8
คุณชายสามตระกูลเฉิน
“พิษ?” หนางฟางเอ่ยออกมาเบาๆ นอกจากนี้ดูเหมือนร่างกายของอีกฝ่ายจะได้รับาเ็ที่หัวไหล่อีกด้วย หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออีกฝ่ายคงสิ้นลมหายใจอย่าแน่นอน
ทว่าหนานฟางก็ไม่คิดที่จะให้ความช่วยเหลือคนแปลกหน้า ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็ใครจะเป็หรือได้ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับเธอและลูกชายอยู่แล้ว เสียงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนจำนวนมาก มีเสียงหนึ่งที่หนานฟางรู้สึกคุ้นหู
มือตวัดวาดอักขระเวทย์พรางตาบริเวณที่เธอและคนแปลกหน้าที่ได้รับาเ็อยู่ ถ้าจำไม่ผิดชายสองคนเป็คนสนิทของผู้ชายที่ชื่อฉีห่าว ซึ่งคนที่ออกคำสั่งฉีห่าวก็คือผู้เป็นายอย่างฉีตงเยี่ยอย่างแน่นอน
“ทำไมถึงพลาดได้” น้ำเสียงเอ่ยออกมาด้วยความเคร่งเครียด
“ใครจะไปคิดว่าคุณชายสามผู้ไม่เอาไหนจะนั่งรถของคุณชายใหญ่เฉิน คนที่ลงไปลงมือไม่รู้จักสองคน ไม่แปลกที่จะลงมือผิดตัว ทั้งยังปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปได้”
“มีดอาบยาพิษ คุณชายสามเฉินไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน แล้วก็คงไม่ได้ผ่านมาทางนี้ รีบส่งคนออกค้นหาแล้วรีบกำจัดศพอีกฝ่ายเถอะ” อย่างน้อยก็จัดการให้เรียบร้อย หากผู้เป็นายกลับมาแล้วรู้ว่าทำงานพลาด คงเป็พวกเขาเองที่ต้องตาย
หนานฟางได้ยินทุกสิ่งที่ชายสองคนตรงหน้าพูดคุยกัน ดูเหมือนผู้ชายแปลกหน้าที่ได้รับาเ็จะเป็คนตระกูลเฉินที่ฉีตงเยี่ยอยากจะกำจัด
เมื่อชายสองคนนั้นจากไป มือบางตวัดเขียนเวทย์อักขระด้วยความชำนาญ พลังม่านสีขาวปกคลุมร่างของชายแปลกหน้าให้ร่างลอยขึ้นจากพื้น ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะหมดสติไปแล้ว
หนานฟางพาชายแปลกหน้าที่ได้รับาเ็มาที่บ้านลับของตนเอง บ้านหลังนี้เป็บ้านหลังเล็กๆ มีเนื้อที่เพียงแค่หนึ่งไร่เท่านั้น มีกำแพงสูงราวสองเมตรล้อมรอบเอาไว้ เป็บ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลฉีมากหนัก
หนานฟางโบกมือเพียงหนึ่งครั้ง ร่างของชายแปลกหน้าก็ลงไปนอนที่พื้นบ้าน เธอพาเขาเข้ามาที่ห้องโถง บ้านหลังนี้มีอักขระป้องกันขั้นสูง หากไม่ได้รับอนุญาตไม่ว่าใครก็เข้ามาไม่ได้
“นับว่ามีความอดทนอยู่ไม่น้อย” หนานฟางจับชีพจรของอีกฝ่าย ดูเหมือนแผลที่หัวไหล่จะลึกพอสมควร หนานฟางไม่รอช้าปรุงโอสถเพื่อถอนพิษและโอรสเพื่อรักษาาแของอีกฝ่าย
เมื่อชายแปลกหน้าได้รับโอสถพิษในร่างกายก็จางหาย าแได้รับการฟื้นฟูหายดีเป็ปกติ ราวกับว่าไม่เคยได้รับาเ็มาก่อน
หนานฟางมองชายแปลกหน้าที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นห้องโถง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มและนำเสื้อผ้าที่เธอจัดเตรียมเอาไว้เมื่อครั้งต้องปลอมตัวออกไปด้านนอก มาเตรียมไว้ให้
