ทันทีที่เข้าสู่เขตเมืองชั้นใน
ถนนสายกว้างก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าจ้าวฉงหย่วนและคณะ
บนถนนมีผู้คนสัญจรไปมาไม่น้อย เสียงร้องขายของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าดังระงมไม่ขาดสาย
"ฝ่าา เมืองโยวโจวแห่งนี้ช่างคึกคักจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ หากไม่รู้มาก่อน ข้านึกว่านี่คือเมืองหลวงของแคว้นต้าเฉียนเสียอีก" หวังลี่ซื่อซึ่งนั่งอยู่บนรถม้า มองดูเมืองโยวโจวที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาพลางรำพึงรำพัน
"จริงด้วยพ่ะย่ะค่ะ เมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนที่ข้าหนีภัยแล้งไปต่างถิ่น โยวโจวยังเป็เพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ทรุดโทรม ไม่ต้องพูดถึงกำแพงเมืองที่พังยับเยินเพราะาที่มีทุกปี แม้แต่ถนนในเมืองนี้ พอถึงวันฝนตกก็กลายเป็โคลนตม อย่าว่าแต่คนเดินเลย รถม้ายังเคลื่อนที่ไม่ได้ ไม่เห็นจะเป็แบบตอนนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ" เอ้อร์หวาจื่อเองก็มีสีหน้าซาบซึ้งเช่นกัน
ในปีก่อน ๆ โยวโจวเกิดา ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส โจรป่าชุกชุมไปทั่วทุกแห่ง อย่าว่าแต่ข้างนอกเมืองเลยแม้แต่ในเมืองก็ใช่ว่าจะปลอดภัย
แต่ตอนนี้กลับดีขึ้นมาก ก่อนเข้าเมืองต้องปลดอาวุธออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน อีกทั้งตลอดทางที่เดินมาเป็ถนนแผ่นหินสีเขียว บนถนนไม่มีแม้แต่เศษขยะ สะอาดจนสามารถใช้ส่องแทนกระจกได้ ช่างแตกต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับดิน
เหล่าองครักษ์ที่ติดตามมาด้วยไม่สามารถแทรกบทสนทนาได้ แต่ทุกคนต่างมองดูต้นไม้ใบหญ้าของเมืองโยวโจวด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ถนนไม่เพียงแต่กว้างขวาง แต่ตรงกลางยังปลูกพืชสีเขียว ซึ่งแบ่งถนนออกเป็สองฝั่งพอดี ฝั่งซ้ายและขวาวิ่งสวนทางกัน ไม่ต้องกังวลเื่อันตรายจากการวิ่งเร็วเกินไปจนชนกัน
และทุก ๆ สามสิบจั้ง จะมีทางให้คนเดินเท้าสามารถข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้ การคำนึงถึงรายละเอียดนี้ช่างรอบคอบถึงขีดสุด
"ทั้งหมดนี้เป็ผลงานของเยียนอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"
ั้แ่เข้าเมืองมา หวังลี่ซื่อก็ฉีกยิ้มไม่หยุด
"ท่านลุงกับท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็ได้รับพระคุณจากท่านอ๋องเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ" เอ้อร์หวาจื่อกล่าวเสริมอยู่ข้าง ๆ
เมื่อได้ยินคนเ่าั้ชื่นชมบุตรชายของตน และมองดูเมืองโยวโจวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าพลิกดินใน่เวลาเพียงแปดปี จ้าวฉงหย่วนที่อยู่ในรถม้ายิ่งยิ้มไม่หุบ
เืเนื้อเชื้อไขของข้า เืเนื้อเชื้อไขของข้า!
ในขณะที่ทุกคนกำลังสำรวจความเปลี่ยนแปลงของเมืองโยวโจวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา พร้อมกล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า "ข้าเห็นการแต่งกายของพวกท่าน ั้แ่เข้าเมืองมาก็มองเมืองโยวโจวของพวกเราด้วยความสงสัย น่าจะเป็คนจากแคว้นต้าเฉียนของพวกเราใช่หรือไม่ขอรับ มาโยวโจวครั้งแรกหรือเปล่าขอรับ?"
