เสียงฝนโปรยปรายเบา ๆ กระทบกระจกหน้าต่างคาเฟ่แห่งหนึ่งในเกียวโต "อาริสะ" จิบชาเขียวอุ่น ๆ พลางมองออกไปยังถนนที่เปียกชื้นจากสายฝน กลิ่นดินชื้นและไอหมอกบาง ๆ ลอยคลุ้งในอากาศ วันนี้เป็วันหยุดของเธอ และเหมือนเช่นทุกครั้ง อาริสะมักใช้เวลาเดินเล่นในพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่เก่าแก่ของเมือง
เธอเป็นักศึกษาชั้นปีที่สี่ คณะประวัติศาสตร์โบราณ เธอหลงใหลในยุคเฮอัน ยุคที่ญี่ปุ่นยังคงปกครองโดยจักรพรรดิและขุนนาง ความงามของวัฒนธรรม กวี บทกลอน และความสง่างามของชุดกิโมโนโบราณดึงดูดเธอเสมอ
"อาริสะจัง วันนี้ไปวัดโคโนเอะกับฉันไหม?" เสียงของ "ยูนะ" เพื่อนสนิทดังขึ้น
"วัดโคโนเอะ?" อาริสะขมวดคิ้วเล็กน้อย "ที่นั่นไม่ได้เปิดให้เข้าชมไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ แต่วันนี้เขามีงานนิทรรศการโบราณวัตถุพิเศษ ฉันได้บัตรเชิญมา ไปด้วยกันเถอะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น อาริสะก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที วัดโคโนเอะเป็วัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่าพันปี ถูกปิดไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าไปมานาน แต่วันนี้กลับเปิดให้เข้าชม เธอไม่อยากพลาดโอกาสนี้
"ตกลง งั้นพวกเราไปกันเถอะ!"
เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงวัดโคโนเอะ บรรยากาศสงบเงียบกว่าที่คิด ลานวัดปูด้วยหินสีเทาเรียงตัวเป็ระเบียบ รอบด้านมีต้นซากุระเก่าแก่ขึ้นเรียงราย แม้ดอกซากุระจะร่วงโรยไปมากแล้ว แต่ยังพอมีบางต้นที่เหลือกลีบสีชมพูอ่อนแต่งแต้มไว้
นิทรรศการจัดขึ้นภายในวิหารใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้จากยุคเฮอันถูกจัดแสดงไว้อย่างวิจิตร อาริสะเดินชมอย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดลงที่กระจกบานหนึ่ง
มันเป็กระจกทองเหลืองโบราณ ขนาดใหญ่กว่าที่เธอเคยเห็น ลวดลายบนกรอบกระจกเป็ภาพัพันรอบต้นซากุระ ความแวววาวของกระจกสะท้อนให้เห็นเงาของเธอได้อย่างชัดเจนจนน่าประหลาด
"ว่ากันว่ากระจกบานนี้เคยเป็ขององค์ชายลึกลับแห่งยุคเฮอัน" เสียงของมัคคุเทศก์ดังขึ้น "ไม่มีบันทึกใดกล่าวถึงเขา ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็ใคร แต่มีตำนานเล่าว่าเขาคือองค์ชายที่ถูกลืมเลือน..."
องค์ชายที่ถูกลืมเลือน?
อาริสะขมวดคิ้วพลางจ้องมองเงาของตัวเองในกระจก เธอยกมือขึ้นแตะขอบกระจกเบา ๆ
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง—
สายลมเย็นะเืพัดวูบขึ้นในห้องเงียบงัน แสงสีทองเรืองรองออกมาจากกระจก อาริสะรู้สึกเหมือนร่างกายถูกดึงดูดเข้าไป เธอพยายามกรีดร้องแต่ไม่มีเสียง ทุกอย่างหมุนคว้าง
เธอกำลังถูกกลืนหายไปในกระจกนั้น!
"อาริสะ!"
เสียงของยูนะดังขึ้นเป็เสียงสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป
เสียงสายลมพัดผ่านหูดังวูบไหว หัวของอาริสะหนักอึ้ง ร่างกายเหมือนล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่า ก่อนที่เธอจะรู้สึกถึงบางอย่างที่อ่อนนุ่มรองรับร่างของเธอไว้
กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือท้องฟ้าสีครามสดใส... และกิ่งซากุระที่แย้มบานอยู่เหนือศีรษะ
"หืม..." เธอพูดเบา ๆ พร้อมกับความรู้สึกงุนงง
อาริสะยันตัวขึ้นนั่ง พื้นหญ้านุ่มเย็นแตะััปลายนิ้วของเธอ สายลมพัดเอื่อย ๆ ทำให้กลีบซากุระปลิวไหวราวกับฝนโปรย
"ที่นี่... ที่ไหน?"
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ และสิ่งที่ทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้นก็คือ...
รอบตัวเธอไม่มีตึกสูง ไม่มีถนนลาดยาง ไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีสิ่งใดเลยที่บ่งบอกว่าเธออยู่ในศตวรรษที่ 21
สิ่งที่เห็นคือคฤหาสน์ไม้แบบโบราณ อาคารที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องญี่ปุ่นโบราณ (คาวาระ) ศาลาหิน และบึงน้ำใสราวกระจก ทุกอย่างราวกับฉากในภาพยนตร์ย้อนยุคที่เธอเคยดู
นี่มัน... ญี่ปุ่นโบราณ?
