

“ตูม......โครม” เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น
เสียงดังเกิดจากการที่ช้างตัวโตวิ่งชนรถยนตร์ สภาพรถยนตร์บุบสลายไปครึ่งคัน
“ไม่จริง รถพังหมดแล้ว” ฝ้ายเผลอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงความกังวล
หลังจากที่พุ่งชนรถยนต์แล้วช้างเชือกนี้ก็ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างรถยนต์ ไม่ขยับไปไหน ด้วยความกังวลใจฟ้าใสเดินถอยหลังช้าๆเพื่อให้ข้างจากช้างมากที่สุด ส่วนแมพและฝ้ายกำลังใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเร็วมากๆ ทุกอย่างดูสับสนไปหมด
ชายหนุ่มวิ่งเข้ามาทางรูของกำแพงอลูมิเนียมที่ช้างวิ่งชนจนทะลุ ขนาดของรูนั้นใหญ่มากทำให้มนุษย์สามารถผ่านเข้าออกได้ “มีใครเป็อะไรไหมครับ” ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปทั่วๆก่อนเดินไปลูบต้นคอของช้างด้วยความมั่นใจแล้วพูดว่า “ปกติเ้าไทมันเชื่องมาก ไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเ้าไทถึงวิ่งชนอย่างนี้ ผมขอโทษด้วยนะครับ” นํ้าเสียงที่ชายผู้นี้เปล่งออกมาแสดงถึงความจริงใจ
“ทางมหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดค่ะ” พนักงานสาวที่พึ่งเดินออกมาจากทางอาคารของอุทยานแมลงกล่าว
“ช้างเชือกนี้ชื่อ ไท เป็ช้างที่มหาวิทยาลัยเลี้ยงเอาไว้ครับ ผมจะทำเื่แจ้งทางมหาวิทยาลัยและจะดำเนินการซ่อมแซมรถยนต์ให้เร็วที่สุดครับ” ชายหนุ่มเ้าของช้างพูดขึ้น
“ค่ะ” ฝ้ายตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงความกังวล เพราะเธอไม่รู้ว่าระยะเวลาในการซ่อมแซมรถยนต์นานแค่ไหน ในระหว่างนี้การเดินทางมาเรียนคงไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน
“ขอข้อมูลติดต่อด้วยค่ะ” พนักงานสาวว่า
“ค่ะ” ฝ้ายตอบพร้อมเดินตามพนักงานสาวเข้าไปในอาคารด้านซ้ายของอุทยานแมลง
“เื่ใหญ่เลยนะเนี่ย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นมา
“ใช่ วันนี้ดวงซวยมาก” แมพตอบพร้อมหันไปดูช้างที่กำลังถูกชายผู้ดูแลต่อว่า เขาพูดเหมือนว่าช้างสามารถฟังภาษาคนเข้าใจได้อย่างนั้น “เอะจริงสิ” ชาวต่างชาติ 2 คนที่มาเที่ยวอุทยานแมลงหายไปไหนแล้ว
“อะไรเหรอ” ฟ้าใสถามที่จู่ๆแมพก็พูดขึ้นมาคนเดียว
