ภายในห้องนอนส่วนตัวถึงแม้จะดูเล็กไปบ้าง ทั้งข้าวของเครื่องใช้ยังครบครัน แต่ก็นับว่าใหญ่กว่าห้องของบ่าวรับใช้ภายในจวนคนอื่นๆ ก็แน่อยู่แล้วนางมิได้เป็บ่าวรับใช้ และก็ไม่ได้มีสิทธิ์ในจวนอีกด้วย เป็เพียงผู้อยู่อาศัยที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดี งานมิต้องทำ อีกทั้งไม่มีประโยชน์อันใดต่อจวน
มือเรียวดึงผ้าคาดเอวออกช้าๆ อาภรณ์บุรุษที่สวมใส่ก่อนหน้าค่อยๆไหลลงไปกองที่พื้น เผยให้เห็นรูปร่างของสตรีที่จุดใดควรโตก็โต จุดใดควรเล็กก็เล็ก ครบตามหลัก 5 ประการของหญิงงาม ผิวของนางขาวเนียนผ่องใสสมคำที่ว่า ผิวงาม มือเรียวปลดผมที่หมวยกันไว้้า เส้นผมดำยาวเงางามลวยค่อยๆสยายลงมาตามแรงลม สมกับคำว่าผมงาม เยียนฝางหยิบอาภรณ์สตรีขึ้นมาส่วมใส่ ใบหน้าหวานยิ้มกว้างเมื่อเห็นตนเองในกระจกทองแดง จนเห็นฟันขาวสะอาดเรียงตัวเสมอกัน สมกับคำว่าฟันงาม เรียวปากบางเม้มชาดแดงและนำมันไปวางไว้ข้างๆ ดวงตากลมโตมองภาพตนเองในกระจกอย่างพอใจ ไม่ว่าจะเป็ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตา จมูกโด่ง เรียวปากบาง ทุกอย่างล้วนสมกับคำว่าเนื้องาม วันนี้เป็วันที่หญิงสาวอายุครบ 18 ปีบริบรูณ์ สมกับคำว่าวัยงาม
ก๊อกๆ
"เยี่ยนฝาง นายท่านจ้าวเรียกเ้าไปพบ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกความสนใจของหญิงสาว ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของคนที่คุ้นเคย
"ข้ารู้แล้ว ข้ากำลังไป"
เยี่ยนฝางะโออกไปจากห้อง ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู แล้วพบว่าเป็สหายของตนที่มาเรียก ที่นี่ถึงนางจะมิใช่เ้านายแต่ทุกคนก็ปฏิบัติกับนางเป็อย่างดี อีกทั้งหญิงสาวเป็คนกันเอง สามารถเข้าได้กับทุกคนในจวน พ่อบ้าน บ่าวรับใช้ คนเลี้ยงม้า จนแม้กระทั้งเ้าของจวนแห่งนี้อีกด้วย
"เข่อซิน ข้าซื้อขนมมาฝากเ้า"
เยี่ยนฝางยื่นถุงขนมที่ตนซื้อมาจากตลาดเมื่อตอนกลางวันให้สหาย เข่อซินเป็สาวใช้ที่จวนนี้มาั้แ่เด็กๆ อีกทั้งนางยังเป็สหายคนแรกที่นางรู้จักั้แ่เข้ามาอยู่ในจวนนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว อาจเป็เพราะอายุเท่ากัน ทำให้ทั้งคู่เข้ากันได้เป็อย่างดี เื่บางเื่นางก็ได้เข่อซินผู้นี้ช่วยในหลายๆอย่าง