หรือเธอกำลังฝันอยู่กันแน่?
"เ้ากล้าดียังไงถึงมานอนอยู่กลางสวนขององค์ชาย?"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง ทำให้อาริสะสะดุ้ง หัวใจเต้นแรงด้วยความใ เธอหันไปมองแล้วพบกับชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น
เขาสวมกิโมโนสีกรมท่าปักลวดลายดอกเบญจมาศสีทอง แขนเสื้อกว้างพลิ้วไหวตามแรงลม ผมดำขลับยาวถูกรวบไว้เป็ระเบียบ ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพวาดในตำรา เส้นคิ้วเข้มดุจพู่กันแต้มลงบนผืนกระดาษ ดวงตาคมกริบสะท้อนแววเฉยเมย ริมฝีปากเรียบเฉียบเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์
แม้เพียงแค่ยืนเฉย ๆ ก็เปล่งรัศมีสูงศักดิ์
อาริสะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ใครกัน... ทำไมถึงดูเหมือนองค์ชายในประวัติศาสตร์?
"ข้า... ข้า..." เธอพยายามจะพูด แต่สมองกลับขาวโพลน
"เ้าเป็ใคร?" เขาถามอีกครั้ง น้ำเสียงเยือกเย็นขึ้นกว่าเดิม
อาริสะพยายามสูดลมหายใจเรียกสติ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่ชัด—เธอไม่ได้อยู่ในโลกเดิมอีกแล้ว
"ข้า... เอ่อ..." เธออ้ำอึ้ง พยายามหาคำตอบที่เป็เหตุเป็ผล แต่จะให้บอกได้อย่างไรว่าเธอมาจากโลกอนาคต?
"เ้าลอบเข้าวังหรือ?" น้ำเสียงของชายหนุ่มเข้มขึ้น เขาก้าวเข้ามาใกล้ จ้องเธอราวกับพิจารณาความผิด
"ไม่! ข้าไม่ได้ลอบเข้ามา!" อาริสะรีบโบกมือปฏิเสธ
"ถ้าเช่นนั้น... เ้าคือผู้ใด?"
"ข้า..." เธอเม้มปากแน่น ก่อนตัดสินใจพูดสิ่งที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดในสถานการณ์นี้ "ข้า... เป็เพียงหญิงสามัญชนที่พลัดหลงมาเพราะเหตุบางอย่าง"
ชายหนุ่มจ้องหน้าเธอนิ่ง ไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ
"ช่างเถอะ ไม่ว่าเ้าจะเป็ใคร แต่การที่เ้ามาอยู่ในเขตวังโดยไม่มีใครอนุญาติถือเป็เื่ใหญ่"
อาริสะชะงัก เื่ใหญ่? เธอเริ่มกังวลขึ้นมาแล้วสิ
"ข้าควรทำอย่างไรดี..." เธอพึมพำเบา ๆ
ชายหนุ่มหรี่ตามองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ตามข้ามา"
"หา? ไปไหน?"
"ไปคุยกับข้าในวัง"
อาริสะกะพริบตาปริบ ๆ "เดี๋ยวนะ... แล้วท่านเป็ใคร?"
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสง่า
"ข้าคือองค์ชายมิโนรุ"
อาริสะตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
เธอถูกพามาในยุคอดีต... และดันมาเจอกับองค์ชายเข้าจริง ๆ งั้นเหรอ!?
อาริสะรู้สึกเหมือนสมองเธอกำลังประมวลผลอย่างหนัก
‘ข้าคือองค์ชายมิโนรุ’
เสียงทุ้มลึกของชายตรงหน้าเอ่ยอย่างหนักแน่นราวกับประกาศให้ทั้งโลกได้รับรู้ หญิงสาวเบิกตากว้าง ขณะที่ลมหายใจเธอสะดุดไปชั่วขณะ
องค์ชาย?
ไม่จริง... เธอไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหม?
"เ้าเงียบทำไม?" องค์ชายมิโนรุขมวดคิ้ว "หรือเ้ากำลังปิดบังบางอย่าง?"
"ม-ไม่ใช่!" อาริสะรีบปฏิเสธ เธอกำลังพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาใหญ่มากกว่านั้น เพราะหากเธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็ผู้บุกรุกขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้นกับเธอบ้าง?
"เ้าดูใมาก... เ้าไม่รู้จักข้ารึ?" มิโนรุเอียงศีรษะเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับกำลังจับผิด
"อ่า... เอ่อ..." อาริสะกะพริบตาปริบ ๆ เธอควรตอบว่าอย่างไรดี? เธอจะบอกเขาได้ยังไงว่าเธอมาจากโลกอนาคต?
"ข้าแค่... ไม่คิดว่าจะได้พบองค์ชายด้วยตัวเอง" เธอตอบไปอย่างระมัดระวัง
มิโนรุมองเธอครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย "งั้นก็ตามข้ามา"
"เดี๋ยว! จะพาข้าไปไหน?"
"เ้าบอกว่าพลัดหลงมา ถ้าเช่นนั้นข้าจะพาเ้าไปพบเสนาบดี ให้พวกเขาสอบถามเ้าให้แน่ชัด"
อาริสะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สอบถามอย่างแน่ชัดงั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าจะพาเธอไปลงโทษใช่ไหม!?
แต่เมื่อมองแววตาขององค์ชายที่ดูเอาจริงเอาจัง หญิงสาวก็รู้ได้ทันทีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น