"ข้าเป็คนท้องถิ่นแต่ต่อมาได้ไปอยู่ต่างถิ่น ครั้งนี้ติดตามนายท่านของข้ามาทำการค้าที่โยวโจวขอรับ" เอ้อร์หวาจื่อรีบก้าวออกไปตอบตามที่ตกลงกันไว้ระหว่างทาง
ชายหนุ่มแสร้งทำท่าประหลาดใจพลางมองเอ้อร์หวาจื่อ "โอ้ เป็พี่น้องท้องถิ่นนี่เอง เช่นนั้นก็พอดีเลย จะได้สื่อสารกันสะดวก"
จากนั้นเขาก็ชี้ที่ตัวเองและแนะนำตัวว่า "พวกท่านเรียกข้าว่าจางซานได้เลยขอรับ ข้าเป็มัคคุเทศก์ของเมืองโยวโจว รับหน้าที่นำทางและแนะนำขนบธรรมเนียมรวมถึงภูมิประเทศของโยวโจวให้แก่แขกจากต่างถิ่นโดยเฉพาะขอรับ"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วอธิบายต่อว่า "หากบอกว่ามัคคุเทศก์พวกท่านอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่าเป็ 'คนนำทางท้องถิ่น' พวกท่านคงจะรู้จักกันดีใช่ไหมขอรับ"
เป็ไปตามคาด หลังจากคำอธิบายของชายหนุ่ม จ้าวฉงหย่วน หวังลี่ซื่อและคนอื่น ๆ ก็เข้าใจได้ทันที คำว่ามัคคุเทศก์อาจจะดูแปลกหูสำหรับพวกเขา แต่คำว่าคนนำทางท้องถิ่นนั้นพวกเขารู้จักดี
คนนำทางท้องถิ่นก็คือคนในพื้นที่ที่รับหน้าที่ต้อนรับคนต่างถิ่น แนะนำสถานการณ์ในท้องถิ่นให้คนนอกทราบ เพื่อใช้เป็ช่องทางในการหาเลี้ยงชีพ
หวังลี่ซื่อพยักหน้าและส่งสัญญาณสายตาให้เอ้อร์หวาจื่อ ซึ่งฝ่ายหลังเข้าใจทันที จึงหยิบเศษเงินออกมาจากแขนเสื้อยื่นให้ชายหนุ่ม
"พี่ชาย นายท่านของข้ามาครั้งแรก ตอนนี้โยวโจวเปลี่ยนแปลงไปมากจนข้าแทบจำไม่ได้ เงินจำนวนนี้ท่านรับไว้ก่อนเถิด หลังจากนี้คงต้องรบกวนท่านช่วยแนะนำนายท่านของข้าให้มาก ๆ หน่อยนะขอรับ"
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็เข้าใจทันที รีบโบกมือปฏิเสธว่า "เงินนี้ข้ารับไว้ไม่ได้ขอรับ ท่านอ๋องกล่าวไว้ว่า ในฐานะคนท้องถิ่นโยวโจว พวกเรามีหน้าที่ต้องแนะนำโยวโจวให้แก่แขกจากต่างถิ่นทุกท่านขอรับ"
"ไม่รับเงินหรือ ดีขนาดนี้เชียว?" หวังลี่ซื่อมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ชายหนุ่มยิ้มแล้วกล่าวว่า "เป็เช่นนั้นแน่นอนขอรับ เพราะเงินที่พวกท่านจะให้นั้น ท่านอ๋องได้จ่ายให้พวกเราเรียบร้อยแล้ว"
"ไม่ใช่แค่พวกข้าที่เป็คนนำทางเท่านั้น แต่พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กรายใหญ่ในเมืองโยวโจว ั้แ่เ้าหน้าที่ศาลาว่าการ ไปจนถึงป้า ๆ ที่กวาดถนนในเมืองโยวโจว ทุกคนสามารถรับค่าแรงจากห้องบัญชีของจวนเยียนอ๋องได้ทุกเดือนขอรับ"
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ทุกคนจึงสังเกตเห็นว่าเหตุผลที่ถนนในเมืองโยวโจวสะอาดเช่นนี้ เป็เพราะมีคนคอยกวาดอยู่เป็ระยะและคนที่กวาดถนนเ่าั้ล้วนเป็ผู้สูงอายุ
