หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในเมืองัรุ่งโรจน์ผ่านไป 3 วัน บ้านเรือนของผู้ที่ได้รับความเสียหายก็ถูกซ่อมแซมให้กลับมาเป็ปรกติเช่นเดิม เวรยามภายนอกเมืองก็เพิ่มความแ่ามากขึ้น เพราะมิรู้ว่าพรรคหมื่นมารจะมาบุกเล่นงานอีกเมื่อไร
ส่วนเื่พิธีรับศิษย์ใหม่เข้าสำนักนั้นก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย วู่เทียนหลางเพียงแค่ เรียกพวกเขาให้มาทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ ในสำนักเท่านั้น ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
แล้วชีวิตความเป็อยู่ของห่าวหรานเล่ามันเป็อย่างไรบ้าง..?
แน่นอนว่ามันมิใช่ศิษย์ หากแต่เป็ผู้ที่ วู่เทียนหลางปรมาจารย์เ้าสำนักรับเข้ามามอบงานให้ทำ แลกกับค่าแรง ห่าวหรานจึงถูกส่งไปอยู่ที่ฝ่าย งานรับใช้ทั่วไป และอย่างที่เคยกล่าวไว้นานแล้วว่า ผู้ที่ทำงาน อยู่ในฝ่ายนี้ ล้วนเป็ลูกหลานของชาวบ้านผู้ยากไร้ ไม่ก็เป็ผู้พิการเล็กน้อย ดังนั้นคนเหล่านี้จึงเข้ากับห่าวหรานได้ไม่ยากเลย…
"เอาล่ะ ข้าได้แบ่งงานวันนี้ ในส่วนของพวกเ้าเรียบร้อยแล้ว จงตั้งทำให้ดีล่ะ อย่าได้ทำให้ท่านเ้าสำนักผิดหวังเอาได้"
"ขอรับหัวหน้าใหญ่ชินอี้"
ผู้ที่แจกแจงงานในแต่ล่ะวัน ให้ทุกคนนั้นมีนามว่า ชินอี้ เขาเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางใจดี อายุราว ๆ 30 ต้น ๆ และมีขั้นการฝึกฝนเพียงชั้นปฐีระดับต้น เท่านั้น
ซึ่งจริง ๆ ในฝ่ายนี้ไม่เน้นเื่การต่อสู้อยู่แล้ว ดังนั้นหัวหน้าผู้คุมจึงไม่จำเป็ ต้องไม่ได้มีวรยุทธ์สูงมากนัก
เมื่อชินอี้แจกจ่ายงานให้คนในฝ่ายหมดแล้วพวกมันจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่คนยกเว้น เพียงผู้เดียวนั้นคือ ห่าวหรานซึ่งยังยืนนิ่งอยู่เพราะชินอี้นั้น มิได้มอบหมายงานอันใดให้
"หัวหน้าใหญ่ชินอี้แล้วงานของข้าในวันนี้คือ…." ห่าวหรานเอ่ยถามขึ้น
"งานของเ้ารึ? น้องห่าวหราน ดูเหมือนวันนี้เ้าจะมิต้องทำอันใดนะ"
"ไม่ต้องทำอันใด..? ข้าไม่เข้าใจความหมายที่หัวหน้าบอก"
"เ้านี่ช่างเป็เด็กที่เข้าใจยากแท้ ไม่ต้องทำอันใดก็คือไม่ต้องทำอันใด อยู่เฉย ๆ เพื่อรอ…"
"รอผู้ใด..? "
