“พูดต่อสิ” คุณยายสั่ง
ต้องแนะนำอะไรต่ออีกละเนี่ย!?
“อ่อ…” ฉันเผลอขบกระพุ้งแก้ม หาไอเดีย ณ เดี๋ยวนั้นว่าควรพูดเกี่ยวกับตัวเองเื่อะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง แต่สมองเ้ากรรมก็สั่งการช้าเหลือเกิน
“เป็ลูกเต้าเหล่าใคร” คุณยายกำหนดขอบเขตมาให้ฉันจึงใจชื้นขึ้นอีกเล็กน้อย
“หนูมีพี่น้อง 3 คนค่ะ เป็ลูกสาวคนเล็ก พี่ชายคนโตรับราชการ พี่ชายคนรองช่วยกิจการของป๊า ครอบครัวของเรามีร้านอาหารขนาดเล็กที่ป๊ารับ่ต่อมาจากอากงน่ะค่ะ แล้วก็...” ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจากไนล์ เพราะจู่ๆ สมองก็ตันไปดื้อๆ หนำซ้ำคุณยายยังจ้องราวกับจะเค้นให้ได้คำตอบชัดเจนยิ่งกว่านั้นซึ่งฉันจนปัญญาจะสรรหามาเล่าให้ฟังได้แล้ว
“เอ่อ” ไนล์ทำท่าจะเอ่ยปากช่วย แต่ท่านกลับยกมือขึ้นเพื่อหยุดไม่เปิดโอกาสให้หลานชายได้พูดต่อแม้สักคำเดียว
“แล้วด้านความรักล่ะ”
“นี่เป็คำถามละเมิดความเป็ส่วนตัวไปหน่อยนะครับ” ไนล์ช่วยปราม
“เงียบไปตาไนล์ ฉัน้ารู้ประวัติของคนที่จะมาเป็หลานสะใภ้ของฉัน” คำพูดของท่านเย็นเหยียบทำขนหนาวลุก
“หนู... หนูไม่เคยคบใครมาก่อนเลยค่ะ”
“ทำไมล่ะ?”
โอ้ย! กดดันชะมัดยาด ฉันอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
“เพราะป๊าห่วงหนูมาก เลยส่งเฮียตามคุมตลอดเลยน่ะค่ะ”
“พอหลุดจากกรงได้ ก็ติดกับหลานชายฉันเลยงั้นสิ” ท่านยิ้มตรงมุมปาก คาดเดาไม่ออกว่ากำลังคิดหรือตัดสินฉันไปมากน้อยแค่ไหน
“ยายครับ”
“ไนล์ ยายบอกแล้วว่าอย่าพูดแทรก” ไนล์งับปาก แล้วนั่งหลังตรงอีกครั้งเมื่อถูกสกัด
ฉันยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนพร่องไปค่อนแก้วเพื่อดับกระหายและลดอาการประหม่า ซึ่งมันก็หลักการผิดในสายตาคุณยายอีกอยู่ดี ท่านเตือนด้วยสายตาทำฉันต้องวางแก้วลงตามเดิมรีบหยิบทิชชูมาซับน้ำตรงปากแล้วยิ้มแหย่ๆ กลับไปให้ แต่ก็โดนสายตาดุๆ ตอบกลับมาไวไม่แพ้กัน
“อื้อ” ไนล์ชี้ที่ปากของเขา ฉันจึงเข้าใจว่าเขาหิวน้ำจึงทำท่ายื่นแก้วของตัวเองให้
“ไม่ใช่” เขาโบกไม้โบกมือเป็เชิงปฏิเสธว่าไม่ได้้าน้ำ แล้วเอื้อมมือมาแกะทิชชูที่ติดมุมปากออกให้เร็วๆ ก่อนหันไปยิ้มตาหยี่ให้คุณยายซึ่งมองเราอยู่ ท่านสั่นหน้านิดคล้ายนึกรำคาญแล้วพ่นลมหายใจ คงไม่พ้นคิดว่าฉันโก๊ะกังเกินไปสำหรับหลานชายแสนเฟอร์เฟคของตัวเองเป็แน่แท้ ความคิดนั้นยิ่งทำให้ฉันประหม่าจนตัวหดเหลือจิ๊ดเดียว
“ที่บ้านมีร้านอาหาร งั้นเธอก็คงเก่งเื่งานครัวน่ะสิ” คุณยายคาดเดา เมื่อเห็นรู้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับกิจการร้านขายอาหารจีนเก่าแก่คุ้นชื่อของครอบครัว
“แฮ่ะๆ ไม่หรอกค่ะ” เรียกได้ว่าฉันไม่ใกล้เคียงกับแม่ศรีเรือนเลยสักนิด ด้วยความจำอันดีเลิศหน้าที่ของฉันคือการจดรับออเดอร์ลูกค้า คิดเงิน ทอนเงินบวกกับความคล่องแคล่วชำนาญเส้นทางเป็พิเศษ ดังนั้นบ่อยครั้งฉันจึงรับหน้าที่เป็คนส่งของถึงมือลูกค้าด้วยมอเตอร์ไซน์ หรือไม่ก็รถกระบะคู่ชีพของป๋าไปส่งอาหารด้วยตัวเอง จะว่าไปแล้วทักษะขับรถของฉันยังดีกว่าเฮียทั้งสองคนเสียอีก
คุณยายขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่าฉันเป็ผู้หญิงยุคใหม่ งานบ้านพอใช้ได้ งานครัวชักไม่ได้เื่ก็แทบกุมขมับ
“มีลูกมีเต้าแล้วจะทำยังไง จะเลี้ยงด้วยแกงแกะอย่างเดียวน่ะเรอะ”
เครื่องหมายคำถามลอยเต็มใบหน้า
“แกงแกะ…” ฉันเหลือบมองหน้าไนล์ ขอความช่วยเหลือ
“หมายถึงแกงในถุงที่มัดด้วยหนังยางน่ะ” เขากระซิบกลับ
“อ๋อ” ฉันลากเสียงยาว แต่ต้องรีบงับปากทันควันเมื่อสายตาถูกดุๆ ของคุณยายปราดมอง
“เธอรู้อะไรบ้างเนี่ย จะเลี้ยงหลานให้ได้ได้แน่ๆ ใช่ไหม” ท่านว่าพลางส่ายหน้าระอาใจ “อยู่ทานข้าวกับยายก่อนสิ” ท่านเอ่ยชวนหลังใช้เวลาสอนเรายาวนานร่วมครึ่งชั่วโมง สำหรับการปฏิบัติตัวเป็สุภาพบุรุษไม่เอาเปรียบผู้หญิงสำหรับไนล์ 15 นาที และการปฏิบัติตัวเองกุลสตรีอันดีงามสำหรับฉันอีก 15 นาที โดยไม่ขาดไม่เกิน
“ตอนบ่ายผมต้องรีบกลับไปเคลียร์ธุระเื่ลงทุนเปิดสาขาเพิ่มกับอินเวสเตอร์เอาไว้โอกาสหน้านะครับ” ฉันโล่งใจจนเกือบจะถอนหายใจยาวๆ ออกมา เมื่อไนล์ปฏิเสธการอยู่ทานมื้อกลางวัน ไม่อย่างนั้นแล้วฉันคงเกร็งจนกล้ามเนื้อล็อกหมดทั้งตัวแน่ๆ หากต้องนั่งทานข้าวร่วมโต๊ะกับคุณยาย
“ที่ปฏิเสธไม่ใช่ว่าโกหกยายหรอกนะ” ท่านถามคล้ายกับรู้ทันมุกช่วยว่าที่เมียเอาตัวรอดของหลานชาย
“เปล่าครับ แต่ผมต้องไปให้ทันเวลานัด งั้นเราขอตัวกลับก่อนนะครับ”
เมื่อกล่าวลาคุณยายได้ และเราอยู่กันตามลำพังในรถอีกครั้งฉันรีบหันไปเอาเื่กับไนล์ทันที
“ทำไมคุณไม่บอกก่อนว่าคุณยายของคุณเ้าระเบียบแถมเนี้ยบไปทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ ฉันเกร็งไปหมดจนหายใจหายคอแทบไม่ออกแน่ะคุณรู้ไหม!”
“ถ้าบอกก่อนฉันห่วงว่าเธอจะเกร็งเกินไปน่ะสิ” เขาแก้ตัว
“อย่างน้อยฉันก็จะได้แต่งตัวให้มันดูสมกับเป็กุลสตรีมากกว่านี้ไง ไม่เห็นเหรอว่าท่านแบบค่อนขอดชุดนี้ตั้งหลายหน” ฉันทำหน้าบูดบึ้ง นึกโกรธที่เขาไม่ยอมบอกก่อนเลยสักคำว่าต้องเจอกับอะไรบ้างเมื่อย่างกรายมาที่นี่
คุณยายของเขาเป็ถึงเ้าของโรงเรียนสอนทำอาหารไทยชื่อดัง ซึ่งมีทั้งดารา เซเลบริตี้ ไฮโซเป็ลูกศิษย์ แถมเคยเป็วิทยากรสอนมารยาทให้กับสถาบันด้านบุคลิกภาพ และเป็ครูสอนพิเศษด้านกิริยามารยาทในโรงเรียนหญิงล้วน แต่เกษียณตัวเองออกมาสอนทำอย่างอาหารอย่างจริงจังเมื่อ 8 ปีก่อน
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าความมีระเบียบท่านได้มาจากที่ไหน หากไม่ใช่อาชีพและประสบการณ์ตลอดค่อนชีวิตของตัวเอง
อีกอย่างท่านยังยึดหลักปฏิบัติตามหลักประเพณีอันดีงามได้อย่างน่ายกย่อง แบบนั้นเองถึงได้สอนเราทั้งคู่ที่แหวกม่านประเพณีอันดีงามสร้างเื่งามหน้าให้แก่วงศ์ตระกูล ชนิดที่หูแทบชา และจิตใต้สำนึกร้องครวญด้วยความรู้สึกผิดจนน้ำตาแทบทะลัก
...
.
ถ้าไม่ใช่สายตรองจริงเป็หลินไม่ได้นะคะ >