"ยอดเยี่ยมนัก คนแก่ได้รับการเลี้ยงดู คนหนุ่มมีรายได้ ความคิดนี้ไม่เลวเลย" จ้าวฉงหย่วนเอ่ยชม
ในแคว้นต้าเฉียน ผู้สูงอายุหากไม่ได้สะสมทรัพย์สินไว้ั้แ่สมัยหนุ่มสาว เมื่อแก่ตัวลงส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับบั้นปลายชีวิตที่แสนรันทด
แต่ตอนนี้จ้าวติ้งทำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาการเลี้ยงดูผู้สูงอายุ แต่ยังช่วยแก้ปัญหาคนว่างงานอย่างคนนำทางท้องถิ่น ให้พวกเขามีรายได้เลี้ยงชีพซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยลดการก่อเื่วุ่นวายลงได้ด้วย
ช่างเป็การยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว
"เป็เช่นนั้นแน่นอนขอรับ" ชายหนุ่มยิ้มอย่างภูมิใจ
ความจริงเขายังมีอีกประโยคหนึ่งที่ไม่ได้พูด นั่นคือค่าแรงของพวกเขามีแหล่งที่มาหลักมาจากเหล่าพ่อค้าที่เดินทางผ่านโยวโจว
ยิ่งรีดไถเงินจากพ่อค้าเหล่านี้ได้มากเท่าไหร่ เมืองโยวโจวก็ยิ่งได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อถึงเวลาแบ่งผลกำไรปลายปี ค่าแรงที่พวกเขาได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
แน่นอนว่าเื่นี้มีเงื่อนไขหนึ่ง นั่นก็คือโยวโจวต้องมีของที่ที่อื่นไม่มี
หาก้าสินค้าเ่าั้จำเป็ต้องมาซื้อที่โยวโจว มิฉะนั้นหากรีดไถเงินมากเกินไป เหล่าพ่อค้าต่างถิ่นคงหนีหายไปหมดนานแล้ว
ในขณะที่จ้าวฉงหย่วนและคณะไม่ได้สังเกต ชายหนุ่มหันไปกระซิบกับป้ากวาดถนนที่อยู่ริมทางว่า "สร้างความเชื่อใจขั้นต้นสำเร็จแล้ว ได้รับความประทับใจจากอีกฝ่าย แจ้งลงไปให้ดำเนินการตามแผนเดิมทุกประการ"
"เข้าใจแล้ว"
ป้ากวาดถนนพยักหน้าพร้อมกับแสร้งทำเป็กวาดถนนต่อไป และเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองอย่างแเี
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ชายหนุ่มจึงกลับมาหาหวังลี่ซื่อและคณะ พร้อมเปลี่ยนสีหน้าเป็รอยยิ้มที่กระตือรือร้นอีกครั้ง
"พวกท่านตามข้ามาเถิดขอรับ ต่อจากนี้ข้าจะเป็คนนำทางให้เอง หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจถามข้าได้เลย ท่านอ๋องกำชับว่าทุกท่านที่มาครั้งแรก ต้องทำให้ประทับใจในเมืองโยวโจวของพวกเราให้ได้ขอรับ"
"ลำบากเ้าแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังลี่ซื่อก็รู้สึกประทับใจในตัวชายหนุ่มคนนี้มากขึ้นทันที จ้าวฉงหย่วนที่นั่งอยู่ในรถม้าก็มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความพึงพอใจ
ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็มีผู้เฒ่าคนหนึ่งเดินเอามือไพล่หลังเข้ามา พร้อมมองดูพวกเขาด้วยใบหน้าเมตตา
