแล้วนี่ว่าจะดูแลให้ดี” เหลือบมองเธอนิดๆ แล้วก็พูดต่อ “เพราะงั้นถ้ามีอะไร ก็บอกได้นะ อย่าคิดมากเื่พี่โจด้วย ทุกอย่างมันไม่ใช่ความผิดเราเลย”
นานานิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับอย่างช้าๆ
หลังจากส่งพี่โจขึ้นเครื่องเสร็จก็ตรงจากสนามบินไปยังคอนโดของธินทันที ที่ยังไม่ไปส่งน้องก่อนเพราะผมต้องกลับไปแก้งานให้พ่อก่อน มันเป็งานด่วนแล้วผมก็ไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊คหรือแท็บเล็บมาด้วย
“นั่งเล่นไปก่อนนะ จะดูทีวีหรือจะเล่นคอมฯก็เล่นได้เลย”
“ขอบคุณค่ะ”
ผมเดินตรงไปยังห้องทำงานก่อนจะเริ่มทำงานตามที่พ่อส่งมาให้ทันที งานที่ผมต้องทำเป็งานทางด้านวิศวะ ตรวจโครงสร้างและเขียนแปลนตึกบริษัทที่จะสร้างใหม่ในเร็ววัน
แม้ตอนนี้จะยังอยู่แค่ปี 3 แต่เพราะคลุกคลีกับธุรกิจก่อสร้างที่เป็ธุรกิจของที่บ้านมาั้แ่เกิดเลยค่อนข้างจะรู้เื่พวกนี้อยู่พอสมควร
นั่งทำงานไปกว่าครู่ใหญ่ในที่สุดก็เสร็จเสียที เหลือบกันมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนกำแพง มันบอกเวลาว่าตอนนี้เที่ยงแล้ว
“เวลาป่านนี้แล้วหรอเนี่ย”
รีบเก็บของก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังห้องนั่งเล่นก็พบร่างของใครบางคนที่กำลังนอนหลับอยู่บนโซฟาอย่างสบายโดยที่มือยังถือหนังสืออยู่
มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติก่อนจะเดินเข้าไปจัดท่าทางของน้องให้นอนสบายขึ้นดึงหนังสือในมือน้องออกแล้วหันไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้ ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ
ใบหน้าสวยหลับตาพริ้ม เอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ร่วงมาปรกหน้า ใช้นิ้วเกลี่ยแก้มสวยอมชมพูแถมยังได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบมาจากตัวน้อง
“ถ้าพี่เผลอทำอะไรเรา เราจะโกรธพี่มั้ยนะ”
“อืม~” คนบนโซฟาขยับตัวแต่เหมือนจะขยับมากเกินไปจนเกือบจะตกโซฟาทำให้ผมต้องรีบเอื้อมมือไปกันไม่ให้น้องตก
เกือบไปแล้ว
จังหวะที่กำลังดันตัวน้องให้กลับไปนอนดังเดิมเสื้อครอปของน้องดันเลิกขึ้นทำให้เห็นหน้าท้องขาว
จู่ๆ ภาพเมื่อวันนั้นก็แล่นเข้ามาในหัว ภาพที่เรามีอะไรกันที่ห้องน้อง ผมยังจำได้ดี น้ำหอมกลิ่นกุหลาบบนตัวน้อง ยอดอกสีชมพูคัพบี…
ไม่ได้ๆ นับวันยิ่งทะลึ่งนะเนี่ยเรา ยังไม่อยากได้ฉายาแบบไอ้พวกนั้นนะ
แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าั้แ่ที่เรามีเซ็กส์กันคราวนั้นผมก็ไม่สามารถลืมท่าทางอันสวยงามของน้องได้เลย ทั้งกลิ่น ทั้งรสชาติ…
แม้จะพยายามสลัดภาพพวกนั้นออกจากหัว แต่เหมือนจะไม่ไหว เพราะยิ่งสลัดภาพสั้นเท่าไหร่ภาพก็ยิ่งชัดมากกว่าเดิม
เหลือบมองคนที่นอนอยู่จู่ๆ สายตาก็ดันไปโฟกัสบางจุดที่ไม่ควร ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงธรรมชาติที่เคยจูบเมื่อตอนนั้นมันกำลังดึงดูดสายตาก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ขยับใบหน้าไปใกล้น้องแล้ว
ถ้าพี่เผลอทำอะไรเราไปเราจะโกรธพี่มั้ยนะ
ขยับตัวโน้มลงไปใกล้ก่อนสุดท้ายจะแนบริมฝีปากลงไป ค่อยๆ ละเมียดชิมความหวานทีละนิดอย่างไม่เร่งรีบ ขบเม้มริมฝีปาก้าเป็หยอกล้อ
“อืม~”
เสียงครางเบาๆ ดังเล็ดลอดออกมายิ่งกระตุ้นให้ผมอยากจะแกล้งน้องอีก
เลื่อนมือลูบที่หน้าท้องที่โผล่พ้นออกมา ใช้นิ้วไล่วนรอบๆ สะดือเบาๆ จนให้อีกคนต้องเกร็งท้อง “อื้อ!!”