“ป่าว ไม่มีอะไร” ชายหนุ่มมีความรู้สึกแปลกๆกับชายทั้ง 2 คน มันไม่ใช่ความรัก(มันจะใช่ได้ไงละ) มันเป็ความสงสัยและความแปลกใจแบบงงๆมึนๆ ถ้าเราดูภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนชาวต่างชาติ 2 คนนั้นคงเป็คนร้ายอย่างแน่นอน หรือเป็สาเหตุที่ทำให้ช้างคลั่งจนเป็เหตุให้วิ่งชนสิ่งของต่างๆจนเสียหายรวมทั้งรถยนต์ของฝ้ายก็เป็หนึ่งในนั้น ถึงแมพจะมีความคิดอย่างนั้นแต่ไม่มีหลักฐาน ที่สำคัญแมพคิดว่าตัวเองดูภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนมากเกินไปจนนำเื่ราวมาผสมกับชีวิตจริง เฮ้ย ไม่ดีเลย เอาความคิดนี้ออกไปจากหัวซะ เอาออกไปเลย
“เป็อะไรหรือป่าว” ฟ้าใสถามด้วยความเป็ห่วงเพราะเห็นใบหน้าอันบึ้งตึงของแมพ
“ป่าวๆ ไม่มีอะไรหรอก”
แมพกับฟ้าใสยืนรอฝ้ายอยู่หน้าอาคาร ไม่เกินห้านาที ฝ้ายก็เดินออกมาบอกทั้งสองคนว่า “เ้าหน้าของอุทยานที่จะขับรถไปส่งพวกเรา”
“ไปส่งที่หอยี่สิบห้าได้ไหม”แมพว่า
“ได้ๆ”
“สวยไปเลย”
“ใครคือสวย แล้วทำไมต้องไปจังหวัดเลยด้วย” ฝ้ายกล่าว
“นี้มันมุขหรือเปลือกหอย” แมพตอบ
“ปูต่างหากละ”
“เอ่อ ไม่ใช่ละ”
“ทั้งสองคนเราขอร้องละ” ฟ้าใสกล่าวเสียงดังฟังชัด ทำให้แมพกับฝ้ายที่กำลังยืนตบมุกหันมามอง ฟ้าใสพูดต่อว่า “อย่าเล่นมุกแบบนี้อีกละ ขอร้องนะ มุกไม่ฮาพาเพื่อนปวดหัว”
ฮาฮา ฝ้ายหัวเราะออกมา
.
.
.
.
หนึ่งบุรุษกับสตรีอีกสามคนร่วมเดินทางไปยังจุดมุ่งหมาย
ระหว่างการเดินทาง แมพกำลังชมไร่อ้อยข้างทางแบบเพลินๆก็มีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้น แล้วตามมาด้วยเสียง“ระวัง ระวัง”นํ้าเสียงแบบนี้เหมือนเสียงของฟ้าใสเลย แมพหันไปมองริมฝีปากขาวอมชมพูของฟ้าใส ตอนนี้ฟ้าใสมองตรงไปทางด้านหน้าของรถยนต์ ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้พูดจาใดๆออกมา หรือว่าเสียงแว่วนี้ดังขึ้นภายในหัวของแมพ ทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด เขาไม่ชอบเลย ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
“ให้ไปส่งที่ไหนค่ะ” พนักงานสาวถาม
“ไปป...” ฟ้าใสยังตอบคำถามไม่เสร็จก็มีเสียงแหลมๆดังขึ้น เสียงดังมากจนทุกคนทนไม่ไหว ต้องเอามือปิดใบหูทั้งสองข้างเอาไว้ แต่ก็ช่วยได้น้อยๆมากๆ ถึงแม้จะปิดหูแต่เสียงลอดผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วมือกับใบหูได้
“โอ้ยยยยเสียงอะไรเนี่ย” ฝ้ายะโออกมาด้วยความเ็ป
หลังจากนั้นรถยนต์ก็ค่อยๆลอยขึ้นจากถนนอย่างช้าๆ รถยนต์ค่อยๆพลิกจนตัวรถยนต์คว่ำ ด้วยความโชคดีของคนขับและผู้โดยสารทั้งสามที่คาดเข็มขัดนิรภัยจึงไม่กระแทกกับตัวรถ
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมอยู่ดีๆรถก็ลอยได้” ฝ้ายกล่าว
