อันอันก็ได้ข้อมูลมาเพิ่มเติมจากเนื้อเื่ที่ยัยนักเขียนอายุสั้นนั้นปูทางมานิยายว่า เพราะตัวนางเอกอิงลี่นั้นฝันเห็นการสลับตัวของเด็กทารกสองคนโดยที่แม่ของบ้านจูนั้นเป็คนสลับตัวเด็กเอง เมื่อครั้งที่พวกตนนั้นยังไปทำงานรับจ้างที่มณฑลอื่น แล้วบังเอิญว่าคุณนายตระกูลกู้ก็มาคลอดพร้อมกันที่โรงพยาบาลนั่นเอง
แถมคุณแม่จูยังเก็บสายรัดข้อมือแรกเกิดของเด็กสองคนนี้ไว้มาตลอด เพราะอยากให้ลูกสาวของคนสุขสบาย ด้วยความคิดชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ทำให้เกิดผลกระทบ จนมาถึงตอนนี้
ดู๊! ดูนางปูเื่มา อันอันล่ะเหนื่อยใจกันยัยนักเขียนนี่จริงๆ
แต่คุณแม่จูท่านก็เลี้ยงอิงลี่อย่างดีที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้ ไม่ได้คิดที่จะกดขี่ข่มเหงเหมือนในหนังในละครแต่อย่างใด
แต่ด้วยสภาพฐานะความเป็อยู่ และการที่มีลูกที่ยังเล็กๆมากถึงสี่คนทำให้ครอบครัวยังลำบากอยู่นิดหน่อย แต่ก็ยังดีที่คุณพ่อจูท่านขยันและแข็งแรงมากจึงยังพอมีให้เมียกับลูกๆได้เหมือนครอบครับคนอื่นๆในหมู่บ้าน
จนเมื่อปีที่แล้วท่านทั้งสองคนได้ล้มป่วยอย่างไม่รู้สาเหตุและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน อิงลี่ที่เป็พี่ใหญ่ก็ได้เป็เสาหลักของบ้านแทนพ่อกับแม่ของคน
จนเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วอิงลี่ได้ฝันถึงเหตุการณ์สลับตัวเด็กซ้ำๆ และยังได้เห็นสายรัดข้อมือทารกของโรงพยาบาลที่ตนฝันเห็นทุกคืน
เธอจึงบอกน้องๆว่าเธอจะไปหาความจริง โดยที่เอาเงินที่เหลือของครอบครัวไปด้วยถึงยี่สิบหยวน ซึ่งในครอบครัวหลังจากที่พ่อแม่จูท่านเสียชีวิตแล้ว ผ่านไปหนึ่งปีที่บ้านเหลือเงินติดบ้านอยูเพียงสามสิบหยวน ดังนั้นตอนนี้ทั้งบ้านจึงมีเงินติดบ้านเพียงสิบหยวนเท่านั้น
อาอี้กับอาเอ้อที่รักพี่สาวของตนมากถึงกับคุกเข่าโขกหัวขอร้องอ้อนวอนกอดขาไม่ให้พี่สาวของตนจากไป แต่ก็ไม่เป็ผล อิงลี่ก็ยังยืนยันที่จะไปอยู่ดี และถึงสัญญาว่าจะไม่ลืมน้องๆ แต่ก็จากไปแล้วจากไปลับนั่นเอง
ไหนล่ะจะกลับมารับน้องๆไปอยู่ด้วย แต่ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วก็ไร้วี่แววอะไรทั้งสิ้น นางเป็นางเอกแน่หรือว่ะ อันอันงงมาก!
