Warning !! มีบางส่วนของเนื้อหาที่รุนแรง เื และาแ
สายลมหนาวะเืยามค่ำคืน พัดผ่านตรอกแห่งหนึ่งของเมืองหลวงราเรียทส์ แห่งอาณาจักรโฮรัน
ณ ตรอกร้างเงียบสงัด ที่เต็มไปด้วยกองขยะและฝูงหนูท่อตัวใหญ่ บัดนี้ได้มีเสียงฝีเท้าอันรีบร้อนคู่หนึ่งวิ่งผ่าน ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วมมีเหงื่อไหลท่วมใบหน้าซีดเผือด กำลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปตามทางแคบยาวของตรอก เมื่อถึงทางเลี้ยว เขาตัดสินใจโยนเสื้อนอกตัวยาวทิ้งข้างทาง เสื้อขนจิ้งจอกราคาแพงจากแดนตะวันออก บัดนี้กลับกลายเป็ตัวถ่วงให้เขาวิ่งหนีช้าลง
“แม่งเอ๊ย” เขาสบถ ความรู้สึกผวาเข้าครอบงำสมอง
ก่อนหน้านี้ไม่นานเขายังมีเวลาเหลือเฟือ นั่งกินเหล้าเคล้านารีอยู่ที่ร้านอาแมลตี้ ใครจะไปคิดว่าขากลับจะถูกสะกดรอยตามโดยชายปริศนาที่สวมผ้าคลุมยาวสีดำสนิทกับหมวกนักมายากลปกปิดใบหน้ามิดชิด พอถึงทางเข้าตรอกร้าง เขาคนนั้นก็หายไปจากสายตาราวกับผี ก่อนที่จะโผล่มาข้างหน้าแล้วใช้มีดพกจ้วงแทงไปยังชายร่างอ้วนอย่างไม่ลังเล โชคดีที่ชายร่างอ้วนสามารถหลบการจู่โจมแรกได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ถูกต้อนให้เข้ามาในตรอกแห่งนี้
เมื่อชายอ้วนหันกลับไปมองก็ไม่เจอคนปริศนาผู้นั้นไล่ตามมา ในที่สุดก็ทิ้งระยะห่างได้แล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ชายอ้วนปะติดปะต่อเื่ราวในหัวก็ได้ข้อสรุปแทบจะทันที สาเหตุที่คนลึกลับผู้นี้้าสังหารเขาคงเป็เพราะงานวิจัยที่เขาพึ่งนำเสนอต่อเ้าหน้าที่ของสมาคมจอมเวทเป็แน่ งานวิจัยที่ไม่สมบูรณ์เล่มนั้นได้ถูกสมาคมจอมเวทขอรับไว้ก่อนทั้ง ๆ ที่ยังทำไม่เสร็จ แลกกับค่าตอบแทนมหาศาล นั่นทำให้ กอร์เรซ เค็นโซ ชายร่างอ้วนผู้เป็เ้าของงานรับรู้ถึงความผิดปกติของงานวิจัยที่เขากำลังทำอยู่
และในตอนนี้กอร์เรซก็กำลังโดนตามฆ่า ถ้ามันเป็อย่างที่เขาคิด พวกสมาคมจอมเวทสารเลวนั่นคงส่งคนมาปิดปากเขา ที่บังเอิญได้เข้าใกล้ความจริงของ ‘สิ่งนั้น’ เข้า
กอร์เรซ วิ่งหน้าตั้งมาจนถึงทางตัน ความหวังของเขาดับวูบ ที่แท้มือสังหารไม่ได้รีบร้อนตามเขามาก็เพราะรู้อยู่แล้วว่าข้างหน้าคือทางตัน
ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังมาจากเงามืดเบื้องหน้า ชายปริศนาในชุดนักมายากลค่อย ๆ เยื้องย่างปรากฏกายราวกับกำลังแสดงละครเวที วัตถุสีเงินในมือสะท้อนแสงจันทร์ ตอนนี้กอร์เรซไม่มั่นใจเลยว่าเขาจะหนีออกไปจากแดนปะาแห่งนี้ได้ หัวใจของเขาเต้นระส่ำ เหงื่อเย็น ๆ ไหลไปตามแผ่นหลังจนชุ่มโชก
นี่หรือคือการเผชิญหน้ากับความตาย ขณะที่ในหัวของกอร์เรซกำลังคิดหาวิธี ชายปริศนาก็เริ่มเข้ามาใกล้ เหยื่อที่จนตรอกกำลังถูกบีบบังคับให้เลือกสองเส้นทาง จะสู้ หรือ ยอมตาย
กอร์เรซพยายามสงบสติที่แตกกระเจิง เขาเป็เพียงอาจารย์สอนเวทมนตร์ภาคทฤษฎี ไม่ได้มีพลังเวทแก่กล้า แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีไพ่ใบสุดท้ายอยู่ มันคือสิ่งที่เขาคิดเอาไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถึงจะไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่ แต่กอร์เรซก็ยังสามารถร่ายเวทง่าย ๆ อย่างการเสริมแกร่งร่างกายด้วยมานา ให้ร่างกายสามารถแข็งแกร่งขึ้นกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า อะดรีนาลีนของเขาพุ่งพล่าน หากไม่สู้ตอนนี้ก็มีแต่ต้องตาย
ฉับพลันที่กอร์เรซทะยานไปข้างหน้า เืสายหนึ่งก็พวยพุ่งสวนทาง ใบมีดคมกริบเชือดคอหอยของกอร์เรซอย่างแม่นยำ ร่างอ้วนท้วมถลาไปกับพื้นและชักกระตุกสองครั้ง จากนั้นทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบ
.......
เด็กน้อยเฮเอมร์ เกอร์เนอร์ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางราตรีที่เงียบสงัด เด็กน้อยขยี้ตาแล้วมองไปรอบห้องนอนสีชมพูอ่อน ข้าวของในห้องจัดวางเป็ระเบียบ เฟอร์นิเจอร์สะอาดเอี่ยมเหมือนซื้อใหม่ แม่ของเฮเอมร์เป็คนเ้าระเบียบ เธอชอบจัดห้องมาก วันที่เธอมาทำความสะอาดห้องคือวันที่เด็กน้อยรู้สึกไม่คุ้นเคยห้องของตัวเองเอาเสียเลย เฟอร์นิเจอร์และข้าวของจะถูกสลับตำแหน่งไปเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ของผู้เป็แม่
เพ่งอยู่นาน เฮเอมร์ก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ปลุกให้เขาตื่นขึ้นมากลางดึกเช่นนี้ ครั้นจะข่มตานอนก็นอนไม่หลับ เด็กน้อยตัดสินใจลุกจากเตียง ตรงไปยังประตูห้องนอน มือเล็ก ๆ แง้มเปิดประตู
อากาศในบ้านเย็นเฉียบ ความเงียบปกคลุมโถงถางเดินหน้าห้องหับชั้นสอง นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาตีสอง ลมเย็นเยือกพัดผ่านทำเอาเด็กน้อยเฮเอมร์ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ในบ้านของเขาไม่ควรมีลมพัดแบบนี้ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าต่างบานใหญ่เปิดอ้าอยู่ตรงสุดทางเดิน เด็กน้อยมองด้วยความสงสัย
ไม่เคย มีหน้าต่างอยู่ตรงนั้น
ที่ตรงนั้นควรเป็ผนังเปล่าที่ประดับภาพครอบครัวของเขา ภาพพ่อแม่ลูกยิ้มแย้มกอดกันอย่างมีความสุข แต่ในตอนนี้ภาพนั้นหายไปแล้ว
ว่ากันว่าความสงสัยจะนำมาซึ่งอันตราย แต่ในค่ำคืนนี้ความสงสัยได้เอาชนะความกลัวของเด็กน้อยในที่สุด เฮเอมร์ย่างก้าวเข้าไปใกล้กับหน้าต่างบานนั้น จนในที่สุดมวลอากาศจากภายนอกก็พัดกระโชกผ่านใบหน้าขาวผ่อง แสงจันทร์นวลเผยให้เห็นร่างบางของเด็กน้อย ผิวขาวอมชมพู ใบหน้าจิ้มลิ้ม ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดวงตากลมโตสีเทาเงินหรี่ลงเล็กน้อย
เด็กน้อยชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่าง แนวของต้นชาฮกเกี้ยนริมรั้วในยามกลางคืนดูทะมึนราวกับกำแพงเหล็ก ถัดมาด้านในคือแปลงดอกไม้ของแม่ ที่รวบรวมเอาดอกไม้หายากจากต่างแดนมาปลูกรวมกัน แปลงดอกไม้แต่ละแปลงถูกจัดให้อยู่ในรูปก้นหอยได้สัดส่วนทองคำพอดิบพอดี ข้าง ๆ กันคือแปลงปลูกผักที่ว่างเปล่า และโรงจอดรถฟอร์ต เอเวอเรสต์รุ่นไทเทเนียมสีบรอนซ์เงินของพ่อ
ลมพัดใบไม้ไหววูบ
เพียงกระพริบตา ผืนผ้าสีดำด้านก็โบกสะบัดบังวิสัยทัศน์ ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเด็กน้อยราวกับเล่นกล ร่างสูงโปร่งใต้ผ้าคลุมตัวยาวสวมสูทขนาดพอดีตัว เขานั่งคุกเข่าอย่างสง่างาม มือซ้ายใต้ถุงมือหนังจับขอบหน้าต่าง มือขวาขยับหมวกนักมายากลประหนึ่งทักทาย ถึงแม้การปรากฏตัวของเขาจะกะทันหัน ทว่ากลับไม่ได้ทำให้เด็กน้อยเฮเอมร์ใกลัวเลยแม้แต่น้อย เด็กน้อยกระพริบตาอีกครั้ง ร่างตรงหน้าก็หายไปแล้ว!