"ขนมยุเหวียนเชียว ยังเป็เ้าที่รู้ใจข้าที่สุด"
"เช่นนั้นเ้าค่อยๆทานไปนะ ข้าต้องรีบไปแล้ว"
เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปทันที ให้ผู้ใหญ่รอนานมิดี อีกทั้งวันเกิดของนางทุกๆปี หญิงสาวมักจะถูกนายท่านจ้าว จ้าวิเต๋อ เรียกไปพบ จวนแห่งนี้ถึงแม้จะใหญ่โต แต่กลับมีผู้เป็นายเพียงสองคน คือสองพ่อลูกเท่านั้น นายท่านจ้าวมิได้มีอนุเลยแม้เพียงสักคน มีบุตรเพียงสองคน คนที่สองเสียชีวิตั้แ่ยังเด็ก นั้นยิ่งทำให้จวนแห่งนี้เงียบเหงามิน้อย อีกทั้งบุตรชายเพียงคนเดียว จวบจนอายุเข้าสามสิบเจ็บปีแล้วก็มิคิดจะแต่งสตรีนางไหนเข้าเรือนเลยแม้เพียงสักคน
"เยี่ยนฝางเ้าเข้าไปเถอะ"
พ่อบ้านหนิงอันออกมาจากเรือน ก่อนจะบอกหญิงสาวให้เข้าไปด้านใน เยี่ยนฝางเอื้อมมือไปประตูบานใหญ่ที่้ามีป้ายไม้ที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีทองว่า ซ่าน โหย่ว ซ่านเป้า (ตอบแทนความดีด้วยความดี)
แง๊น~~~
เสียงประตูไม้เกิดเสียงดังยามที่หญิงสาวเปิดเข้าไป นางเดินตรงไปที่กลางห้องโถง และได้รับรอยยิ้มใจดีของชายอายุราวๆเจ็บสิบปีส่งมา จ้าวิเต๋อั้แ่ฮูหยินของเขาเสียเมื่อสิบปีก่อน สุขภาพของเขาก็แย่ลงเดินเหินมิค่อยสะดวก ต้องใช้รถเข็นไม้ตลอดเวลา ทั้งที่ยามหนุ่มนั้นเป็ถึงอดีตแม่ทัพของแคว้น ครานี้บุตรชายได้เจริญรอยตามบิดา เขาก็ลาออกจากราชการเป็เพียงบิดาที่ดูแลจวนเท่านั้น
"คารวะนายท่านจ้าวเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยพลางทำท่าคารวะ
"มาแล้วหรือ มา มานั่งก่อน"
จ้าวิเต๋อเอ่ยอย่างใจดี เขาเองก็เอ็นดูหญิงสาวไม่น้อย ถึงแม้ความตั้งใจแรกจะรับนางเป็บุตรบุญธรรม แต่เขาก็ถามนางอีกคราแล้ว หญิงสาวกลับปฏิเสธเขาเพียงแค่ให้ที่พักและเลี้ยงดูนางเป็อย่างดีเท่านี้นางก็พอใจเสียแล้ว ช่างเป็เด็กที่กตัญญูและเข้มแข็งมิน้อย
"มา รับนี้ไป"
มือใหญ่ยื่นกล่องไม้ให้หญิงสาว เยี่ยนฝางที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเอื้อมมือไปรับทันที เนื่องจากกล่องไม้นั้นมิใช่กล่องเล็กๆ มือเหี่ยวหย่นจับที่นิ้วเรียวเบาๆอย่างเอ็นดู
"ข้าขออวยพรให้เ้าสุขสมกับสิ่งที่ปราณาทุกๆเื่"