ก่อนจะร่ายเวทย์อักขระเขียนยันต์ขั้นสูงไม่ให้อีกฝ่ายก้าวขาออกจากบ้านและเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอได้แม้แต่ก้าวเดียว เขาจะเดินไปไหนมาไหนได้ในห้องโถง ห้องน้ำและห้องครัวเท่านั้น
เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อบ้านและสาวใช้ในบ้านดูจะวุ่นวายเล็กน้อย หนานฟางทำเหมือนว่าตนเองไม่ได้สังเกตเห็นอะไร วันนี้เป็วันหยุดของฉีตงเหอไม่ต้องไปโรงเรียน ตอนเช้ามีอาจารย์เข้ามาสอนพิเศษ
หนานฟางใช้เวลาที่ตงเหอเรียนพิเศษกับอาจารย์ เข้าครัวทำของขนมให้ตงเหอ ลูกชายบ่นมาสองวันแล้วว่าอยากกินขนมกุ้ยฮวา วันนี้หนานฟางเลยเข้าครัวทำขนมให้ลูกชาย
ส่วนตอนบ่ายก็พาลูกชายมาปลูกดอกไม้ที่สวน และเก็บดอกหอมหมื่นลี้ที่ปลูกเอาไว้ เรียกว่าวันหยุดของลูกชาย หนานฟางและตงเหอสองแม่ลูกตัวติดกันตลอด เป็ภาพที่พ่อบ้านและสาวใช้คุ้นเคยกันดี
สองคนแม่ลูกใช้เวลาอยู่ด้วยกันพร้อมกับเ้าสัตว์เลี้ยงอย่างเ้าไป๋ที่ตัวติดกับเด็กชายเป็อย่างมาก เผลอแป๊บเดียววันหยุดอันแสนสั้นก็ผ่านพ้นไป
ด้านของฉีตงเยี่ยเมื่อได้รู้ว่าคนของเขาทำงานพลาด แทนที่คุณชายใหญ่เฉินมันจะตายตามแผนที่วางเอาไว้ กลับเป็คุณชายสามที่ไม่เอาไหนของตระกูลเฉิน
ข่าวนี้นำพาความเกรี้ยวกราดและความโมโหมาให้ฉีตงเยี่ยเป็อย่างมาก มือที่ถือแก้วบรั่นดีเขวี้ยงแก้วลงกับพื้นอย่างไม่สนใจไยดี สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เตรียมรถฉันจะกลับเซียงไฮ้พรุ่งนี้” ฉีตงเยี่ยบอกกับคนสนิท ถึงแม้ลูกน้องจะบอกว่าคุณชายสามของตระกูลเฉินจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่ศพของมันกลับหาไม่เจอ ไม่แน่เื่นี้อาจจะนำพาความยุ่งยากมาให้เขา
เพราะว่าเมื่อลูกชายคนที่สามถูกทำร้าย ตาเฒ่าเฉินคงสั่งให้คนคุ้มกันลูกชายคนโตอย่างหนาแน่น โอกาสที่เขาจะลงกำจัดอีกฝ่ายก็ยากขึ้นไปอีก
ฉีตงเยี่ยได้แต่ภาวนาให้ตาเฒ่าเฉินที่กำลังป่วยอยู่ ตายไปในเร็ววัน จากนั้นเขาจะกำจัดลูกชายของมันให้ตายตามไป แผ่นดินเมืองเซียงไฮ้ก็จะไม่มีตระกูลเฉินอีกต่อไป
“พี่ตงเยี่ยคะ มีเื่ด่วนอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงเอ่ยถามคนเป็สามีด้วยความเป็ห่วง เหลียนฮวาเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของนายพลเหลียน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นายพลาุโของกองทัพ
มีแม่สื่อหลายคนที่เข้ามาทาบทามเธอกับคนเป็พ่อ แต่เหลียนฮวาก็ไม่ตอบตกลง จนกระทั่งเมื่อหกเดือนก่อนได้เจอกับ ฉีตงเยี่ย นักธุรกิจมากความสามารถ หน้าตาโดดเด่น ทำเอาเธอหวั่นไหว หน้าตาหล่อเหลา แถมสุภาพอ่อนโยน
เธอถึงเอ่ยปากกับผู้เป็พ่อ ให้พูดคุยเื่แต่งงานของเธอและเขา ถ้าไม่ใช่เขาเธอก็จะไม่ยอมแต่งกับใครทั้งนั้น จนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ก่อน เธอและเขาก็ได้แต่งงานกัน งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
“มีธุระที่พี่ต้องไปจัดการอย่างเร่งด่วน น้องเหลียนฮวาค่อยตามไปพร้อมคนของคุณพ่อตาเถอะ” ตอนนี้เขาขอกลับไปจัดการเื่เร่งด่วนก่อน อีกอย่างเขาและเธอยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เพราะเขายังไม่ได้หย่าขาดจากภรรยาอย่างหนานฟาง
แน่นอนว่าหญิงสาวไม่รู้ เขาบอกเพียงว่าอยากกลับไปจดทะเบียนสมรสที่เซียงไฮ้ เพราะจะได้ให้พ่อแม่มาเป็พยาน เท่านี้ก็เป็ข้ออ้างที่ท่านนายพลและเหลียนฮวาพอใจ
วันนี้หนานฟางอยู่บ้านกับเ้าไป๋ สายตาของมันจับจ้องมองมาที่เธอด้วยคำถาม
“ตอนเย็นอาเหอก็กลับมาแล้ว” ฉีตงเยี่ยคงยังไม่ลงมือกับฉีตงเหอในเวลานี้ หนานฟางจัดเก็บของที่สั่งให้พ่อบ้านซื้อมา เป็พวกผ้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื้อผ้าดีมากๆ อีกหนึ่งเดือนก็เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เธออยากจะตัดเย็บเสื้อผ้าให้ตนเองและอาเหอ
“หนานฟาง”
เ้าไป๋ที่นอนอยู่ข้างกายพลันขนลุกตั้งไปทั้งตัว มันแยกเขี้ยวข่มขู่คนที่กำลังเดินเข้ามา
“เ้าไป๋ ไม่เป็ไร ไปรอที่ห้อง” หนานฟางบอกกับเ้าสัตว์เลี้ยงแสนรู้ มันจ้องมองเธอ ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวและคำรามข่มขู่คนที่เดินเข้ามา แล้วเดินจากไปตามคำสั่งของเธอ
หนานฟางวางผ้าที่ตัดเย็บ หันไปมองต้นเสียงที่เอ่ยเรียกเธอด้วยความไม่พึงพอใจ ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ทันจะทำอะไรให้อีกฝ่ายแม้แต่น้อย หนานฟางจ้องมองใบหน้าของฉีตงเยี่ยอย่างไม่เกรงกลัว
“คุณมีธุระอะไร?” ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วแต่ก็ยังคงเอ่ยถามออกไป
“ถ้าไม่ใช่เื่เร่งด่วนคุณคงไม่มาพบฉันในเวลานี้” หนานฟางเอ่ยออกไปอีกประโยค สายตาจับจ้องกับอีกฝ่าย
“เซ็นเอกสารนี่ซะ” หนานฟางรับมาแต่ไม่ได้เปิดมันออก ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องโถงในตัวบ้าน
“จะไปไหน? ฉันบอกให้เซ็น” น้ำเสียงของฉีตงเยี่ยเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ มือหนาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ เขาออกแรงกดข้อมือเล็กของอีกฝ่ายเพื่อเป็การเตือนให้ทำในสิ่งที่เขา้า
หนานฟางส่งพลังปราณออกแรงสะบัดข้อมือออกอย่างง่ายดาย ชายคนนี้กล้าดียังไงถึงได้ทำร้ายเธอ ฝ่ามือตวัดไปที่ใบหน้าเป็การเตือนสติให้อีกฝ่ายได้รู้ตัวเช่นกัน
เขาไม่ควรล้ำเส้นด้วยการััหรือแตะต้องตัวเธอ บอกตามตรงว่าเธอรังเกียจััจากผู้ชายคนหน้าเป็ที่สุด
เพี๊ยะ
ใบหน้าของฉีตงเยี่ยหันไปตามแรงตบของหญิงสาว ใบหน้าที่ถูกฝ่ามือรู้สึกถึงความเ็ปจนชาหน้าไปหมด จากนั้นได้กลิ่นคาวเืในปาก มุมปากมีเืไหลออกมาเล็กน้อย
“หนานฟาง เธอกล้าตบฉัน”
ฉีตงเยี่ยเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่าคนอย่างหนานฟางจะทำกับเขาแบบนี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาคิดจะคว้าเธอและบีบคอของเธอให้ตายลงตรงหน้า
ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะรู้ทันความคิดของเขา เธอเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็ว