นานาเม้มปากแน่นแม้จะยังหลับตาอยู่ น้องเกร็งท้องมือเรียวกำผ้าผมแน่น ผมผละริมฝีปากออกก่อนจะไล่จูบพรมั้แ่กรอบใบหน้าลงมาคอแล้วจนลงมาหยุดที่หน้าท้อง
พรมจูบทั่วหน้าท้องเบาๆ พลางแอบใช้ลิ้นร้อนััให้น้องจั๊กจี๊เล่น
“อึก!! พ-พี่ธิน…อื้อ!!” เหมือนน้องจะตื่นแล้ว ใบหน้าของเธอแดงก่ำและดูตื่นตระหนกพร้อมกับเอื้อมมือมาพยามยามจะดันไหล่ แต่ด้วยแรงอันน้อยนิดทำให้แรงที่พยายามดันแปรเปลี่ยนเป็จิกกลุ่มผมเพื่อระบายอารมณ์แทน
ผละริมฝีปากก่อนจะจุมพิตทที่หน้าท้องของอีกคนเบาๆ “พี่ขอโทษนะ เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหว”
“พี่ธินอ่ะ ทะลึ่ง”
จับมือเรียวที่เตรียมจะฟาดขึ้นมาจุมพิตลงบนหลังมือเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองอีกคนที่กำลังหน้าแดงก่ำ “พี่ขอโทษครับ เอาไว้พี่จะชดใชให้ละกัน”
นานายันตัวลุกนั่งส่งผลให้ผมต้องลุกตาม ใบหน้าของน้องยังคงแดงก่ำด้วยความเขินอายอยู่
“เพราะพี่ธินเลย”
“หืม?” นานาทำปากขมุบขมิบมันเบาจนผมไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย
“เมื่อกี้เราพูดอะไรนะ”
“มะ-ไม่มีอะไรค่ะ” มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติ โกหก ถ้าไม่มีอะไรจริงทำไมต้องหลบหน้าด้วย
“เด็กนิสัยไม่ดี” ประโยคของผมทำให้นานาถึงกับหันขวับ “ม-หมายความว่าไงหรอคะ หนูนิสัยไม่ดีตรงไหน”
แอบหัวเราะในลำคอก่อนจะเอื้อมมือไปบีบแก้มพองๆ ที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเพราะกำลังโมโหหรืองอนกันแน่
“พี่รู้นะว่าเมื่อกี้เราแอบด่าพี่”
น้องชะงักไปครู่เหมือนใไม่คิดว่าผมจะรู้ “ก็…พี่ธินลักหลับหนู”
น้องก้มหน้าหลบสายตาใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อ มุมปากของผมยกยิ้มก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ให้อีกคนใเล่น
“โกรธพี่หรอที่พี่ลักหลับ”
นานาส่ายหน้าเบาๆ แถมยังทำปากขมุบขมิบ ปฏิกิริยาของน้องมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกหมั่นเขี้ยวจนสุดท้ายก็ทนไม่ไหวก่อนจจะกดริมฝีปากทาบลงไปพร้อมกับสอดลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจในโพรงพรางปาก
ความหวานภายในปากมันหวานกลมกล่อมจนไม่สามารถจะผละออกได้
มือที่เคยจับหลังคอของน้องเลื่อนมาสอดเข้าใต้เสื้อครอปก่อนจะเลื่อนไล่มือขึ้นสูงเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ขอบเสื้อใน ค่อยๆ ใช้นิ้วสอดเข้าไปใต้ขอบเสื้อใช้นิ้วไล่ปตามขอบแล้วค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปใต้เสื้อให้ลึกขึ้นจนไปหยุดที่ยอดอก
“อื้อ~”
นานาแอ่นตัวตอบรับความเสียวก่อนไม่นานจะััได้ถึงยอดอกที่เต่งตึงเต็มที่ จัดการถกเสื้อครอปและเสื้อในขึ้นจนยอดอกโผล่ออกมาััอากาศ ผมผละริมฝีปากออกแล้วย้ายไปจูบพรมยอดอกพร้อมกับเม้มชิมยอดอกที่เต่งตึงจนเกิดเสียงดังชัดเจน
“อึก!”
