หลังจากเลิกคิดไร้สาระพริมพิลาก็เริ่มวางแผนออกกำลังกายทันที
"ตอนนี้ร่างนี้ยังไม่หายจากอาการาเ็จากการตกบันไดงั้น... วันนี้ทำโยคะเบาๆ ไปก่อนแล้วกัน" เธอพยายามปลอบใจตัวเอง แม้ในใจจะร้อนรุ่มอยากจะเริ่มต้นแผนการสุดแสนร้ายกาจของเธอใจจะขาดแล้วก็ตามแต่เนื่องจากร่างกายของยัยตุ้ยนุ้ยไม่เนื้ออำนวยเธอพึงพับโครงการวางวางไว้ก่อนชั่วคราว
หญิงสาวเดินไปหยิบเสื่อโยคะสีชมพูหวานแหววมาปูที่สนามหญ้าหลังบ้าน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ยืดเส้นยืดสาย
จากนั้น เธอค่อยๆ เริ่มต้นการเคลื่อนไหวร่างกาย ท่วงท่าโยคะแต่ละท่าที่เธอเคยเล่นอย่างชำนาญ เธอเริ่มจากท่าง่ายๆ ก่อน เพื่อวอร์มอัพร่างกายให้พร้อมสำหรับการฝึกที่หนักขึ้นในภายหลัง
"ท่าูเา... นี่มันท่าเด็กเล่นชัดๆ" พริมพิลาพึมพำกับตัวเอง ขณะพยายามทรงตัวในท่าที่ง่ายที่สุดในโลกโยคะ ทว่าสำหรับร่างใหม่ของเธอ มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
"แค่ยืนเฉยๆ ทำไมมันเหนื่อยแบบนี้เนี่ย!" เธอสบถเบาๆ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดตามไรผม แค่ท่าแรกก็เล่นเอาเธอหอบแล้ว
"ต่อไป... ท่าต้นไม้" เธอพยายามยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาพาดกับขาอีกข้าง แต่...
"โอ๊ย!" ร่างอวบของเธอเซถลา เสียง 'ตุ้บ' ดังสนั่นเมื่อเธอล้มลงไปกองกับพื้น เหมือนลูกชิ้นกลิ้งหล่นจากเขียง
"ไม่นะ... ฉันเคยเป็ ซุป'ตาร์ โยคะมาก่อนนะ ทำไมถึงได้..." เธอครางเสียงแ่ รู้สึกเหมือนความภาคภูมิใจในตัวเองกำลังร่วงกราวลงไปพร้อมกับร่างกาย
เนื่องจากร่างของยัยตุ้ยนุ้ยไม่เคยออกกำลังกายทำให้ร่างกายของเธอติดขัด "ไม่เป็ไรยัยพริม... ค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไป" เธอพยายามให้กำลังใจตัวเอง พริมพิลาค่อยๆ ลุกขึ้น พยายามข่มความขมขื่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"สู้ต่อไป... ยัยตุ้ยนุ้ย!" เธอะโเสียงดัง ก่อนจะเริ่มต้นท่าใหม่ด้วยความมุ่งมั่น แม้จะดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความฮึดสู้
ฉันจะกลับมาผอมเพรียวอีกครั้ง! เธอประกาศกร้าว แม้เสียงจะแ่ลงจากอาการเหนื่อยหอบ
หลังจากทำโยคะมาหนึ่งชั่วโมง เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า เธอก็สั่งให้ป้าอิ่มทำเมนูลดน้ำหนักฉบับเร่งด่วนที่เธอเคยใช้ตอนลดน้ำหนักตอนสมัยเป็นักแสดงในโลกเก่าของเธอ เมนูที่เต็มไปด้วยผักสีเขียวและเนื้อสัตว์ไม่ติดมันที่แสนจะจืดชืด
เมื่อพริมพิลาเดินไปที่โต๊ะทานข้าว เธอก็เจอคุณปู่ กับพี่ชายของเธอ กำลังนั่งรอทานข้าวอยู่ กลิ่นหอมกรุ่นจากอาหารที่ลอยมาจากในห้องครัวทำให้เธอต้องรีบกลั้นหายใจ
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปู่ อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่พัทธ์"เธอเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงร่าเริง
"อรุณสวัสดิ์หลานรัก" เ้าสัวอนันต์เอ่ยรับพร้อมรอยยิ้มใจดี "วันนี้หลานพริมตื่นเช้าผิดปกตินะ"
พริมพิลาแอบยิ้มแห้งๆ "ค่ะคุณปู่ พอดีพริมอยากมาทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัวค่ะ" เธอตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแอบเหลือบมองคนเป็พี่ชายที่ดื่มกาแฟอยู่
