บทที่ 6 คนในใจ
ภาคคุณหลวง
หลังจากเมื่อคืนที่ตนเองหลับไปแล้วนั้น ตัวเขาก็ไม่ได้ฝันถึงบ้านเรือนแปลกๆอีกเลย บ้านเรือนที่ดูคล้ายชาวอีหรอบ ในฝันของเขานั้น มักจะฝันว่าตัวเขานั้นอยู่ในห้องที่ตกแต่งคล้ายชาวอีหรอบ ดูๆแล้วน่าจะเป็ห้องนอน บนเตียงมีชายคนหนึ่งนอนอยู่ เวลาที่เขามองไปที่คนๆนั้น เขามักจะพูดชื่อคนใครสักคนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แต่พอเขาตื่นมาแล้วนั้น ก็จำมิได้ว่าตนเองเรียกผู้ชายที่นอนอยู่บนเตียงนั้นว่าอย่างไร จนกระทั่ง เมื่อตัวเขาได้เจอกับจันทร์ ชายหนุ่มที่อ้างว่าตัวเองเดินทางผ่านกระจกบานหนึ่งในห้องของเขา เขาก็ไม่ฝันถึงชายคนนั้นอีก แต่เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอจันทร์ที่ไหน แต่เขาเพิ่งเคยเจอจันทร์เป็ครั้งแรก
“พ่อชัย บ่าวตั้งสำรับแล้วลูก” หลังจากที่เขานั่งคิดเื่ความฝันอยู่นานสองนาน จนน่าจะล่วงเลยเวลามานานมากแล้ว จนคุณแม่ถึงมาตาม
“ขอรับ” หลังจากที่เขาขานรับคุณแม่แล้วนั้น เขาก็ลุกจากเตียงพับผ้าแพร เขาก็ลุกที่กลางเรือน
“วันนี้ทำไมตื่นสายรึพ่อชัย งานการหนักอย่างนั้นรึ” คุณแม่ที่กำลังร้อยพวงมาลัยอยู่ตรงข้างโต๊ะสำรับอาหารเช้า ถามเขาขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเขาเดินมาที่โต๊ะสำรับแล้ว
“ไม่หนักหรอกขอรับคุณแม่ กระผมก็แค่เพลียนิดหน่อยขอรับ” เขาว่าก่อนที่จะนั่งลงตรงโต๊ะสำรับ
“คุณแม่มิทานหรือขอรับ” หลังจากที่เขานั่งลงแล้ว คุณแม่ก็ยังคงนั่งร้อยพวงมาลัยอยู่เช่นเดิม เขาจึงถามคุณแม่ออกไป
“วันนี้วันพระ แม่ตักบาตรตอนเช้า เลยให้บ่าวตั้งสำรับแต่เช้า” คุณแม่ตอบ ในมือยังคงร้อยมาลัยต่อไป
“อย่างนั้นหรือขอรับ” เขาว่าก่อนที่จะเปิดสำรับข้าวแล้วเริ่มทาน จนทานจนอิ่ม แล้วปิดฝาสำรับทุกสำรับ
“เมื่อเช้า เห็นบ่าวมันลือกันว่าเมื่อคืนมีบ่าวได้ยินเสียงผู้ชายหวานออกมาจากห้องพ่อ เป็เื่จริงหรือไม่พ่อ” คุณแม่ถาม ก่อนที่จะวางพวงมาลัยทั้งหมดลงเมื่อทำจนเสร็จ
“เอ่อ…ไม่จริงขอรับ ไม่รู้ว่าพวกบ่าวไปลือกันมาจากที่ใด” จะเป็ใครไปมิได้ คงจะเป็ไอ้มั่นที่ได้ยินแล้วนำไปลือต่อ
“ก็ดีแล้วพ่อที่ไม่ใช่เื่จริง” คุณแม่พูดจบก่อนที่จะจัดเรียงพวงมาลัยอย่างสวยงาม
“วันนี้พ่อไม่ไปราชการรึ” คุณแม่ถาม เพราะเห็นว่าตอนนี้ก็สายแล้ว
“มิไปขอรับคุณแม่ วันนี้วันหยุด”
