นั่วหลานนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พร้อมกับทบทวนความทรงจำที่ได้รับมา เธอต้องทำตัวเหมือนกับหวงไป๋หลานไปก่อนแล้วจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ตัวของตัวเอง ไม่อย่างนั้นแม่ผู้อ่อนแอของเธอคงสงสััยแน่
เธอยังคิดอยู่ว่าทำไมพ่อของเธอถึงไม่ดูดำดูดีสองแม่ลูกเลย แต่รอให้เธอหายดีเสียก่อนค่อยตามล่าหาความจริงก็คงไม่สาย ตอนนี้เธอปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด แถมหัวที่แตกก็ปวดตุบ ๆ เธอลองเดินลมปราณดูแล้วแต่ไม่ได้ผล จึงนึกได้ว่าร่างนี้ไม่เคยฝึกฝนมาก่อน เธอจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด หรือหากเธอมีเข็มสำหรับรักษาเธอก็คงไม่เ็ปขนาดนี้
เธอคิดไปคิดมาก็ได้แต่ด่าว่าคนสารเลวพวกนั้นที่ตีเด็กไม่มีทางสู้ถึงขนาดนี้ ถ้าเป็เธอคงฆ่าพวกมันไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้คนพวกนั้นรังแกเธอหรอก ด้วยร่างกายที่ยังเจ็บป่วยจึงทำให้เธอผลอยหลับไปอีกครั้ง
เธอตื่นตอนที่ได้ยินเสียงคนคุยกัน เมื่อจินฉินหยูเห็นเธอลืมตาก็รีบพุ่งเข้ามาทันที
“อาหลาน เป็ยังไงบ้างลูก” เธอถามลูกสาวน้ำตานองหน้า
“ไม่เป็ไรแล้วแม่” หวงไป๋หลานตอบเสียงแหบแห้ง
หมอหนุ่มที่รักษาเธอพอฟังว่าเธอไม่เป็อะไรจึงอนุญาตให้จินฉินหยูพาเธอกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านได้ เขารู้ว่าสองคนแม่ลูกไม่มีเงินมากนัก หากอยู่ต่อคงเสียเงินไปอีกมาก พอจินฉินหยูได้ยินหมอบอกว่าสามารถพาลูกสาวกลับบ้านได้ก็ขอบคุณหมอ
พอหมอออกจากประตูไป จินฉินหยูรีบกระซิบถามลูกสาวว่าเธอมีเงินเก็บเหลือบ้างไหม เธอบอกว่าคนพวกนั้นไม่ยอมจ่ายค่ารักษาให้ เธอจึงไม่มีเงินพาหวงไป๋หลานออกจากโรงพยาบาล
“พอจะมีอยู่แม่ แม่เปิดลิ้นชักโต๊ะหนังสือแล้วล้วงมือขึ้น้า เงินอยู่ในกระเป๋าที่ติดไว้ตรงนั้นแม่ก็เอามาหมดเลยเถอะ” นั่วหลานหรือหวงไป๋หลานตอนนี้รีบบอกที่ซ่อนเงินที่จำได้
“ถ้าอย่างนั้นลูกรอแม่ก่อนนะ แม่จะรีบไปรีบกลับ เสื้อผ้าลูกแม่เอามาไว้ให้ในตู้ข้างเตียงแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้ารอแม่ได้เลยนะจ๊ะ” บอกลูกสาวแล้วเธอก็รีบออกจากห้องเพื่อกลับบ้านไปเอาเงิน
หวงไป๋หลานคนปัจจุบันได้แต่มองส่งแม่คนใหม่ออกไป เธอไม่มีแม้แต่แรงจะลุกแล้วจะไปเปลี่ยนชุดยังไงเนี่ย เฮ้อ บ่นในใจได้ไม่นานก็มีพยาบาลเข้ามาในห้องแล้วมองซ้ายมองขวา
“เอ่อ แม่ของน้องสาวไม่อยู่เหรอคะ”
“แม่กลับไปเอาเสื้อผ้ามาให้อยู่ค่ะ”
