"ไม่จริง ไม่ใช่หรอก จะเป็พี่เขาได้ยังไง" ลู่อิงรีบปฏิเสธ
"อ้าวก็เธอบอกเองนี่ว่าเหม่ยอิงบอกว่าจะออกไปตามหาฉินห้าย" ซือเสี่ยวเหลียนทัก
"ก็ ก็เขาอาจจะไปเจอคนร้ายก่อนเจอห้ายเกอก็ได้นี่นา" ลู่อิงแก้ต่าง
"ดูเธอจะสนิทกับฉินห้ายดีนะ" เพราะสรรพนามที่เรียกนั้นมันออกจากสนิทเกินไปสำหรับหยางลี่เจิน
"เอ่อ ฉันเรียกตามเหม่ยอิงน่ะค่ะ" ลู่อิงตอบ
"เหม่ยอิงน่ะเขาเรียกได้เพราะเขาเป็คู่หมั้นกัน แต่เธอไม่ใช่"ซานฟานแทรกขึ้นมา
ที่จริงเธออยากจะฉีกหน้านังดอกบัวขาวนี่ด้วยซ้ำ เพราะยัยคนนี้ไม่ใช่ออดอ้อนแค่ฉินห้าย
แม้แต่ฮั่วอันที่เธอแอบชอบก็ไม่วายชอบไปทำท่าอ่อนแอให้เขาช่วยงานอยู่บ่อยๆ
"เอาเถอะ ถ้าคู่หมั้นเขายังไม่ว่าอะไร ก็ช่างเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือนเธอหน่อยนะ ถึงเหม่ยอิงเขาจะไม่ถือสา
แต่เธอควรจะสำรวมด้วยตัวเอง คำพูดที่สนิทสนมอย่างนี้เราใช้กับคนในครอบครัวหรือกับสามีเท่านั้น ถึงเธอจะรู้จักกันมานานเธอก็ควรจะเรียกเขาว่าฉินต้าเกอน่าจะเหมาะกว่านะ" หยางลี่เจินเตือน
เพราะเธอเป็กัปตันของหน่วยนี้จึงไม่อยากให้เสียชื่อเสียงด้วยเื่ชู้สาว และเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ดูว่าทำงานไม่คุ้มค่าอาหาร
ที่จริงชาวบ้านไม่ค่อยพอใจการมาของเหล่ายุวปัญญาชนทั้งหลาย เพราะพวกเขามาจากในเมือง มืออ่อนตีนอ่อนทำงานไม่เป็
แต่มาเบียดเบียนส่วนแบ่งอาหารของชาวบ้านอีก
แล้วคนเหล่านี้ก็ร้อยพ่อพันแม่ บางคนก็สงบเสงี่ยมดี แต่บางคนก็สร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน
"เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเธอช่วยเก็บข้าวของ ของจ้าวเหม่ยอิงใส่กระเป๋าให้หมด แล้วเราจะไปหาเธอที่คลินิกกัน" หยางลี่เจินสั่งให้สาวๆ ช่วยกันเก็บของ
“ทำไมต้องเอาของไปให้เธอด้วยล่ะคะ"ลู่อิงใ
เพราะของบางอย่างที่เป็ของเหม่ยอิงเธอใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนที่ซือเสี่ยวเหลียนจะมาพบว่าเธอกำลังค้นหาของอยู่
"ก็เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้เอาอะไรของเขาไปจริงๆ ไง เธอจะได้พ้นข้อกล่าวหา แล้วเธอน่ะมายืนตรงนี้อย่าไปยุ่งกับของพวกนั้น