“คุณเองก็อย่ามาล้ำเส้นที่ฉันขีดเอาไว้ ปากกาอยู่ที่ห้องทำงาน สงบสติอารมณ์ได้เมื่อไหร่ก็ตามมา” หนานฟางเอ่ยจบก็เดินเข้าไปในตัวบ้านพร้อมกับเอกสารหารหย่าที่ชายหนุ่มเตรียมมาให้ เธออยากจะรีบลงลายมือชื่อหย่าขาดจากอีกฝ่ายให้เร็วที่สุด
เมื่อมาถึงห้องทำงานของตนเอง หนานฟางเอาเอกสารออกมา เธอกวาดตาอ่านเอกสารการหย่าขาดอย่างละเอียด แน่นอนว่าเธอจะไม่ให้ผู้ชายคนนั้นเอาเปรียบเธอได้อย่างแน่นอน
รอไม่นานใบหน้าบึ้งตึงของฉีตงเยี่ยก็เดินเข้ามา แววตาจับจ้องมองเธอเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด สายตาของเขาจับจ้องมองภรรยาเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จัก ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวั้แ่เมื่อไหร่กัน นี้คือคำถามที่ฉีตงเยี่ยนึกสงสัย
“เอกสารการหย่า” หนานฟางไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่า เธอเปิดปากเอ่ยถามออกไป
“ฉันจะเซ็น” ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบกลับมาเธอก็สวนกลับไปก่อน
ฉีตงเยี่ยเดาะลิ้นที่กระพุ้งแก้ม ก่อนจะใช้มือเช็ดคราบเืที่มุมปากของตนเองออก สายตาของเสือร้ายจับจ้องร่างบางของภรรยาราวกับว่าอีกฝ่ายเป็เหยื่อที่ไม่อาจหลุดรอดไปจากเขาได้
“แต่ฉันมีเงื่อนไข” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยปากออกไป
“หึ เธอคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มาเรียกร้องอย่างนั้นเหรอ แค่ที่เธอตบฉันแล้วยังหายใจอยู่ก็นับว่าฉันปรานีคนอย่างเธอมากแล้ว” ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาต่อรองกับเขา เธอควรเซ็นใบหย่าแล้วใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ที่นี้ ไม่มีปากมีเสียง ไม่เรียกร้องอะไร เลี้ยงดูลูกชายของเขาให้เติบใหญ่
ถึงแม้จะหย่าขาด แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไป เธอจะต้องอยู่ดูแลลูกชายของเขา และอยู่อย่าเจียมตัว อยู่ในที่ที่ที่เขาให้เธออยู่
“ถ้าฉันบอกว่าที่คุณยังมีลมหายใจก็ถือว่าเป็การปรานีจากเช่นกันละ?” มันง่ายมากที่จะลงมือฆ่าผู้ชายคนนี้ เพื่ออิสรภาพของตนเอง เพียงแต่หนานฟางไม่ทำเพราะคิดถึงความรู้สึกของฉีตงเหอ เด็กชายคงรู้สึกเสียใจที่พ่อผู้ให้กำเนิดจากไป และคนที่ลงมือฆ่าก็คือเธอเอง
ถึงแม้ว่าจะฆ่าโดยที่ฉีตงเหอไม่รับรู้ แต่เธอเองก็รู้มันอยู่แก่ใจ นี้คือโอกาสสุดท้ายที่ยอมให้ผู้ชายสารเลวอย่างฉีตงเยี่ยมีลมหายใจอยู่ต่อไป
“มันจะมากไปแล้วนะหนานฟาง” ฉีตงเยี่ยเอามือตบโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปจัดการตบปากสั่งสอนผู้หญิงอวดดีคนนี้
อึก... อ่า
“นายท่าน” เมื่อเห็นผู้เป็นายทรุดตัวลงอย่างไม่คาดคิด ฉีห่าวก็เอ่ยเรียกด้วยความเป็ห่วง สองเท้าจะเข้าไปพยุงผู้เป็นาย ไม่รู้ว่าเหตุใดนายท่านถึงทรุดตัวลงกับพื้นแถมมีสีหน้าที่เ็ป