เสียงของลมหายใจแรงจนได้ยินชัดเจน มือเรียงของเธอกำกลุ่มผมแน่นราวกับกำลังหาที่ระบายอารมณ์
มืออีกข้างที่ว่างก็ทำการปลดซิปกางเกงของน้องก่อนจะสอดมือเข้าไปในแพนตี้จนเข้าไปถึงร่องกลีบที่คุ้นเคย ใช้นิ้วรูดตามร่องกลีบช้าๆ เพื่อเร้าอารมณ์
“อ๊ะ อ่าส์~”
ผละริมฝีปากจากยอดอกก่อนจะก้มลงไปดูดเม้มตามสันกราม นิ้วที่รูดตามร่องขยับเร็วขึ้นก่อนไม่นานจะััได้ถึงน้ำอุ่นๆ ที่ค่อยๆ ไหลออกมา
“อ๊าส์!!”
จากเดิมที่มีแค่ใบหน้าที่แดงระเรื่อแต่ตอนนี้กลับเริ่มแดงทั้งตัว แรงหายใจของน้องแรงขึ้นมือเรียวของเธอยังคงกำเสื้อของผมแน่น
ครืด~
เสียงสั่นแจ้งเตือนของโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ผมต้องหันไปหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็ข้อความจากพ่อที่บอกให้ผมเข้าไปดูงานที่อีกสาขานึงให้หน่อย
“แย่ล่ะ พี่คงต้องไปทำธุระให้พ่อก่อน คงทำให้เราต่อไม่ได้แล้ว” ใบหน้าของนานาดูใและผิดหวัง
“เราจะรอพี่มั้ย” น้องพยักหน้าตอบรัวๆ ให้ผมเผลอยกยิ้มอัตโนมัติ “งั้นรอพี่อยู่ที่นี่นะครับ เดี๋ยวพี่จะรีบทำงานแล้วรีบกลับ”
“พี่ธินจะกลับมาแน่ใช่มั้ยคะ” สายตาออดอ้อนนั่นทำให้ผมอดที่จะยื่นมือไปบีบแก้มน้องไม่ได้”
“ครับ ก็ห้องพี่อยู่นี่ เราก็อยู่นี่แล้วทำไมพี่จะต้องม่กลับมาด้วยล่ะหืม?”
“ถ้างั้น…หนูจะรอนะคะ” มุมปากยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากมน “ครับ พี่จะรีบกลับมานะครับ”
ใช้เวลาขับรถจากคอนโดมาถึงบริษัทใช้เวลากว่าเกือบชั่วโมง เจอทั้งรถติดไหนจะอุบัติเหตุทางถนนอีก กว่าจะหลุดออกมาได้ก็แทบจะหลับคารถอยู่แล้ว
ทันทีที่จอดรถเสร็จผมก็เดินตรงเข้าบริษัท กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 22 ชั้นของผู้บริการเดินไปยังห้องทำงานทันที
ผมเดินเข้าไปในห้องทำงานที่ประตูเปิดแง้มอยู่ เห็นพ่อกำลังนั่งจ้องหน้าจอพร้อมกับพิมพ์อะไรบางอย่างอย่างเร่งรีบ ท่าทางดูหัวเสียพอสมควร
“สวัสดีครับพ่อ”
“เอ้า มาแล้วหรอ มาๆ มาช่วยพ่อทำงานหน่อย ค้างคามาั้แ่เมื่อวานแล้วเนี่ยยังไม่เสร็จสักที” พ่อกวักมือเรียกให้ผมเข้าไปดูหน้าจอ
ผมเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปมองดูแบบแปลนบนจอ CAD ที่ยังค้างไว้อยู่ตรงโซน D6 เป็โครงสร้างตึกสำนักงานสูง 15 ชั้นที่ดูเหมือนยังไม่จัดเส้นโหลดน้ำหนักเสร็จ
“นี่ของบริษัทเอช เขาจะเอาแปลนห้องประชุมใหญ่ กับพื้นที่โซนพักผ่อนรวมของตึกใหม่ ไม่เกินห้าโมงเย็นวันนี้”
พ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือก็ยังไม่ละจากเมาส์ “วิศวกรที่ดูแลงานนี้ดันประสบอุบัติเหตุเมื่อเช้าซะด้วย พ่อเลยต้องมาทำเอง ไอ้ทำมันก็ทำได้อยู่หรอก แต่ลูกค้าดันจะเอาวันนี้น่ะสิ”
“เห็นว่าตอนแรกเขาจะเอาอีกสองอาทิตย์นี่”