“ไม่รู้” ฟ้าใสตอบ
“รีบออกจากรถก่อนเถอะ” แมพกล่าว
“ถ้าถอดเข็มขัดนิรภัยออกเราก็กระแทกกับรถอะดิ” ฟ้าใสกล่าวด้วยความกังวลใจ
“เปิดประตูออกก่อนแล้วค่อยถอดเข็มขัดนิรภัยจากนั้นก็ะโออกจากรถ” แมพกล่าวด้วยความมั่นใจ
“เป็ความคิดที่ดี”
“เปิดประตูไม่ได้” เ้าหน้าที่สาวกล่าวหลังจากปฏิบัติตามที่แมพแนะนำ
“ใช่จริงด้วย” ฝ้ายตอบหลังจากลองเปิดประตู
“ซวยแล้ว” แมพพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความสิ้นหวัง
รถยนตร์อยู่ในสภาพที่ลอยอยู่กลางอากาศ สูงจากพื้นถนนประมาณสี่เมตรในสภาพที่คว่ำหลังคารถยนต์ลงพื้น ในไม่กี่อึดใจรถยนต์ก็ตกลงสู่พื้นดิน
“ไม่ดีแน่ๆ เรายังไม่อยากตายนะ” แมพะโลั่นในขณะที่รถยนต์ค่อยๆตกลงสู่พื้นดิน
แต่รถยนต์ก็หยุดลง อีกเพียงสามมิลลิเมตรรถยนต์ก็ตกถึงพื้น
นั้นทำให้ฟ้าใสประหลาดใจมาก จู่ๆรถยนต์ก็หยุดนิ่งกลางอากาศอีกครั้ง
“เอะ เปิดประตูได้แล้ว” ฝ้ายกล่าวพร้อมเปิดประตู เธอใช้มือเอื้อมไปกดปุ่มเพื่อปลดเข็มขัดนิรภัย และกลิ้งตัวออกมาจากรถยนต์ ร่างกายของฝ้ายกระแทกพื้นถนนเต็มๆ ทำให้มีแผลถลอกบริเวณแขนและขา ถึงแผลจะไม่ลึก แต่มันก็ทำให้ฝ้ายเ็ปจากาแ หลังจากนั้นเ้าหน้าที่สาวะโออกจากรถยนต์ตามฝ้ายมาติดๆ
“นี้ๆเธอ ตื่นสิ” ฟ้าใสเรียกแมพที่กำลังหลับตาอยู่ ฟ้าใสไม่แน่ใจว่าแมพสลบหรือเป็อะไร แต่เขานั่งหลับตานิ่งๆลักษณะเหมือนกำลังนอนหลับอยู่อย่างนั้นเลย “ตื่นสิ เธอๆ” ฟ้าใสเรียกพร้อมจับไหล่ทั้งสองข้างของแมพ
ตึง!!!
รถยนต์ตกลงมาบนพื้นถนน ด้วยความสูงจากพื้นถนนเพียงสามมิลลิเมตรส่งผลให้แรงกระแทกไม่มากนักและทำให้แมพได้สติอีกครั้ง
“ฟ้าใสไม่เป็ไรนะ” ฝ้ายกล่าวด้วยความเป็ห่วง เธอเดินไปช่วยฟ้าใสออกจากรถยนต์
“ขอบใจมากจ๊ะ”
“ไม่เป็ไรขอห้าร้อยพอ”
“ใช่เวลาเล่นไหมเนี่ย”
“ล้อเล่น ล้อเล่น”
ทางด้านเ้าหน้าที่สาวไปช่วยแมพให้ออกมาจากรถยนต์เช่นเดียวกัน
“ขอบคุณมากครับ”
“ค่ะ”
“เห็นเหมือนกันใช่ไหมค่ะ รถยนต์ลอยขึ้นมาเอง” เ้าหน้าที่สาวถามเพื่อความแน่ใจ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน จากที่กำลังขับรถยนต์บนถนนอย่างเงียบสงบ แปรเปลี่ยนเป็ฉากอุบัติเหตุแบบงงๆ เหมือนหลุดเข้ามาในโลกแฟนตาซีอย่างนั้นเลย
“ครับผมเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ปัง ปัง เสียงดังสนั่นท่ามกลางไร่อ้อยทำให้ฝูงนกน้อยใหญ่ต่างใพากันบินหนีสู่ฝากฟ้าอันกว้างใหญ่