แต่เสียงของหญิงสาวเอ่ยขึ้นเสียก่อน ทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาต้องหยุดชะงัก
“ถ้าก้าวขาเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉีตงเยี่ยคงไม่รอด ตอนนี้เขาถูกพิษและมีแค่ฉันเท่านั้นที่มียาถอนพิษ” ทำร้ายคนอื่นด้วยการวางยาพิษเพื่ออำนาจของตนเอง วันนี้โดนเองกับตัวจะได้รู้ว่าการถูกพิษมันเ็ปและทรมานเพียงใด
แววตาและน้ำเสียงของหญิงสาวเต็มไปด้วยอำนาจ สายตาที่จ้องมองมาทำให้ฉีห่าวนึกหวั่นใจไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
“อึก อ่า หนานฟางนางสารเลว แกทำอะไรฉัน อึก...” ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนมีเข็มนับร้อยกำลังทิ่มแทง มันเ็ปและทรมานเป็อย่างมาก ได้แต่นั่งทรุดตัวกัดฟันทด ส่งสารตาอาฆาตให้อีกฝ่าย
“ฉันเตือนคุณแล้วว่าอย่าล้ำเส้น ตอนนี้ฉันมีสิทธิ์ที่จะต่อรองกับคุณหรือยัง คุณฉีตงเยี่ย” หนานฟางแสยะยิ้มมองอีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้าอย่างคนเหนือกว่า
“หนานฟาง” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอีกฝ่าย ไม่มีใครที่ทำให้มีสภาพแบบนี้ ราวกับว่าตอนนี้เขากำลังนั่งคุกเข่าให้กับผู้หญิงคนนี้ แล้วจะไม่ให้เขารู้สึกว่าเธอกำลังหยามเกียรติของเขาได้ยังไง ยิ่งนึกยิ่งเจ็บใจ แววตามาดร้ายจับจ้องร่างบางอย่างไม่วางตา
“อย่าแม้แต่จะคิดใช้อาเหอมาต่อรองกับฉัน เพราะถ้าคุณทำแบบนั้น ชีวิตของคุณก็คงต้องจบลงตรงนี้” หนานฟางเอ่ยออกมาราวกับนั่งอยู่ในใจของฉีตงเยี่ย อีกฝ่ายได้แต่กัดฟันกดข่มความเ็ปและความไม่พอใจ แค่จะเอ่ยปากยังยาก
“พวกนายทั้งสองคนได้ยินชัดแล้วสินะ ถ้าหากอาเหอไม่กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ตามเวลาที่กำหนด เตรียมจัดงานศพให้ฉีตงเยี่ยได้เลย” หนานฟางหันไปพูดกับลูกน้องของฉีตงเยี่ย ซึ่งฉีจากพึ่งพาคนเดินเข้ามาสมทบ
แต่ตอนนี้ชีวิตของฉีตงเยี่ยอยู่ในกำมือของเธอ แน่นอนว่าคนที่รักตัวเองและแสนเห็นแก่ตัวอย่างเขา คงต้องเลือกรักษาชีวิตในตอนนี้
“ฮึก.. ทำตามที่เธอบอก” ฉีตงเยี่ยเปล่งเสียงบอกกับลูกน้องของตนเอง ตอนนี้เขาทรมานเป็อย่างมาก ความเ็ปบาดลึกราวกับเข็มนับร้อยเล่มกำลังทิ่มแทงเข้าไปในกระดูกของเขา มันช่างทรมานเป็อย่างมาก หากไม่ได้ยาแก้พิษเขาคงต้องตายจริงๆ
ดูเหมือนว่าเขาจะประมาทผู้หญิงคนนี้มากเกินไป ทั้งๆ ให้คนของเขาจับตาดูเธอตลอดเวลา กลับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมียาพิษที่มีพิษร้ายแรงถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าพ่อบ้านและสาวใช้ที่นี่เป็คนของเธอไปแล้ว
หนานฟางสบมองฉีตงเยี่ยด้วยแววตาเ็าไร้ความปรานี แม้ว่าการใช้พิษจะเป็การกระทำที่ต่ำช้าไปเสียหน่อย แต่มันช่างเหมาะสมและคู่ควรกับคนอย่างฉีตงเยี่ย
เธอไม่อยากเปิดเผยความสามารถของผู้ฝึกพลังปราณของตนเองด้วย การใช้พิษถึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับต่อรองและให้บทเรียนกับผู้ชายอย่างฉีตงเยี่ย