“ก็ใช่ แต่ไม่รู้ทำไมถึงเปลี่ยนจะมาเอาวันนี้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็บริษัทใหญ่ดับโลกพ่อไม่ทำหรอกนะ เหนื่อย”ผมพยักหน้าเข้าใจทันที ก็นะ ถ้าเป็ผมผมก็ไม่ทำเหมือนกัน
“เดี๋ยวผมช่วยเปิดเลเยอร์แบ่งพื้นที่ก่อน พ่อจัดสัดส่วนกับเส้นโครงสร้างไปเลย เดี๋ยวผมดูเื่ความสัมพันธ์กับระบบไฟกับน้ำต่อให้ด้วย”
“โอเค” พ่อยิ้มออกเล็กน้อย แต่แววตายังเครียดอยู่ลึกๆ ผมลากเก้าอี้นั่งลงข้างเขามือก็เริ่มพิมพ์คำสั่งในโปรแกรมอย่างคล่องแคล่ว
“อยากให้แบ่งเป็กี่โซนครับ แล้วเฟอร์นิเจอร์คงใช้ของที่เสนอไว้รอบก่อน”
“ใช่ พื้นที่ประชุมให้จุได้อย่างน้อยห้าสิบคน ส่วนโซนพักต้องดูเื่แสงธรรมชาติด้วย ลูกค้าเขาเน้นมากเื่นี้”
“ได้ เดี๋ยวผมเรนเดอร์ให้ดูพอสเกตช์เบื้องต้นเสร็จแล้ว” บ่ายคล้อยไปทีละนาที ผมกับพ่อนั่งทำงานเงียบๆ มีเพียงเสียงเมาส์คลิกสลับกับเสียงกดคีย์บอร์ดที่ดังอยู่เป็จังหวะ เราแข่งกับเวลา แข่งกับความกดดัน เพราะลูกค้ารายนี้สำคัญพอๆ กับสัญญาก้อนโตที่บริษัทจะได้รับ
หลังจากนั่งทำงานกันไปกว่าหลายชั่วโมงในที่สุดก็เสร็จสักที พ่อออกไปคุยกับลูกน้องส่วนผมก็นั่งพักอยู่ที่โต๊ะ
หยิบมือถือขึ้นมาเช็คเวลาปรากฏว่าตอนนี้เป็เวลา 6 โมงแล้ว คงต้องกลับแล้วล่ะ ผมจัดการเก็บของเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน โดยไม่ลืมที่จะเดินไปบอกลาพ่อก่อนจะกลับ
“ขอบใจมากนะธิน ถ้าไม่มีเราพ่อแย่แน่เลย”
“ไม่เป็ไรครับ ถือซะว่าเป็การฝึกงานไปในตัวด้วย”
“ฮ่าๆๆๆ นั่นสินะ ไปๆ กลับดีๆ นะ เอาไว้ว่างๆ ก็แวะมากินข้าวที่บ้านบ้าง”
“ครับ ผมกลับก่อนนะครับ” ยกมือไหว้พ่อก่อนจะหันไปไว้พี่ๆ คนอื่นๆ ในห้องด้วย “เออๆ กลับดีๆ”
ผมขับรถออกมาจากบริษัทตรงไปตามถนนเส้นหลักเพื่อกลับไปยังคอนโดของตัวเอง ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึง ถนนเส้นที่ผมมาการจราจรค่อนข้างหนาแน่นทั้งวัน เลยทำให้กว่าจะหลุดออกมาได้ก็ใช้เวลาพอสมควร
เมื่อจอดรถเรียบร้อย ผมก็เดินตรงเข้าคอนโด กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่พักตามปกติ พอไปถึงหน้าห้องก็จัดการไขกุญแจเหมือนทุกครั้ง แต่จังหวะที่บิดลูกบิดเปิดประตู กลับได้กลิ่นบางอย่างลอยแตะจมูกจนต้องขมวดคิ้วโดยอัตโนมัติ
กลิ่นหอมลอยแตะจมูกอย่างจางๆ แต่ก็ชัดพอจะทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่กลิ่นจากห้องข้างๆแน่ ผมขมวดคิ้วพลางเดินตามกลิ่นไปอย่างระแวดระวัง จนกระทั่งเดินมาถึงในครัวและก็ต้องแอบยิ้มเมื่อเห็นว่าต้นตอของกลิ่นนั้นคือนานา
เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวลายจุด ฟังเพลงจากมือถือเบาๆ พร้อมกับก้มหน้าก้มตาหั่นผักอยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัว สีหน้าเธอดูตั้งอกตั้งใจอย่างกับกำลังเข้ารอบไฟนอลของรายการแข่งขันทำอาหาร
ผมยืนมองภาพตรงหน้าอยู่อึดใจก่อนจะย่องเข้าไปใกล้ช้าๆ แล้วเอื้อมมือไปโอบเอวของเธอจากด้านหลังเบาๆ
“ว๊าย!”
นานาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับมามองหน้าผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใจนผมเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ
“พี่ธินกลับมาั้แ่เมื่อไหร่คะเนี่ย”
“เมื่อกี้เอง แล้วนี่เราทำอะไรเนี่ย หอมเชียว” ชะโงกหน้าดูอาหารในหม้อ เหมือนจะเป็แกงกะทิอะไรสักอย่าง “แกงพะแนงน่ะค่ะ ตอนแรกหนูก็ไม่รู้จะทำอะไรดี แต่เห็นในตู้เย็นมีพริกแกงก็เลยคิดว่าทำเมนูนี้น่าจะดีกว่าน่ะค่ะ พี่ธินกินได้มั้ยคะ”
“พี่กินทุกอย่างครับ ขนาดเราพี่ยังกินได้เลย”
ใบหน้าสวยของน้องแดงก่ำก่อนนานาจะหันหลังขวับไปทำอาหารต่อ “พะ-พี่ธินคนบ้า นับวันยิ่งเหมือนพี่โฟลทขึ้นทุกทีแลัวนะ”
มุมปากยกยิ้มพอใจเมื่อเห็นน้องเขินก่อนจะขยับเข้าไปใกล้พร้อมกับเกยคางที่ไหล่น้อง
“พี่พูดจริงนะ ที่ว่ากินได้ทุกอย่างน่ะ” เอ่ยด้วยน้าเสียงต่ำให้อีกคนเขินเล่น
“ไม่มีของหวานหลังกินข้าวเสร็จให้พี่หรอครับ”
“ไม่มีค่ะ พอดีในตู้เย็นของไม่มีให้ทำ”
“งั้น…เรามาเป็ของหวานตบท้ายให้พี่ได้มั้ย” นานาหันขวับมองผมพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อมากกว่าเดิม “พี่ธนคนบ้า!!”
น้องหันขวับก่อนไม่นานใบหูของนานาจะเริ่มแดงระเรื่อให้เห็น มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติ
เนี่ย เพราะน้องน่ารักแบบนี้ไงผมถึงหลุดนิสัยเสียออกมาอยู่บ่อยๆ
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จต่อไปก็ได้เวลาทานของหวานต่อ ยกมือจับกรอบใบหน้าสวยล็อคไม่ให้หันหนีก่อนจะทาบริมฝีปากพร้อมกับสอดลิ้นร้อนเข้าไปกวาดความหวานจากโพรงปากราวกับว่าจะกวาดออกมาให้หมด
“อื้อ~~”
มืออีกข้างบีบเค้นสะโพกสวยเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของอีกคนก่อนจะเลื่อนมือที่จับคางอยู่เลื่อนลงมาแล้วสอดเข้าใต้เสื้่อ เลื่อนขึ้นจนถึงขอบเสื้อในก่อนจะใช้นิ้วสอดเข้าใต้ขอบก่อนจะค่อยๆ แล้วถกเสื้อในให้พ้นอก
ใช้นิ้วสะกิดยอดอกก่อนไม่นานมันจะค่อยๆ เต่งตึงจนััได้อย่างชัดเจน ผละริมฝีปากออกมาเมื่อกวาดเก็บความหวานมาได้อย่างพอใจแล้วย้ายมาชิมที่ยอดอกพร้อมกับใช้มือบีบเค้นอกราวกับจะให้น้ำนมออกมา
“อ-อื้อ!!”