หลังสิ้นเสียงที่ดังสนั่น เ้าหน้าที่สาวก็ล้มลงไปนอนดิ้นด้วยความเ็ป เธอเอามือปิดที่เอวพร้อมร้องด้วยความทรมาน แมพเห็นเืค่อยๆซึมออกมาจากเสื้อของเธอและค่อยๆไหลผ่านมือที่ปิดปากแผลออกมาจนเลอะพื้นถนน
“เกิดอะไรขึ้น” ฟ้าใสถาม
“พี่สาวน่าจะถูกยิง” แมพตอบพร้อมหาที่หลบหลังรถยนตร์ เขาก้มตํ่าและพยายามคาดเดาทิศทางของะุปืนว่ายิงมาจากทางไหน
“เมื่อกี้เสียงปืนใช่ไหม” ฝ้ายถาม
“น่าจะใช่” แมพและฟ้าใสบังเอิญตอบพร้อมกัน
ปัง เสียงปืนดังขึ้นอีก ะุปืนพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วและโดนหัวไหล่ของแมพเต็มกำลัง “อ๊ากกกกก” เขาคำรามเสียงทุ่มตำ่ดังกึกก้องไปทั่วไร่นา แมพล้มลงไปนอนกลิ้งบนพื้นพร้อมกับร้องด้วยความเ็ป เมื่อฟ้าใสได้ยินอย่างนั้นก็รีบวิ่งอ้อมจากตัวรถยนต์มาหาแมพที่อยู่อีกข้างของรถยนต์
“ไม่เป็ไรนะ รีบหนีเร็ว”
“ไม่ไหว ขยับตัวแล้วเจ็บแผลมาก เธอรีบหลบไปก่อน ตรงนี้อยู่ในวิถีะุ”
“แล้วเธอละ”
“หลบไป” แมพตวาดใส่ฟ้าใสอย่างรุนแรง
ฟ้าใสหลบไปอยู่อีกข้างของตัวรถยนต์ ส่วนแมพนอนนิ่งอยู่บนพื้นด้วยความเ็ป ถึงแม้จะไม่โดนจุดสำคัญแต่ก็เจ็บมากจนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้
“พี่สาว พี่สาว โอ้ย” แมพรู้สึกเจ็บทุกครั้งเมื่อขยับตัว เพียงขยับริมฝีปากและลิ้นแค่เล็กน้อยก็เพียงพอให้เพิ่มความเ็ปจากาแ “โอ้ย...ทำใจดีๆไว้นะครับ...พี่สาว...อย่าพึ่งหลับนะครับ” ไม่ไหวเรียกยังไงก็ไม่ตอบ ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่สาวแค่สลบหรือเสียชีวิตไปแล้ว
“พี่ที่ขับรถมาส่งพวกเราเป็ยังไงบ้าง” ฟ้าใสกล่าว
“ตอนนี้หมดสติไปแล้ว ไม่รู้ว่าตายหรือแค่สลบไป” ในระหว่างที่แมพขยับปากตอบคำถามของฟ้าใส เขาก็รู้สึกเจ็บแผลที่ถูกยิงขึ้นมาอีกครั้ง
“เธอเนี่ยปากเสียนะ”
“ขอโทษ”
“โทรหาตำรวจเถอะ” ฝ้ายกล่าว
“เอ่ยใช้ ลืมไปเลย” ฟ้าใสพยายามมองหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง “เจอละ อ้าวหน้าจอแตก” สภาพโทรศัพท์มีรอยแตก ฟ้าใสกดเปิดเครื่องแต่ไม่ติด โทรศัพท์มือถือไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลย “ซวยแล้วเหมือนจะพังเเล้วละ ต้องใช้เครื่องฝ้ายโทรแล้ว”
“น่าจะอยู่ในรถ” ฝ้ายกล่าวและคลานเข้าไปในตัวรถยนต์ เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเป้สะพายหลังสีเขียวแก่ของเธอ ตอนนี้สภาพกระเป๋ามีรอยฉีกขาด เธอเปิดกระเป๋า ใช้มือขวาล้วงหาโทรศัพท์
“เจอไหมฝ้าย” ฟ้าใสถาม
“แป๊บนะใกล้เจอแล้ว” ฝ้ายตอบ
ฟ้าใสมองแมพผ่านช่องกระจกของรถยนต์ก่อนจะพูดขึ้นว่า “แมพถ้าเธอลุกขึ้นไม่ไหว ค่อยๆคลานมาก็ได้นะ” ฟ้าใสกล่าว
