*ฟึ่บ!*
หัวหน้ากลุ่มนักล่าเอลฟ์ตวัดดาบเหล็กกล้าสีดำที่เรืองแสงเวทมนตร์เขียวมรกตพุ่งตรงมาที่เอลวิน่าทันทีโดยไร้ซึ่งความลังเล
"จับตัวนางไว้! หากมนุษย์นั่นขัดขวาง ก็ฆ่ามันทิ้งเสีย!"
มันคำรามเสียงกร้าว สั่งการสมุนอีกสองคนด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
นักล่าเอลฟ์คนที่สองที่สะพายธนูเริ่มง้างสายธนูไม้ขึงดึงลูกศรเหล็กชี้ตรงมาที่กลางอกของนนท์
ในขณะที่นักล่าคนที่สามพึมพำบทสวดมนตราอักขระโบราณ ลูกไฟสีส้มแดงหมุนวนเริ่มปะทุขึ้นกลางฝ่ามือของมัน ส่งไอร้อนระอุไหม้เกรียมแผ่ซ่าน
เอลวิน่าหวาดกลัวจนหน้าซีดไร้สีเื แต่เธอก็ดัดฟันยกสองมือขึ้นพยายามจะร่ายเวทมนตร์ลมป้องกันตัว
"พะ... พี่นนท์ ถอยไปข้างหลังหนูค่ะ!"
เธอบอกพลางกางม่านสายลมปะทะ แต่ทว่ายังไม่ทันที่การต่อสู้จะเริ่มปะทุขึ้นจริงๆ
*วิ้ง...*
พลันเกิดเสียงกระดิ่งเวทมนตร์ระบบดังแ่เบาแต่กังวานลึกขึ้นในโถงร้าน
คลื่นแสงโปร่งแสงสีฟ้าครามจางๆ วาบผ่านทั่วทุกซอกมุมของร้านหลบมุมคาเฟ่อย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว
*วูบ!*
เสี้ยววินาทีนั้น ลูกไฟเวทมนตร์ขนาดใหญ่ในมือของนักล่าคนที่สามพลันมอดดับหายไปต่อหน้าต่อตา ราวกับเปลวไฟของไฟแช็กที่แก๊สหมดเกลี้ยงลงฉับพลัน
ลูกศรบนสายธนูของนักล่าคนที่สองที่เคยเปี่ยมด้วยพลังสังหารพลันหนักอึ้งและตกลงสู่พื้นไม้เสียงดังเปาะโดยไม่มีพลังขยายส่งใดๆ
และที่น่าใที่สุดคือ ดาบเหล็กกล้าเรืองแสงของหัวหน้ากลุ่มที่กำลังฟันลงมา
แสงสีเขียวมรกตบนใบดาบดับวูบลงทันที ดาบยาวที่เคยเปี่ยมพลังฟันทำลายเหลือเพียงแผ่นเหล็กทู่ๆ หยาบกร้านธรรมดาที่ไร้ซึ่งคมดาบและไร้มานาใดๆ
แม้กระทั่งแรงเหวี่ยงหน่วงของดาบก็ถูกแรงโน้มถ่วงลดทอนลงจนหัวหน้ากลุ่มกวักดาบลงมาเบาๆ เหมือนแกว่งดาบของเล่นพลาสติก
*แกรก...*
ปลายดาบโลหะชนเข้ากับพื้นไม้เสียงเบาหวิว ไม่สร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้ผิวเนื้อไม้ของร้าน
"เกิด... เกิดอะไรขึ้นกับมานาของข้า?!"
นักล่าผู้ร่ายเวทมนตร์ไฟอุทานขึ้นด้วยความตื่นตระหนก มันจ้องมองฝ่ามือที่ว่างเปล่าของตัวเองพลางพยายามเรียกใช้พลังเวทมนตร์ แต่กลับพบว่าชีพจรเวทในร่างแห้งเหือดเหมือนธารน้ำในฤดูแล้ง
"ธนูของข้า... พลังสังหารสะกดหายไปหมดสิ้น!"