จนมาในวันนี้ที่อันอันได้มาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ ในวันนี้ นี่สินะที่เราต้องมาอยู่ บ้านดินหลังเก่าๆหลังคามุงหญ้าฟาง พ่อแม่ตายหมด เหลือแต่น้องๆที่ยังเล็กๆที่ต้องดูแลอยู่สามคน กับเงินสิบหยวนแล้วก็ข้าวสารก้นไหแล้วก็แป้งอีกหยิบมือ นั่นเกลือใช่ไหม!เฮ้อ ปลายช้อนแค่เนี่ย สรุปก็จนนั่นแหล่ะ
เอาว่ะ ยังไงเราก็มีของเยอะแยะอยู่ในมิติ ก็ค่อยๆทยอยเอาออกมาใช้ก็แล้วกัน มีของในมิติแล้วไม่ใช้ แล้วจะมีไว้ทำไมเน้อะ ขั้นแรก ต้องอาบน้ำสระผมแปรงฟันให้คนตัวเล็กเสี่ยวอิงก่อนก็แล้วกันนะ
อันอันเริ่มภารกิจอาบน้ำสระผมแปรงฟันตัดเล็บ เล็มปลายผมให้คนตัวเล็กแล้วก็เช็ดตัวใส่ชุดใหม่ที่มีอยู่ในมิติ สีเรียบๆให้อาอิงก่อน แล้วก็เอาแกงจืดหมูสับออกมาหนึ่งถ้วยกับซาลาเปา ที่ตนกับเพื่อนเคยเหมาไปเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายพันลูก รวมทั้งเกี๊ยวไส้ต่างๆด้วย
อันอัน บิซาลาเปาแป้งขาวเป็ชิ้นเล็กๆใส่ไปน้ำแกงแล้วค่อยๆป้อนอาอิงจนอิ่มแล้วจึงได้กล่อมน้องนอนกลางวัน
แล้วอันอันก็เริ่มทำความสะอาดบ้านเก็บกวาดเช็ดถูให้มันสะอาดถึงสามรอบ แล้วเก็บผ้าห่มผ้านวมทุกผืน เสื้อผ้าทุกชิ้นเข้าไปลงเครื่องซักผ้าใหญ่ ที่บ้านไร่ของคุณตาคุณยายที่ในมิติ แล้วปั่นแห้ง ด้วยที่ใส่ผงซักฝอกแล้วก็น้ำยาปรับผ้านุ่มจึงทำให้ทั้งบริเวณบ้านนั้นหอมสะอาดไปด้วย
แล้วอันอันก็เข้าไปเก็บล้างห้องครัวไปอีกสามรอบ จนสะอาดเอี่ยมแล้วจึงเอาข้าวสาร แป้ง ไข่ไก่ น้ำตาล เกลือ น้ำมัน ซอส เนื้อหมู กระดูกซี่โครงหมูออกมาตั้งไว้จนเสร็จเรียบร้อยดี อันอันก็เข้าไปอาบน้ำที่ในมิติ
หลังจากนั้นอันอันก็เอาน้ำในมิติเข้ามาเติมใส่อ่างจนเต็มทุกอ่าง แล้วก็ก่อไฟหุงข้าว แม๊!กว่าจะก่อติดนะ นึกถึงตอนเข้าค่ายลูกเสือที่บ้านเราเลย แล้วอันอันก็หั่นผักกระหล่ำซอยหมูไว้เตรียมทำกับข้าวไว้ให้เด็กๆให้เรียบร้อย
นี่สินะครอบครัว ในที่สุดอันอันก็จะมีพี่น้องเป็ของตัวเอง ไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียวแล้วดีจังเลย
ดูเวลาแล้วเกือบจะเที่ยงแล้วนี่ ผัดผักกระหล่ำใส่หมูสามชั้นเลยแล้วกัน ทำเยอะๆสักหน่อย เดี๋ยวตักไปให้บ้านคุณยายโจวด้วย เพราะท่านช่วยรับฝากเลี้ยงยัยหนูอิงให้ตลอดที่เด็กสองคนนั้นออกไปทำงานกัน แล้วดูท่านจะมีน้ำใจกับครอบครัวจูสายรองของเรามาก
แล้วก็ตักแกงจืดหมูสับในช่องมิติออกมาเลยก็คงจะได้แล้วมั้ง หรือทำไข่เจียวเพิ่มอีกสักสามฟองจะดีกว่า ว้าว!หอมมากน่ากินอ่ะ สามอย่างก็พอแล้วมั้งนะ หึ หึ
“คุณเป็ใครครับ มาอยู่ที่บ้านของเราได้ไง!”
“…..”
อยู่ๆก็มีเด็กชายตัวกระเปี๊ยกเดียวที่แบกผักป่าจำนวนมากเดินเข้ามาในครัวอย่างใ จึงรีบเอ่ยถามขึ้นทันที
“เอ่อ อาเอ้อใช่ไหมจ้ะ จูเอ้ออิง? ใช่ไหมคะ”
“ครับหนูอาเอ้อ แล้วพี่สาวล่ะครับ?”