พัทธนันท์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะมองน้องสาวอย่างจับผิด "แหม่ ยัยพริม ั้แ่ตกบันไดวันนั้น นิสัยน้องก็เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
"สงสัยจะหัวฟาดพื้นแรงไปหน่อย"
พริมพิลาที่กำลังดื่มน้ำอยู่แทบสำลัก พัทธนันท์หัวเราะเบาๆ อย่างพึงพอใจกับปฏิกิริยาของน้องสาว
"พี่พัทธ์!" เธอค้อนขวับใส่คนเป็พี่ชาย "พริมไม่ได้หัวฟาดพื้นแรงขนาดนั้นสักหน่อย"
"แต่ก็แรงพอที่จะทำให้น้องสาวของพี่เปลี่ยนจากยัยตัวแสบมาเป็เด็กดีได้นะในชั่วข้ามคืน" พัทธนันท์ยังคงแซวไม่หยุด
พริมพิลาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอรีบเอ่ยคำแก้ตัว "ก็...ก็พริมแค่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างคะ"
เ้าสัวอนันต์มองดูหลานทั้งสองหยอกล้อกันด้วยความเอ็นดู ท่านหัวเราะเบาๆ "หลานพรีมความจำเสื่อมแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ปู่แทบจะได้หลานสาวคนใหม่เลยละ"
พัทธนันท์หัวเราะอย่างพอใจกับคำพูดของปู่ "ใช่ครับปู่ ผมก็ว่าอย่างนั้น"
เขากวาดสายตามองน้องสาวอย่างเ้าเล่ห์ "ผมแทบไม่อยากให้ยัยพริมความจำกลับมาเลยละครับ" พอเขาพูดจบก็ขยี้ผมน้องสาวจนฟู
พริมพิลาแอบเบะปากใส่พี่ชายอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปอ้อนคนเป็ปู่ "คุณปู่ค่ะ! พี่พัทธ์แกล้งพริมอีกแล้ว"
เ้าสัวอนันต์หัวเราะชอบใจกับท่าทางของหลานทั้งสอง
"ไม่เป็ไรหรอกหลานพริม เดี๋ยวปู่จัดการให้" แล้วท่านก็หันไปดุพัทธนันท์
"เ้าพัทธอย่าไปแกล้งน้องมากสิเดี๋ยวน้องงอน" คุณปู่เอ็ดเบาๆ พลางลูบหัวหลานสาวด้วยความเอ็นดู
พัทธนันท์ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน "เปล่าครับปู่ ผมแค่หยอกน้องเล่นนิดหน่อยเอง" เขากล่าวกับคนเป็ปู่ก่อนจะหันมาคุยกับคนเป็น้องสาว
"แต่พี่ชอบที่เราเป็แบบนี้ นิสัยดีกว่าเมื่อก่อนมาก ถ้าเป็เมื่อก่อนอะไรนิดอะไรหน่อยก็วีนจนพี่ปวดหัวไปหมด"
พริมพิลาได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้พี่ชาย เธอรู้ดีว่า 'ยัยตุ้ยนุ้ย' มีนิสัยเสียขนาดไหน เธอชอบเหวี่ยง วีน เอาแต่ใจ ตามประสาคุณหนูอารมณ์ร้ายในนิยาย แต่ตอนนี้ 'เธอ' ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
"ก็พริมอยากเป็เด็กดีของคุณปู่นี่ค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพยายามรักษาภาพลักษณ์ใหม่เอาไว้
พัทธนันท์หัวเราะเบาๆ "ดีแล้วล่ะ เป็แบบนี้ต่อไปนะ พี่จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับวีรกรรมของน้องอีก"
พริมพิลาแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ใครจะไปคิดล่ะว่าการอ่านนิยายเื่พันธนาการรัก จะโดนเ้าแม่บุปผาสาบส่งให้มาอยู่ในร่างคุณหนูตัวแสบแบบนี้ เธอได้แต่ภาวนาว่าจะไม่มีใครจับได้ว่าเธอไม่ใช่ 'พริมพิลา' คนเดิม
"พี่พัทธ์ก็พูดเกินไป" พริมพิลาส่งเสียงงอนๆ ใส่พี่ชายสุดหล่อตรงหน้า แม้จะรู้ดีว่าตัวเองเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในร่าง 'พริมพิลา' คนนี้ได้ไม่นาน แต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นใจรู้สึกสนิทใจเหมือนพวกเขาเป็ครอบครัวเดียวกับเธอจริงๆ
พัทธนันท์เลิกคิ้วสูง จ้องมองน้องสาวด้วยสายตาจับผิด "จริงเหรอ?" เขาถามเสียงสูง "แล้วเดือนที่แล้วใครกันที่ทำแจกันคุณแม่แตก แล้วโยนความผิดให้เ้าลีโอน้องแมวของพี่?"
