ซิงซิงถูกเป่ยอิ๋นพาตัวไปยังห้องที่ไม่คุ้นเคย ห้องนั้นอยู่ติดกับห้องนอนของเป่ยมู่หาน เมื่อต้องมาอยู่ในลานเดียวกัน การหลบหนีของเด็กน้อยจึงเป็ไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ภายในห้องหนังสือ เป่ยมู่หานนั่งอ่านหนังสืออย่างสงบเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ด้านกู้เหยียน เขาไปทำอาหารในครัว ส่วนซูย่างกลับเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องอย่างร้อนใจ ครุ่นคิดว่าควรไปแจ้งข่าวให้เซียวจิ่วเอ๋อร์รู้ดีหรือไม่ จนกระทั่งถูกเป่ยมู่หานเรียกตัวให้เข้าไปพบ
เป่ยมู่หานปิดหนังสือในมือ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองซูย่างที่ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับกลืนคำพูดลงไปเสียก่อน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ
“เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าจึงแสดงความเป็ปฏิปักษ์กับเซียวจิ่วเอ๋อร์”
ซูย่างไม่ได้คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยถึงเื่นี้ เขาส่ายหัวแล้วตอบกลับด้วยความสงสัย
“ไม่รู้ ข้าก็ได้แต่สงสัยอยู่เหมือนกัน”
เป่ยมู่หานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“เพราะนางเป็เพียงหุ่นเชิด”
“หุ่น...เชิด?”
ซูย่างขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เ้าหมายถึงหุ่นเชิดที่ถูกเติมเต็มด้วยพลังิญญา มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่แท้จริงแล้วเป็เพียงเปลือกว่างเปล่า ไร้ิญญา และเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นายอย่างเดียวหรือ”
เป็ที่เล่าลือว่าชาวเผ่าเทพมีศาสตร์เชิดหุ่นที่สามารถเปลี่ยนวัตถุไม่มีชีวิตให้กลายเป็สิ่งมีชีวิตได้ นี่เป็วิชาชั้นสูง ซูย่างเคยได้ยินเพียงข่าวลือ แต่ไม่เคยพบเห็นจริง
“ถูกต้อง ข้าเคยเห็นหุ่นเชิดที่มีรูปลักษณ์เหมือนนางทุกประการนับสิบตัว และพวกมันล้วนถูกส่งมาเพื่อสังหารข้า”
“แต่!” ซูย่างใอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล “ข้ารู้จักเซียวจิ่วเอ๋อร์มาหลายปีแล้ว นางเป็บุตรสาวของแม่ทัพเซียวโดยแท้จริง ทั้งเมืองหลวงสามารถยืนยันได้! เช่นนี้จะอธิบายอย่างไร”
ชื่อเสียงในฐานะขยะไร้ค่าของเซียวจิ่วเอ๋อร์เป็ที่รู้กันทั่วเมือง นางเป็คนที่มีตัวตนอยู่จริง แล้วเหตุใดจึงกลายเป็หุ่นเชิดได้
“เ้ามั่นใจหรือไม่ว่าเซียวจิ่วเอ๋อร์ที่เ้าเคยรู้จัก กับเซียวจิ่วเอ๋อร์ในตอนนี้คือคนเดียวกัน”
น้ำเสียงของเป่ยมู่หานเต็มไปด้วยความแคลงใจ เขาไม่เชื่อว่าคนผู้หนึ่งจะซ่อนพลังของตนเองได้นานถึงสิบกว่าปีโดยไม่ถูกพบเห็น หากเซียวจิ่วเอ๋อร์อยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกจริง เหตุใดนางจึงยอมถูกดูิ่เหยียดหยามตลอดมา แม้กระทั่งต้องทนเห็นมารดาของตนเองเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา?
หากเป่ยมู่หานเดาไม่ผิด เซียวจิ่วเอ๋อร์ตัวจริงน่าจะเสียชีวิตไปนานแล้ว และผู้ที่ใช้ชื่อของนางในตอนนี้ เป็เพียงตัวปลอมที่มาแอบอ้างเท่านั้น!
ซูย่างรู้สึกราวกับตาสว่างขึ้นมาในทันใด “พอเ้าพูดเช่นนี้ก็ดูมีเหตุผลมากจริงๆ! เซียวจิ่วเอ๋อร์ในอดีตนั้นอ่อนแอยิ่งนัก ถูกขอทานตามถนนรังควานก็ไม่กล้าสวนกลับ ทำได้เพียงร้องขอความเมตตา แต่หากเป็ตอนนี้...”
ขอทานคนนั้นคงโดนหั่นเป็ชิ้นๆ แล้วโยนให้สุนัขกินไปนานแล้ว!