"รอนานไหมชินอี้ ห่าวหราน" ยังมิทัน ที่หัวหน้าใหญ่ของฝ่ายงานทั่วไปชินอี้จะพูดจบ เสียงของวู่เทียนหลางก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
"คารวะท่านปรมาจารย์เ้าสำนัก"
"คารวะผู้าุโ"
ทั้งชิงอี้ และ ห่าวหรานต่างยกมือประสาน ก่อนค้อมตัว ทำความเคารพหมกมุ่นเทียนหลาง อย่างนอบน้อม
"ตามสบาย ๆ ไม่ต้องมากพิธี" วู่เทียนหลางแย้มยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ข้าน้อยกำลังรอท่านเ้าสำนักอยู่พอดี"
"แจกจ่ายงานเสร็จพอดีสินะ เช่นนั้นพวกเราก้ไปกันเถิด"
"ขอรับ" ชินอี้กล่าวเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเดินตามวู่เทียนหลางไป ส่วนห่าวหรานนั้นยังงุนงงไม่หาย แต่ไม่นานชินอี้ก็เรียกให้มันเดินตามไปด้วย
"เรียนถามผู้าุโพวกเรากำลังจะแห่งใดกันขอรับ"
"ห่าวหรานเอ๊ย เ้าพึ่งจะเข้ามาอยู่ในสำนักใหม่ ๆ คงยังไม่รู้ทิศทาง วันนี้ข้าจึงจะขันอาสาพาเ้าไปรู้จักส่วนต่าง ๆ ในสำนัก ภายภาคหน้าเ้าจะได้รู้ว่าต้องมาทำงานตรงไหน"
"เป็เช่นนี้นี่เอง ทว่า…ไม่เห็นต้องลำบากผู้าุโเลย ให้หัวหน้าใหญ่เป็ผู้พาข้าดูก็ได้มิใช่หรือขอรับ"
"ลำบงลำบากอันใดกัน ข้าเองก็เบื่อ ๆ อยู่ด้วย ได้ออกมาเดินเล่นดูความเป็ในสำนักบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน" วู่เทียนหลางลูบเครายาวก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทางมีความสุข และพอห่าวหรานได้ฟังเช่นนั้นมันก็เริ่มครุ่นคิดในใจว่า "แล้วปรกติผู้าุโไม่ได้ออกมาเดินเช่นนี้หรือไงนะ"
"ไม่ได้ออกมาหรอกห่าวหราน" เหมือนชินอี้จะรู้ว่าห่าวหรานคิดสิ่งใดอยู่ มันจึงได้พูดขึ้นมา
"ปรกติแล้วท่านเ้าสำนักจะเข้าฌานอยู่ในห้องลับเพื่อศึกวรยุทธ์ขั้นเทวะนาน ๆ จึงจะออกมาสักทีอย่างเช่นงานทดสอบรับศิษย์ก่อนหน้านี้อย่างไรเล่า หรือไม่ก็ตอนที่….."
"ตอนไหนรึหัวหน้าใหญ่ชินอี้"
ชินอี้เงียบเสียงไปก่อนที่จะเอามือป้องปาก และมากระซิบข้างหูห่าวหราน
"ตอนที่ท่านเบื่อ ๆ อยากหาสุราดื่ม หรือหาของอร่อย ๆ ในเมืองทาน ท่านก็จะปลอมตัวไปเป็คนชราใส่ชุดขาด ๆ หนีออกไปบ่อย ๆ ประหนึ่งว่าตนเองเป็ชาวบ้านร้านตลาด ทำแบบนั้นเพื่อไม่ให้ใครจำได้"
พอชินอี้บอกแค่นั้นห่าวหรานก็ถึงบางอ้อ ที่แท้ยามมันเจอวู่เทียนหลางครั้งแรก นั้นปรมาจารย์เ้าสำนักแอบหนีมาเที่ยวเล่นนั้นเอง….
