01
เสี่ย
-Planil part-
“หม่าม๊าค้าบบ ปลาวาฬยักได้พ่อ หม่าม๊าช่วยไปซื้อพ่อมาให้ปลาวาฬโหน่ยสิครับ”
ทันทีที่ประโยคดังกล่าวหลุดออกมาจากปากเล็กๆของลูกชายตัวกลม
ผมกับเพื่อนสนิทก็หันมามองหน้ากันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย
ความคิดแรกที่แว๊บเข้ามาในหัวเลยคือ บรรลัยแล้วไง
ซึ่งไอ้วินมันก็คงคิดไม่ต่างจากผมเท่าไหร่หรอก เพราะดูจากสถานะการแล้ว เื่นี้มันต้องไม่จบง่ายๆแน่
“นะค้าบบบหม่าม๊า น้องยักมีพ่อ พาน้องไปซื้อน้า”
ไอ้ความที่ลูกอยากมีพ่อนี่ผมก็พอจะเข้าใจได้นะ แต่ที่บอกให้ผมพาไปซื้อพ่อนี่ ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพ่อในความเข้าใจของลูกชายผมนั้นคืออะไรกันแน่ เป็ คน สัตว์ หรือ สิ่งของ
“เอ่อ ปลาวาฬครับ หนูจะเอาพ่อมาทำไมบอกหม่าม๊าได้ไหม”
“เออ นั่นสิ น้าว่าเอามาก็รกบ้านเปล่าๆอย่าอยากได้เลย”
ทานโทษเถอะครับเพื่อนรัก ที่มึงพูดถึงนั่นคือพ่อจริงๆไม่ใช่ถุงขยะใช่ไหม คิดได้ไงว่ะ เอามาก็รกบ้าน
“ปลาวาฬยักขี่หลังพ่อ ยักเล่นกับพ่อ ยักห้ายพ่อกอด ปลาวาฬยักมีพ่อเหมือนเพื่อนโคนอื่น”
ปลาวาฬเริ่มพูดเสียงเบาลงเรื่อยๆพร้อมกับกอดขาผมแน่นขึ้น
นี่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลูกผม้าพ่อขนาดนี้ ผมคิดว่าผมให้ความรักความอบอุ่นกับลูกมากพอที่ลูกจะไม่โหยหาความรักจากคนเป็พ่อแล้วเสียอีก
แล้วผมควรทำอย่างไรกับเื่นี้ดี
เงินเก็บตอนนี้ก็มีไม่ค่อยเยอะด้วยสิ ถ้าไปขอซื้อเขาจะลดราคาให้ผมไหมนะ
“วิน....”
ผมเรียกชื่อเพื่อนสนิทเสียงอ่อนเสียงหวาน
“หืม... มึงอย่ามองกูด้วยสายตาแบบนี้ได้ไหมว่ะ ลางสังหรณ์กูมันกำลังเตือนว่าเื่ที่มึงกำลังคิดอยู่มันต้องไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ”
ไม่ใช่เื่ดีที่ไหน นี่อ่ะเื่ดีสุดๆเลยล่ะเพื่อนรัก....
“แหะแหะ กูยืมเงินมึงหน่อยดิ”
“มึงอย่าบอกนะว่า.....”
“ใช่!! ตามนั้นเลย”
ผมส่งยิ้มให้มัน แบบที่คิดว่าหวานหยดย้อยที่สุดที่เคยยิ้มมา
“กูว่าแล้วเชียว... ว่ามันต้องไม่ใช่เื่ดี...”
@บริษัท เครือวิวัฒนสุนทร
“หม่าม๊าค้าบ พ่ออยู่ที่นี่หรอ”
“ครับ เราจะมาซื้อพ่อกันที่นี่”
“มึงเอาจริงหรอวะนิล กูว่ากลับบ้านตอนนี้ยังทันนะ”
ไอ้วินที่ยืนอยู่ข้างๆพูดขึ้น
“กลับได้ไงวะ วันนี้กูเตรียมเงินมาเต็มกระเป๋าแล้ว วันนี้กูต้องได้พ่อของลูกติดไม้ติดมือกลับไปด้วย”
นี่ผมลงทุนมากเลยนะกับเื่นี้ เพราะฉะนั้นผมจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด
“กูถามหน่อย ไอ้เงินเต็มกระเป๋านี่ มึงพกมาเท่าไหร่?”