นักล่าผู้ใช้คันธนูง้างลูกศรซ้ำด้วยความสับสน แต่อานุภาพของมันกลับไม่ต่างจากการดีดหนังยางเด็กเล่น
หัวหน้ากลุ่มนักล่าเอลฟ์จ้องมองดาบทู่ในมือด้วยแววตาเหลือเชื่อ มันสบตากับนนท์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
นนท์ไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขากระชับผ้ากันเปื้อนลายแมวส้มให้เข้าที่
ในมือขวาของเขาไม่ได้ถืออาวุธเวทมนตร์ใดๆ มีเพียงตะหลิวสเตนเลสธรรมดาอันหนึ่งที่ขัดจนเงาวับ
*แก๊ง... แก๊ง...*
นนท์ใช้ตะหลิวเคาะเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวสองครั้งเสียงดังใสเป็จังหวะเรียกร้องความสนใจ
"ยินดีต้อนรับสู่ร้านหลบมุมคาเฟ่ครับลูกค้าทุกท่าน"
นนท์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล และลงท้ายด้วย 'ครับ' ตามมารยาทของเขาเช่นเคย
"แต่รบกวนช่วยเก็บอาวุธและงดใช้เวทมนตร์ในร้านของผมด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยและรักษากฎกติกาการเข้าใช้บริการ"
"แกทำอะไรกับเวทมนตร์ของพวกเรา! เ้ามนุษย์ชั้นต่ำ!"
หัวหน้ากลุ่มนักล่าคำรามอย่างโกรธแค้น มันพยายามฝืนยกดาบชี้หน้านนท์ ทว่าร่างกายกลับรู้สึกหนักอึ้งด้วยแรงกดดันลึกลับของระบบ
นนท์ถอนหายใจเบาๆ พลางชี้นิ้วไปที่ป้ายประกาศไม้้าที่เขียนด้วยตัวอักษรภาษาไทยและภาษาเอลฟ์
"ที่นี่คือ 'เขตสันติภาพอันสมบูรณ์' (Absolute Peace Zone) ภายใต้ระบบความปลอดภัยระดับหนึ่งครับ"
นนท์อธิบายอย่างเป็กันเองและชี้แจงสถานการณ์ให้ฟัง
"พลังทำลายล้างหรือเจตนาร้ายแรงใดๆ จะถูกลดลงเหลือศูนย์ทันทีที่เหยียบเข้าประตูร้านนี้... และหากพวกคุณยังฝืนข่มขู่หรือพยายามสร้างความเสียหายในร้านอีก..."
ดวงตาของนนท์ภายใต้กรอบแว่นทรงกลมพลันฉายแววเด็ดเดี่ยวสบตากับหัวหน้ากลุ่มนักล่าเอลฟ์
"ระบบรักษาความปลอดภัยจะดีดสะท้อนพวกคุณกลับมิติเดิมทันทีด้วยพลังสายฟ้าป้องกันตัว... เชื่อผมเถอะครับ มันไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่หรอก"
*วิ้ง...*
ราวกับจะเน้นย้ำคำพูดของนนท์ ม่านแสงสีฟ้าครามรอบขอบประตูหลังร้านกะพริบเรืองรองส่งเสียงกระแสไฟฟ้าแล่นดังเปรี๊ยะเบาๆ
นักล่าเอลฟ์ทั้งสามคนสบตากับหน้าจอระบบและม่านแสงด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บสะท้านเข้าไปในจิติญญา
พวกมันตระหนักได้ทันทีว่า ณ สถานที่แห่งนี้ พลังเวทและคมดาบที่เคยภาคภูมิใจกลับกลายเป็เพียงของไร้ค่า
พวกมันกลายเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษใดๆ ไปเสียแล้ว
นนท์หันไปสบตากับเอลวิน่าที่ยืนหลบหลังเขา รอยยิ้มอบอุ่นของเขาช่วยปัดเป่าความกังวลในอกของเธอไปจนหมดสิ้น
"ไม่เป็ไรแล้วครับเอลวิน่า ปลอดภัยแล้วล่ะ"
นนท์ลูบหัวเอลฟ์สาวเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองกลุ่มนักล่าสามคนที่ยืนสับสนปนอับอายกลางร้าน
"เอาละครับ ในเมื่อเข้ามาในร้านอาหารแล้ว และสู้ไปก็ไม่มีประโยชน์... สนใจหาอะไรทานร้อนๆ กันหน่อยไหมครับ?"
นนท์เลื่อนเมนูอาหารไม้สลักส่งให้พวกมันอย่างใจเย็น