“ไม่ไหว มันเจ็บมาก” แมพพยายามอธิบายความรู้สึกของเขาในตอนนี้
“ใจสู้หน่อยสิ”
“เอะ” แมพเอ่ยด้วยความงง
“ใช้ใจเราสั่งให้ร่ายกายสู้สิ”
“ฮาๆนั้นสินะ”
“แมพสู้ๆ แมพสู้ตาย”
“เฮ้ยเดี๋ยวนะตายเลยเหรอ” แมพรวบรวมความกล้าและกำลังใจ เขาลุกขึ้นได้อย่างรวดเร็วและวิ่งไปหลบที่อีกฝั่งของรถยนต์ในทันที แมพนั่งหลังพิงรถยนต์พร้อมถอนหายใจ
“ทุกคนเรามีข่าวร้ายมาบอก โทรศัพท์เราพังไปแล้ว” ฝ้ายที่กำลังคลานออกจากรถยนต์บอก
“ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆเลย วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย” ฟ้าใสบ่น
“ทุกคนเงียบก่อน” แมพกล่าว
“อะไรเหรอ” ฝ้ายถาม
“ได้ยินไหม” แมพว่า
ทั้ง 3 คนตั้งใจฟังเสียงด้วยความเงียบสงบ
“เสียงเหมือนมีคนกำลังเดินแหวกหญ้า” ฟ้าใสกล่าว
“คิดเหมือนกัน” แมพตอบ
“หรือว่ามือปืนจะเดินมาหาเรา” ฝ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงความใ
“เป็ไปได้นะ แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดี” ฟ้ากล่าวด้วยความกังวลใจ เธอไม่รู้ว่าจะวิ่งหนีหรือจะสู้หรือจะหาที่ซ่อน ฟ้าใสสับสนวุ่นวายกับความคิดของตัวเอง
“หนีเถอะ แถวนี้ไม่มีที่ซ่อน” แมพตอบ
“แล้วจะหนีไปทางไหน” ฟ้าใสถาม
“ด้านหลังเราไง วิ่งไปเรื่อยๆผ่าน” แมพตอบพร้อมสีหน้าที่แสดงความเ็ปจากาแ
“เราต้องพาพี่สาวไปด้วยนะ เราจะแบกพี่ไปเอง ฟ้าใสก็ช่วยพยุงแมพนะ” ฝ้ายกล่าว
“ระวังตัวด้วยนะ” ฟ้าใสพูดด้วยความเป็ห่วงเพื่อนของเธอ
“อืม” ฝ้ายตอบเบาๆก่อนสูบหายใจเข้าลึกๆ และรีบวิ่งไปพยุงพี่สาวที่หมดสติอยู่ “ฟ้าใสช่วยหน่อยสิ เราจะให้พี่สาวขึ้นขี่หลัง” ฟ้าใสช่วยจับพี่สาวให้ขี่หลังฝ้าย ในขณะที่แมพพยายามลุกขึ้นยืน
“รีบหนีกัน” ฟ้าใสพยุงแมพขึ้นมาและรีบเดิน
“นับเลขหนึ่งสองไหม เป็การให้จังหวะการเดิน” แมพเสนอ
“ยังไงอะ”
“นับหนึ่งก้าวเท้าซ้าย นับสองก้าวเท้าขวา”
“เยี่ยมไปเลย”
“หนึ่ง สอง หนึ่ง สอง.............” การนับจังหวะทำให้ทั้งคู่เดินได้รวดเร็วมากขึ้น ในระหว่างนั้นเองก็เกิดเสียงแหลมมากๆดังขึ้น “โอ้ยเสียงนี้อีกแล้ว เสียงแหลมๆอีกแล้ว” แมพบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด
“เสียงมันปวดแก้วหูมาก” ฟ้าใสบอก
“รีบเดินเถอะ ถ้ายิ่งช้าเสียงอาจดังขึ้นมากกว่านี้ได้นะ” แมพว่า
ทั้งคู่นับจังหวะให้เร็วมากขึ้นไปอีก
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง เสียงปืนดังสนั่นอีกครั้ง