เขาเอ่ยพลางตบที่บนฝามือหญิงสาวเบาๆ เยี่ยนฝางยิ้มกว้างให้เขาตอบเช่นกัน ความเมตตาของนายท่านนางรับรู้ได้เป็อย่างดี ท่านดีต่อนางไม่ต่างจากบิดามารดานางที่เสียไปแล้วเลย ความอบอุ่นที่นางได้รับมานั้น ทำให้นางกล้าเรียกที่นี้ได้เต็มปากว่าบ้านจริงๆ
"ขอบคุณนายท่านจ้าวเ้าค่ะ"
"ลองเปิดดูว่าเ้าชอบหรือไม่"
เยี่ยนฝางที่ได้ยินเช่นนั้นก็เปิดกล่องไม้ มือเรียวหยิบปิ่นหยกสีขาว มีลวดลายดอกไม้เล็กๆ ก่อนจะยิ้มกว้างส่งกลับไปให้นายท่านจ้าว
"ข้ามิรู้ว่าหญิงสาวสมัยนี้ชมชอบสิ่งใด คนแก่เช่นข้าคิดไม่ออกจริงๆ"
"ข้าชอบเ้าค่ะ ยังคงเป็ท่านที่รู้ว่าข้าชมชอบแบบใดมากที่สุด"
หญิงสาวเอ่ยออกไปตามจริง นางชอบสิ่งของที่เรียบๆธรรมดา ทั้งสีและลวดลายบ่งบอกได้ว่าของสิ่งนี้คือตัวนาง ถ้าจะบอกว่าจวนแห่งนี้ใครดีกับนางที่สุดคงต้องเป็นายท่านจ้าวผู้นี้แล้ว
"ปีนี้เ้าอายุเท่าใดแล้วนะ"
"เรียนนายท่านจ้าว ปีนี้เยียนเออร์อายุสิบแปดปีเ้าค่ะ"
"อายุเ้าเลยวัยปกปิ่นมาแล้ว มิคิดจะออกเรือนหรือ มีคนรักแล้วหรือไม่"
"ยะ....ยังเ้าค่ะ ข้าพึ่งจบจากสำนักศึกษายังอยากใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา....."
"นายท่านกำลังคุยกับแม่นางเยี่ยนฝางขอรับ"
หญิงสาวยังเอ่ยไม่ท่านจบ ก็ถูกเสียงจากด้านนอกแทรกเข้ามาเสียก่อน
"ผู้ใด"
นายท่านจ้าวะโถามคนที่อยู่ด้านนอกทันที จวนแห่งนี้มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถมาพบเข้าได้โดยทันที มิต้องรอให้บ่าวรับใช้มาแจ้ง เห็นทีว่าจะมีเพียงคนเดียว
"ท่านพ่อ ลูกเองขอรับ"
"เข้ามาเถอะ"
สิ้นเสียงนายท่านจ้าว ประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก ร่างใหญ่ในชุดสีน้ำเงินเดินเข้ามาด้วยทวงท่าสง่างามอย่างที่หญิงสาวเคยเห็นประจำ แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้นางจะได้เห็นเขาใกล้ๆกว่าทุกครา หัวใจของหญิงสาวเต้นรั่วยากที่จะควบคุม เหตุใดชายหนุ่มถึงมีอิทธิลกับนางมากขนาดนี้นะ ร่างบางลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัวขณะที่จ้องมองไปยังเขา จ้าวเทียนหยางเดินมาหยุดที่หน้านาง เวลาผ่านไปชั่วครู่กว่าหญิงสาวจะรู้ตัว รีบพาตนเองไปยืนข้างเก้าอี้เพื่อให้ชายหนุ่มได้นั่งแทนที่ตนทันทีอย่างรู้หน้าที่
"ชะ..เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
"เดี๊ยว!"