อะแฮม ๆ เสียงวู่เทียนหลางกระแอมเบา ๆ จนชินอี้ต้องรีบถอยออกห่างจากห่าวหราน พร้อมกับยิ้มแบบเขิน ๆ
"ข้าก็มิได้ออกไปบ่อยเช่นนั้นเ้าก็กล่าวเกินไปชินอี้"
"เรียนถามท่านเ้าสำนักเดือนนี้กี่หนแล้วขอรับ"
"สิบสอง….เอ็ย! ใช่ซะที่ไหนเล่า แค่ สองหนเอง พอ ๆ เลิกนินทาข้าต่อหน้าได้แล้ว ตอนนี้มาที่เื่ของห่าวหรานจะดีกว่า"
วู่เทียนหลางรีบเปลี่ยนเื่กลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว ประจวบเหมาะกับมันได้เดินทางมาถึงฝ่ายการต่อสู้พอดิบพอดี
"เอาล่ะเรามาถึงแล้วห่าวหราน บริเวณนี้เป็ส่วนฝ่ายต่อสู้ของสำนักเรา มีอาจารย์ผู้ดูแลนามว่า เทียนเจิง"
"เทียนเจิงหรือขอรับ..? " ห่าวหรานรู้สึกคุ้นชื่อนี่ จึงได้ทวนคำของวู่เทียนหลาง พร้อมสีหน้าประหลาดใจ
"คุ้นชื่อใช่หรือไม่ ห่าวหราน" ชินอี้เอ่ยถาม เข้มแข็งหมกมุ่นหราน พยักหน้า มันจึงชี้นิ้วไปที่ลานฝึกวรยุทธ์ซึ่งยามนี้มี เทียนเจิงในชุดครูฝึกสีดำกำลังสอนศิษย์คนอื่น ๆ อยู่เมื่อนั้นเองห่าวหรานจึงนึกออกว่า เทียนเจิงก็คือชายผู้คุมการทดสอบเมื่อสามวันก่อน
เทียนเจิงเมื่อััได้ถึงสายตาของคนสามคน มันจึงยกมือสั่งให้เหล่าศิษย์หยุด ก่อนจะหันมามอง ทุกคนต่างในิดหน่อยที่ได้พบกับวู่เทียนหลาง พวกมันจึงพลันแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม วู่เทียนหลางเองก็พยักหน้าตอบ พร้อมกับส่งสัญญาณด้วยรอยยิ้มว่าให้ ทุกคนฝึกกันต่อ ก่อนที่ตัวของเขา ชินอี้ และห่าวหรานจะเดินจากไป
"นั้นท่านปรมาจารย์เ้าสำนักรึ..? น่าแปลกยิ่งนัก ข้านึกว่าหลังจากจบพิธีทดสอบ ท่านจะเก็บตัวฝีกวิชาต่อเสียอีกเหตุใดจึงออกมาเดินเล่นเช่นนี้ แล้วเ้าเด็กหนุ่มตาบอดผู้นั้นมันเป็ใครกัน" เสียงของศิษย์ปี 2 คนหนึ่งในแถวเอ่ยพึมพำขึ้นด้วยท่าทางไม่พอใจ ซึ่งสหาย ๆ ของมันก็ล้วนแต่ไร้คำตอบ
ทว่า….ห่างออกไปอีกเล็กน้อยในแถวของศิษย์ปี 1 กลับมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งภายในใจนั้นไม่พอมากกว่าหลายร้อยเท่า เฟยฮุนนั้นเอง
"เหตุใด เหตุใดกัน เหตุใดที่ท่านปรมาจารย์เ้าสำนัก ถึงต้องพาไอ้ขี้ข้าต่ำต้อยอย่างมัน มาเดินชมสำนัก ทั้ง ๆ ที่มันก็หาใช่ศิษย์เสียหน่อย"
"พวกเ้าเลิกกระซิบกระซาบส่งเสียงกันได้แล้ว ตั้งใจฝึกวรยุทธ์กัน ท่านเ้าสำนักจะทำสิ่งใดไม่ใช่ธุระกงการของพวกเ้า เข้าใจหรือไม่…"
"ขอรับท่านอาจารย์..!!" ศิษย์ในสนามแทบทุกคนขานรับอย่างเข้มแข็งเสียงดัง ก่อนที่พวกมันจะเริ่มฝึกวรยุทธ์กันต่อ เฟยฮุนแม้นจะไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก แต่มันก็มิอาจทำอันใดได้ นอกจากเก็บความอิจฉาริษยาไว้ภายในอก..
