30.....
นัฏนรีรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดที่ได้เห็นหน้าสิปปกรเธอไม่คิดเลยว่าระยะเวลาเพียงห้าวันที่สิปปกรไม่ได้แวะมาหาเธอที่บ้านมันเหมือนกับเนิ่นนานราวกับห้าเดือนทั้งที่ระหว่างที่สิปปกร อยู่ที่ดูไบก็โทรศัพท์มาพูดคุยกับเธอทุกวัน บางวันก็สามถึงสี่ครั้ง แต่นัฏนรีก็ให้เหตุผลกับตัวเองว่าอาจจะเป็เพราะเธอไม่มีชวินในชีวิตแล้ว ทำให้เธอเหงา เศร้า ว้าเหว่ เมื่อมีสิปปกรเข้ามาดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลาใน่ที่เกิดอุบัติเหตุต้องพักรักษาตัวทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน
สิปปกร จึงเป็เหมือนเพื่อนที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ อบอุ่นใจที่มีเขาอยู่เคียงข้างคอยดูแลห่วงใยพอเขาห่างหายไปก็เลยอดที่จะคิดถึงไม่ได้ สิปปกรก็รู้สึกมีความสุขไม่ต่างกันที่เห็นแววตาของนัฏนรีดูตื่นเต้นดีใจที่เห็นเขามาพร้อมด้วยของฝากเล็กน้อยที่เขาตั้งใจนำมาฝากเธอพร้อมด้วยของฝากทุกคน ไม่เว้นแม้แต่สุนัขอย่างเ้าดุ๊กดิ๊ก
“ถ้าดุ๊กดิ๊กพูดได้มันต้องขอบคุณปอนด์แน่เลยที่ซื้อชุดสวยๆ มาฝาก”
นัฏนรีบอกกับสิปปกรพร้อมกับใส่ชุดสีชมพูหวานแหววให้กับเ้าดุ๊กดิ๊กไปด้วยทั้งคู่ช่วยกันจับตัวมันเพื่อจะได้จับแต่งตัวได้อย่างสะดวก
“อุ๊ย!..มันคับไปหน่อยนะปอนด์”
นัฏนรีบอก เมื่อดึงชุดเ้าดุ๊กดิ๊กให้คลุมไปถึงท้องมันด้วยความลำบาก
“เอ..ปอนด์ก็คะเนดูแล้วนะว่าเ้าดุ๊กดิ๊กจะใส่ได้สงสัยว่ามันจะอ้วนขึ้นนะเนี่ย”
สิปปกรมองเ้าดุ๊กดิ๊กอย่างสังเกต
“จริงด้วย...่นี้มันก็กินจุขึ้นแล้วก็กินเฉพาะพิซซ่าด้วยสิคะ”
“อะไรกันเป็หมาไทยแต่ชอบอาหารฝรั่งั้แ่เมื่อไหร่เนี่ยเ้าดุ๊กดิ๊กตอนอยู่ที่บ้านคุณยายก็ไม่เห็นจะกินเลยนี่นา หรือว่าได้มาอยู่กับเ้าของแล้วทำตัวไฮโซ”
สิปปกรพูดหยอกเล่นกับเ้าดุ๊กดิ๊กลูบหัวมันอย่างเอ็นดู
“คงจะอย่างที่ปอนด์ว่าก็ได้...สงสัยว่า่ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลกินอะไรไม่ค่อยได้พอหายป่วยก็เลยอยากกินพิซซ่า”
คำพูดของนัฏนรีทำให้สิปปกรรู้สึกไม่สบายใจที่เขาเคยโกหกเื่เ้าดุ๊กดิ๊กเอาไว้ หาก
นัฏนรีรู้ความจริงว่าที่ผ่านมาเ้าดุ๊กดิ๊กไม่ได้ป่วยอยู่โรงพยาบาล แต่หายออกไปจากบ้านยายกันยามาศไปอยู่ในความดูแลของปัญจพล นัฏนรีจะรู้สึกเช่นใดหนอ แต่ถ้านัฏนรีถามเขาตอนนี้เขาก็อาจจะบอกความจริงเธอก็ได้ เพราะเขาเห็นสภาพจิตใจของนัฏนรีดีขึ้นมากแล้ว
“เมื่อไหร่คุณยายกันยาจะกลับจากปฏิบัติธรรมสักทีจ๊ะปอนด์”
นัฏนรีถาม หลังจากที่ใส่เสื้อให้เ้าดุ๊กดิ๊กเรียบร้อยแล้ว
“อีกหลายวัน คุณแม่เตรียมลางานเอาไว้แล้วด้วยท่านชวนปอนด์ไปรับคุณยายที่สุราษฏร์”
“เหรอ...ดรีมอยากไปรับคุณยายกันยาด้วยจัง”
“ไม่ได้หรอก..ดรีมยังไม่แข็งแรงพอที่จะนั่งรถไกลๆ ได้เลยนะครับ”
สิปปกรรีบบอกด้วยความเป็ห่วง
“ตอนนี้ดรีมเดินได้แล้ว ไม่เชื่อก็ถามป้าสมใจดูได้”