เยี่ยนฝางเอ่ยเสียงติดขัด แต่จังหวะที่กำลังจะก้าวไปกลับถูกเสียงหนึ่งห้ามไว้ เท้าเรียวจึงก้าวกลับมาที่เดิมอย่างประมาท จ้าวิเต๋อมองท่าทีของหญิงสาวอย่างครุ่นคิด เหตุใดคราอยู่ต่อหน้าเขานางถึงไม่มีท่าทีเช่นนี้ แต่พออยู่ต่อหน้าบุตรชายเขานางถึงได้หวาดกลัวกัน
"พวกท่านคุยกันต่อเถอะ ข้าเพียงมานั่งเล่นดื่มชาเท่านั้น"
จ้าวเทียนหยางหันมาเอ่ยกับผู้เป็บิดา พ่อบ้านหนิงอันที่รู้หน้าที่ก็รีบยกเก้าอี้ไม้อีกอันเข้ามาให้หญิงสาวทันที นางนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม
ดวงตาคมองหญิงสาวที่มีท่าทีหวาดกลัวเขาเล็กน้อย นางยามนี้นับว่าต่างจากเมื่อตอนเช้า ที่เขาชนในร้านขายตำราอยู่หลายส่วน ใบหน้านางงดงามเช่นนี้ ยามแต่งกายเป็บุรุษดูเช่นไรก็มิใช่บุรุษ ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจที่ใดแต่งกัน นี่นับเป็ครั้งแรกที่เขาได้มองหน้าใกล้ๆ เขาเองก็ยอมรับว่านางเป็สตรีงดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาเช่นกัน แต่อายุของเขาและนางเรียกได้ว่าสามารถเป็บิดากับบุตรสาวเลยก็ว่าได้
"เยียนเออร์เ้าอย่าได้หวาดกลัว เขาก็เป็เช่นนี้"
จ้าวิเต๋อเอ่ยบอกหญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม เยี่ยนฝางรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที
"มิได้เ้าค่ะ ท่านแม่ทัพเป็คนช่วยข้าและพามาที่จวนแห่งนี้ ข้าจะกลัวได้เช่นไร ย่อมมีเพียงความเลื่อมใสและเคารพเท่านั้น"
หญิงสาวรับเอ่ยอธิบายทันที
"พึ่งกลับจากวังหลวงหรือ"
จ้าวิเต๋อหันมาเอ่ยกับผู้เป็บุตรชาย
"ขอรับท่านพ่อ"
"งาน่นี้เยอะหรือไม่"
"่นี้เมืองหย่าฝู้เกิดน้ำท่วง เนื่องจากเขื่อนเก็บน้ำแตก ฝ่าามีรับสั่งให้นำทหารสองพันนายไปซ่อมแซ่มและช่วยชาวบ้านขอรับ"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยอย่างอธิบาย ่นี้เป็ฤดูวสันต์ ที่เมืองหย่าฝู๋ฝนตกติดต่อกันเป็สิบวัน ทำให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรง ่นี้ถึงแม้มิได้ออกศึก และก็ยังมีงานมากมายที่ให้เขาจัดการและยุ่งอยู่ตลอดเวลา จัดการงานหนึ่งออกไปได้ก็มีอีกงานเข้ามา จนแทบมิได้มีเวลาได้พักผ่อน
"เฮ้อ~ ปีนี้เ้าก็เข้าสามสิบเจ็ดแล้ว เมื่อไหร่จะแต่งสตรีเข้าจวนกัน หากเ้ามิขอฝ่าาเื่เลือกคู่ครองเอง เกรงว่าป่านี้ฝ่าาคงพระราชทานสมรสให้เ้านับสิบคนแล้ว เ้าดูเรือนหลังนี้สิ นับวันยิ่งเงียบเหงาไปเรื่อยๆ ข้าเองก็แก่ไปเรื่อยๆด้วยเช่นไร แล้วผู้ใดจะเป็คนดูแลจวนที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ เช่นนั้นไปหาซื้อเรือนเล็กๆที่มีเพียงสองห้องนอนอยู่ไม่ดีกว่าหรือ"
จ้าวิเต๋อเอ่ยด้วยท่าทีสิ้นหวัง เขารอแล้วรอเล่าที่หวังจะได้อุ้มหลานเหมือนจวนขุนนางอื่นๆบ้าง เห็นทีว่าบุตรชายที่ทำงานหนักเช่นนี้ คงมิมีหวังเสียแล้ว
"ท่านพ่อยังอยู่กับข้าอีกนานขอรับ"
"เอาเถอะ เ้าไปครานี้นานหรือไม่"