ไม่นาน ก็มีกลิ่นควันฉุนลอยมาแตะจมูก หลังของเฮเอมร์ร้อนวาบ เด็กน้อยหันกลับไปยังโถงทางเดิน ลางร้ายปรากฏ ณ ห้องนอนของพ่อแม่ กลุ่มควันสีดำแผ่กลิ่นคละคลุ้งลอดผ่านช่องใต้ประตูออกมา แสงสีแดงสว่างวาบเป็ระยะ เด็กน้อยวิ่งเตาะแตะไปตามโถงที่บัดนี้เต็มไปด้วยควัน ไม่นานก็มาถึงหน้าห้องนั้น
เด็กน้อยใช้มือจับลูกบิดประตู พลันนั้นความร้อนได้จู่โจมเข้าที่ฝ่ามือของเขาจนผิวไหม้ เฮเอมร์กัดฟันกรอด พยายามออกแรงเปิดประตู ยื้ออยู่นานจนในที่สุดประตูก็ขยับ เด็กน้อยดึงมือออกจากลูกบิด เนื้อเหลว ๆ สีแดงฉานหลอมติดอยู่บนนั้น เขาเ็ปแสนสาหัสจากมือบอบบางที่หลอมละลายจนไม่เหลือเค้าเดิม ทว่าความเ็ปก็ไม่อาจเหนือไปกว่าความรู้สึกตื่นตระหนก
“พ่อ แม่!!” เด็กน้อยะโสุดเสียง
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำอยู่เบื้องหน้า สิ่งของต่าง ๆ ภายในถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ไอร้อนปะทะกับใบหน้าจนเด็กน้อยผงะถอย ทว่าความตื่นกลัวได้ผลักดันให้เขาพยายามก้าวเข้าไปด้านในห้องนอนที่กลายเป็ดั่งขุมนรก
ณ ใจกลางห้องนอนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายใต้กลุ่มควันดำทะมึน ภาพความบ้าคลั่งผิดมนุษย์ค่อย ๆ เผยให้เห็น
เก้าอี้เหล็กตัวหนึ่งตั้งตระหง่าน บนนั้นมีร่างของชายวัยกลางคนนั่งอยู่ สองมือของเขาถูกมัดติดกับพนักพิง ใบหน้าของเขาแสดงความหวาดผวาจนถึงขีดสุด ดวงตาคู่นั้นเบิกโพลง ปากอ้ากว้างราวกับภาพวาดเดอะสครีมของเอ็ดเวิร์ด มุงก์ ที่น่าสยดสยองกว่าคือาแกลางลำตัว อกของเขาถูกผ่าชำแหละ กระดูกซี่โครงเปิดอ้าเหมือนบานหน้าต่าง อะไรก็ตามที่เคยอยู่ในนั้นถูกคว้านออกมากองที่ตัก บนพื้นข้าง ๆ มีร่างไร้หัวของหญิงวัยกลางคนนอนจมกองเื ที่ลำตัวมีสภาพไม่ต่างจากร่างแรก ทว่ามีลำไส้ถูกลากออกมากองพะเนินเหมือนไส้กรอกชุ่มเื
ร่างไร้ิญญาทั้งสองที่ถูกฆ่าอย่างสยดสยองตรงหน้า คือพ่อกับแม่แท้ ๆ ของเด็กน้อย