จากนั้นวู่เทียนหลางก็พาห่าวหรานดูในฝ่ายอื่น ๆ ต่อ ไม่ว่าจะเป็ฝ่ายโอสถ ฝ่ายจิตปราณ ฝ่ายอักษร ซึ่งไม่ว่าทั้งสามจะไปยังฝ่ายไหน ห่าวหรานก็จะรู้สึกได้ถึงสายตาแปลก ๆ ที่มองมาตลอด เหล่าศิษย์พวกนี้คงไม่พอใจมากแน่ ๆ ที่วู่เทียนหลางเป็ผู้พามันมาดูส่วนต่าง ๆ ในสำนักด้วยตนเอง จากนั้นทั้งสามจึงได้เดินมาถึงฝ่ายสุดท้ายซึ่งก็คือ ฝ่ายอาวุธ ดูเหมือนห่าวหรานจะสนใจฝ่ายนี้เป็พิเศษ คงเพราะเมื่อก่อนยามที่อยู่หมู่บ้านสกุลเฟย มันเองก็ได้ทำงานตีเหล็กหลอมอาวุธอยู่ตลอด ั้แ่ห่าวหรานเริ่มมีแรงยกค้อนไหว วู่เทียนหลางเองก็สังเกตเห็นจึงได้เอ่ยถามขึ้น
"ดูท่าทางเ้าจะสนใจงานหลอมอาวุธเป็พิเศษสินะห่าวหราน"
"ขอรับท่านเ้าสำนัก สมัยก่อนตอนที่อยู่ในหมู่บ้านสกุลเฟย ข้ามักจะถูกใช้ให้ไปทำงานที่โรงหลอมเป็ประจำ"
พอชินอี้ได้ฟังมันก็ตาโตด้วยความใ "เ้าทำงานในโรงหลอมรึน้องชาย…? แต่เ้ายังอายุไม่เท่าไหร่เลยมิใช่รึ"
"ถูกแล้วท่านหัวหน้า ข้าทำงานในโรงหลอมของหมู่บ้านั้แ่เจ็ดขวบ ท่านจะให้ข้าทำเช่นไรได้ ในเมื่อฐานะของข้าเป็แค่คนรับใช้ ผู้เป็นายสั่งก็ต้องทำตามมิอาจขัดขืน"
"น่าเห็นใจยิ่งนัก น่าเห็นใจจริง แต่ข้าว่าเ้าคงจะไม่ทุกข์ร้อน หรือทรมานกับมันเลยใช่หรือไม่"
"ใช่แล้วท่านเ้าสำนัก แรก ๆ มันก็ลำบากอยู่ แต่พอข้าทำไปทำมาก็เริ่มชอบมัน ข้าได้ตีดาบที่แข็งแกร่งหลายเล่ม หลอมขวานเหล็กที่ทรงพลังหลายเล่ม ยามนั้นข้าภาคภูมิใจยิ่งนัก"
ห่าวหรานเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข มิได้มีสิ่งใดเสแสร้งในท่าทางของมันเลยแม้แต่น้อย
"เช่นนั้นรึ ประเสริฐ ประเสริฐยิ่งนัก งั้นเอาแบบนี้ดีหรือไม่"
"อันใดหรือขอรับท่านเ้าสำนัก"
"ในเมื่อเ้าพอมีฝีมือ พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง ยามใดที่เ้าเว้นว่างจากงานที่ชินอี้มอบหมาย ข้าอนุญาตให้เ้ามาช่วยฝ่ายอาวุธได้"
"แต่จะมิเป็ไรหรือขอรับท่านเ้าสำนัก ข้าหาใช่ศิษย์ของที่นี่ไม่"
วู่เทียนหลางยกมือขึ้นมาโบกไปมาก่อนจะกล่าวตอบว่า
"ไม่ต้องกังวลสิ่งใดหรอกห่าวหราน วิชาหลอมอาวุธของสำนักข้าไม่ได้พิเศษไปกว่าของสำนักอื่น มิมีผู้ใดจะครหาหรอก ว่าเ้าเป็คนนอกที่มาแอบขโมยวิชาในฝ่ายนี้ และการจะหลอมอาวุธให้ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการหา ผลึกอสูรฟ้าดินที่หายากเสียมากกว่า"
"ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง หากท่านเ้าสำนักเห็นเป็เช่นนั้นข้าก็ยินดี"