แล้วพวกเธอน่ะเก็บระวังๆล่ะ อย่าให้อะไรเสียหาย ถ้าไม่อยากถูกจ้าวเหม่ยอิงเอาเื่" หยางลี่เจินดึงลู่อิงที่กำลังยืนอยู่ใกล้ๆ กับกระเป๋าให้ออกมายืนห่างๆ แล้วเตือนคนที่เหลือให้เหลือให้นึกถึงความร้ายกาจของจ้าวเหม่ยอิงด้วย
เมื่อเก็บของให้เข้าที่เข้าทางหยางลี่เจินก็พาสาวไปเดินไปคลินิกเพื่อพบจ้าวเหม่ยอิง
"เื่ก็เป็อย่างที่เล่ามาน่ะค่ะว่ายังไงเหม่ยอิงเธอให้ลู่อิงไปเอากระเป๋าให้เธอหรือไม่" หยางลี่เจินถามหลังจากเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านพักแล้ว
"ลู่อิง? ลู่อิงคือใครคะ"จ้าวเหม่ยอิงขมวดคิ้วเหมือนพยายามนึก
“เธอจำฉันได้มั้ย"จูฟ่างถาม
"เธอคือจูฟ่าง แล้วเธอก็ซานฟาน เมื่อเช้าพวกเธอยังมาชวนฉันไปหาผักป่าอยู่เลย" จ้างเหม่ยอิงตอบ
"แล้วฉันล่ะ" ซือเสี่ยวเหลียนถามบ้าง
"ซือเสี่ยวเหลียน เธอหายท้องเสียแล้วเหรอ ฉันบอกเธอแล้วอากาศมันร้อนเกินไปอย่ากินอาหารข้ามวัน"จ้าวเหม่ยอิง
"แล้วฉันล่ะ"ลู่อิงถามบ้าง
"คุณคือใครคะ"จ้าวเหม่ยอิงทำหน้าเหมือนคนแปลกหน้า
"โธ่ เพื่อนรักของฉัน ฉันลู่อิงยังไงล่ะ เราโตมาด้วยกันั้แ่เด็กๆแล้วเธอจำฉันไม่ได้เหรอ" น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มนักแสดงดีเด่นสองปีซ้อนอย่างลู่อิง
"เอ่อ ขอโทษจริงๆ ค่ะ” เหม่ยอิงกล่าวขอโทษพร้อมทั้งพยายามแกะมือออกจากลู่อิง
"เหม่ยอิงอย่าล้อฉันเล่นสิ เธอต้องเป็พยานให้ฉันนะว่าเธอเป็คนบอกให้ฉันกลับไปหยิบกระเป๋าเงินให้เธอ" ลู่อิงฉวยโอกาสที่คิดว่าข้าวเหม่ยอิงความจำเสื่อมให้เธอช่วยเป็พยาน
"ฉันจำไม่ได้หรอกค่ะ แล้วคุณคะถ้าฉันเป็เพื่อนคุณจริงๆ คุณควรจะดีใจที่ฉันยังไม่ตายมากกว่าจะร้องไห้ขอให้ฉันเป็พยานให้คุณนะคะ" จ้าวเหม่ยอิงกระตุกอารมณ์คนที่กำลังเห็นใจคนร้องไห้อยู่
"นั่นสินะ ถึงเราจะไม่สนิทกับเธอเราก็ดีใจที่เธอไม่เป็อะไรไป"จูฟ่างเห็นด้วย
"เอาล่ะ ตอนนี้เธอก็ดูกระเป๋า ตรวจดูว่ามีอะไรหายไปมั้ย" หยางลี่เจินส่งกระเป๋าให้จ้าวเหม่ยอิงตรวจ
‘แหมเอาหลักฐานมาให้ถึงที่เลยใช้เลยแล้วกัน’ จ้าวเหม่ยอิงคิดในใจ
เธอค่อยๆ หยิบของออกมาจากกระเป๋าทีละอย่างและเธอก็รู้แล้วว่าอะไรหายไป แต่รอก่อน เธออยากให้คู่หมั้นของเธอมาแจมด้วย
"เอ...กล่องนี้คืออะไรนะ" จ้าวเหม่ยอิงทำท่าคิดไม่ออกแล้วเปิดกล่องไม้ที่มีภาพวาดดอกไม้สวยงาม ดูก็รู้ว่าเป็กล่องที่ต้องใส่ของที่มีค่าแน่ๆ