“แล้วพ่อจะไปที่ใดหรือไม่”
“วันนี้กระผมจะไปพบกับหลวงพัทธ์ขอรับ”
“อย่างนั้นรึ ไปดีมาดีนะพ่อ” คุณแม่ว่าพลางยกถาดใส่พวงมาลัยแล้วเดินออกไป
หลังจากที่คุณแม่ออกไปแล้วนั้น เขาก้ให้พวกบ่าวมายกสำรับไปเก็บก่อนที่จะเข้าไปที่ห้อง ลงกลอนประตู แล้วก็เดินที่หน้ากระจกในห้องของเขา
“วันนี้ฉันไม่อยู่นะพ่อจันทร์” เขาพึมพำอยู่ตรงหน้ากระจกก่อนที่จะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงหน้าคนที่ตนเองพูดถึงอยู่นั้น
หลังจากที่เขาพูดกับกระจกแล้วนั้น เขาก็เดินทางไปหาหลวงพัทธ์ ที่เป็เพื่อนกันั้แ่สมัยเด็ก วันนี้เขาไปหาเพราะว่าอยากที่จะฝึกซ้อมดาบที่เขาไม่ได้ซ้อมมาเป็เวลานาน
เขามาถึงที่ลานฝึกซ้อมแล้วนั้น เขาก็ไปหาหลวงพัทธ์ที่อยู่ใกล้ๆ
“เป็อย่างไรบ้างไอ้พัทธ์” เขาทักหลวงพัทธ์ที่ฝึกซ้อมอยู่นั้น ก่อนที่หลวงพัทธ์จะหันมา
“ข้าสบายดี แล้วเอ็งล่ะ”
“ข้าสบายดี” เขาตอบก่อนที่จะเดินไปนั่งคุยกันที่ม้านั่งข้างลานฝึก
“ปกติไม่ค่อยมาหาข้ามิใช่รึ แล้วทำไมถึงมาได้เล่า” ไอ้พัทธ์ถาม
“ข้าก็อยากออกกำลังกายบ้าง มิใช่นั่งทำงานอย่างเดียว” เขาตอบก่อนที่จะเอาดาบว่ากวัดแกว่งไปมา
“อย่างนั้นรึ ข้านึกว่าเอ็งจะซ้อมเพื่อไปปกป้องใครเสียอีก” ไอ้พัทธ์พูดขึ้นมา
“ข้าไม่มีใครให้ปกป้องเสียหน่อยนอกจากคุณแม่” เขาตอบไปตามความจริง
“เอ็งยังไม่มีคนในใจอย่างนั้นรึ” ไอ้พัทธ์ถามขึ้นมา ก่อนที่เขาจะนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เดินทางผ่านกระจกมาที่ห้องของเขา ก่อนที่จะเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ยิ้มอย่างนี้แสดงว่ามีแล้วใช่หรือไม่” เมื่อไอ้พัทธ์พูดขึ้นมาทำให้เขารู้สึกตัวก่อนที่จะหุบยิ้มลง
“ไม่มีเสียหน่อย” เขาว่า
“ให้มันจริงเถอะไอ้ชัย” ไอ้พัทธ์ว่า
หลังจากนั้นเขาก็พูดคุยธุระเรื่อยเปื่อย ก่อนที่จะเริ่มการฝึกซ้อมดาบไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยมาถึงเย็น เขาก็กลับมาที่บ้านของเขาทันที อาบน้ำแต่งตัว เมื่อเข้ามาที่ห้องเขาก็ลงกลอนประตูตามปกติ ก่อนที่จะเดินมาที่เตียงแล้วเจอกับชายที่เขาคิดถึงเมื่อตอนกลางวันนั้น
“คุณหลวงไปไหนมาหรอครับ กลับมาเสียดึกเลย” จันทร์ว่าก่อนที่จะลุกออกจากเตียงให้เ้าของเตียงทันที
“เ้ามาั้แ่เมื่อไรรึ” เขาไม่ตอบคนตรงหน้าที่ตอนนี้ทำหน้างอน้อยๆกับคำตอบที่ไม่ตรงคำถามของคนตรงหน้า