เมื่อวู่เทียนหลางได้ฟังมันจึงแย้มยิ้มก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ และหันไปทางชินอี้
"แล้วเ้าล่ะชินอี้ มีปัญหาอันใดหรือไม่"
"ผู้น้อยไม่ขัดข้องขอรับท่านเ้าสำนัก หากยามใดที่ห่าวหรานทำงานที่มอบหมายเสร็จ แล้วเขา้าจะมาช่วยฝ่ายอาวุธ ก็สามารถมาได้ทุกเมื่อ"
"เป็เช่นนั้นก็ดี งั้นต่อไป ข้าคงต้องบอกกล่าวกับผู้ดูแลที่ฝ่ายนี้เสียหน่อย ธงหยวนไท่ เ้าอยู่แถวนี้หรือไม่ออกมาพบข้าหน่อย" วู่เทียนหลางเปล่งเสียงเรียกชื่อของใครบางคน ด้วยปราณอันหนักแน่น ก่อนที่จะมีคนผู้หนึ่งขานรับ และเดินออกมาจากโรงหลอมอาวุธ
"โอ้ ท่านปรมาจารย์สำนัก มิได้พบกันเสียนาน ธงหยวนไท่ ขอคารวะ"
ผู้เอ่ยทักเป็ชายวัยกลางคน ใบหน้าดุดัน รูปร่างสูงใหญ่บึกบึน ขนาดตัวของมันน่าจะใหญ่กว่าวู่เทียนหลางถึงสอง่ตัว ทั่วร่างนั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามซึ่งอาบไปด้วยเหงื่อจนเปียกชุ่ม
"ใช่แล้วมิได้พบกันเสียนานทีเดียว ข้านั้นเก็บตัวเข้าฌานเป็ส่วนใหญ่ ส่วนเ้าก็หมกมุ่นอยู่แต่กับการตีอาวุธ แล้วจะให้เอาเวลาใดมาเจอกัน จริงหรือไม่"
"ฮ่าๆๆๆ ท่านปรมาจารย์กล่าวถูกต้อง ว่าแต่วันนี้ท่านมาพบข้าด้วยธุระอันใดหรือขอรับ"
ธงหยวนไท่เอ่ยถามด้วยความสงสัย วุ่เทียนหลางจึงกล่าวให้มันรู้จัก ห่าวหรานก่อนจะบอกเหตุผลตามที่ได้คุยกันไว้ก่อนหน้า
"ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง ตัวข้าไม่ขัดข้องประการใด เพราะเดิมทีคนของฝ่ายนี้ก็มีน้อยอยู่แล้ว หากได้คนช่วยอีกคนก็ดีไม่น้อย แถมหน่วยก้านของเ้าหนุ่มนี้ก็ไม่เลว และยังมีประสบการณ์พอสมควรด้วย นับว่าเหมาะสมยิ่งนัก"
"ประเสริฐแท้ พอได้ฟังเช่นนี้ ก็สบายใจยิ่งนัก งั้นต่อไป ข้าขอฝากให้เ้าดูแลเขาด้วยนพธงหยวนไท่"
"ข้าน้อยรับทราบ"
"เช่นนั้นข้าก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย…เอ่อ…ให้ข้าเรียกท่านว่าอย่าไงดี"
"เรียกอย่างไรรึ? นั้นสินะ ข้าไม่ได้มีตำแหน่งเป็หัวหน้าเหมือนชินอี้ เป็อาจารย์เ้าก็ไม่ได้ เช่นนั้นเรียกข้าว่าพี่ธงก็แล้วกันฮ่าๆๆๆๆ "
"พี่เลยรึธงหยวน อายุเ้ามากกว่าห่าวหรานหลายเท่า พอจะเป็บิดาเขาได้เชียวนะ"
"ไม่เห็นจะเป็อันใดเลยชินอี้ ข้าพอใจซะอย่างใครจะทำไม"
พอชินอี้ได้ฟังมันก็ระบายยิ้มออกมาก่อนส่านหน้าเบา ๆ จากนั้นวู่เทียนหลาง ชินอี้ กับห่าวหรานจึงได้บอกลา ธงหยวนไท่ และกลับไปยังฝ่ายงานรับใช้ดังเดิม...
จบบทที่ 26