“ดังนั้นเด็กคนนั้นไม่ควรอยู่ข้างนางอีกต่อไป และในอนาคตเ้าก็ควรอยู่ให้ห่างนางไว้จะดีกว่า”
“ตกลง” ซูย่างพยักหน้าช้าๆ ก่อนถามต่อ “ในเมื่อเ้ารู้ว่านางคิดจะทำร้ายเ้า เหตุใดจึงไม่กำจัดนางเสียั้แ่ตอนนี้”
“เพราะข้า้าหาตัวผู้ที่อยู่เื้ันาง และจัดการทีเดียวพร้อมกัน”
“เข้าใจแล้ว” ซูย่างถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ “แต่เหตุผลนี้คงทำให้เด็กเชื่อไม่ได้ง่ายๆ ซิงซิงชอบนางมาก ข้ากลัวว่าอาจจะต้องวุ่นวายไปอีกสักระยะ”
“เวลาผ่านไป เด็กย่อมลืมไปเอง” เป่ยมู่หานตอบเรียบๆ
เป่ยมู่หานไม่ได้ใส่ใจเื่นี้มากนัก หากไม่มีทางเลือกจริงๆ เขาย่อมให้เด็กคนนั้นกินหญ้าลืมทุกข์
อีกฟากของผนัง ซิงซิงถูกขังไว้ในห้องซึ่งเต็มไปด้วยข่ายอาคมที่แข็งแกร่ง ทำให้เขาไม่สามารถหลบหนีออกไปได้
เขาโมโหจนร้องไห้อยู่พักใหญ่ จากนั้นจึงพาลขว้างปาสิ่งของในห้องจนพังเสียหายไปหมด สุดท้ายเมื่อหมดแรงจนหายใจหอบ เขาก็นั่งกอดตัวเองอยู่ที่มุมห้องด้วยความอ่อนล้าและหมดหนทาง
ในสถานการณ์นี้เขาทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่หวังพึ่งเซียวจิ่วเอ๋อร์ ขอให้นางรู้ตัวโดยเร็วว่าเขาถูกขังอยู่ที่นี่ และรีบมาช่วยเขาออกไปโดยไว
หลังจากเซียวจิ่วเอ๋อร์หยิบของที่ลืมไว้เรียบร้อยแล้วก็รีบกลับไปยังจวนสกุลเจี่ย เมื่อกลับไปถึงและพบว่าซิงซิงไม่อยู่ในห้อง นางรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็วางใจ
เนื่องจากโดยปกติในเวลานี้ เจี่ยเจิ้งชูมักจะมาชวนซิงซิงออกไปเล่นด้วยเสมอ วันนี้น่าจะเป็อีกครั้งที่ทั้งคู่แอบออกไปจับกระต่ายเล่นกันที่เขาหลังจวน
นางจัดเก็บเสื้อผ้าของซิงซิงให้เรียบร้อย แล้วเปลี่ยนโฉมตัวเองให้กลับมาเป็ผู้เฒ่าจิ่วอีกครั้ง รอจนถึงยามค่ำ เมื่อบ่าวในบ้านมาเรียกนางไปร่วมรับประทานอาหาร นางถึงเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“คุณชายของพวกเ้ากับซิงซิงยังไม่กลับมาอีกหรือ”
เซียวจิ่วเอ๋อร์เหลือบมองท้องฟ้าด้านนอกที่มืดครึ้ม ปกติแล้วเวลานี้ซิงซิงมักจะวิ่งกลับมาบอกว่าหิว แต่วันนี้กลับเงียบหายไป
“คุณชายกับซิงซิงหรือเ้าคะ” บ่าวสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับ “คุณชายของบ่าวกับนายท่านรอท่านจิ่วอยู่ในห้องอาหารเ้าค่ะ ส่วนซิงซิง...บ่าวยังไม่เห็นเลยเ้าค่ะ”
“ว่าอะไรนะ?!” เซียวจิ่วเอ๋อร์ทุบโต๊ะเสียงดัง ใบหน้าก็เปลี่ยนสีทันที “เขาไม่ได้อยู่กับเจี่ยเจิ้งชูอย่างนั้นหรือ”
“ไม่เ้าค่ะ คุณชายมาหาซิงซิงตอนบ่าย แต่หาไม่เจอ เลยออกไปเล่นคนเดียวเ้าค่ะ”
ในหัวของเซียวจิ่วเอ๋อร์พลันว่างเปล่า ก่อนความคิดจะโกลาหลวุ่นวายไปหมด
จบกันแล้ว ลูกชายที่เก็บมาเลี้ยงดันหายตัวไปอีกจนได้!
อยู่ด้วยกันมาหลายวัน เซียวจิ่วเอ๋อร์มั่นใจว่านางรู้จักนิสัยของซิงซิงดีพอสมควร
เด็กคนนั้นถึงแม้จะยังเล็ก แต่ก็ฉลาดและมีวินัย หากแม้นว่าเขาแอบหนีออกไปเล่น ก็ควรกลับมาตั้งนานแล้ว เว้นเสียแต่ว่า...