“ผมมาเมื่อกี้นี้ คุณหลวงยังไม่ตอบคำถามของผมเลยนะ” คนตรงหน้าที่ดูกล้าขึ้นมากกว่าครั้งก่อน กล้าที่จะเถียง กล้าที่จะงอน กล้าที่จะต่อปากต่อคำกับเขา
“ฉันไปซ้อมดาบมา” เขาว่าก่อนที่จะเอนหลังบนเตียงอย่างผ่อนคลาย
“ดาบเหรอครับ” คนตรงหน้าแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
“อืม” เขาตอบก่อนที่ยิ้มน้อยๆกับหน้าตาคนตรงหน้า
“มานั่งตรงนี้สิ” เขาตบมือลงเบาๆตรงข้างเตียงที่ห่างจากเขาพอสมควร เพราะเห็นว่าจันทร์ยืนคุยมานานแล้ว กลัวว่าจะเมื่อยเสียก่อน
“ได้เหรอครับ” จันทร์ถามอย่างเกรงใจ
“ได้สิ ฉันกลัวเ้าจะเมื่อยแล้วจะเคืองฉันนะสิ” เขาว่า ก่อนที่จะหัวเราะออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มทำหน้างออีกแล้ว
จันทร์เดินมานั่งที่ข้างเตียงด้วยหน้างอ เพราะโดนคนตรงหน้าแกล้งอีกแล้ว
“ครั้งนี้เ้าจะอยู่นานเท่าใด” เขาถามออกไป
“ผมก็ไม่รู้นะคุณหลวง แล้วแต่กระจกอ่ะ ทำไมเหรอครับ”
“ก็ตอนนี้มันดึกมากแล้ว เ้าจะนอนที่ไหนล่ะ”
“นั่นนะสิครับ”
“เ้าจะนอนกับฉันก็ได้นะ” เขาตอบ ก่อนที่จะลอบมองคนตรงหน้าไปด้วย ที่ตอนนี้หน้ากำลังแดงอย่างปิดไม่มิด
“นะ…นอน..กะ..กับคุณหลวงเหรอครับ” จันทร์พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก เขาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคิดว่าอะไรที่ได้หน้าแดงและพูดไม่เป็ภาษาเช่นนี้
“ใช่ เพราะเตียงฉันใหญ่พอที่จะนอนได้สองคนพอดี” เขาว่าก่อนที่จะเขยิบพื้นที่ให้กับจันทร์
“ครับ” คนตรงหน้าตอบรับแต่ก็ไม่มานอนเสียที
“ฉันไม่รู้ว่าเ้าจะกลับไปเมื่อใด เ้าจะมิง่วงเอาอย่างนั้นรึ เ้ามานอนเสียก่อน เมื่อกระจกเรียกเ้ากลับ เ้าก็ไปได้” เขาอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจ เพราะเขาก็รู้สึกเป็ห่วงไม่ใช่น้อยถ้าจะให้จันทร์ไปนอนข้างล่างที่เป็ไม้แข็ง
“งั้นก็ได้ครับ” คนตรงหน้าว่า ก่อนที่จะขยับขึ้นมานอนหันหลังให้กับเขา แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขานอนมองแผ่นหลังบางนั้นตลอดทั้งคืนจนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆบนหน้า…
---------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 6 จบแล้วววว ขอบคุณสำหรับหารติดตามนะคะ รักทุกคนนนนนนนนนนน
ไอนิลย์.
TBC.