ไอ้วินมันทำหน้าเหมือนไม่เชื่อว่าผมพกเงินมาเต็มกระเป๋าจริงๆ มันไม่รู้จักเสี่ยปลานิลคนนี้ซะแล้ว
“สามพัน”
“สามพัน!!!!”
“มึงจะะโทำไมเนี่ย เดี๋ยวยามก็ได้แห่กันมาต้อนรับมึงหมดบริษัทหรอก”
มันเล่นะโเสียงดังลั่น จนพนักงานที่เดินไปเดินมาเริ่มหันมามอง
“ไอ้เชี่ยนิล สามพันนี่นะเต็มกระเป๋าของมึง”
“อืม เหรียญล้วนๆ หนักชิบหาย”
นี่ผมลงทุนแคะกระปุกออมสินมาเลยนะ
“โอ๊ยยยยย กูอยากจะบ้าจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายๆมันสะตอนนี้เลย เวรกรรมอะไรของกูว่ะถึงได้ต้องมาชดใช้กรรมโดยการเกิดมาเป็เพื่อนกับมึงเนี่ย”
ไอ้วินมันทำหน้าเหมือนอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายจริงๆ แต่ผมให้มันตายตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ ภารกิจยังไม่จบ เพราะฉะนั้นมันต้องอยู่เป็กำลังเสริมให้ผมก่อน
“เอาน่ามึง กูเชื่อว่าเราต้องผ่านมันไปได้”
“ผ่านก็เหี้ยล่ะ กูว่ากลับบ้านเหอะ ตอนนี้ยังทันนะมึง”
ดูปากปลานิลชัดๆนะครับ
“กู-ไม่-กลับ!!”
“ตามใจมึงเลยครับเพื่อน”
สุดท้ายมันก็ยอมแพ้ผมแล้วเดินตามผมเข้ามาด้านในตัวอาคาร
“มึงกับปลาวาฬรออยู่ตรงนี้แป๊บนึง กูขอไปติดต่อพนักงานก่อน”
“เออ”
“หม่าม๊ามาเยวๆน้า น้องยักได้พ่อแย้ววว”
“ครับผม”
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ ติดต่อเื่อะไรคะ”
“เอ่อ ผมมาขอพบ คุณ ฉลาม วิวัฒนสุนทร ครับ”
ผมตอบกลับพนักงานรีเซฟชั่นสาวของบริษัท
“ได้นัดไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าคะ”
จะเอาอะไรมานัดครับ แค่มาถูกที่นี่ก็แทบจะรำแก้บนให้ GPSแล้ว ผมได้แต่ตอบกลับในใจ แต่ในความเป็จริงก็ตอบได้แค่
“ไม่ได้นัดครับ”
“แล้วจะให้ดิฉันแจ้งท่านประทานว่าใครมาขอพบค่ะ”
หึหึ มาถึงที่นี่ทั้งที เราจะเปิดตัวแบบเล็กๆไม่ได้ครับ เราต้องเล่นใหญ่ๆไว้ เปิดตัวธรรมดา เบเบ เดี๋ยวเขาจะไม่ให้ผมเข้าพบ เพราะฉะนั้น....
“เสี่ยปลานิลครับ บอกเขาว่าเสี่ยปลานิลมาขอพบ”
TBC.
รู้จักกันไหม เสี่ยปลานิลเหรียญสามพัน ใครยังไม่รู้ก็รู้สะนะ เพราะเื่นี้เสี่ยเขาไม่ได้มาเล่นๆ
ไว้อาลัยพี่ฉลามล่วงหน้าเลยครับ ณ จุดๆนี้เตรียมยาพาราไว้รอเลย