“แต่..ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ่นี้ดรีมต้องพักให้มาก ๆ เอาไว้วิ่งได้เมื่อไหร่ปอนด์จึงจะพาไปเที่ยวที่ดรีมอยากจะไป”
“ก็อเมริกาไงล่ะ”
“ดรีมอยากไปเหรอ”
“ปอนด์จะไปเรียนต่อไม่ใช่เหรอ..ดรีมก็อยากจะไปด้วยน่ะสิตอนนี้พ่อกับแม่หาข้อมูลที่เรียนเอาไว้ให้แล้วด้วย”
“ปอนด์ดีใจมากเลยที่ดรีมเต็มใจที่จะไปเรียนต่อกับปอนด์ด้วยถ้าอย่างนั้น่นี้เรามาฟิตภาษาอังกฤษกันไว้ก่อนดีไหม ปอนด์จะมาหาดรีมทุกวันเลย”
“ดีจ๊ะ..่นี้พวกยัยยากับยัยลิลลี่ก็ไม่ค่อยว่างมาหาดรีมแล้วด้วยได้ปอนด์มาอยู่เป็เพื่อนก็ดีสิ”
“สองคนนั้นทำงานแล้วก็คงไม่ค่อยจะว่างเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ”
“แถมกำลังมีความรักอีกต่างหากคงจะยิ่งไม่มีเวลาให้เพื่อนเหมือนเก่า”
นัฏนรีพูดถึงเพื่อนในกลุ่มให้สิปปกรรับรู้
“ใครกำลังมีความรักเหรอ ยา หรือว่า ลิลลี่”
“ก็ยัยยาน่ะสิ..เห็นลิลลี่เล่าให้ฟังว่าตอนนี้กำลังอินเลิฟกับหนุ่มออฟฟิศเดียวกัน”
“จริงเหรอ..งั้นเดี๋ยวเย็นนี้จะโทรไปแซวหน่อย”
“อีกหน่อยลิลลี่ก็คงจะมีแฟนอีกคนต่อไปก็คงจะเหลือแต่ดรีมที่อยู่อย่างเดียวดาย..ไม่มีวินอีกแล้ว”
นัฏนรีพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยในตอนท้ายแม้ดูเหมือนว่าเธอจะทำใจได้เื่ที่ชวินเสียชีวิตไปแล้ว แต่มันก็ยังมีวูบขึ้นมาให้ต้องคิดถึงเป็บางครั้งอย่างเช่นครั้งนี้
“ไม่มีวิน แต่ก็ยังมีปอนด์นะจ๊ะดรีม”
สิปปกรบอกเสียงทุ้มหวานประกายตาสื่อความหมาย
“มันไม่เหมือนกัน เพราะวินเป็แฟนแต่..ปอนด์.”
“แล้วทำไมดรีมไม่คิดว่าปอนด์เป็แฟนล่ะได้ไหม....”
เขาถามเสียงหวานมองหน้าเธอด้วยแววตาออดอ้อน
“ปอนด์...”
“ถ้าดรีมจะสนใจมองปอนด์สักนิด ดรีมก็คงจะรู้ว่าปอนด์มีดรีมอยู่ในใจั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบกันแต่ดรีมก็มองข้ามไปเพราะในใจของดรีมมีแต่นายวินดรีมจึงไม่เคยมองเห็นว่าผู้ชายคนนี้รักและห่วงใยดรีมแค่ไหน”
สิปปกรรีบถือโอกาสบอกความในใจอย่างไม่ปิดบังเขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปอีกแล้ว เหมือนกับที่เขาเคยปล่อยโอกาสให้ชวินบอกรักนัฏนรีก่อนจนเขาต้องสูญเสียเธอไป และเป็ฝ่ายที่ต้องทนมองภาพความหวานชื่นของคนทั้งคู่ด้วยความขมขื่นตลอดมา แต่บัดนี้ชวินจากโลกนี้ไปแล้วผู้ชายคนใหม่ของนัฏนรีก็ควรจะเป็เขา หากเขาไม่รีบบอกความในใจในตอนนี้ บางทีมันอาจจะสายเกินไปก็ได้เขากลัวจะมีชายอื่นมาตัดหน้าเขาไปเสียก่อน
“ปอนด์รู้ว่าดรีมรักนายวินมากแค่ไหนการที่จะลืมคนที่เรารักง่าย ๆ นั้นมันไม่ทำได้ง่าย ๆ ไม่เช่นนั้นแล้วปอนด์ก็คงจะลืมดรีมไปตั้งนานแล้วแต่..ปอนด์แค่ขอโอกาส..โอกาสที่ดรีมจะมองเห็นความรักที่ปอนด์มีให้ดรีมมากมายเหลือเกิน”
สิปปกรพูดต่อเมื่อเห็นว่านัฏนรีไม่ได้คัดค้านทว่า..เธอก้มหน้านิ่งเงียบ รับฟังความในใจของเขาโดยไม่ปริปาก เขาจึงถือโอกาสกุมมือเธอไว้หวังให้ััที่มือนั้นส่งผ่านไปถึงหัวใจเธอด้วยแม้เธอจะไม่ตอบรับแต่การนิ่งเงียบด้วยท่าทีขวยเขินก็ทำให้สิปปกรพอใจมากแล้ว