“พี่ใหญ่อันอัน จูอันอันค่ะ เป็พี่สาวที่แท้จริงของหนูกลับมาอยู่ด้วย มาอยู่ดูแลพวกหนูไง”
“พี่ใหญ่? แล้วพี่ใหญ่อิงลี่เล่าครับ เธอกลับมาด้วยไหมครับ น้องเล็กสะดุ้งตื่นกลางดึกร้องหาพี่ใหญ่อิงลี่ทุกคืนเลย น่าสงสารมาก”
“…..”
“เราสลับตัวกันแล้ว อิงลี่จะไม่กลับมาที่นี่แล้วล่ะ”
“…..”
“หิวหรือยัง พี่ทำข้าวเที่ยงไว้ให้แล้วหน่ะ หอมไหม มาช่วยกันยกไปที่โต๊ะกินข้าวกันหน่อยสิจ๊ะ เดี๋ยวอาอี้กลับมาแล้วเราจะได้กินพร้อมกันไง”
“…..”
“ยังใอยู่หรือ พี่ก็ยังใเหมือนกัน เราค่อยๆมาสนิทสนมกันเถอะนะ พี่ก็ไม่มีที่ไปเหมือนกัน หึ หึ”
“ปกติพวกเราไม่กินข้าวเที่ยงครับ มีพี่ใหญ่อี้คนเดียวที่ไปทำงานหนักที่ควรจะกิน”
คงจะเหมือนในนิยายหลายๆเื่สินะที่คนสมัยนี่เขาไม่กินข้าวสามมื้อกันเพราะมันสิ้นเปลืองนอกจาก่ที่ต้องทำงานหนักลงทำงานที่กองพลน้อยจริงๆ ผู้คนถึงจะได้กินข้าวครบสามมื้อ
“พี่ทำเยอะมากินด้วยกันทุกคนนี่แหล่ะ หนูเอาถ้วยข้าวกับตะเกียบไปวางก่อนก็ได้จ้ะ พี่จะยกข้าวยกกับเองมันร้อน เดี๋ยวมือหนูจะพองเอา”
“มีเนื้อด้วยหรือครับ! มีน้ำมันด้วย สามชั้น น้ำแกง มีไข่กับข้าวขาวด้วย หรูหราที่สุดเลยครับ ดีกว่าอาหารปีใหม่ที่เราเคยมีมาเลยครับ”
“หรือจ๊ะ พี่ซื้อมาจากอำเภอเมื่อเช้านี้อ่ะจ้ะ พอดีรถไฟมันมาถึงแต่เช้ามืดเลย”
“คุณเป็คนทำความสะอาดบ้านของเราหรือครับ”
“เรียกว่าพี่ใหญ่อันสิจ๊ะ”
“…..”
“พี่ใหญ่อัน”
“พี่เป็คนทำความสะอาดเองแหล่ะจ้ะ เก็บผ้าห่มที่นอนหมอน แล้วก็เสื้อผ้าไปซักหมดแล้วหล่ะจ้ะ ไปดูสิ หึ หึ”
แล้วอาเอ้อก็วิ่งไปดูที่ราวตากผ้าที่มีแต่ผ้าที่ซักสะอาด มีแต่กลิ่นหอมสดชื่นกระจายอยู่เต็มไปหมด
ก็เดินยิ้มกลับมาหาอันอันที่โต๊ะกินข้าว
“ขอบคุณครับพี่ใหญ่อัน ขอบคุณที่พี่กลับมาครับ”
แล้วคนตัวเล็กกว่าก็ตาแดงๆจะร้องไห้แล้ว อันอันจึงเดินเข้าไปกอดน้องชายคนรองของตนทันที
“จ้ะ ไม่เป็ไร ไม่ร้องนะคนดี อ่ะพี่ได้ยินเสียงน้องเล็กตื่นพอดี พี่จะไปอุ้มน้องเล็กไปล้างหน้า จะได้มารอกินข้าวด้วยกันนะจ้ะ ระหว่างนี้พี่ใหญ่รบกวนให้อาเอ้อช่วยเอาผัดผักกระหล่ำถ้วยนี้ไปให้บ้านโจวหน่อยเถอะจ้ะ เดี๋ยวพี่ใส่ตระกร้าให้นะจะได้ไม่ร้อนมือ”
“ครับพี่ใหญ่อัน”
“รีบกลับมานะ จะได้มากินข้าวกันนะจ๊ะ”
“ครับ”