พริมพิลาหน้าร้อนผ่าว นั่นมันวีรกรรมแสบๆ ของ 'ยัยตุ้ยนุ้ย' คนก่อนนี่นา! เธอได้แต่ภาวนาในใจว่าพี่ชายจะไม่ขุดคุ้ยเื่เก่าๆ ขึ้นมาอีก
"พี่พัทธ์ก็รู้นี้ค่ะว่าพริมความจำเสื่อม พริมจำเื่ราวในอดีตไม่ได้หรอกค่ะ" เธอตอบเสียงอ่อย พยายามทำหน้าซื่อใสที่สุดเท่าที่จะทำได้
พัทธนันท์หัวเราะลั่นเมื่อเห็นใบหน้าของน้องสาว "จำไม่ได้ก็ไม่เป็ไรหรอก แต่จำไว้ว่าจากนี้ไป ห้ามทำวีรกรรมร้ายๆ อะไรอีก เข้าใจไหม?"
พริมพิลาพยักหน้ารัวเร็วก่อนจะตอบรับเสียงแ่เบา "เข้าใจแล้วค่ะพี่พัทธ์"
เธอได้แต่หวังว่าจะสามารถใช้ชีวิตในร่างนี้ได้อย่างราบรื่น แต่ดูเหมือนว่าชีวิตใหม่ในร่างตัวประกอบจะไม่ง่ายอย่างที่คิด!
"แล้วนี่หลานจะทานอะไรพิเศษหรือเปล่า? วันนี้อิ่มใจทำกับข้าวอร่อยๆ เยอะเลยนะ เดี๋ยวก็น่าจะมาเสิร์ฟแล้ว" เ้าสัวอนันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่พริมพิลารู้สึกเหมือนมีเสียงเอฟเฟกต์ 'อันตราย' ดังขึ้นในหัว
"เอ่อ...ไม่เป็ไรค่ะคุณปู่ วันนี้พริมจะทานสลัดค่ะ" เธอตอบปัดไปอย่างรวดเร็ว
"สลัด?" เ้าสัวอนันต์เลิกคิ้ว "หลานแน่ใจนะว่าจะทานแค่นั้น? ปู่ว่ามัน..."
"เอ่อ...คือพริมกำลังควบคุมอาหารนะคะคุณปู่" พริมพิลารีบพูดแทรก ก่อนที่คุณปู่จะเผลอพูดอะไรที่ทำให้เธอใจอ่อนยวบจนเผลอตบะแตกอีก
"ก็ได้ ๆ" คุณปู่ยิ้มขำ "แต่ถ้าหลานหิวก็บอกนะ ปู่จะให้อิ่มใจทำให้กิน"
ในขณะที่เธอพูดคุยกับครอบครัวไม่นานนัก สลัดผักสดกรอบ กับสมูทตี้ปั่นผักผลไม้สีเขียว ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ พริมพิลาจ้องมองมันด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่าง 'มุ่งมั่น' กับ 'อยากร้องไห้'
"ขอบคุณค่ะป้าอิ่ม" เธอฝืนยิ้มให้ป้าอิ่มที่จ้องมองเธอด้วยสายตาเป็ห่วง
"คุณหนูทานให้อร่อยนะคะ" ป้าอิ่มพูดอย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินจากไป