ตอนที่ 26 คุกคามไม่ได้
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขวงแหวน นั่นหมายความว่าผนึกที่กักขังมอนสเตอร์นางพญาจะสลาย
ทว่าเฟิร์สไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น เขาได้เปลี่ยนวงแหวนอักขระให้มีคุณสมบัติกลายเป็วงแหวนคำสาปลดทอนพลังของนางพญา
ปัง! ปัง! ปัง!
ผลึกน้ำแข็งที่เกาะกุมร่างอันมหึมาแตกเป็ชิ้นๆ
ร่างที่เหมือนลูกโป่งสีแดงเมื่อเป็อิสระ รยางค์มากมายก็ปรากฏออกมาทั่วร่างและพุ่งโจมตีไปที่เด็กหนุ่มในทันที ราวกับว่ามันกำลังระบายความคับแค้นเหลือคณาออกมา
พุบ! พุบ! พุบ!
รยางค์สีแดงปรากฏออกมาดุจสายฝน พวกมันกำลังล่าสังหารอย่างดุร้าย
่เวลาเดียวกันนั้นเองวงแหวนอักขระที่เฟิร์สทำการแก้ไขก็ส่งพลังไอทมิฬที่ราวกับเป็มือล่องหนแทรกซึมเข้าไปในร่างของนางพญาอย่างรวดเร็ว
นั่นจึงทำให้พลังรบของมันลดลงเป็อย่างมาก
เด็กหนุ่มนำแกนสปีริตออกมาแล้วขยับฝ่ามือทั้งสองสร้างมุทราอย่างรวดเร็ว
ปราการศิลา!
ทันทีที่ฝ่ามือถูกผลักออกไปด้านหน้า วงแหวนอักขระก็ควบแน่นและกลายเป็กำแพงหินั์ที่มีใหญ่โตถึงสิบกว่าเมตร
กำแพงนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชร มันรองรับการโจมตีของรยางค์สีแดงมากมายดุจการป้องกันที่ไม่มีวันพังทลาย
แต่ในตอนนั้นนางพญาเต็มไปด้วยความไม่ยอม มันพุ่งร่างมหึมาเข้าชนกำแพงนี้ทันที
ตูม!
เด็กหนุ่มใช้ท่าร่างเดินชมจันทร์ทะยานออกมาอย่างสงบนิ่ง
สองมือยังคงขยับทำมุทราอย่างต่อเนื่อง
กระบี่เพลิง!
ทันทีที่มือขาวโบกสะบัด กระบี่ที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงอันน่าหวาดหวั่น ก็พุ่งทะยานออกไป
ตูม! ตูม! ตูม!
รยางค์สีแดงมากมายถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
พวกมันไม่มีความสามารถต่อต้านกระบี่เพลิงนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
ตูมมมมมมมม
เปลวเพลิงลุกท่วมร่างของนางพญาอย่างรวดเร็ว
ชวีดดดดดดดดดดด
เสียงกรีดร้องของนางพญาดังขึ้นอย่างโหยหวน
มันถีบตัวเองออกมา พร้อมกับรยางค์ที่ม้วนตัวเพื่อป้องกันการโจมตีของเปลวเพลิง
ทว่าเฟิร์สคงไม่ปล่อยให้มันตั้งหลักง่ายแน่ๆ
เขาย่ำเท้าถีบตัวออกไปด้วยความเร็ว สองมือยังคงทำมุทราและแกนสปีริตก็ถูกผลาญออกไปอย่างรวดเร็ว
กระบี่เพลิง!
ตูม! ตูม! ตูม!
การโจมตีนี้สร้างพายุเพลิงโหมกระหน่ำ
เสียงของเปลวเพลิงดังขึ้นพร้อมกับเสียงของนางพญาที่กรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน
สภาพของมันในตอนนี้ถูกเพลิงผลาญจนาเ็สาหัส รูปร่างที่เหมือนลูกโป่งสีแดง ตอนนี้หลายส่วนถูกทำลายด้วยความร้อนจนเกิดร้อยไหม้อันเหม็นสาป
“ได้เวลาปิดฉากแล้ว” เฟิร์สกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียม เมื่อเขาตัดสินใจที่จะจบการต่อสู้นี้
ทว่า
ขณะที่เขากำลังทำมุทราสร้างการโจมตีต่อไปนั้น มอนสเตอร์นางพญาก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรง
ตอนนั้นเองิัที่เสียหายอย่างหนักของนางพญาก็กลายเป็พังทลาย
โครม!
ิัเ่าั้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็ของเหลวสีแดง ขณะเดียวกันนั่นก็ทำให้เผยเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงที่อยู่ด้านใน
มันคือสัตว์ประหลาดั์ที่มีศีรษะเหมือนแมลงแต่ลำตัวเหมือนมนุษย์ที่ดูปราดเปรียว ิัมันวาวด้วยเกล็ดแข็งสีแดง ทำให้มองดูแล้วน่าเกรงขามยิ่ง
ชวีดดดดดดดดดด
มันส่งเสียงกรีดร้องคำรามจนทำให้ห้องทั้งห้องสั่นไหว เศษดินหินแทบจะสลายเป็ฝุ่นด้วยเสียงกรีดร้องนี้ทันที
เฟิร์สรีบผนึกมุทราสร้างปราการอักขระสีฟ้าขึ้นมา
แม้เสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์จะร้ายกาจก็จริง แต่ม่านพลังสีฟ้าของเฟิร์สเองก็ร้ายกาจมากเช่นกัน สำหรับผู้ใช้อักขระพวกเขาอาจจะมีจุดอ่อนด้านการโจมตี แต่ในด้านการป้องกันและการรักษาชีวิต พวกเขานับได้ว่าเป็ผู้ที่เยี่ยมยอด
ฟุบ!
ทว่าตอนนั้นเองร่างของมอนสเตอร์นางพญาก็กะพริบ
มันเคลื่อนที่รวดเร็วมาก
พริบตาเดียวก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเฟิร์สแล้ว
แขนของมันถูกยื่นออกมาแล้วชกเข้าไปที่ม่านพลังสีฟ้า
ปัง!
อากาศเกิดคลื่นกระแทบจนเห็นชัดเป็วงๆ ขยายออกไป
เห็นได้ชัดว่านี่เป็การโจมตีที่รุนแรงมาก
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่สามารถฝ่าพลังป้องกันของม่านพลังสีฟ้าได้
มอนสเตอร์นางพญาตัวนี้เป็ตัวแทนแห่งความแข็งแกร่งของอบิสระดับสีขาว ทว่าในตอนนี้มันกลับไม่สามารถทำอันตรายเฟิร์สได้
กระบี่เพลิง!
ตูม!
เฟิร์สทำการโจมตีสวนกลับ
ทว่าร่างกายของมอนสเตอร์ตัวนี้กลับมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมและดุร้ายมากขึ้น
กระบี่เพลิงปะทะกับร่างของมัน ประกายไฟลุกโชนสว่างสาดซัดเปลวเพลิงออกไปรอบด้าน
แต่ถึงอย่างนั้นนั่นก็ทำให้ร่างของนางพญาได้รับาเ็เพียงรอยขีดข่วนเท่านั้น
่เวลาเดียวกันนั้นเอง
ชวีดดดดดดดดด
ตูม! ตูม! ตูม!
แทบจะวินาทีนั้นนางพญาเองก็โจมตีโต้กลับเช่นกัน มันไม่ได้เกรงกลัวในกระบี่เพลิงของเฟิร์สเลยแม้แต่น้อย
แม้มันจะถูกลดทอนพลังลงโดยวงแหวนคำสาป แต่พลังอำนาจของมันก็ยังน่ายำเกรง
บนร่างของมันงอกแขนนับสิบข้างออกมาและโจมตีไปที่เฟิร์สอย่างรวดเร็ว
ม่านพลังสีฟ้าสว่างวาบอย่างถี่รัวพอๆ กับจังหวะหัวใจของเด็กหนุ่มที่กำลังเต้นรัวในตอนนี้
“นี่มันอะไรกัน? ทำไมนางพญาตัวนี้ถึงแข็งแกร่งกว่าปกติ มอนสเตอร์อบิสสีขาวไม่น่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้สิ”
ใบหน้าของเฟิร์สเต็มไปด้วยคำถาม
เขาไม่ได้ประมาท เฟิร์สทำการสร้างม่านพลังไว้หลายชั้น
ต้องรู้ไว้ว่าม่านพลังของผู้ใช้อักขระ หากเป็อีกโลกหนึ่งพลังของเขานิยมนำมาใช้ในการคุ้มครองเมืองๆ หนึ่งเลยทีเดียว
เฟิร์สคิดว่ามอนสเตอร์ตัวนี้ต้องมีสิ่งผิดปกติ มันคงไม่ใช่มอนสเตอร์นางพญาธรรมดาแน่นอน
“มอนสเตอร์ตัวนี้ร้ายกาจมาก พลังโจมตีของมันมักจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ปะทะกัน แต่ถึงอย่างนั้นพลังป้องกันของฉันก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน น่าเสียดายที่พลังโจมตีของฉันอ่อนแอเกินไปจึงไม่สามารถทำอันตรายมันได้”
กระบี่วายุ!
เฟิร์สสร้างการโจมตีกระบี่สายลมขึ้นมาจากพลังอักขระ
สายลมพัดกระหน่ำกลายเป็การโจมตีของคมเขี้ยวสายลมที่แหลมคมไม่ต่างจากกระบี่
ปัง!
มอนสเตอร์นางพญาหลบการโจมตีไม่ทันถึงกับกระเด็นออกไป
แต่ว่าสภาพของมันกลับยังคงได้รับาเ็เล็กน้อยเท่านั้น
ตอนนั้นเองเฟิร์สก็รู้แล้วว่าการโจมตีด้วยพลังอักขระของเขาอาจจะไม่ได้ผลกับมัน
เฟิร์สทดลองโจมตีออกไปอีกสี่ห้าครั้ง แต่ผลลัพธ์ของมันก็ออกมาไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก
สถานการณ์ในตอนนี้คือนางพญาไม่สามารถคุกคามเฟิร์สได้เพราะม่านพลังอันแข็งแกร่ง และเฟิร์สเองก็ไม่สามารถโจมตีนางพญาได้เพราะความรุนแรงในการโจมตีของเขายังอ่อนด้อยเกินไป
ทั้งสองปะทะและแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอยู่นาน
จนในที่สุดเฟิร์สก็เลิกโจมตีและหันมาตั้งรับเพียงอย่างเดียว
“หากฉันโจมตีต่อไป นอกจากจะทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้แล้ว ฉันอาจเหนื่อยตายไปก่อนแถมยังสูญเสียแกนสปีริตในการโจมตีไปมากอีกด้วย มอนสเตอร์ตัวนี้ต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไป ดูเหมือนมันจะมีสติปัญญาที่เหนือกว่า ไม่คู่ควรที่จะเป็มอนสเตอร์ที่อยู่ในอบิสแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย”
เฟิร์สเมื่อมีความคิดหยุดที่จะโจมตีเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปยึดพื้นที่ของวงแหวนอักขระแทน
ส่วนมอนสเตอร์นางพญาก็ยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่มันดูจะหลบเลี่ยงพื้นที่วงแหวนอักขระเพราะที่นั่นมีคำสาปที่ลดทอนกำลังของมัน
ชวีดดดดดดดด
แต่ถึงอย่างนั้นนางพญาก็ไม่ยอมให้เฟิร์สไปที่นั่น
ปัง! ปัง! ปัง!
มันโจมตีไปที่จุดเดิมอย่างต่อเนื่อง จนม่านพลังเริ่มเกิดรอยร้าว
แต่ทว่าเฟิร์สกลับไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย เขายังคงป้องกันพร้อมกับเคลื่อนที่เข้าไปในวงแหวนอักขระแห่งนั้น
“ที่นี่ไร้ซึ่งทางออก ในเมื่อฉันไม่สามารถฆ่ามันได้ ก็ต้องปล่อยมันไป แต่หากมันไม่ไป นั่นก็หมายความว่าทางออกอาจเกี่ยวข้องกับวงแหวนอักขระนี้” เฟิร์สวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว
ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ นางพญาก็ส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
มันอ้าปากและพ่นของเหลวสีแดงก้อนมหึมาออกมา
“พิษอย่างนั้นหรอ?” เฟิร์สรับรู้ได้ถึงอันตราย
เขาไม่กล้าปะทะกับพิษนี้ตรงๆ เพราะเขาไม่รู้ว่ามันจะส่งผลต่อม่านพลังหรือไม่ หรือมอนสเตอร์ตัวนั้นอาจจะมีแผนที่เขาคาดไม่ถึง
ตูม!
ทว่าเป้าหมายของนางพญากลับไม่ใช่เด็กหนุ่ม แต่มันคือพื้นที่วงแหวนอักขระ
ในตอนนี้พิษสีแดงได้เจิ่งนองไปทั่วทั้งวงแหวน มันหลอมละลายพื้นที่บริเวณนั้นจนกลายเป็บ่อพิษ ทำให้เด็กหนุ่มไม่กล้าเข้าใกล้
เด็กหนุ่มหรี่ดวงตาเล็กลงในทันที
“มันพยายามไม่ให้ฉันเข้าใกล้วงแหวนอักขระ ความคิดของฉันอาจถูกต้อง พื้นที่วงแหวนนั้นอาจมีบางสิ่งที่สำคัญกับมอนสเตอร์ตัวนั้น หรือไม่มันก็อาจจะเป็ประตูทางออกจากที่นี่”