"น่าจะสองเดือนขอรับ"
"เช่นนั้นพาแม่หนูเยี๋ยนฝางไปด้วยสิ นางพึ่งเรียนจบจากสำนักศึกษา ให้นางได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง"
จ้าวิเพ่ยเอ่ยพลางหันหน้าไปทางหญิงสาว เขาเองก็ไม่เคยเห็นนางยุ่งวุ่ยวายกับบุรุษที่ไหนไม่ต่างจากบุตรชายเขาเลย หากให้นางไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง บางทีนางจะไม่ต้องอายุมาเหมือนบุตรชายแล้วยังมิมีคู่ครองหรือคนรักก็ได้
"ไปครั้งนี้ลำบากมิน้อย เกรงว่าสตรีเช่นนางคงจะทนความลำบากมิได้ขอรับ"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยบอกผู้เป็บิดา จากท่าทางของนางแล้ว ถึงนางจะไม่ใช่คุณหนูในห้องหอเหมือนจวนอื่นๆแต่จวนนี้ก็มิเคยให้นางลำบาก เกรงว่าเดินทางไปได้ไม่กีลี่นางคงร้องอยากกลับคืนเป็แน่
"ขะ....ข้าทนได้เ้าค่ะ ข้าไปได้ มิได้กลัวความลำบากเลยแม้แต่น้อย"
หญิงสาวตอบรับทันทีโดยที่ไม่ได้คิดอันใด นางเองก็อยากไปที่อื่นนอกจากเมืองหลวงอยู่แล้ว อีกทั้งยังได้เห็นชายหนุ่มตอนทำงานอีกด้วย ยามปกติเขาก็ดูสง่างามมิน้อย หากเห็นตอนที่เขาทำงานจะเป็เช่นไรนะ จ้าวเทียนหยางหรี่ตามองหญิงสาวที่มีท่าทีกระตือรือร้นเป็อย่างมาก ก็แอบกังวลในใจ เพราะที่เดินทางไปนั้นส่วนใหญ่เป็บุรุษที่เป็ทหารทั้งนั้น สตรีที่ไปนับว่ามีจนนับนิ้วได้ แต่คนพวกนั้นก็ถูกฝึกมาอย่างดี สตรีเช่นนางจะไหวได้เช่นไร
"ถอดใจเสียเถอะ ขนาดทหารกล้ายังแทบทนลำบากมิได้"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยออกไปตามตรงโดยที่ไม่ได้รักษาน้ำใจหญิงสาวเลย เพราะที่เขาพูดนั้นล้วนเป็ความจริง หากนางไปต่อมิไหวคงเป็ภาระให้เขาและคนในกองทหารต้องกลับมาส่งนางที่เมืองหลวงเป็แน่
"ข้าทนได้เ้าค่ะท่านแม่ทัพ ต่อให้ลำบากเท่าใดข้าจะไม่เอ่ยปากบ่นแม้เพียงสักคำ"
เยี่ยนฝางเอ่ยด้วยถ้อยคำหนักแน่นและมีท่าทีจริงจัง
"ให้นางไปเถอะ"
"แต่....ชั่งเถอะ! อีกสามวันออกเดินทาง เ้าเตรียมตัวให้พร้อมด้วย"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยจบ ก็ลุกทำท่าคารวะผู้เป็บิดาก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป จื่อหาวที่กำลังยืนคุยกับพ่อบ้านหนิงอันอยู่รีบวิ่งมาหาผู้เป็นายทันที
"หาของขวัญหนึ่งชิ้น นำไปให้นางด้วย"
"ขอรับ"
จื่อหาวรับคำอย่างว่าง่าย หากนางที่ผู้เป็นายหมายถึงคือแม่นางเยี่ยนฝางที่อยู่ในเรือนเมื่อสักครู่คงมิผิดแน่ เนื่อจากวันนี้เป็วันเกิดนาง คนในจวนต่างก็รู้กันหมด และอีกอย่างผู้เป็นายไม่เคยยุ่งวุ่นวายกับคุณหนูที่จวนใดอีกด้วย แต่ที่เขาแปลกใจคือ สิบปีมานี้ไม่เคยซื้อของขวัญวันเกิดให้นางเลยสักชิ้น แล้วเหตุใดปีนี้ถึงคิดอยากซื้อให้นางเสียอย่างนั้น
……
ยัยน้องดูจะคลั่งรักอีพี่นะ แอบชอบเขาแหล่ะ แต่มันเร็วไปไหมลู๊กกกกกกก อีพี่ใจเย็นๆนะระวังวันหนึ่งเขาไม่ได้ชอบแล้วจะเสียใจ555555 ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————