"แขกทุกท่านมาครั้งแรก รถม้าน่าจะเดินทางไม่สะดวก สู้เอารถม้าไปจอดไว้ในลานจอดรถของพวกเราดีกว่าไหมขอรับ"
"ลานจอดรถหรือ?" หวังลี่ซื่อมองชายหนุ่มข้างหน้าด้วยความแปลกใจ
ชายหนุ่มชี้ไปยังพื้นที่ว่างที่อยู่ไม่ไกล พร้อมอธิบายว่า "แขกผู้มีเกียรติทุกท่านอาจยังไม่ทราบ เพื่อความสะดวกในการจัดการรถม้าในเมืองโยวโจว ท่านเยียนอ๋องจึงได้จัดตั้งลานจอดรถขึ้นเป็พิเศษ ท่านผู้เฒ่าท่านนี้เป็ผู้รับผิดชอบดูแลลานจอดรถขอรับ ขอเพียงแขกผู้มีเกียรติฝากรถม้าไว้กับท่าน ท่านจะช่วยดูแลรถม้าให้ รับรองว่าไม่มีทางสูญหาย ขอให้ทุกท่านวางใจได้เลยขอรับ หากสูญหายจริง จวนเยียนอ๋องจะเป็ผู้ชดใช้ให้ทั้งหมด"
"อีกทั้งสินค้าที่ท่านซื้อที่โยวโจว คนของหอการค้าตระกูลจ้าวจะช่วยขนย้ายขึ้นรถม้าให้ทุกท่านเอง พวกเราจะไม่ยอมให้ทุกท่านต้องออกแรงแม้แต่นิดเดียวเลยขอรับ"
พูดจบชายหนุ่มก็ชี้ไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างกำยำเปลือยท่อนบนที่ยืนอยู่ใต้ร่มเงาของร้านค้าที่อยู่ไกลออกไป
และในขณะที่ชายหนุ่มชี้ไปทางพวกเขา ชายฉกรรจ์เ่าั้ก็หันมามองหวังลี่ซื่อและจ้าวฉงหย่วน พร้อมส่งยิ้มที่เป็มิตรให้
เมื่อเห็นภาพนี้ จ้าวฉงหย่วนและคณะยิ่งพึงพอใจมากขึ้น
ช่างเป็การดูแลที่รอบคอบยิ่งนัก
ผู้เฒ่าที่อยู่ข้าง ๆ ฉีกยิ้มจนเห็นฟันเหลือง ๆ ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ซี่แล้วกล่าวว่า "ขอให้ทุกท่านวางใจ รถม้าที่จอดในลานจอดรถ ม้าจะไม่มีวันหิวแน่นอน ตาแก่อย่างข้าอยู่ที่นี่ เพื่อรับหน้าที่ให้อาหารม้าแก่ทุกท่านโดยเฉพาะ"
"อาหารม้าในลานจอดรถของพวกเรา ล้วนเป็หญ้าชั้นเลิศที่ขนส่งมาจากม่อเป่ยและมีการผสมเกลือหยาบเข้าไปด้วย ม้ากินแล้วจะมีกำลัง เวลาลากสินค้าให้ทุกท่านจะได้มีแรงขอรับ!"
"นายท่าน ท่านอ๋องผู้นี้ช่างสร้างสรรค์ได้รอบคอบยิ่งนักขอรับ"
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มและผู้เฒ่า ใบหน้าแก่ชราของหวังลี่ซื่อก็ยิ้มกว้างจนเหมือนดอกเบญจมาศ
คนนำทางนำทางให้โดยไม่เสียเงิน ลานจอดรถก็จอดรถม้าโดยไม่เสียเงิน ทั้งยังมีคนช่วยขนของให้อีก นี่มันช่างรอบคอบเกินไปแล้ว
"ก็พอใช้ได้ พอใช้ได้" จ้าวฉงหย่วนกล่าวอย่างสำรวม แต่บนใบหน้ากลับยิ้มมีความสุขยิ่งกว่าหวังลี่ซื่อเสียอีก
หวังลี่ซื่อพยักหน้าส่งสัญญาณให้เอ้อร์หวาจื่อจูงรถม้าเข้าไปในลานจอดรถตามคำแนะนำของผู้เฒ่า
ทันทีที่จัดการเื่รถม้าเสร็จและกำลังจะเดินจากไป ผู้เฒ่าคนนั้นก็ถูมือไปมา มองดูพวกเขาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์แล้วกล่าวว่า "ค่าจอดรถวันละแปดสิบอีแปะขอรับ"