ทั้งดูดทั้งเม้มจนพอใจก่อนจะใช้มือข้างที่อยู่ตรงสะโพกค่อยๆ ลูบไล้ต้นขาสวย ค่อยๆ ไล่ขึ้นจนมาหยุดที่ต้นขาอ่อน ขยับมือไปจนถึงขอบแพนตี้ใต้กระโปรง ใช้นิ้วเกี่ยวขอบแพนตี้ออกให้พ้นทางก่อนจะใช้นิ้วลากไปตามร่องกลีบอย่างเบามือ
“อ๊าส์~”
ขยับมือช้าๆ ไปตามจังหวะ ใบหน้าสวยของน้องเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจเริ่มแรง “สะ-เสียว อื้อ~”
เร่งความเร็วนิ้วก่อนไม่นานจะเริ่มมีน้ำอุ่นๆ ไหลซึมออกมาจนเปรอะเปื้อนมือ
“พี่ขอชิมหน่อยนะครับ”
ไม่รอให้อีกคนอนุญาตผมก็จัดการสอดนิ้วเข้าร่องกลีบก่อนจะขยับเข้าออกอย่างช้าๆ
“อ๊าส์~ หนูเสียว”
เร่งความนิ้วให้เร็วขึ้นพร้อมกับน้ำในตัวของน้องที่ไหลสวนออกมา เมื่อเห็นว่าน้องพร้อมเต็มที่ผมเลยผละริมฝีปากออกจากยอดอก จัดการใส่เครื่องป้องกัยให้เรียบร้อยก่อนจะส่วนของตัวเองเข้าไปในร่องกลีบ
เริ่มขยับสะโพกของตัวเองขยับตัวช้าๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ก่อน
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ” น้องกอดคอของผมแน่น พลางกดจูบน้องเบาๆ “อ่าส์~”
สอดมือเข้าใต้ขาของน้องทั้งสองข้างแล้วยกวางน้องบนเคาท์เตอร์ เร่งจังหวะสะโพกจนน้องจิกลงบนแผ่นหลังของผมเพื่อระบาย
“อ๊าส์! อ๊าส์! อ๊าส์!”
ไม่นานนานาก็กระตุกเกร็งพร้อมกับปลดปล่อยน้ำในตัวออกมา แต่ว่าผมยังไปได้ไม่ถึงไหนเลย เลยตอบสะโพกต่อด้วยความเร็วและแรงขึ้นทำให้น้องถึงกับต้องแอ่นตัวรับความเสียว
“อ๊าส์! อ๊าส์! อ๊าส์! หนู…จะแตกแล้ว อื้อ!!!”
โน้มตัวลงไปก่อนจะกดจูบพร้อมกับกระแทกสะโพก“อ๊าส์! อ๊าส์!” ร่างของน้องกระตุกเกร็งอีกครั้งพร้อมกับเสียงน้ำเฉอะแฉะที่ทำให้ผมรู้ว่าน้องเสร็จไปอีกรอบ
ถอดถอนตัวเองออกก่อนจะอุ้มนานาลงบนโซฟากลางห้อง จัดท่าทางของน้องให้นอนคว่ำแล้วสอดใส่ตัวเองเข้าไปอีกรอบ
“อื้อ~” เริ่มกระหน่ำกระแทกสะโพกอีกครั้ง เอื้อมมือไปรวบผมของน้องที่ยุ่งเหยิงมารวบพร้อมกับดึงเพื่อให้น้องแหงนหน้าขึ้น
เร่งความเร็วสะโพกจนได้ยินเสียงกระทบของเนื้อดังลั่นห้อง ความเสียวซาบซ่านที่แล่นกระจายไปทั้งตัวยิ่งทำให้ผมกระหน่ำกระแทกสะโพกแรงขึ้นก่อนไม่นานจะกระตุกเกร็งพร้อมกับปลดปล่อยน้ำอุ่นๆ ออกมา
“อ่าส์~”
“อึ่ก!”
ร่างของนานานอนราบกับพื้นโซฟาอย่างหมดสภาพ เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากกิจกรรม ผมโน้มตัวก้มลงจูบลงบนกลุ่มผมของน้องเบาๆ
“ขอบคุณสำหรับของหวานตบท้ายนะครับ”