“อ้อ พอดีคุณหมอบอกว่าน้องกำลังจะออกจากโรงพยาบาล พี่เลยกลัวว่าแม่ของน้องจะไม่รู้ว่าต้องทำเื่ยังไงน่ะจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นพี่ไม่รบกวนน้องแล้วนะ ถ้าแม่กลับมาน้องบอกแม่ให้ไปที่เคาเตอร์พยาบาลนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะพี่สาว พี่สาวคะ ที่โรงพยาบาลมีเข็มสำหรับการฝังเข็มหรือเปล่าคะ หนูเคยอ่านในหนังสือแต่ไม่เคยเห็นของจริงเลยอยากขอดูหน่อยค่ะ”
“มีสิจ๊ะ โรงพยาบาลของพี่มีแผนกแพทย์แผนจีนด้วยนะ เดี๋ยวพี่เอามาให้น้องดูฆ่าเวลารอคุณแม่นะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่สาว”
รอไม่นานพยาบาลแสนใจดีก็นำซองใส่เข็มขนาดต่าง ๆ มาให้เธอแล้วออกจากห้องไป หวงไป๋หลานรีบเปิดซองและนำเข็มฝังไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อรักษาร่างกายที่บอบช้ำทันที เธอใช้เวลาไม่นานอาการก็ดีขึ้นมาก หวงไป๋หลานที่เห็นว่ายังอีกนานกว่าแม่ของเธอจะกลับมา เธอจึงลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิและเริ่มฝังเข็มเปิดจุดลมปราณต่อ
ครั้งนี้หวงไป๋หลานได้รับความเ็ปจากการบังคับเปิดจุดลมปราณเป็อย่างมาก แต่เธอก็กัดฟันทนจนสามารถเปิดได้ครบทุกจุด ตอนนี้ร่างกายของเธอและผ้าปูเตียงเต็มไปด้วยคราบสกปรกและกลิ่นเหม็นจากการระบายสิ่งสกปรกในร่างกาย หวงไป๋หลานเดินลมปราณปรับสภาพสองสามรอบ เมื่อร่างกายผ่อนคลายแล้วเธอจึงรีบลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างระบายอากาศ จากนั้นรีบถอดผ้าปูเตียงและนำเสื้อผ้าใหม่เข้าไปในห้องน้ำด้วย หวงไป๋หลานรีบอาบน้ำล้างคราบสกปรกออกจนหมด แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าและซักผ้าปูเตียงตากเอาไว้ในห้องน้ำ
ก่อนออกจากห้องน้ำเธอได้ยินเสียงประตูด้านนอกเปิดพอดี เธอจึงรีบเดินออกไป แม่ของเธอจึงได้เรียกเธอไปด้วยกันเพื่อทำเื่ออกจากโรงพยาบาลทันที
หวงไป๋หลานคืนกระเป๋าฝังเข็มให้กับพยาบาลพร้อมขอบคุณเธอด้วยรอยยิ้ม หลังจากทำเื่ทุกอย่างเสร็จสิ้นสองแม่ลูกก็เดินตามกันออกไป แต่เดินไปยังไม่พ้นประตูโรงพยาบาล เสียงท้องของหวงไป๋หลานก็ร้องดังโครกคราก ใครใช้ให้ร่างนี้สลบไปถึงสามวันเล่า ตอนนี้พอดีขึ้นแล้วเลยเกิดหิวขึ้นมา
จินฉินหยูพอเห็นลูกสาวท้องร้องก็หัวเราะเบา ๆ และพาลูกสาวไปร้านบะหมี่หน้าโรงพยาบาลที่เธอเห็น ค่ารักษาครั้งนี้มากถึง 100 หยวน เงินเก็บของเธอมีเพียง 320 หยวนเท่านั้น ดีที่บะหมี่หนึ่งชามราคาแค่ 3 หยวน เธอจึงไม่คิดมาก รอให้เธอจัดการเื่แม่กับครอบครัวนรกนั่นก่อนค่อยหาเงินเถอะ