เขาถูกอะไรบางอย่างกักตัวไว้ หรือไม่ก็ถูกใครบางคนจับตัวไปและกลับมาไม่ได้อีก
แต่ใครกันที่จะจับตัวเขา
เซียวจิ่วเอ๋อร์กัดฟันแน่น พยายามบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง
นางนึกถึงเหตุการณ์ที่เซียวหรันมาหานางที่โรงเตี๊ยม หรือว่านี่เป็ฝีมือของสกุลเซียว
พวกสุนัขพวกนั้นอาจอยากใช้ซิงซิงเป็เหยื่อล่อให้นางกลับไป แล้วค่อยวางแผนจัดการกับนางอีกต่อหนึ่ง?
ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากเซียวจิ่วเอ๋อร์รุนแรงจนบ่าวที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตัวสั่นสะท้าน รีบถอยกรูดไปยืนอีกฝั่งด้วยท่าทีระวังตัว
“ท่านจิ่วเ้าคะ...ท่านเป็อะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไร เ้าจงออกไปก่อน บอกคุณชายใหญ่ว่าคืนนี้ข้าจะไม่กลับมา หากพรุ่งนี้ยามเที่ยงยังไม่เห็นข้า ให้เขาพาคนไปที่จวนสกุลเซียวเพื่อตามหาเซียวจิ่วเอ๋อร์”
“เ้าค่ะ!”
บ่าวรับคำพลางรีบวิ่งออกไปทันที ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปตามหาเซียวจิ่วเอ๋อร์ที่จวนสกุลเซียว แต่ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากท่านจิ่วนั้นน่ากลัวเหลือเกิน หากอยู่ต่อไปนางกลัวว่าจะเกิดเื่ร้ายกับตัวเอง!
หลังจากบ่าวออกไป เซียวจิ่วเอ๋อร์จึงเปลี่ยนกลับเป็โฉมหน้าปกติ ลอบออกจากจวนสกุลเจี่ย มุ่งตรงกลับไปยังจวนสกุลเซียว และเดินตรงไปยังเรือนพักของเซียวหรัน
ในลานเรือน บ่าวคนสนิทของเซียวหรัน ซินเหมย เพิ่งจะจัดการดูแลเซียวหรันอาบน้ำเสร็จ พอเดินออกมาก็เห็นเซียวจิ่วเอ๋อร์ที่เต็มไปด้วยไอสังหารกำลังเดินตรงมา นางใจนวิ่งกลับเข้าไปในเรือนอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูเ้าคะ! แย่แล้ว! เซียวจิ่วเอ๋อร์กลับมาแล้ว!”
ซินเหมยวิ่งไปบอกเซียวหรันด้วยความตื่นตระหนก เซียวหรันที่กำลังเอนกายอยู่ในถังอาบน้ำ ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเอ่ยตำหนิ
“จะตกอกใไปทำไมกัน ขยะไร้ยางอายอย่างนางจะกล้ากลับมาด้วยตัวเองได้อย่างไร...”
คำพูดของเซียวหรันยังไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงประตูถูกเตะเปิดออกอย่างแรง
เซียวจิ่วเอ๋อร์พยายามระงับจิตสังหารที่เดือดพล่าน พลางก้าวเข้ามาในห้อง สายตาประสานกับเซียวหรันที่อยู่ในถังอาบน้ำ เอ่ยขึ้นตรงประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม
“เ้าซ่อนลูกข้าไว้ที่ไหน รีบคืนมาบัดเดี๋ยวนี้!”
“ลูกของเ้า?” เซียวหรันอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจเื่ราวแล้วหัวเราะเยาะออกมา “ว่าไงนะ ไอ้เด็กนั่นหายตัวไปหรือ”
“หยุดพูดพล่ามไร้สาระ! หากเ้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเส้นผม ข้าจะทำให้เ้าตายแบบไร้ที่ฝัง!”
“เซียวจิ่วเอ๋อร์! เ้าคิดว่าที่นี่เป็สถานที่ใดกัน คิดว่าที่นี่จะยอมให้เ้าอาละวาดได้อย่างนั้นหรือ”
เซียวหรันไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งเซียวจิ่วเอ๋อร์จะกล้าบุกเข้ามาในห้องนาง และแสดงท่าทีอุกอาจต่อหน้าตนเองเช่นนี้
นางลุกขึ้นยืน ก่อนจะปรายตามองไปที่ซินเหมย บ่าวคนสนิทที่รีบเข้ามาช่วยแต่งตัวให้ด้วยความกระตือรือร้น ท่าทีของนางยังคงนิ่งสงบและไม่แยแสน้ำเสียงดุดันของเซียวจิ่วเอ๋อร์แม้แต่น้อย